ตาลโตนด

ตัดมาจาก นสพ.มติชน ไว้ค้นคว้า หาความรู้ เกี่ยวกับ ตาลโตนด


วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 20 ฉบับที่ 432

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

เกษตรกร อ.วัดโบสถ์ กับงานปลูกและค้าขายตาลโตนด

"ตาลโตนด" จัดเป็นพืชท้องถิ่นของไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีปลูกกระจาย
อยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดเพชรบุรี ในอดีตเกษตรกรจะทำนา
และปลูกต้นตาลโตนดบนคันนาหรือปลูกบนพื้นที่ว่างเปล่า แต่ปัจจุบัน
ต้นตาลโตนดในบ้านเราลดจำนวนลงอย่างน่าใจหายและจัดเป็นพืชที่
ไม่มีการพัฒนาทางด้านวิชาการ อาจจะเป็นเพราะตาลโตนดปลูกง่าย
ไม่ต้องดูแลรักษามากนัก ขณะนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กรมวิชาการเกษตร
ได้มอบหมายให้
คุณนรินทร์ พูลเพิ่ม
ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2
จังหวัดพิษณุโลก ได้รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับตาลโตนด
ทั้งด้านสายพันธุ์ การปลูกและการดูแลรักษา รวมถึงการใช้ประโยชน์
จากส่วนต่างๆ ของตาลโตนดเพื่ออนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญหายและหา
แนวทางส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากยิ่งขึ้น
หลายคนยังไม่ทราบว่า "ตาลโตนด" จัดเป็นพืชสารพัดประโยชน์
อีกพืชหนึ่ง ทุกส่วนของตาลโตนด ได้แก่ ลำต้น ทางตาล ใบตาล
ช่อดอก ผลตาล เมล็ด รากและน้ำตาลโตนด นำมาใช้ประโยชน์
ทางด้านอาหาร สรรพคุณทางยา ด้านงานหัตถกรรม ฯลฯ

คุณนรินทร์ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตาลโตนดเพิ่มเติมว่า
เป็นพืชเขตร้อนที่เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด ตาลโตนด
ทนได้ทั้งสภาพแห้งแล้งและสภาพน้ำท่วมขัง เป็นพืชที่มีรากลึกมาก
จึงไม่ค่อยพบว่าต้นตาลโตนดถูกพายุพัดจนถอนรากถอนโคน
ที่สำคัญรากของตาลโตนดไม่แผ่ออกด้านข้าง จึงเป็นที่สังเกตได้ว่า
ตาลโตนดที่ขึ้นอยู่ในนาข้าวหรือคันนาไม่ทำให้ผลผลิตของข้าวลดลง
ตาลโตนดจัดเป็นพืชวงศ์ปาล์มเช่นเดียวกับมะพร้าวที่มีลำต้นแข็งแรง
ทนทานและมีอายุยืนได้ถึง 80 ปี

คุณสุรัตน์ เศวตเศรนี เกษตรอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
ได้กล่าวถึงการปลูกตาลโตนดในเขตพื้นที่อำเภอวัดโบสถ์
จังหวัดพิษณุโลก ว่ามีวัฒนธรรมมานานจนถือได้ว่าตาลโตนด
เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551
ที่ผ่านมา ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับ
อำเภอวัดโบสถ์ได้จัดงาน "วันน้ำตาล" มีการประกวดตาลโตนด
เพื่อค้นหาสายพันธุ์ตาลที่มีลักษณะและคุณภาพดีเพื่อคัดเลือกไว้
เป็นต้นแม่พันธุ์ในอนาคต

คุณสอึ้ม บุญคง บ้านเลขที่ 68/2 บ้านใหม่เหนือ หมู่ที่ 7 ตำบลท่างาม
อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ได้ให้เหตุผลของการขยายพื้นที่
ปลูกตาลโตนดในเชิงพาณิชย์ ปลูกเป็นแปลงใหญ่เหมือนกับ
การปลูกไม้ผลในพื้นที่ 7 ไร่ ใช้ระยะปลูก 6x6 ศอก จัดเป็นการ
ปลูกตาลโตนดในระบบชิด ปลูกมานานประมาณ 10 ปี เริ่มเห็น
ต้นตัวผู้และต้นตัวเมียแล้ว คุณสอึ้มได้สืบทอดอาชีพการเก็บตาล
ขายมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ในสมัยอดีตปลูกแบบริมไร่ปลายนา
ปัจจุบันต้นตาลมีเหลืออยู่น้อยมาก ไม่มีใครปลูกเพิ่มเติมเนื่องจาก
เป็นไม้ผลที่ให้ผลผลิตช้ามากและทุกคนมองว่าไม่ใช่ไม้ผลเศรษฐกิจ

มีตัวอย่างในการปลูกตาลโตนดแบบสวนผลไม้ที่อำเภอบ้านลาด
จังหวัดเพชรบุรี มีสวนตาลของ กำนันถนอม พู่เงิน ปลูกตาลโตนด
โดยใช้ระยะปลูก 6x6 เมตร (พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 45 ต้น)
ปลูกในพื้นที่ 10 ไร่ จำนวน 450 ต้น การปลูกตาลของกำนัดถนอม
จะมีการให้น้ำบ้าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เมื่อต้นตาลตั้งตัวได้
จะมีการใส่ปุ๋ยคอกบ้าง โดยแบ่งใส่ให้ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกรองก้นหลุม
ก่อนปลูก และใส่อีกครั้งในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี โดยปกติแล้วต้นตาล
จะเริ่มตั้งสะโพกหลังจากปลูกไปแล้ว 3-5 ปี เกษตรกรควรจะมีการ
ตัดแต่งต้นตาลเพื่อให้เจริญเติบโตได้เร็วขึ้น

ต้นตาลโตนดที่มีการดูแลรักษาดีพอประมาณ
(ไม่ได้ปลูกแบบฝากเทวดาเลี้ยง) จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เมื่อ
ต้นมีอายุประมาณ 10 ปี ผลผลิตหลักที่สำคัญ ได้แก่ ผลตาลอ่อน
(ลอนตาลอ่อน), น้ำตาลสด, ผลแก่ (ผลสุก), จาวตาล (เนื้อในเมล็ด)
และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากตาลโตนด


เทคนิคการเพาะเมล็ดตาลโตนด

นำผลตาลโตนดที่สุกมาปอกเปลือกนอกออกให้หมด ขยำเอาเนื้อตาลสุก
สีเหลืองส้มออกมา นำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ทำขนมตาลขาย หลังจากขยำ
เอาเนื้อตาลที่มีสีเหลืองส้มออกหมดแล้ว นำเมล็ดตาลที่ได้ไปใส่ในถุงปุ๋ย
หรือนำเมล็ดตาลไปแช่น้ำประมาณ 1 เดือน แล้วนำมากองบนพื้นดินคลุม
ด้วยฟางข้าว หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน เมล็ดตาลจะเริ่มงอก หลังจากนั้น
นำเมล็ดตาลไปปลูกลงแปลงได้ ขุดหลุมขนาดกว้าง ยาว และลึกประมาณ
25 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกเก่ารองก้นหลุม ขณะที่วางเมล็ดตาลที่เริ่มงอก
ลงก้นหลุม ระวังอย่าให้ปลายรากตาลหัก (ถ้าปลายรากหัก เมล็ดตาล
จะไม่สามารถพัฒนาเป็นต้นอ่อนที่สมบูรณ์ได้) กลบดินเล็กน้อย รดน้ำ
ให้ชุ่ม หลังจากปลูกตาลไปได้ 30 วัน ต้นอ่อนจะค่อยๆ พัฒนาภายในราก
ของเมล็ดตาล ซึ่งจะงอกรากออกมายาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร
และจะหยุดการเจริญเติบโตพร้อมกับพัฒนาต้นอ่อนในราก ซึ่งต่าง
จากปาล์มชนิดอื่นๆ หลังจากพัฒนาเป็นต้นอ่อนสมบูรณ์แล้วก็จะ
แทงต้นอ่อนสวนขึ้นมาโผล่พ้นดิน ใช้เวลาประมาณ 30 วัน



