 | |  |
|
รบกวนเพื่อนบล๊อกที่ต้องการโหวตให้บล๊อกปอป้า ขอความกรุณา เป็นสาขาบล๊อกธรรมะ...นะคะ ขอบพระคุณมาก..ค่ะ
| |
 | |  |
ดอกบัว
พูดถึงดอกบัว เรามักจะนึกไปถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะคนไทยนิยมใช้ดอกบัวบูชาพระ วันนี้ปอป้าขอนำเกร็ดความรู้เรื่องดอกบัวมาให้อ่าน..นะคะ
ก่อนอื่นเราควรทราบความเป็นธรรมชาติของดอกบัวกันก่อน...พืชที่ชื่อว่า บัว จัดเป็นพืชน้ำล้มลุก มีลักษณะลำต้นมีทั้งที่เป็นเหง้า ไหล หรือ หัว ใบเป็นใบเดี่ยว เจริญขึ้นจากลำต้น โดยมีก้านใบส่งขึ้นมาเจริญที่ใต้น้ำ ผิวน้ำ หรือเหนือน้ำ จัดเป็นราชินีแห่งไม้น้ำ ถิ่นกำเนิดของบัวอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มบานตั้งแต่ตอนเช้า ก้านดอกยาวมีหนามเหมือนก้านใบ ชูดอกเหนือน้ำ และชูสูงกว่าใบเล็กน้อย กลีบเลี้ยง ๔-๕ กลีบ สีขาวอมเขียวหรือสีเทาชมพู ร่วงง่าย กลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนหลายชั้น เกสรตัวผู้มีจำนวนหลายสี ว่ากันว่า ต้องปลูกบัวทางทิศตะวันตก จึงจะเจริญงอกงามมากกว่าการปลูกในทิศอื่น คนไทยถือเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี บัวที่นิยมปลูกในเมืองไทยมี ๓ สายพันธุ์ คือ
๑. บัวหลวง (Lotus) เป็นบัวสกุล Nelumbo มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า ปทุมชาติ หรือบัวหลวง ชอบขึ้นในน้ำจืด ออกดอกตลอดปี ชอบน้ำสะอาด อยู่ในน้ำลึกพอสมควร
๒. บัวผัน, บัว (กิน) สาย (Water lily) เป็นบัวในสกุล Nymphaea มีลำต้นใต้ดินเป็นหัว หรือเหง้า ใบและดอกเกิดจากตา หรือหน่อที่เจริญขึ้นมาที่ผิวน้ำ ด้วยก้านส่งใบและยอด
๓. บัววิกตอเรีย (Victoria) เป็นบัวในสกุล Victoria มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า บัวกระด้ง จัดเป็นบัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

ดอกบัวกับพระพุทธศาสนา
บัวมีมาตั้งแต่ สมัยพุทธกาล ซึ่งมีตำนานกล่าวว่า หมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้ปรุงยาจากดอกบัว ถวายแด่ องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า แก้อาการอ่อนเพลีย ถือว่าดอกบัวเป็น ดอกไม้ประจำศาสนาพุทธ ตามพุทธประวัติพบว่า บัวมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติ ก็มีมีดอกบัวรองรับพระบาทที่ย่างก้าวทั้ง ๗
ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า ได้แก่
๑. พวกที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อเจอแสงอาทิตย์ก็สามารถเบ่งบานได้ทันที (อุคฆฏิตัญญู)
๒. พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปจิตัญญู)
๓. พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และ เข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)
๔. พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลาไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)
ด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้นจึงก่อให้เกิดความเชื่อที่ว่าการบูชาพระด้วยดอกบัวจะได้รับอนิสงส์มากกว่าดอกไม้ชนิดอื่นๆ นอกจากนี้หากสังเกตให้ดีจะพบว่างานจิตรกรรม งานประติมากรรม รวมถึงงานสถาปัตยกรรมที่มีการสร้างขึ้นโดยมีมูลเหตุสืบเนื่องมากพระพุทธศาสนามักนิยมสร้างส่วนประกอบของงานดังกล่าวเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงาย อาทิ ฐานพระพุทธรูป ส่วนประกอบลวดลายประดับองค์พระเจดีย์ ปลายเสาพระอุโบสถ วิหาร ตลอดจนสิ่งก่อสร้างอื่นๆก็ล้วนมีมูลเหตุที่ต้องการจะบอกให้ทราบว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็นของเกิดในน้ำ โดยกลีบบัวคว่ำหมายถึงชาติกำเนิด เกิดในน้ำ ส่วนกลีบบัวหงายหมายถึงลักษณะอันปรากฏในปัจจุบัน เป็นต้น

