Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
... เหนือนี้ : ที่เชียงของ-เชียงแสน...







4 ธันวาคม 2554

แผนสำหรับวันที่ 2. ออกจากน่าน....มุ่งสู่ อ.เชียงของ - อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
แต่ยังไม่สรุปแน่นอนว่าจะพักที่ไหน...วันนี้เราจะ...ค่ำที่ไหนนอนนอนนั่น

โดยเส้นทาง ท่าวังผา – สองแคว – เชียงคำ – ภูซาง – เทิง – ขุนตาล – เวียงแก่น – เชียงของ
ระยะทาง 200 กว่า กม.



เราแวะเที่ยว "วัดหนองบัว" ซึ่งอยู่ใน อ.ท่าวังผา จ.น่าน เป็นอีกวัดที่น่าสนใจ
ทางเข้าวัดค่อนข้างหายาก...เข้าไปค่อนข้างลึกจากถนนใหญ่...ผ่านทุ่งนา
ป้ายบอกไม่มี...จึงต้องอาศัยถามไปเป็นระยะ



"วัดหนองบัว"...ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านไทลื้อ
เป็นวัดชาวบ้านเล็กๆ วิหารตกแต่งเรียบง่าย
แต่หากกลับทรงคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
ภายในวิหารยังมีภาพเขียน...ซึ่งมาเขียนเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 5
ลักษณะคล้ายภาพเขียนที่วัดภูมินทร์
และบริเวณด้านหลังวัดยังจัดแสดงวิถีชุมชนชาวไทลื้ออีกด้วย
แถมมีพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยบรรเลงเพลงเหนือให้ฟังเพลิดเพลิน
ให้ความรู้สึกว่ารักเมืองเหนือมากขึ้นอีก





กว่าจะออกจากวัดหนองบัว...ก็เกือบเที่ยงแล้ว
เส้นทางช่วง...ท่าวังผา-สองแคว..ดดเคี้ยวเอาการ...แต่ไม่ชันมาก
ถนนสภาพดี...รถเก๋งยังวิ่งได้สบาย

และอีกช่วง สองแคว-เชียงคำ ซึ่งอยู่ในเขตภูลังกา จ.พะเยา ถนนคดเคี้ยวบนสันเขา
แต่สิ่งได้มา คือ ความสวยงามของสองข้างทาง








กว่าจะมาถึง อ.เชียงของ...ก็บ่ายสี่โมงแล้ว
ระยะทางระหว่างเชียงของ - เชียงแสน ประมาณ 50 กม.
เราจึงสรุปนอนกันที่เชียงของ....





เชียงของ...เป็นเมืองเล็กๆ ความเจริญอยู่บริเวณถนนใกล้ท่าเรือ
ซึ่งมีทั้งท่าเรือนักท่องเที่ยวสำหรับข้ามไปลาว และ ไปสิบสองปันนา
มีท่าขนส่งสินค้า แต่ไม่ใหญ่เท่าเมืองเชียงแสน






เรียบริมน้ำโขง...มีที่พักมากมาย ทั้งโรงแรม เกสท์เฮ้าส์ เฉลี่ยราคาไม่แพง
เห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งพอสมควร...
เห็นสภาพเมืองแบบนี้...ทำให้นึกถึง เมืองเชียงคาน จ.เลย
ดูจะคล้ายกัน...หากแต่เชียงของมีความเจริญในแง่แหล่งท่องเที่ยวมากกว่า
เพราะมีท่าเรือระหว่างประเทศ
นี่ก็เห็นกำลังสร้างสะพานข้ามไปลาวอีกด้วย
เสร็จเมื่อไหร่...คนทั้งสองฝั่งคงข้ามไปมาสะดวกมากขึ้น

เราได้ที่พักที่ "โรงแรมริมน้ำ" อยู่ริมน้ำโขง วิวสวยทีเดียว
เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่ถึงเดือน...ราคาห้องคืนละ 500.-
สิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง...แอร์, น้ำอุ่น, ทีวี , ตู้เย็น
แถมคุณลุงเจ้าของใจดี...ลดให้คนไทยเหลือคืนละ 450.-