ตัดสินใจปลูกในเชิงพาณิชย์

เนื่องจากมั่นใจไม่พบปัญหาทางการตลาด

คุณสอึ้มมองว่า ที่ผ่านมาตาลขายได้ตลอด พบปัญหาเรื่องการตลาด
น้อยมาก บางช่วงถึงกลับแย่งกันซื้อก็มี ตาลต้นหนึ่งจะเก็บขายได้
ทั้งลอนตาล น้ำตาลสดหรือแปรรูปเป็นน้ำตาลสด อย่างกรณีของ
ลอนตาลต้นหนึ่งเมื่อฟันลงมาจะเก็บลอนตาลได้เฉลี่ย 10-20 ถุง
มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ในราคาเฉลี่ยถุงละ 20-25 บาท

คุณชา แก่นธรรม
บ้านเลขที่ 223/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองพระ
อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันตาบอดทั้ง 2 ข้าง แต่ยังมี
อาชีพเก็บตาลขายโดยเช่าต้นตาลต้นละ 200 บาท ต่อปี ขึ้นตาลเป็น
ประจำทุกวันในช่วงเดือนมกราคม-เดือนเมษายน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน
จะเลิกเก็บ คุณชาขึ้นต้นตาลได้เพราะจำทางได้ (คุณชาไม่ได้ตาบอด
มาแต่กำเนิด เริ่มตาบอดตอนที่เดินได้แล้ว เริ่มต้นจากเป็นโรคซางขึ้นตา
ตาเริ่มฝ้าฟางก่อน และรักษาไม่ถูกวิธีด้วยการกินยาหม้อ)

ถึงแม้จะตาบอดแต่คุณชามีความรู้เกี่ยวกับตาลโตนดไม่แพ้คนตาดี
อย่างกรณีของกระบอกที่ใช้เก็บน้ำตาลจากตาลจะมีอยู่ 2 แบบ คือ
กระบอกไม้ไผ่และขวดพลาสติค สำหรับ "กระบอกไม้ไผ่" ก่อนที่จะ
นำมาใช้จะต้องล้างทำความสะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง หลังจากนั้นนำไป
รมควัน (การรมควันจะทำให้น้ำตาลสดมีกลิ่นหอม) นอกจากนั้น
ในกระบอกไม้ไผ่ควรจะใส่เปลือกไม้พะยอมลงไปด้วยเพื่อชะลอ
หรือช่วยให้น้ำตาลสดที่เก็บได้ไม่เน่าเสียเร็ว ปัจจุบันเปลือกไม้
พะยอมจะซื้อ-ขายกันกระสอบละ 100 บาท (กระสอบปุ๋ย)
โดยเฉพาะในการเก็บตาลในช่วงฤดูร้อนจะทำให้น้ำตาลเน่าเสียได้เร็ว
แต่ถ้าเก็บตาลในช่วงฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม
ไม่ต้องใส่เปลือกไม้พะยอมก็ได้ "ขวดพลาสติค" เป็นวัสดุที่สะดวก
ในการเก็บน้ำตาลและหาซื้อได้ง่าย แต่น้ำตาลสดที่เก็บในขวดพลาสติค
จะไม่มีกลิ่นหอม คุณชายังได้บอกว่า น้ำตาลสดที่เก็บได้ลงมาจากต้นแล้ว
จะต้องต้มก่อนจึงจะนำมากินได้ ถ้าจะให้น้ำตาลสดมีกลิ่นหอมมากขึ้น
คุณชาแนะนำให้ต้มใส่ใบเตย เริ่มต้นจากนำน้ำตาลสดมากรองให้สะอาด
ใส่ลงในกระทะต้มจนเดือด ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมากรอกใส่ถุงขาย
ถุงละ 5-10 บาท

จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่า ต้นตาลที่ปลูกอยู่มีทั้งต้นตัวผู้
และต้นตัวเมีย ส่วนใหญ่เกษตรกรจะต้องการต้นตัวเมียมากกว่า
เนื่องจากต้นตัวผู้จะไม่ให้ผลตาลสดแต่ยังให้น้ำตาลสดได้ วิธีการ
เก็บน้ำตาลสดจากต้นตัวผู้ ขนาดของงวงตาลควรจะมีความยาว
ประมาณ 50 เซนติเมตร และมีดอกเล็กบานพอประมาณ
ใช้ไม้คาบตาลต้นตัวผู้ (มีลักษณะแบน) บีบงวงตาลเบาๆ วันละครั้ง
ทำติดต่อกัน 3-4 วัน หักปลายงวงทิ้งประมาณ 1 นิ้ว รวมงวงตาล
3-4 งวง เข้าด้วยกัน ใส่กระบอกน้ำ แช่น้ำทิ้งไว้นาน 3 คืน วันรุ่งขึ้น
เทน้ำในกระบอกออก ทิ้งไว้ 1 คืน เช้าของวันต่อมาทดลองใช้
มีดปาดตาล ปาดงวงตาล ถ้ามีน้ำหวานไหลซึมออกมาไม่หยุด
ถือว่าใช้ได้แล้ว นำกระบอกไม้ไผ่หรือขวดพลาสติคใส่น้ำตาลสด
วิธีการเก็บน้ำหวานจากต้นตัวเมีย ขนาดของปลีที่เหมาะสมคือ
หลังจากที่ช่อดอกบานเป็นจั่นแล้ว ขนาดเท่ากับผลละมุดหรือ
ใหญ่กว่าเล็กน้อย ใช้ไม้คาบตาลต้นตัวเมีย (มีลักษณะกลม)
นวดตาลระหว่างจั่น ทำติดต่อกันประมาณ 3 วัน ตัดปลายจั่น
หรือปลีตาลทิ้งประมาณ 1 นิ้ว ทดลองใช้มีดปาดตาลปาดจั่นดู
ถ้ามีน้ำหวานไหลออกมาไม่หยุดก็ใช้ได้ ในกรณีที่ปาดปลายจั่นแล้ว
ไม่มีน้ำหวานไหลซึมออกมา ให้นำน้ำใส่กระบอกแช่จั่นดังกล่าว
ประมาณ 1 คืน พอวันรุ่งขึ้นเทน้ำในกระบอกทิ้ง ทดลองปาดหน้า
ปลีตาลใหม่ ถ้าไม่มีน้ำหวานไหลออกมาควรจะเปลี่ยนปลีตาล
หรือจั่นใหม่หรือเปลี่ยนต้นใหม่ ปล่อยให้ตาลต้นนั้นออกจั่น
ติดผลเพื่อเก็บเกี่ยวผลอ่อนหรือผลสุกไปทำขนมตาล
หรือผลิตจาวตาลต่อไป

คุณสงกรานต์ ด้วงอินทร์
บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 1 ตำบลท้อแท้
อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก มีอาชีพเฉาะลอนตาลขาย
โดยเก็บตาลจากต้นที่ตนเองปลูกทิ้งไว้และส่วนหนึ่งเช่าต้นใน
ราคาต้นละ 150 บาท ต่อปี คุณสงกรานต์บอกว่า จะเก็บตาลสด
ในแต่ละปีได้ประมาณ 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งจะเก็บได้ 3-6 ทะลาย
ส่วนใหญ่จะเก็บในช่วงเดือนเมษายนมากที่สุด ตาลแต่ละต้น
จะทำเงินให้ประมาณ 1,000 บาท ปัจจุบันคุณสงกรานต์
จะเฉาะลอนตาลขายเอง โดยขายส่งถุงละ 25 บาท
ถ้านำไปขายปลีกเองจะขายถุงละ 30 บาท