มิใช่เพียงชาวไทยพุทธเท่านั้นที่เชื่อกันว่าดอกบัวเป็นดอกไม้มงคลชาวฮินดูเองก็ล้วนมีความเชื่อสอดคล้องในลักษณะเดียวกันที่ว่าดอกบัวเป็นดอกไม้มงคลอีกทั้งยังเชื่อด้วยว่า ดอกบัวมีชาติกำเนิดทิพย์ เนื่องด้วยกอบัวจำต้องชำแรกแทรกขึ้นมาจากในโคลนตมอันแสนมือมิดและสกปรก จนทอประกาย ชู ใบ ก้าน ดอกอันงดงามกลบชาติกำเนิดเดิมสิ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ชาวฮินดูจึงถือว่าดอกบัวเป็นดอกไม้มงคลตามความเชื่อที่มีสืบทอดกันมาแต่ครั้งบรรพกาล
นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่าเทวดาหรือเทพองค์สำคัญๆในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูมักจะมีกำเนิดเกิดจากดอกบัว อาทิ ตอนที่พระนารายณ์ทรงบรรทมสินธุ์บนพญาวาสุกิ ณ เกษียรสมุทรหนือทะเลน้ำนมนั้นปรากฏว่ามีดอกบัวผุดขึ้นมาจากพระนาภี(สะดือ) และเมื่อดอกบัวนั้นเบ่งบานออกก็ปรากฏเป็นพระพรหมถือกำเนิดเกิดขึ้นมา หรือในตอนกำเนิดพระศรี หรือพระนางลักษมี อันเป็นชายาของพระนารายณ์ก็ปรากฏว่าพระนางทรงเสด็จกำเนิดเกิดออกมากลางดอกบัว เป็นต้น จาดตำนานและเรื่องราวดังกล่าวจึงก่อให้เกิดความเชื่อที่ว่า ดอกบัวมีชาติกำเนิดทิพย์
ในมหาปทานสูตร มีข้อความส่วนหนึ่งกล่าวไว้ว่า กอบัวกอหนึ่ง ย่อมเกิดขึ้นเป็นบุพพนิมิตร หากว่าในกัปนั้นที่โพธิบัลลังก์นั้นพระพุทธเจ้าจักทรงอุบัติ ดอกบัวย่อมเกิดขึ้นหากไม่ทรงอุบัติ ดอกบัวจะไม่เกิด อนึ่ง เมื่อดอกบัวเกิดหากพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งจักทรงอุบัติก็เกิดดอกเดียว หากพระพุทธเจ้าจักทรงอุบัติ ๒ องค์ ๓ องค์ ๔ องค์ ๕ องค์ ดอกบัวก็เกิด ๕ ดอก อนึ่ง ดอกบัวเหล่านั้นเป็นดอกมีช่อติดกันในก้านเดียวนั่นเอง ท้าวสุทธาวาสพรหมทั้งหลายชวนกันว่า ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย พวกเรามากันกิด จักเห็นบุพนิมิตร แล้วพากัน มายังมหาโพธิบัลลังก์สถาน ในกัปที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายยังไม่ทรงอุบัติดอกบัวก็ไม่มี ทวยเทพทั้งหลายเห็นดอกบัวไม่มีดอกก็มีความเสียใจว่า พ่อคุณเอ๋ย โลกจักมืดมนหนอสัตว์ทั้งหลายถูกความมืดครอบงำจักเห็นในอบาย เทวโลก ๖ พรหมโลก ๙ จักว่างเปล่า ครั้นเห็นดอกบัวในเวลาบานต่างดีใจว่า เมื่อพระสัพพัญญูโพธิสัตว์ทรงก้าวลงสู่ครรภ์พระมารดา ประสูติ ตรัสรู้ ยังธรรมจักรให้เป็นไป ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์หยั่งลงจากเทวโลก ทรงปลงอายุสังขารเสด็จดับขันธปรินิพพานพวกเราจักเห็นปาฏิหาริย์ อันทำให้หมื่นจักรวาลหวั่นไหว และอบายทั้ง ๔ จักเสื่อมโทรม เทวโลก ๖ พรหมโลก ๙ จักบริบูรณ์ พากันเปล่งอุทานไปสู่พรหมโลกของตนของตน
คนโบราณจึงมึความเชื่อว่า ครอบครัวใดที่ปลูกบัวเอาไว้ประจำบ้าน ก็จะช่วยให้คนครอบครัวนั้น มีจิตใจที่บริสุทธิ์ สะอาด และเบิกบานแจ่มใส เช่นเดียวกับดอกบัว และยังเชื่ออีกว่า สายใยของบัวที่ยืดยาวนั้น คือสายสัมพันธ์ของครอบครัว จะทำให้ทุกคนมีความห่วงใยรักใคร่ และผูกพันต่อกันอย่างแนบแน่น ครอบครัวนั้น ก็จะมีแต่ความสุข เพราะความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัวทุกคน
ขอบคุณ ข้อมูลจาก กูเกิ้ล
เพลง บังใบ
เพราะช่วงชีวิตของคนเรานั้น สั้นนักหนา
มีความสุขในวันพักผ่อนอันแสนสบาย..นะคะ