เชียงของ...มีจัดถนนคนเดินทุกวันศุกร์...น่าเสียดายที่เราไปไม่ตรงวัน
พอตกค่ำ...เมืองค่อนข้างเงียบ มีร้านอาหารเปิดบริการกลางคืนไม่กี่ร้าน
ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวฝรั่ง






5 ธันวาคม 2554
วันนี้วันพ่อ...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ฉันตื่นแต่เช้า...มาตั้งกล้องรอพระอาทิตย์ขึ้นที่หน้าระเบียงทที่พัก
เพราะถามคุณลุงไว้ตั้งแต่เมื่อเย็น

พระอาทิตย์ที่ที่แม่น้ำโขง....เป็นภาพที่ทำให้ประทับใจได้เสมอ







เช้านี้เราตั้งใจไปกิน "ข้าวซอยจีนฮ่อ...ร้านป้าอ่อน" เจ้าเก่าแก่ประจำเมือง
ข้าวซอยแบบนี้ฉันเคยกินที่เมืองเชียงตุงในพม่า...อร่อยติดใจมาจนทุกวันนี้

ข้าวซอยจีนฮ่อ...ลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยว
เส้นใหญ่ของเขา...ขนาดเส้นจะพอๆ กับเส้นเเล็กที่เรากินกันในกรุงเทพ
เครื่องปรุงเท่าที่ดูออก...จะมีหมูสับผัดน้ำมันปรุงรสด้วยอะไรสักอย่าง...
หน้าตาออกมาสีแดงๆ เหมือนใส่น้ำพริกเผา...แต่ไม่เผ็ด
ใส่ถั่วงอก...และยอดถั่วลันเตาลวก

....ฉันกินแล้ว...ชอบรสชาติที่เมืองเชียงตุงมากกว่า



จากนั้นเดินทางกันต่อ...วันนี้เราจะล่องผ่านเมืองเชียงแสน - แม่จัน ปลายทางดอยแม่สลอง





เส้นทางระหว่างเชียงของ - เชียงแสน แล่นเลาะไปตามแม่น้ำโขง
ถนนไม่ค่อยดีนัก....หลุ่มบ่อเยอะ...คงเพราะเป็นใข้เส้นทางขนส่งสินค้าด้วย
แต่ต้องบอกว่าวิวข้างทางสวยมาก...








ผ่านไร่ชาออแกนิค...เจ้าของเป็นครู...ลาออกมาทำกิจการปลูกชาส่งออก

จิบชา...ชมไร่...อากาศแสนดี...อะไรจะดีไปกว่านี้




ก่อนถึงตัว อ.เชียงแสน จะผ่าน "วัดพระธาตุผาเงา"
เป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างขวาง...ตั้งอยู่บนเขา




องค์พระธาตุผาเงา...สร้างอยู่บนหินก้อนใหญ่




ภายในวิหาร...ประดิษฐาน "พระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา" (องค์ล่าง)
ถูกขุดค้นพบใต้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ (พระประธาน)
เมื่อครั้งที่มีการแผ้วถางทาง...และได้พบร่องรอยการสร้างเป็นวัด
เดิมบริเวณนี้เคยเป็นถ้ำ...เรียกว่า "ถ้าผาเงา"
จึงได้ตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "หลวงพ่อผาเงา"
นักวิชาการสันนิษฐานว่ามีอายุเก่าแก่ระหว่าง 700-1300 ปี








ภายในวัด...ยังมีหอไตรซึ่งเป็นที่เก็บตู้คัมภีร์ของชาติต่างๆ ไว้
เช่น ไทย, จีน, ญี่ปุ่น, พม่า, กัมพูชา, อินโดนีเซีย












ถัดจากองค์พระธาตุผาเงาขึ้นไปประมาณ 300 เมตร...ยังเป็นที่ต้องของ "พระธาตุจอมจัน"












และถัดขึ้นมาจนสุดเนินเขา...ยังเป็นที่ตั้งของ "พระธาตุเจ็ดยอด"
แต่ต่อมาทางวัดได้สร้าง พระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ ครอบองค์พระธาตุเจดีย์เดิมไว้