ปัจจุบันได้มีความคืบหน้าทางด้านการคัดเลือกสายพันธุ์ต้นตาลโตนด
ที่มีลักษณะดีเด่น เพื่อการขยายพันธุ์และแพร่พันธุ์ต่อไป
คุณนรินทร์ได้คัดเลือกสายพันธุ์ตาลโตนดไว้ได้แล้ว 1 สายพันธุ์
และตั้งชื่อว่า "นครสวรรค์ 80" โดยตั้งชื่อตามจังหวัดที่ค้นพบคือ
อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ลักษณะดีเด่นของตาลโตนด
ต้นนี้คือ ต้นค่อนข้างเตี้ย เจริญเติบโตช้า ให้ผลดก ผลค่อนข้างใหญ่
ให้ลอนตาลสดที่มีขนาดใหญ่กว่าต้นอื่น รสชาติดี เฉาะลอนตาลสด
ได้ง่าย นวดปลีตาลเพื่อผลิตน้ำตาลได้ง่าย ให้ปริมาณน้ำตาลสด
มากวันละ 20-25 ลิตร ต่อต้น ต่อวัน คุณนรินทร์จึงได้มีข้อแนะนำ
ไปยังสำนักวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร ควรจะนำ
สายพันธุ์ตาลโตนดต้นนี้ไปขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
เพื่อกระจายพันธุ์ให้เกษตรกรได้ปลูกต่อไปในอนาคตและหมดปัญหา
เรื่องต้นตาลตัวผู้ โดยทั่วไปตาลโตนดมีต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย
แยกอยู่คนละต้น ต้นตัวเมียจะใช้ประโยชน์จากทุกๆ
ส่วนของต้นได้มากกว่าต้นตัวผู้ ใช้ระยะเวลาในการปลูก
ประมาณ 10-12 ปี จึงจะเริ่มให้ผลผลิต

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05014010651&srcday=2008/06/01&search=no

_______________________________________________________


ต้นตาลโตนด ๙ ยอด
๙ พระยาแห่งเมืองขุขันธ์


ต้นตาลโตนด๙ยอด ต้นนี้ (ในภาพ) อยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ
ปกติพืชตระกูลปาล์ม เช่น มะพร้าว ตาล ก็จะมีเพียงยอดเดียว
แต่ต้นนี้สุดพิเศษ มีถึง๙ยอด

ที่ขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ กลับเคยมีต้นตาลโตนดที่มียอดถึง 9 ยอด
และมีอายุอยู่คู่กับเจ้าเมืองถึง 9 คน




ต้นตาลโตนด ๙ ยอด เป็นต้นตาลที่มีความแปลกเพราะลำต้นเดียว
แต่แตกแขนงลำต้นออกเป็น ๙ แขนง ๙ ยอด เคยมีชีวิต
ตั้งต้นตระหง่านมาตั้งแต่กำเนิดเมืองขุขันธ์
ณ หมู่บ้านตาดม หมู่ที่ ๘ ตำบลห้วยใต้
อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษได้ล้มตายลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙
ปัจจุบันยังคงเหลือแต่เพียงร่องรอย ภาพถ่ายแห่งอดีตมาถึงปัจจุบัน


วีดีทัศน์แนะนำเมืองขุขันธ์ฉบับย่อ

http://mueangkhukhanculturalcouncil.blogspot.com/2009_09_01_archive.html

_______________________________________________________

ประโยชน์ จาก ต้นตาลโตนด ศึกษาค้นคว้า ได้ที่...



http://province.m-culture.go.th/petchaburi/map/brain.htm
______________________________________________________


ต้นตาลโตนดด่าง หนึ่งในล้านเลยนะ


ใกล้เข้าไปอีกหน่อย


กล้องที่ใช้ถ่ายภาพนี้ น่าจะราคาไม่เบา


เลนส์ ที่ซูมได้ระดับนี้ น่าจะไม่ถูก


ฝีมือการถ่ายภาพ เยี่ยมยอด (ถึงยอดตาล)


ชมกันหลายๆภาพแล้ว ต้องยกให้คุณHKK ได้ใจคนรักตาลโตนด


ชอบภาพนี้ จริงๆ

ภาพต้นตาลโตนดด่าง ชุดนี้
คุณHKK ถ่ายภาพจาก จังหวัดเพชรบุรี เอื้อเฟื้อ ให้โอกาสบล็อกนี้บันทึกไว้
ขอบพระคุณ มากครับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=trid#
_______________________________________________________


เริ่มแล้วปรับภูมิทัศน์เพิ่มความงามเกาะกลางถนนภูเก็ตใช้งบ 20 ล.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์15 ต.ค. 2552


ศูนย์ข่าวภูเก็ต -
เริ่มแล้วปรับภูมิทัศน์เกาะกลางถนน ใช้งบกว่า 20 ล้าน “ลงต้นตาลโตนด”
ผู้ว่าเผยเสร็จภายใน 2 เดือน จัดโครงการคืนต้นตาลโตนดให้ “ย่ามุกย่าจัน


นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เกาะกลางถนน
บริเวณถนนเทพกระษัตรี ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักที่ประชาชนและ
นักท่องเที่ยวใช้ในการสัญจรเข้าออกจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่บริเวณ
ทางเข้าสนามบินภูเก็ตจนถึงสามแยกบายพาสว่า สำหรับโครงการ
ปรับปรุงภูมิทัศน์เกาะกลางถนนสายดังกล่าวนั้นเป็นนโยบายของ
จังหวัดที่ต้องการจะปรับภูมิทัศน์เมืองของจังหวัดภูเก็ตให้มีความสวยงาม
สมกับที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทำหน้าที่ในการรับแขกทั้งคนไทยและ
ชาวต่างชาติ รวมทั้งแขกระดับวีไอพีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง
ที่มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งมีคนเดินทางเข้ามา
จำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม



ประกอบกับต้นไม้ที่ปลูกไว้ที่บริเวณเกาะกลางเดิมซึ่งเป็นต้นประดู่นั้น
ถูกตัวหนอนเจาะทำลายจนตายไปเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะนำ
ต้นตาลโตนดซึ่งเป็นต้นไม้ที่คิดว่าเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดภูเก็ต
อีกอย่าหนึ่งมาปลูกซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการดูแลและมีความสวยงาม
ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการถามความคิดเห็นของคนหลายฝ่ายแล้ว
และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางรัฐบาลในการดำเนินการ
ระยะแรก 10 ล้านบาท และมีงบเพิ่มเติมจากงบพัฒนาจังหวัด
อีกประมาณ 10 กว่าล้านบาทในการดำเนินการปลูกต้นตาลโตนด
บนเกาะกลางถนนระยะทางร่วมประมาณ 20 กิโลเมตร



นายวิชัยกล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินการนั้นขณะนี้มีความคืบหน้า
ไปมากแล้วโดยผู้รับเหมาได้ดำเนินการปลูกต้นตาลโตนดไปแล้ว
จำนวนมาก คาดว่าสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
และหลังจากที่ดำเนินการปลูกต้นตาลแล้วเสร็จก็จะมีการปลูกต้นไม้
คลุมดินบริเวณโคนต้นตาลเพื่อให้มีความสวยงาม และจะจัดให้มี
โครงการคืนต้นตาลโตนดให้กับย่ามุกย่าจันด้วย
แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันและเวลาที่จัดเจน
__________________________________________________


ตาลโตนด
“ตาล”มาจากคำว่า “ตาละ” ในภาษาฮินดู หมายถึง “ต้นตาลโตนด”
ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่ถูกกล่าวถึงในพุทธประวัติขององค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีใจความว่า
“ในพรรษาที่สองหลังจากที่พระพุทธเจ้าสำเร็จสัมมามัมโพธิญาณ
ได้เสด็จไปประทับ ณ ลัฏฐิวนุทยาน (ลัฏฐตาล) เพื่อโปรด
พระเจ้าพิมพิสาร ราชาแห่งแคว้นมคธรวมทั้งบริวารเข้าเฝ้า
พระเจ้าพิมพิสารได้ทูลเชิญเสด็จให้เข้าประทับในเมืองพร้อม
กับถวายพระกระยาหาร และได้ถวายเวฬุวนารามแด่พระพุทธเจ้า
และพระสงฆ์สาวก ทั้งนี้พระเจ้าพิมพิสารคงจะทรงเห็นว่า
ป่าไม้ไผ่นั้นร่มเย็นดีกว่าป่าตาลเป็นแน่”

นอกจากนี้ได้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “ลูกตาล” ในพุทธประวัติว่า
พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้นำผลไม้และผลของพืช
จำนวน 10 ชนิด ได้แก่ มะพร้าว ทุเรียน ฟักเขียว แตงโม
น้ำเต้า ขนุน แตงไทย ฟักทอง ข้าวสาลี และลูกตาล หรือ
ผลไม้อื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันนี้ใช้ทำน้ำอัฐบาน เพราะเป็น
มหาผล (ผลใหญ่) พระภิกษุสามเณรจะสามารถฉันผลไม้
เหล่านี้ได้เฉพาะช่วงเวลาเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น

ลักษณะของต้นตาลโตนด

ลำต้น
ตาลโตนดเป็นพืชลำต้นเดี่ยว ไม่มีหน่อ ลำต้นมีขนาดใหญ่ และ
สูงชะลูด เมื่อต้นตาลเติบโตเต็มที่ จะสูงประมาณ 25-27 เมตร
บางต้นอาจสูงถึง 30 เมตร ลำต้นมีลักษณะตรงหรอโค้ง
เล็กน้อย โคนต้นอวบใหญ่วัดขนาดได้รอบประมาณ 50 เซนติเมตร
มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 ฟุต ต้นตาลจะมีลำต้นขนาด
ใหญ่ไปจนถึงยอด เปลือกลำต้นขรุขระ และเป็นวงปล้องซ้อนๆ
กันเพราะใบที่หลุดออกไปแล้ว ลำต้นเป็เสี้ยนสีดำ แข็งมาก
เหนียว ไม่หักง่าย แต่ไส้กลางลำต้นอ่อน

ใบ
ใบตาลเป็นใบประกอบสีเขียวเข้ม มีลักษณะคล้ายฝ่ามือ
ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย หรือรูปพัด (Fan Leaf) มีรัศมี
ประมาณ 4 เมตร ความกว้าง ของใบวัดได้ 50-70 เซนติเมตร
แต่ละใบจะมีใบย่อยเรียกว่า เซกเมนท์ (Segment) ซึ่งจะแตก
ออกจากจุดๆเดียวกันที่ปลายก้อนใบ ตามทางจะมีหนามทู่สีดำ
ติดอยู่ ยอดตาลจะมีใบตาลประมาณ 25-40 ใบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
อายุของตาลเป็นหลัก ถ้าตาลต้นใดไม่ได้ใช้ใบเป็นประโยชน์
ปล่อยทิ้งไว้ จนกระทั้งใบแก่มีสีน้ำตาลอ่อน
ใบแก่จะห้อยแบบลำต้นคลุมบริเวณคอตาลเป็นรัศมีครึ่งวงกลม
แต่ละใบจะมีอายุไม่เกิน 3 ปี ตาลโตนดต้นหนึ่งๆ สามารถให้
ใบตาลได้ 12-15 ใบต่อปี ส่วนที่เป็นก้านใบ หรือทางตาลยาว
ประมาณ 1-2 เมตร ก้านใบจะมีความแข็งแรง ทางตาลจะหนา
โค้งตามความยาว และมีหนามแหลมรอบทั้งสองด้านลักษณะ
เป็นฟันเลื่อยขนาดไม่สม่ำเสมอกัน ตาลโตนดจะผลิตใบได้ 1 ใบ
ต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน

ดอก
ตาลโตนดจะออกดอดเป็นช่อ โดยดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย
จะแยกกันอยหู่คนละต้น ช่อดอกตัวผู้เรียกว่า “งวงตาล”
ยาวประมาณ 1.5-2 เมตร ต้นตัวผู้จะไม่ติดผล แต่สามารถ
ผลิตน้ำตาลจากช่อดอกได้ในขณะที่ช่อดอกยังอ่อนอยู่
ความแตกต่งระหว่างต้นตัวผู้และต้นตัวเมียยากที่จะแยกได้
โดยอาศัยลักษณะทางสัณฐาน เนื่องจากไม่พบลักษณะ
เฉพาะเจาะจง ยกเว้นเมื่อต้นออกดอกและติดผลแล้วเท่านั้น
ช่อดอกของตัวผู้แตกแขนงออกเป็น 2-4 งวงต่อก้านข้อ ยาว
งวงละประมาณ 30-40 เซนติเมตร ในแต่ละงวงจะมีดอกเล็กๆ
จำนวนมาก ต้นตัวผู้ต้นหนึ่งๆ จะมีช่อดอกประมาณ 3-9 ช่อ

ส่วนช่อดอกของต้นตัวเมียเรียก “ปลีตาล”
จะมีดอกน้อยกว่าดอกตัวผู้ ประมาณ 10 ดอก ในช่อกลุ่ม
มีงวง 3 งวง ต้นตัวเมียจะออกช่อหลังต้นตัวผู้เล็กน้อย
แต่ละช่อจะมีดอกที่มีขนาดใหญ่ และชุ่มน้ำหวานมากกว่า
ในแต่ละช่อของต้นตัวผู้และตัวเมียจะทยอยออกช่อดอกเรื่อยๆ
แม้นจะมีจำนวนน้อย แต่ก็สามารถเก็บรองน้ำตาลได้ตลอดทั้งปี
ตาลโตนดที่มีอายุ 12 – 15 ปี สามารถเริ่มรองน้ำหวานมา
ทำน้ำตาลได้ โดยอาจเริ่มปาดตาลเมื่อมีดอกเป็นปีแรก
แต่จะได้น้ำหวานในปริมาณน้อย และมีปริมาณความหวาน
อยู่ระหว่าง 9 – 16.5เปอร์เซ็นต์ ตาลหนึ่งต้น สามารถรอง
น้ำหวานติดต่อกันได้นาน 22 เดือน เป็นอย่างน้อย และรอง
น้ำหวานได้ทุกปีติดต่อกัน 3-4 ช่วงอายุคน หรือประมาณ 80 ปี

ผล
ผลตาลมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ
1. (Exocarp) เป็นเปลือกชั้นนอก มีผิวเรียบเป็นมัน
2. (Mesocarp) เป็นเส้นใยละเอียด