บนยอดสูงสุดนี้...สามารถมองเห็นวิวสวยงาม
รอยต่อของ ไทย-ลาว-พม่า



อ.เมืองเชียงแสน ยังมีโบราณสถานที่น่าสนใจมาก
คือ "วัดป่าสัก" เป็นวัดเก่าขนาดใหญ่...แต่น่าเสียดาย...ที่เราต้องผ่านไปก่อน
เพราะบ่าย 2 โมงแล้ว...เรายังไม่ออกจากเชียงแสนกันเลย
กลัวว่าจะถึงดอยแม่สลองเอามืดเสียก่อน

ฉันตั้งใจเอาไว้ว่า...ปีหน้าจะต้องมาเที่ยวเมืองเชียงแสนอีกครั้ง



<<< พบกันตอนหน้า...ดอยแม่สลอง ค่ะ >>>












Create Date : 24 ธันวาคม 2554
Last Update : 26 ธันวาคม 2554 5:27:42 น. 13 comments
Counter : Pageviews.

 
สวยมากๆ เส้นทางที่ถ่ายทอดมาทั้งหมด น่าเป็นเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้บรรจุใว้ เป็นเดินทางกันอีกเส้นหนึ่ง รายละเอียดครบครับ
ขอบคุณครับ


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:10:24:35 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ... มีความสุขมาก ๆ นะคะ
ภาพสวยน่าไปเที่ยวจังเลยยย


โดย: มิลเม วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:11:03:30 น.  

 
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต
ปัญญา เป็นดวงชวาลาในโลก

ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิต ตลอดไป...นะคะ



สวัสดีค่ะ คุณนาง....

เป็นห่วง ว่าหายไปไหน ที่แท้เวลามีน้อยนี่เอง ค่อยยังชั่ว...

เรื่องทริปต่าง ๆ ของป้าเป็นอดีตอยู่ในแฟ้มเพียบเลย..ค่ะ
ทริปท่องเมืองเหนือก็ยังลงไม่หมด จะครบรอบปีอยู่แล้ว
อย่างวัดพระธาตุผาเงา ป้าทำบล๊อกเสร็จตั้งนานแล้ว
แต่ไม่มีโอกาสนำมาอัพสักที มีรายการแทรก จนทริปนี้เป็นอดีตไปเรียบร้อยแล้ว...อิ อิ

ปกติ วันเสาร์-อาทิตย์ ป้าไม่ได้เข้าบล๊อก
แต่วันนี้ ต้องรีบมาอัพ เพราะยังติดค้างเรื่องบทสวดมนต์ประจำวันเกิดอีก ๒ วัน

แล้วอาทิตย์หน้า งานจะยุ่งมากด้วยค่ะ ทั้งงานราษฎร์ และงานหลวง
วันศุกร์ ก็ต้องออกเดินทางแต่เช้าอีก
วันนี้ก็เลยต้องรีบเข้ามาอัพบล๊อก ไม่งี้นเดี๋ยวคนที่ติดตามรอนาน เซ็งแย่เลย

วันนี้ อากาศดีมาก...นะคะ
เมื่อเช้า ป้ากับลุง ไปใส่บาตร ลมเย็น ๆ กำลังสบายทีเดียว
ตกเย็น สองคนตายาย ก็เลยชวนกันไปออกกำลังกายที่โรงเรียนใกล้ ๆ บ้าน

ออกกำลังกายเสร็จ ทั่นลุงอาบน้ำแต่งตัว หนีไปลัลล้าเสียแล้ว...เอิ๊ก ๆ

รักษาสุขภาพด้วย...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 ธันวาคม 2554 เวลา:19:00:26 น.  

 



โดย: Kavanich96 วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:4:57:53 น.  

 
คุณพายุสุริยะ.....

ถ่ายภาพ...เรื่องเล่าตามทาง
เป็นความสุขอย่างหนึ่งค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมนะคะ





คุณมิลเม.....

สวัสดีค่ะ...มีความสุขกับช่วงเวลาแห่งความสุขนี้นะคะ





คุณป้า.....

ช่วงนี้นางสุขภาพดีเยี่ยมค่ะ
พอไปเที่ยวกลับมา...หายไอเป็นปลิดทิ้ง...

พระธาตุผาเงา...มีจุดถ่ายรูปเยอะดีนะคะ
น่าเสียดายแผนที่วางไว้เน้นเที่ยวที่อื่นไว้ก่อน
ก็เลยมีเวลาแบบแค่แวะผ่าน
คราวหน้า...นางคงเที่ยวเจาะเฉพาะเมืองเชียงแสนอีกสักครั้ง
ยังมีอีกหลายจุดที่ได้แค่มองผ่านด้วยสายตาละห้อย...อิอิ

อีกไม่กี่วันก็ปีใหม่แล้ว...และคงเป็นปีใหม่ที่อากาศกำลังดี
นางขอถือโอกาสนี้ขอพรคุณพระ...
อำนวยพรให้คุณป้า และสมาชิกในครอบครัว...
มีความสุข...สุขภาพแข็งแรง...นะคะ

ด้วยความรักและเคารพค่ะ




คุณ Kavanich.....

ขอบคุณที่มาแวะชมนะคะ


โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:9:58:24 น.  

 


โดย: ลุงแว่น วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:20:37:31 น.  

 



.
..
...
นับถอยหลัง
...
..
.

..................

ปีใหม่มา ให้นับน้อย ถอยอีกหนึ่ง

ก่อนชีวาตม์ ขาดผึง ลงร่วงผลอย

เร่งทำดี เติมชีวิต ก่อนปลิดลอย

คิดให้บ่อย ทำให้หนัก ค่อยพักยาว.


โดย: ลุงแว่น วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:10:04:14 น.  

 
ราโค โทโส มโท โมโห ยตฺถ ปญฺญา น คาธติ

ราคะ โทสะ ความมัวเมา และโมหะ เข้าที่ไหน
ปัญญาย่อมเข้าไม่ถึงที่นั้น

ทำปัญญาให้บริสุทธิ์เพื่อชีวิตที่รุ่งเรือง ตลอดไป...นะคะ



ขอให้พรอันงามที่คุณนางอวยพรให้ป้า
จงย้อนสนองกลับมายังคุณนางและครอบครัว
ร้อนเท่า พันทวีคูณ...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:13:53:46 น.  

 
ปีใหม่ ๒๕๕๕ นี้

ปอป้าขออวยพรให้เพื่อนบล๊อก
รวมทั้งครอบครัวอันเป็นที่รักของท่าน

ประสบแต่ความสุข
สมหวังในสัมมากัมมันตะที่ปรารถนาทุกประการ

มีชีวิตเพียบพร้อมด้วยเบญจพิธพร อันประกอบด้วย
อายุ วรรณ สุขะ โภคะ พละ ตลอดปี และตลอดไป...ค่ะ



ปอป้าจะเดินทางไปประเทศพม่า ๖ วัน
กลับมาก็คงจะต้องยุ่งเรื่องงานอีกสักวันสองวัน

พบกันใหม่เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 27 ธันวาคม 2554 เวลา:15:23:11 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณนาง

ไปเชียงแสนวันที่ 5 ธันวาคมเหมือนกันเลย แต่ไม่เจอกันนะคะ ไปขับรถกินลมค่ะ เส้นทางเชียงแสน เชียงของสวยมากค่ะ ไม่เห็นคุณนางบอกเลยว่าจะมา อดเจอกันเลยค่ะ


โดย: medkhanun IP: 202.28.45.10 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:6:39:35 น.  

 
คุณลุงแว่น....

ขอบคุณสำหรับคำพร
ความปรารถนาดีที่มีให้ต่อกันค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ





คุณป้า.....

เดินทางโดยปลอดภัยนะคะคุณป้า
และขอให้มีความสุขกับการปฏิบัติธรรมในครั้งนี้
จะรอฟังเรื่องราวสนุกๆ ที่คุณป้ากลับมาเขียนเล่าให้ฟังนะคะ





คุณขนุน.....

จริงหรือคะ...เราอยู่ในที่เดียวกัน...วันเดียวกัน น่าเสียดายจัง

ทริปนี้กว่าจะสรุปว่าไปได้ หรือไม่ได้...ก็ก่อนเดินทางไม่ถึงอาทิตย์ค่ะ
เพราะรอลุ้นว่าน้ำจะลดพอให้ออกจากรุงเทพฯ ได้หรือเปล่า
ไม่เป็นไรค่ะ...ถ้าวาสนามีต่อกัน
คุณขนุนคงได้เลี้ยงข้าวนางแน่ๆ ....อิอิ


โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:5:20:58 น.  