3. (Emdocarp) เป็นเปลือกหรือกะลาแข็งหุ้มเมล็ด ผลตาลโตนด
จะให้ดอกให้ผลหลายครั้งจนกว่าจะแก่ตายไป ผลอ่อนมีสีเขียว
ติดอยู่บนทะลายคล้ายมะพร้าว ผลแก่จัดมีสีน้ำตาลเข้ม
หรือสีดำเป็นมัน ผลโตขนาดเท่าผลส้มโอ ภายใน เป็นเส้น
ละเอียด เมื่อสุกจะมีสีเหลืองแก่และมีกลิ่นหอม เนื้อผลประกอบ
ไปด้วยแป้งและน้ำตาล ทะลายหนึ่งมีประมาณ 10 – 15 ผล
ตาลลูกหนึ่งมักมีเต้าตาลอ่อนอยู่ 2- 3 เต้า เมื่อปาดเปลือกตาล
ออกเพื่อแคะเต้าตาล ที่เรียกกันว่า “ลูกตาลอ่อน” “ลูกตาลสด”
หรือ “ลอนตาล” จะมีเนื้อสีขาวใส นิ่ม รสหวานเย็น และเปลือก
บางกว่าลองกอง มีลักษณะแบบนๆ ยาวประมาณ 3 นิ้ว
กว้าง 2 นิ้ว และหนาประมาณ 0.5 นิ้ว
ผลตาลจะออกเฉพาะต้นตัวเมียเท่านั่น ระยะเวลาตั้งแต่ออก
ดอกจนถึงเก็บผลอ่อนจะใช้เวลาประมาณ 75 – 80 วัน
โดยผลจะออกเวียนรอบต้นตามก้านใบ ซึ่ง 1 ก้านใบ
จะออก 1 ปลี ใน1 ปลีจะให้ช่อดอกประมาณ 3ช่อซึ่งแต่
ละช่อก็จะให้ผลผลิตจำนวน 1 ทะลาย และทุกๆ 1 ทะลาย
จะมีผลตาลประมาณ 10 – 20 ผล ส่วนเมล็ดลูกตาล
สามารถนำไปเพาะได้ พอเริ่มงอก ต้นในเมล็ดจะเปลี่ยน
เป็นจาวตาล มีสีเหลืองอ่อน มีเนื้อแข็งคล้ายจาวมะพร้าว
แต่แน่นกว่า และมีรสชาติที่อร่อย

ราก
รากมีลักษณะเป็นเสี้ยนกลมยาวเป็นกระจุกคล้ายมะพร้าว
แต่จะไม่แผ่ไปตามผิวดินเหมือนรากมะพร้าว จึงไม่รบกวน
ต้นข้าวเมื่อปลูกลงบนคันนา เนื่องจากรากของต้นตาลจะ
หยั่งลึกลงไปในดินได้ลึกมาก จึงยึดติดดินได้ดี โอกาสที่
ต้นตาลจะโค่นล้มหรือถอนรากจึงเป็นไปได้ยาก ที่ผ่านมา
คนไทยนิยมปลูกต้นตาลเพื่อเป็นเส้นหลักในการแบ่งเขต
ของคัน หรือเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับดินในบริเวณที่
ทำการทดน้ำเข้าพื้นที่นา

การขยายพันธุ์ตาลโตนดในประเทศไทย
ตาลโตนดขึ้นได้บนดินทุกชนิด ทนทั้งความแห้งแล้ง และน้ำท่วม
แต่ไม่ชอบดินที่มีสภาพเป็นกรด โดยเฉพาะในที่ชุ่มชื้น
ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด

วิธีการเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดแก่ที่ตกอยู่ตามโคนต้น
มาฝังดิน ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร หลังจากนั้น 2 - 3 เดือน
กล้าอ่อนก็จะเริ่มงอก ในระยะปีแรกๆห การเจริญเติบโตของตาลโตนด
จะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยเฉลี่ยแล้วปีหนึ่งจะมีใบใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 1 ใบ
เท่านั้น เมื่อตาลโตนดอายุประมาณ 5 – 6 ปี ลำต้นจะสูง
เพียง 1 เมตร จากนั้นจะเป็นระยะที่ลำต้นยืดตัวสูงขึ้นปีละ 1 เมตร
หลังจากระยะนี้ไปลำต้น จะยืดตัวสูงขึ้นอีกปีละ 30 เซนติเมตร
ดังนั้น ตาลโตนดอายุ 10 – 15 ปี จะสูงเพียง 4 -5 เมตร
ถือว่าเป็นระยะเริ่มให้ดอกผล นักวิจัยเชื่อว่า ตาลโตนดให้ผล
ครั้งแรกประมาณ 15 – 20 ปี แต่ชาวบ้านเชื่อว่า ตาลโตนด
จะให้ผลครั้งแรก เมื่ออายุ 15 ปี บางทีลดลงมาเหลือ 12 ปี
ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์ของดิน

พันธุ์ตาลโตนด
พันธุ์ตาลโตนด ที่ปลูกทั่วไป มีอยู่ 3 พันธุ์คือ
1. โตนดหม้อ ลำต้นตรงใหญ่แข็งแรง ผลใหญ่ สีค่อนข้างดำ
เปลือกหนา ใน 1 ผล มี 2 – 4 เมล็ดให้ผลประมาณ 15 – 30 ผล
ต่อทะลาย จะให้ผลเมื่ออายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป
ทั้งนี้แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของลำต้นและการดูแลรักษา

2. โตนดไข่ ลำต้นใหญ่แข็งแรง ผลค่อนข้างใหญ่
เปลือกสีเหลืองอมดำ ใน 1 ผล มี 2-3 เมล็ด
ให้ผลประมาณ 15 – 30 ผลต่อทะลาย จะให้ผลเมื่ออายุ
มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ส่วนพันธุ์ตาลโตนดไย่ ตาลโตนดหม้อ
จะ สามารถสังเกตความแตกต่างของทั้งสองสายพันธุ์ได้
อย่างชัดเจน เพราผลตาลโตนดไข่นั้นลูกเล็ก มีสีเหลือง
ตลอดผิวผล และมีประเป็นจุดๆ สีดำทั่วไป เนื้อเยื้อจะมี
ความชื้นมาก ให้แป้งน้อง ส่วนตาลโตนดหม้อลูกใหญ่
บางผลยาวถึง 30 เซนติเมตร และวัดผ่านกลางได้
ถึง 23 เซนติเมตร ผิวผลดำสนิท มีสีเหลืองเล็กน้อย
บริเวณก้นผลเท่านั้น เยื่อมีความชื้นน้อยและให้แป้งมาก

ประเภทของตาลโตนด
ตาลโตนดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตาลตัวผู้ และตาลตัวเมีย
ตาลตัวผู้ จะมีงวง

ตาลตัวเมีย จะมีลูกเป็นยวง เรียกว่า ทะลาย
เมื่อตาลเจริญเติบโตได้ประมาณ 18 ปี ก็จะให้ผลผลิต
ข้อสังเกตว่าเป็นตาลตัวผู้ตัวเมีย
1. ดูได้จากสัดส่วนของลำต้น ถ้าลำต้นโค้งเว้าเป็นตาลตัวเมีย
และถ้าลำต้นสูงตรงเป็นตาลตัวผู้
2. ดูจากการเวียนของใบ ถ้าเวียนจากขวาเป็นตาลตัวผู้ ถ้าเวียนจากซ้ายเป็นตัวเมีย

การปลูกตาลโตนด
วิธีปลูกตาลโตนด สามารถทำได้ดังนี้

1. การปลูกจาเมล็ดที่ได้จากการเพาะ โดยนำเมล็ดตาลที่มี
รากงอกแล้วไปปลูกในหลุม ขนาดลึกประมาณ 25 *25 เซนติเมตร
ระวังอย่าให้ปลายรากตาลหัก เพราะถ้าส่วนรากหักจะปลูกต้นตาล
ไม่ขึ้น หลังจากนั้นให้รดน้ำบนหลุมให้ชุ่ม แต่ถ้าช่วงไหนมีฝน
ก็ไม่ต้องรดน้ำอีก หลังจากปลูกตาลได้ 30 วัน ต้นตาลก็
จะงอกพ้นดินขึ้นมาเรื่อยๆ ระยะที่ปลูกที่เหมาะสม คือ
ระยะ 6*6 เมตร ถึง 8*8 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์
ของดินด้วย และต้นตาลที่เกิดจากการเพาะเมล็ดจะมีรากยาว
ประมาณ 30-60 เซนติเมตร และจะหยุดการเจริญเติบโต
พร้อมกับการพัฒนาต้นอ่อนในราก