 

เข้ามาชมภาพครับ





โดย: first-time shooter IP: 125.25.140.159 วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:12:13:36 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณเพรง...

คิดถึงนะคะ...

วันนี้ไปเหมือนกันค่ะ เชียงราย...

ภาพสวยมากค่ะ...

ขอบคุณมากค่ะคุณเพรง


โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.106.143 วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:7:15:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
เพรง.พเยีย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




... ฝนปรอย กับรอยยิ้ม ...



1.
๏ ละอองสายฝนชื่นจากคืนค่ำ
คงโปรยร่ำหยาดปรุงจนรุ่งสาง
หอมเอยหอม..กลิ่นไอยังไม่จาง
หอมบางบาง..ชื่นใจของไอดิน

๏ ร่วงจากฟ้าสู่พื้น..เพื่อชื่นฉ่ำ
โปรยหยาดน้ำทอดตัวไปทั่วถิ่น
เสียงเปาะแปะ..ไกล..ใกล้..เมื่อได้ยิน
ราวเพลงพิณร่ายดล..จากคนธรรพ์

2.
๏ ตรงเบื้องหน้า..ริมชาน..ลานลั่นทม
ลานอารมณ์ซ่อนโลก..ยามโศกศัลย์
ร้อนแล้ง..เย็นเยียบ..และเงียบงัน
สะท้อนวันเก่าเก่ากับเฝ้าคอย

๏ เนิ่นนาน..บนทางอันว่างเปล่า
กี่ครั้งเจ้า..บานรอจนร่วงผล็อย
ดอกสีขาวราวช้ำ..ซ้ำซ้ำรอย
เมื่อระทม..ด้วยพลอยแต่น้อยใจ

๏ หากยามนี้กลีบดอกเจ้าออกแย้ม
เมื่อแตะแต้มด้วยร่ำหยาดน้ำใส
เปาะแปะเมื่อพบ..กระทบใบ
เหมือนเจ้าไหว..ตามจังหวะเริงระบำ

3.
๏ สิ้นสุดแล้วสินะ..ความร้อนแล้ง
ที่ทิ่มแทงทุกคราวแห่งก้าวย่ำ
วนเวียนในกรอบกรงแห่งทรงจำ
ที่ตอกย้ำ..กำซาบกับภาพเงา

๏ พร้อมสายฝนชะล้าง..บางความหลัง
ฉันกำลังยิ้มรับให้กับเจ้า
เมื่อนึกถึงยิ้มบางบาง...ที่แบ่งเบา
ยิ้มของเขา..ฝากประทับ..ลงกับใจ

๏ มิต่างเลย..ชื่นปรายแห่งสายฝน
ดับทุกข์ทน..ด้วยหยาดสะอาดใส
จึงรู้ว่าชื่นเย็นเป็นเช่นไร
เมื่อเชื้อไฟมอดพ้น..ทุรนทุราย

๏ มิต้องมีหวานใดมาปรุงแต่ง
หรือเสกแสร้ง..งดงามด้วยความหมาย
มิต้องมีใดสรร..มาบรรยาย
ก็พร่างพรายงดงามด้วยความจริง

๏ ผ่านรอยยิ้ม..แทนคำ..แทนคุณค่า
ก็คล้ายว่า..โลกตรมเคยจมดิ่ง
กลับเต็มตื้นอุ่นแอบ..เมื่อแนบอิง
พร้อมพักพิงบนทาง..เพื่อวางใจ

๏ ละลายสิ้นในอุบัติเคยกัดกร่อน
ลบภาพตอน..เก่าเก่าเคยเผาไหม้
พร้อมสายฝนหล่นปรอย..แต่นี้ไป
จะหลั่งไหลแต่ยิ้ม..แห่งยินดี

๏ ขอบคุณในเจ้าของ..รอยยิ้มนั่น
มาแบ่งปันจนเกิด..รอยยิ้มนี่
ตามหัวใจใสสะอาดขึ้นวาดวี
พร้อมแต่นี้คร่ำครวญ..ไม่หวนคืน..
Friends' blogs
[Add เพรง.พเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.