2. การปลูกแบบนำผลตาลสุกทั้งผลไปวางไว้ในที่เตรียมเอาไว้
จะต้องขุดหลุมฝังตาลให้ดีเพื่อป้องกันสัตว์กิน หรือกัดแทะ
ซึ่งการปลูกวิธีนี้อาจจะทำให้ต้นตาลงอกพร้อมกันหลายต้น
ให้ถอนต้นที่ไม่ต้องการออก และทำรั้วป้องกันไม่ให้สัตว์ไป
เหยียบต้นตาล และควรปลูกตาลในระยะที่กำหนด คือ
ตั้งแต่ 6*6 หรือ 8*8 เมตร เป็นอันว่าเรียบร้อย
_______________________________________________

การปลูกต้นตาลโตนดในกระถาง
จากการลงไปศึกษาข้อมูลการปลูกตลโตนดในกระถาง
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2540 ของนายณรงค์ พงศ์อนันต์
อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 516 /8 ตลาดระโนด ตำบลระโนด
อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งประกอบอาชีพส่วนตัว
สนใจและชอบปลูกไม้กระถาง ไม้แคระมานาน 10 กว่าปีแล้ว
จนเป็นที่ยอมรับของสมาชิกปลูกไม้แคระ
ปัจจุบันเป็นประธานชมรมไม้แคระ อำเภอระโนด

จากการสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวการปลูกต้นตาลโตนดในกระถาง
นายณรงค์ เล่าว่า ตนเริ่มสนใจปลูกตาลโตนดในกระถางเมื่อราวๆ
ปี พ.ศ. 2536 โดยเก็บเมล็ดตาลสุกมาเพาะ ในกระป๋องนมผง
ใช้ดินผสมขี้เถ้า เพื่อความร่วนซุย ดูแลรดน้ำเหมือนไม้ดอก
ไม้ประดับทั่วไป นานประมาณ 7-8 เดือน หน่อตาลโตนด
ที่เพาะยังไม่โผล่ให้เห็น กระป๋องนมเริ่มผุเปื่อย จึงรื้อดูพบหน่อ
ตาลงอกอยู่บริเวณส่วนก้นกระป๋องจึงย้ายหน่อตาลมาปลูก
ในกระถางดินเผา และได้ดูแลต่อมาต้นตาลโตนดจึงเริ่ม
แตกหน่อแตกใบในปีต่อมา ปัจจุบัน ต้นตาลดังกล่าวอายุ 8 ปี
และได้มอบให้โครงการฯ เป็นตัวอย่างเพื่อศึกษาการเจริญเติบโต
ของการปลูกต้นตาลโตนด ในกระถาง เป็นไม้ประดับหรือ
ไม้แคระตาลโตนดต่อไป

วิธีการปลูกและดูแลรักษาต้นตาลโตนดในกระถาง
1. เมื่อต้นกล้าตาลโตขึ้น รากงอกมากขึ้นจึงทำการเปลี่ยน
กระถางให้ใหญ่ขึ้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนดินแต่ให้เพิ่มดินใหม่ได้
2. ห้ามตัดรากออกเป็นจะทำให้ต้นตาลตายได้ แต่ให้ตัดทาง
ออกได้เพื่อให้ต้นตาลแตกยอดเร็วขึ้น
3. รดน้ำทุกวันเหมือนไม่กระถางทั่วไป ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี
แต่ให้ใส่ปุ๋ยคอกบ้างก็น่าจะดี
วิธีขุดต้นตาลจากแหล่งธรรมชาติมาปลูกในกระถาง
1. รดน้ำบริเวณรอบโคนให้ชุ่มก่อนขุด
2. ใช้เสียมค่อยๆขุดดินรอบๆโคน ระมัดระวังอย่าให้ดินหุ้มรากร่วง
ขุดจนถึงส่วนล่างของรากตาล
3. ระมัดระวังอย่าให้รากขาด โดยเฉพาะรากเส้นยาวที่งอกจาก
ส่วนกลาง ของโคนพุ่งตรงลงสู่ดิน เป็นเดี่ยวเรียกว่า “รากสะดือ”
4. หากรากสะดือขาด ให้ใช้ถุงพลาสติกหุ้มรากมัดให้แน่น
ป้องกันน้ำจากลำต้นไหลออกเพราะหากน้ำไหลออกมาทำให้
ต้นตาลสูญเสียน้ำและตายได้
5. เมื่อขุดต้นตาลใส่กระถางแล้ว ใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่
คลุมอบทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน คอยสังเกตการณ์เจริญเติบโต
ของต้นตาล หากต้นตาลแข็งแรงดีแล้ว จึงเปิดถุงที่หุ้มออก
และดูแลได้ตามปรกติเช่นเดียวกับไม้กระถางทั่วไป

ตาลโตนดที่ปลูกในประเทศไทย

ปัจจุบันคนไทยจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ต้นตาลที่ปลูกในประเทศไทย
เป็นสายพันธุ์ต้นตาลที่มาจากอินเดีย ทั้งในหนังสือ “แนวสังเขป
โบราณคดีรอบอ่าวบ้านดอน” ท่านพุทธทาสภิกขุ ก็เชื่อใน
ข้อสันนิษฐานดังกล่าวโดยแสดงความคิดเห็นว่า “ต้นตาลจะมี
ทุกแห่งที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดีย มีผู้เชื่อว่า ชาวอินเดียที่เข้ามา
นั้นเอง ได้นำเอาพันธุ์ต้นตาลติดมาด้วย และปลูกเป็นไม้สำคัญ
ทั่วประเทศไทย” ดังนั้นข้อสันนิษฐานดังกล่าวจึงน่าจะเป็นไป
ได้สูง เนื่องจากแหล่งปลูกต้นตาลโตนดจำนวนมากตั้งแต่อดีต
ส่วนใหญ่เป็นเมืองท่าสำคัญที่มีการติดต่อกับอินเดียมาก่อนทั้งสิ้น
เช่น เมืองเพชรบุรี สุพรรณบุรี(อำเภออู่ทอง)
ชัยนาท(อำเภอสรรคบุรี) นครปฐม(อำเภอนครชัยศรี)
นครศรีธรรมราช สุราษฏ์ธานี (อำเภอไชยา) สงขลา ฯลฯ
ต้นตาลจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องที่ เช่น ตะนอด
ตาลโตนด ตาลใหญ่ ตาล ทอถู ทะเนา ห้าง โหนด เป็นต้น

ในอดีตที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบุรี และสุพรรณบุรี ถือเป็นแหล่ง
ที่มีการปลูกต้นตาลจำนวนมาก จากการสำรวจพื้นที่การปลูก
ตาลโตนด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา ปี พ.ศ. 2542
ได้ระบุว่า จังหวัดสงขลามีปริมาณต้นตาลโตนดมากที่สุด
ในประเทศไทย คือมากกว่า 3 ล้านต้น ครอบคลุมพื้นที่
6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสิงหนคร อำเภอกระแสสินธุ์
อำเภอระโนด อำเภอควนเนียง และอำเภอรัตภูมิ
สำหรับการปลูกตาลโตนดในพื้นที่ภาคใต้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ดังจะเห็นได้จากหลักฐานทางโบราณคดี ที่มีการกล่าวถึงการ
ปลูกตาลโตนดในการสร้างสวนเกษตรหรือสวนสาธารณะ
ของพระราชาศรีชัยนาศ หรือศรีชยนาถ เมื่อ พ.ศ. 1227
โดยจดบันทึกในจารึกตาลังตูโวที่เมืองปาเล็มบังว่า
“สิ่งที่พระองค์ปลูกลงที่นี่ คือ มะพร้าว หมาก ตาล สาคู
และต้นไม้อื่นๆอีกหลายชนิดที่ผลรับประทานได้รวมทั้งต้นไผ่
เพื่อเป็นหนทางอันดีที่สุดแก่พวกเขาในอันที่จะได้ความสมบูรณ์
พูนสุขหากเมื่อใดเขาหิวในขณะหยุดหรือระหว่างทางก็สามารถจะหา
อาหารและน้ำดื่มได้” (ตามรอยศรีชัย.นงคราญ ศรีชาย . 2544:23)
โดยทั่วไปต้นตาลโตนดมี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ที่มีผลดำ
เรียกว่า “ตาลกา” และพันธุ์ที่มีผลสีแดง เรียกว่า”ตาลข้าว”
ทั้งสองพันธุ์มีลักษณะสรีรวิทยาที่ใกล้เคียงกัน แต่พบว่า
พันธุ์ที่มีผลสีแดงจะให้ผลผลิตที่สูงกว่าพันธุ์สีดำเล็กน้อย
แต่บนคาบสมุทรสทิงพระ อาณาเขตพื้นที่จังหวัดสงขลา
พบว่า มีตาลโตนดที่แตกต่างไปจากที่ระบุไว้ซึ่งอาจเกิด
จากการกลายพันธุ์จาก 2 พันธุ์ที่รู้จักกันโดยทั่วไป
ชาวบ้านเรียกว่า “ตาลขี้หมิ้น”

ในพ.ศ. 5484 สมัยที่ จอมพลป. พิบูลสงคราม
เป็นนายกรัฐมนตรี กรมป่าไม้ได้ริเริ่มให้มีการปลูกต้นไม้
ประจำปีขึ้น ทำนองเดียวกับ Arbor Day (วันฟื้นฟูป่าที่ได้
รับผลกระทบจากสงครามของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากระยะ
เวลานั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้แผ่มากระทบ
ถึงเมืองไทย ในรูปสงครามมหาเอเชียบูรพา ป่าไม้ใน
เมืองไทยได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วยหลายประการ
กรมป่าไม้ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตามส่วนภูมิภาค
ร่วมกับคณะกรรมการจังหวัดและคณะกรรมการอำเภอ
จัดปลูกตามสถานที่ราชการ และโรงเรียนต่างๆ
(วารสารบางกอก.คอลัมน์: ณบางกอก .ศรีชัยพฤกษ์ . 2545 )
ชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอสทิงพระจำนวน 6 คนบอกว่า
ทางอำเภอได้มี คำสั่งให้ครู นักเรียน และชาวบ้าน
อำเภอสทิงพระ ปลูกตาลโตนดคนละ 5 ต้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2541

สมัยนายบัญญัติ จันเสนะ ผู้ว่าราชการจังหวัด มีนโยบายของ
จังหวัดสงขลาให้ส่วนราชการต่างๆ รณรงค์ปลูกต้นตาลโตนด
เพิ่มในพื้นที่ทั้งจังหวัด ปีละ 10,000ต้น อำเภอสทิงพระ
จังหวัดสงขลา ถือเป็นแหล่งปลูกตาลโตนดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
ของประเทศ และชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ก็ได้ปลูก
ต้นตาลโตนดเป็นพืชเศรษฐกิจมานาน จึงมีจำนวนต้นตาลโตนด
ในอำเภอสทิงพระ มากถึง3,000,000 ต้น เนื่องจากตาลเป็นไม้
ยืนต้น ที่ให้ประโยชน์สารพัด แต่ขณะนี้จำนวนต้นตาลกำลังลดลง
เนื่องจากการทำลายจากการทำนากุ้ง และนำไปใช้ทำเครื่องเรือน
หากไม่มีการปลูกเพิ่มโอกาสที่ต้นตาลโตนดซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ
ของอำเภอสทิงพระจะสูญหายไปจึงมีสูง

ในช่วงที่ผ่านมาทางอำเภอสทิงพระ จึงพยายามเพิ่มมูลค่า
จากตาลโตนดโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ อบต. ละ
100,000บาท และเทศบาลตำบลสทิงพระ 200,000บาท
ให้อบต. 11 แห่งรับซื้อลูกตาลโตนดจากชาวบ้านในราคายุติธรรม
มาเพาะเป็นกล้าไม้ปลูกในกระถามเพื่อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ
โดยวิทยาลัยการอาชีพสมเด็จเจ้าพะโค๊ะได้มาช่วยออกแบบ
_________________________________________________



ชาวบ้าน ต.พุสวรรค์ พบต้นตาลประหลาด แตกยอดออกมา ๑๗ ยอด
ที่ต.พุสวรรค์ อ.แก่งกระจาน

ต้นตาลประหลาด แตกยอดออกมาจำนวน ๑๗ ยอด
ที่หมู่บ้านพุสวรรค์ อำเภอแก่งกระจาน โดยเจ้าของบ้านเชื่อว่า
ต้นตาลต้นนี้มีเทพมาสิงสถิตอยู่เพื่อคุ้มครองคนในครอบครัว

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ ๕๓ หมู่ ๔ ต.พุสวรรค์
อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังได้รับแจ้งจาก
นางบุญรงค์ พันธ์น้อย อายุ ๕๕ ปี เจ้าของบ้านว่ามี
ต้นตาลประหลาดจึงเดินทางไปตรวจสอบพบต้นตาล ๑ ต้น
ซึ่งเป็นต้นตาลที่ชาวบ้านเรียกกันว่าตาลเมียคือสามารถเก็บลูกตาล
นำไปขายได้ ส่วนตาลตัวผู้จะมีไว้เพื่อใช้ผลิตเป็นน้ำตาล
มีความสูงประมาณ ๕ เมตร อายุกว่า ๒๐ ปี ปลูกอยู่
ระหว่างบ้าน ๒ หลัง และด้านหน้าของต้นตาลประหลาด
มีศาลเจ้าที่ ๑ หลัง ส่วนต้นตาลประหลาดดังกล่าวมีผ้า 3 สี
ผูกอยู่กลางต้น และที่แปลกประหลาดไปจากต้นตาลตามปกติทั่วไป
ก็คือ ต้นตาล ๑ ต้นก็จะมี ๑ ยอด แต่ต้นตาลต้นนี้ มียอดงอก
ออกมาบนต้นถึง ๑๗ ยอด และมีลูกตาลลูกเล็กๆออกตามงวงตาล
ซึ่งแปลกจากต้นตาลที่มีอยู่ตามปกติในพื้นที่ของจังหวัดเพชรบุรี
จากการสอบถามนามบุญรงค์ เจ้าของบ้านเล่าว่า ได้ปลูกต้นตาลนี้มา
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๖ และได้พยายามฟันทิ้งหลายครั้งแต่ต้นตาลต้นนี้
ก็ไม่ยอมตายแตกยอดใหม่ขึ้นมาก็เลยปลูกไว้ แต่ก่อนที่ตาลต้นนี้
จะมีรูปร่างที่แปลกเช่นนี้ซึ่งยายของตนที่กำลังนอนป่วยอยู่ภายในบ้าน
ได้ฝันเห็นผู้หญิงสวมชุดสีขาวมาพูดคุยและมานั่งบีบนวดให้กับยาย
ของตนที่กำลังนอนป่วยอยู่ จึงไปหาหมอดูเพื่อทำนายความฝัน
โดยหมอดูบอกว่าต้นตาลต้นนี้มีเจ้าของซึ่งเป็นเทพมาอาศัยอยู่
๒ องค์ มีชื่อว่า เจ้าแม่ชบาวงศ์ และเจ้าพ่อขุนไทร
ที่มาอยู่ด้วยเพื่อคุ้มครองคนภายในบ้านและทุกวันนี้ยายของตน
ยังคงเห็นผู้หญิงชุดชาวนี้เสมอไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน
จึงได้ตั้งศาลเล็ก ๆ ไว้เพื่อกราบไหว้สักการะบูชาต่อไป
////////////////////// (๐๖/๐๔/๔๙) ทีมข่าว รายงาน

ผู้โพสต์ : ทีมข่าวเคเบิ้ลเพชร วันที่ : 06 - เม.ย. - 49
______________________________________________________


โครงการตามหาต้นตาลที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบุรี


จังหวัดเพชรบุรีร่วมกับสมาคมชาวเพชรบุรีและองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดเพชรบุรี ได้จัดทำโครงการปลูกต้นตาลล้านต้น ตั้งแต่ปี
2549-2551 โดยเห็นว่า ต้นตาลเป็นไม้ยืนต้นคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี
และมีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีมาช้านาน ประชาชน
ได้นำผลผลิตจากต้นตาล มาประกอบอาหารทั้งคาว หวาน และยัง
แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อีกมากมายเป็นการสร้างรายได้ และ
ชื่อเสียงให้กับชาวเพชรบุรี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนเป็นที่ยอมรับ
ของคนทั่วไปว่า จังหวัดเพชรบุรีน่าจะมีต้นตาลมากที่สุดของประเทศไทย

เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับ โครงการปลูกต้นตาลล้านต้น
เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นการกระตุ้นส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน
รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้ต้ื่นตัวในเรื่องของตาลโตนด จังหวัดเพชรบุรี
ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัด จัดให้มีการประกวดต้นตาลที่สูง
ที่สุดขึ้น โดยกำหนดให้อำเภอคัดเลือกต้นตาลที่สูงที่สุดในอำเภอ
อำเภอละ 1 ต้น ส่งเข้าแข่งขัน ซึ่งคณะกรรมการตัดสินระดับจังหวัด
ได้ดำเนินการคัดเลือกต้นตาลที่สูงที่สุด ระหว่างวันที่
13-14 กันยายน 2550 ผลปรากฏดังนี้

ลำดับที่ 1 ได้แก่ ต้นตาลเพศผู้ ของนายสง่า ศิรินันท์
หมู่ที่ 3 ตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
วัดความสูงได้ 37.22 เมตร

ลำดับที่ 2 ได้แก่ ต้นตาลเพศผู้ ของนายอ้อน เย็นตั้ง
หมู่ี่ที่ 6 ตำบลห้วยท่าช้าง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
วัดความสูงได้ 29.39 เมตร

ลำดับที่ 3 ได้แก่ ต้นตาลเพศเมีย ของนายพรศักดิ์ คำแน่น
หมู่ที่ 11 ตำบลดอนยาง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
วัดความสูงได้ 26.92 เมตร

http://phetchaburi.doae.go.th/tan_phet/tantall.htm
_______________________________________________________



อ่านรายละเอียดพร้อมภาพประกอบได้ จาก บล็อกคุณปลาเค็มhttp://http://gotoknow.org/blog/panidol/128134



อ่านรายละเอียดพร้อมภาพประกอบได้ จาก บล็อกคุณปลาเค็ม
http://http://gotoknow.org/blog/panidol/150085

_______________________________________________________




ความเป็นมาของ ตาลโตนด
http://phetchaburi.doae.go.th/tan_phet/menu_tan.htm
_______________________________________________________



ชื่อสินค้า : น้ำตาลโตนดผง
รายละเอียด :


มีบรรจุ 2 ขนาด คือ

บรรจุเป็นซองๆละ 6 กรัม มี 30 ซอง/กล่อง = 180 กรัม

บรรจุเป็นถุงซิปล็อค บรรจุ 200 กรัม



******************************************

จังหวัดเพชรบุรี จะนึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจากขนมหวาน ทองหยิบ
ทองหยอด ขนมหม้อแกง ต้นตาล น้ำตาลโตนด เสน่ส์เมืองเพชร

เราขอเสนอ



น้ำตาลโตนดผง บริสุทธิ์ " เสน่ห์เมืองเพชร "
เป็นผลผลิตจากฟ้าเพราะต้องขึ้นเก็บวัถุดิบจากที่สูงมากจากต้นตาล
กว่าจะได้น้ำตาลชั้นสุดยอดมา

เรานำน้ำตาลเมืองเพชรบุรี มาสกัดให้บริสุทธิ์ สะอาด
สู่ครอบครัวใช้รับประทานได้สะดวกยิ่งขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำตาลโตนด เป็นน้ำตาลที่มีความหอม หวาน
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความ หอม หวานที่โดดเด่นนี้ โดยทั่วไป
จะอยู่ในรูปแบบ น้ำตาลสด น้ำตาลปึก น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลต้นตาล
ซึ่งจะเก็บรักษาไม่ได้นาน เก็บรักษายาก เราจึงนำน้ำตาลโตนดที่ได้มาสดๆ
มาคิดค้นและสกัดเป็น น้ำตาลโตนดผง ได้จนสำเร็จเป็นรายแรกของโลก
เราเป็นโรงงานผลิตน้ำตาลโตนดผงเองและมีสิทธิ์บัตรแต่เพียงผู้เดียว
น้ำตาลโตนดผงนี้คุณลักษณะ ไม่ฟอกสี ไม่หวานแหลมเหมือนน้ำตาลทราย
ธรรมดา และมีความหอมกว่าน้ำตาลทรายแดง,น้ำตาลกรวดมาก
จึงเหมาะสำหรับนำมาประกอบหารคาว หวาน ใส่ชงกับ ชา กาแฟ
แทน น้ำตาล อื่นๆหรือชงดื่มเป็น น้ำตาลสด ได้เลย

น้ำตาลโตนดผง มีคุณสมบัติพิเศษ มากมายเช่น

-แครอรี่ต่ำ (ผู้เป็นเบาหวานรับประทานได้)

-ช่วยบำรุงร่างกายให้มีความสมดุลในการควบคุมน้ำหนัก

-มีส่วนประกอบของเกลือธรรมชาติ

-ประกอบด้วยแร่ธาตุต่าง ทำให้ร่างการสดชื่น

โทร 089-0166422 อิทธิพัทธ์ ,081-9312313 วิรากร
(สำหรับลูกค้าที่จะสั่งซื้อหลายลังเพื่อไปขายต่อจะมีราคาขายส่งให้)

: aitthipat.nc@gmail.com


รหัสสินค้า : 3535179

วันที่อัพเดท : 05-01-54 11:33

ร้านค้า : ณรงค์ชัยเป็นผู้นำ จำหน่ายและพิมพ์โลโก้แก้วกระ

ราคา : 60.00 บาท
ลดเหลือ : 0.00 บาท
ประหยัด : 60.00 บาท

http://www.tarad.com/product_details/3535179-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%9C%E0%B8%87.html
_______________________________________________________




Create Date : 03 ธันวาคม 2552
Last Update : 31 มกราคม 2554 20:43:54 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
P_ปรัชญา
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




หยิ่ง
กับตัวเองบ้าง
ในบางครั้ง

เบื่อ
ชีวิตความผิดหวัง
ในบางหน

เกลียด
ความไม่จริงใจ
ในบางคน

ยอมทน
คนหยามเหยียดได้
ในบางที


[Add P_ปรัชญา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com