|
|
ข่าวที่น่าสนใจ

ตัดมาจาก... แบบ 56-1 ล่าสุดปี 2553 ของบริษัทฯ
ปัจจุบันนอกเหนือจากการจัดจำหน่ายผ่านโชว์รูมในพื้นที่ศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ และการเพิ่มช่องทางการตลาดโดยการสร้าง โชว์รูมที่เป็น Shopping Gallery ของตนเองที่ถนนศรีนครินทร์ คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ โมเดอร์นฟอร์มบูติค แกลเลอรี่ ที่สยามพารากอน โฮมเวิร์คพัทยา และโฮมเวิร์คภูเก็ต แล้วบริษัทได้ขยายระบบ Contract Sales ที่เป็นการทำสัญญาโดยตรงกับกลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจ เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยมีอัตราส่วนการขายผ่านโชว์รูม และการขายโครงการ ในอัตราส่วน 20:80


ลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท และบริษัทย่อย
บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ครบวงจรครอบคลุมทั้งเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน Modernform Workplace, เฟอร์นิเจอร์บ้าน Modernform Exclusive Living และ Life by Modernform เฟอร์นิเจอร์ชุดครัว Modernform Kitchen เฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ bathique by Modernform และเฟอร์นิเจอร์ นอกอาคาร Xteria by Modernform โดยเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ ทั้งหมดภายในโรงงานผลิตของบริษัทเอง และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใน ประเทศโดยผ่านทีมงานขายตรงโครงการ เครือข่ายโชว์รูมทั่วประเทศของ บริษัทเอง และผ่านตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคต่างๆ ตลอดจนส่งออกไป จำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ Casabella by Modernform จากประเทศอิตาลีและอเมริกา และเป็นผู้นำ เข้าวัสดุอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์และวัสดุเพื่อการตกแต่งภายในจากต่าง ประเทศ รวมทั้งจัดให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายภายใต้การดำเนิน งานของบริษัทเองทั้งหมด
ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีบริษัทย่อย 3 บริษัทดังนี้
1. บริษัท โมเดอร์นฟอร์มทาวเวอร์ จำกัด จัดตั้งขึ้นในปี 2534 โดยบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้าถือหุ้นทั้งหมดร้อยละ 100 ในบริษัท โมเดอร์นฟอร์มทาวเวอร์ จำกัด ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 220 ล้านบาท เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารสำนักงาน โมเดอร์นฟอร์มทาวเวอร์ บนถนนศรีนครินทร์ เนื้อที่รวม 3-0-35 ไร่ เป็นอาคาร 28 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 26,000 ตร.ม. เปิดดำเนินการตั้งแต่ ปี 2538 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ทำการสำนักงานใหญ่ของบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและบริษัทร่วม และเป็น ศูนย์แสดงสินค้ารวมผลิตภัณฑ์ทุกประเภทครบวงจรในอาคารเดียวกันของ บริษัท ส่วนพื้นที่ที่เหลือเพื่อเป็นอาคารสำนักงานให้เช่าแก่บุคคลภายนอก
2. บริษัท โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 เพื่อผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออกต่างประเทศ บริการซ่อมแซม และให้เช่าซึ่งสินค้าเพื่อสุขภาพตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ซึ่งสินค้าสุขภาพ เพื่อใช้ในโรงพยาบาล สถานพักฟื้น และที่อยู่อาศัย โดยบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้าถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 60 ของทุนจดทะเบียน 16 ล้านบาท มูลค่าหุ้นละ 10 บาท มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 699 อาคารโมเดอร์นฟอร์มทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
3. บริษัท ระฟ้า แอสโซซิเอทส์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 โดยเปลี่ยนชื่อจากบริษัท เอกซ์ทีเรีย จำกัด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างการถือหุ้น การบริหารงาน และวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ โดยประกอบธุรกิจรับเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำด้านการออกแบบ รวมถึง ควบคุมงานก่อสร้างต่างๆ และเข้าถือหุ้นใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัท จำกัด และบริษัทมหาชน (Holding Company) มีทุนจดทะเบียนและชำระ แล้ว 30 ล้านบาท มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้าถือหุ้นในอัตราส่วนร้อยละ 75 ของทุน จดทะเบียน ซึ่งประกอบด้วยบริษัทย่อย และบริษัทร่วมรวม 3 บริษัท ได้แก่บริษัท สำนักงานออกแบบระฟ้า จำกัด บริษัท ระฟ้าพลัสอาร์คิเต็ค จำกัด และบริษัทระฟ้าพลัสแมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับงาน สถาปัตยกรรมทั้งสิ้น ทั้งนี้ บริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัทมิได้มีการถือหุ้นระหว่างกันแต่อย่างใด

การลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทฯ

ข่าวจาก...http://mfec-th.listedcompany.com/home.html

http://www.thaiplaspac.com/home_th.html
เชื่อตลาด สนง.บูม ดันเฟอร์นิเจอร์โต 20% แม้ปัจจัยลบกดอสังหาฯ 13 กุมภาพันธ์ 2554 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
โมเดอร์นฟอร์มฯ มั่นใจปี54ตลาดรวมเฟอร์นิเจอร์โตต่อเนื่อง ระบุแนวโน้มตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานขยายตัวสูงหลังทุนนอก-ธุรกิจต่างชาติกลับมาขยายการลงทุนเพิ่ม จากปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศกลับมาขยายตัว คาดเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศโต20% ขณะเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่อาศัยโต15% แจงยอดขายปี53กว่า3,500ล้านบาท รับรู้2,800-2,900ล้านบาท ตั้งเป้าปี54ยอดขายรวมโต20% หรือมียอดขายกว่า4,000ล้านบาท พร้อมประกาศยืนราคาสินค้าให้นานที่สุดแม้ทุนรวมปรับตัวแล้วกว่า10% นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแม้ปัจจัยลบด้านต้นทุนน้ำมันที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้ และปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกาจะส่งผลต่อตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ แต่แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเอเชียยังส่งผลต่อการเติบโตของเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคให้เติบโตได้ ในขณะที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศนั้น ยังได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลให้ในปี2554 นี้ตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศยังมีอัตราการขยายตัวที่ดี อย่างไรก็ตามอัตราการขยายตัวของตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศนั้น จะมีอัตราการเติบโตได้มากหรือน้อยกว่าปีที่ผ่านมานั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางด้านการเมือง ซึ่งหากไม่เกิดเหตุรุนแรงจนทำลายบรรยากาศในการลงทุนของทุนจากต่างประเทศเชื่อว่าจะส่งผลให้ตลาดรวมในปีนี้ขยายตัวเท่าๆกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในส่วนของตลาดอสังหาฯยังมีแนวโน้มการขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าแม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากการปรับตัวของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง น้ำมัน และการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในตลาดระดับกลาง-ล่างได้ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่ปัจจุบันมีสต๊อกค้างในตลาดจำนวนหนึ่ง ทำให้ในปีนี้คาดว่าจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมหรือโครงการอาคารชุดจะมีการลงทุนลดลงจากปีที่แล้วมา แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าแนวโน้มการลงทุนพัฒนาโครงการอาคารชุดของผู้ประกอบการจะลดลง แต่แนวโน้มการขยายตัวของตลาดอสังหาฯยังคงมีอยู่จากการขยายตัวของตลาดบ้านแนวราบ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ทำให้เมื่อเฉลี่ยสัดส่วนการลดและเกิดใหม่ของโครงการแนวราบและแนวสูงในปีนี้แล้วจะยังมีอัตราการเติบโตในระดับใกล้เคียงกับปี2553 ทั้งนี้การอนุมัติการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในเส้นทางสายสีม่วง ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในระยะ1-2ปีจากนี้รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ที่คาดว่าจะมีการอนุมัติให้ก่อสร้างในเร็วๆนี้จะยังส่งผลต่อการพัฒนาโครการอาคารชุดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละปี จากปัจจัยดังกล่าวเชื่อว่าทิศทางการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในระยะ2-3ปีข้างหน้าจะยังมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องหรืออุตสาหกรรมปลายน้ำนั้นจะยังมีทิศทางการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นายทักษะ กล่าวว่า สำหรับตลาดเฟอร์นิเจอร์ในปีนี้คาดว่ากลุ่มตลาดอสังหาฯที่ชะลอความร้อนแรงลงจากปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามา กระทบจะส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์ในตลาดอสังหมีอัตราการเติบโตต่ำก่วาปีที่ผ่านมาในขณะที่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ในตลาดสำนักงานนั้นจะมีอัตราการขยายตัวที่สูงกว่า เนื่องจากกลุ่มธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศมีการขยายออฟฟิศและต้องการพื้นที่เช่าสำนักงานเพิ่มขึ้นทำให้คาดว่าจะมีการสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์กลุ่มสำนักงานขยายตัวสูงกว่าปี2553 การขยายออฟฟิศและการเข้ามามลงทุนของทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นนั้นสังเกตุได้จาก การชะลอการลงทุนในประเทศของบริษัต่างชาติที่ชะลอการลงทุนไปนานกว่า2ปีแล้ว เมื่อทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศกลับสู่ทิศทางที่ดีทำให้กลุ่มต่างชาติทยอยกลับเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากโอกาสในการเติบโตของธุรกิจต่างๆ ในประเทศมีอยู่มาก ประกอบกับการลงทุนของผู้ประกอบการในประเทศเองก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น เริ่มจากการลงทุนของผู้ประกอบการSME นอกจากนี้ การปรับตัวของต้นทุนที่ดินอัตราดอกเบี้ยและแรงงานในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้อาจจะส่งผลต่อการย้ายฐานการผลิตของกลุ่มทุนต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยและประเทศในอื่นๆในภูมิภาคเอเชียเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีระบบการขนส่งรองรับการส่งออกทั้งด้านอากาศยานและเรือ ทำให้ยังเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น นอกจากการขยายการลงทุนของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศแล้ว การขยายตัวในกลุ่มสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล บริษัทประกันภัย บริษัทผลิตรถยนต์ ที่มีการขยายตัวต่อเนื่องจะส่งผลให้กลุ่มเฟอร์นิเจอร์สำนักงานขยายอย่างมากในปีนี้ ทั้งนี้ คาดตลาดรวมเฟอร์นิเจอร์ปี2554 จะขยายตัวที่15% โดยในส่วนของตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานรวมในปีนี้จะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 20% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ขยายตัวอยู่ที่15% ขณะที่ตลาดเฟอร์นิเจอร์กลุ่มที่อยู่อาศัยในปีนี้จะเติบโตอยู่ที่15% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีการขยายตัวที่10% โดยในปี53ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวมประมาณ 3,500 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ 2,800-2,900 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก1,000ล้านบาทเศษนั้นจะทยอยรับรู้ในปี2554ได้ประมาณ800ล้านบาทส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี2555 สำหรับปีนี้ โมเดอร์นฟอร์มฯตั้งเป้าว่าจะมียอดขายเติบโตจากปีที่ผ่านมา 20% หรือมียอดขายรวมประมาณ 4,000 ล้านบาทซึ่งจะมีจากกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ตลาดสำนักงานประมาณ58% และมียอดขายจากกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ในตาดที่อยู่อาศัยประมาณ 42% ทั้งนี้ในส่วนของตลาดส่งออกนั้นบรัทยังมียอดส่งออกอยู่ที่4-5% คิดเป็นยอดขายรวมประมาณ100ล้านบาท และในปีนี้บริษัทยังมีนโยบายส่งออกในต่างประเทศในสัดส่วนเดิม นายทักษะ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยทางด้านต้นทุนการผลิตของเฟอร์นิเจอร์ในปีนี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 10% โดยที่ผ่านมานั้นต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่มโลหะนั้นมีการปรับตัวขึ้นแล้ว 10% ในขณะที่กลุ่มพลาสติก และวัตถุดิบที่ผลิตจากกลุ่มเคมีซึ่งผลิตจากน้ำมันนั้นยังผันผวนตามอัตราขึ้นลงของราคาน้ำมันใจตลาดโลก นอกจากนี้ต้นทุนด้านแรงงานก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่สำคัญ ที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทจะยังไม่มีการปรับราคาขายเฟอร์นิเจอร์ขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบในการผลิตสินค้าของบริษัทเป็นวัตถุดิบที่มีต้นทุนเดิม เพราะบริษัทใช้วิธีการสต๊อกวัสดุระยะยาวไว้โดยสต๊อกไว้4-6เดือน อย่างไรก็ตามแม้ว่าทิศทางต้นทุนวัตถุดิบมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแต่บริษัทยืนยันว่าจะพยายามยืนราคาขายดืมไว้ให้นานที่สุด ข่าวจาก...http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9540000019498

ในฐานะผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและที่อยู่อาศัย ชื่อเสียงของโมเดอร์นฟอร์มเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกับกลุ่มคนซึ่งรักในรูปแบบของงานดีไซน์ที่ผสานกับเรื่องราวของ Lifestyle ได้อย่างลงตัว บ่อยครั้งเราจึงได้เห็นโฆษณาของโมเดอร์นฟอร์มออกมาเพื่อตอกย้ำความเป็นเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำ โดยมุ่งเน้นไปที่รูปแบบของการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีของการบุกตลาด และก้าวขึ้นไปสู่ความเป็นผู้นำตัวจริง เบื้องหลังแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จะมีชื่อของ วัฒนา อุษณาจิตต์ รวมอยู่ด้วยเสมอ...
แม้จะทำงานเป็นเภสัชกรมากว่าสิบปีหลังจากที่เรียนจบจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยา-ลัยเชียงใหม่ แต่เมื่อพี่ชายหยิบยื่นโอกาสในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจด้านเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมองเห็นถึงช่องทางการตลาดกอปรกับความท้าทายในเนื้องาน การตัดสินใจก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสายงานการออกแบบจึงเริ่มขึ้น
ผมไม่ได้เรียนเรื่องการออกแบบ แต่ผมอยู่ในวงการเภสัชกรมาร่วม 10 ปี พอพี่ชายผมซึ่งเป็นคนหนึ่งที่บุกเบิกธุรกิจนี้ชักชวนให้มาทำก็เลยเข้ามาช่วย ซึ่งธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยังมีโอกาสโตได้สูง อีกอย่างประเทศเราก็ยังมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องของสำนักงานและที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีความต้องการด้านเฟอร์นิเจอร์อยู่มาก ในสมัยนั้นเฟอร์นิเจอร์แบบ Knock down ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ตรงนี้จึงเป็นโอกาสในการทำตลาดและเราก็เป็นรายแรกๆ ที่หยิบเอาไม้ Particle Board มาใช้กับเฟอร์นิเจอร์ประเภท Knock down ซึ่งกว่าจะทำให้ยอมรับกันว่าไม้Particle Board นั้นสามารถใช้ได้กับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านก็ต้องใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่ง เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครยอมรับ มองว่ามันไม่แข็งแรง แต่เราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถนำมาใช้ได้ ตอนที่เข้ามาเริ่มธุรกิจกับ Modernform ดูแลในส่วนของการผลิต ตอนนั้นเปิดตัวโรงงานใหม่ เพื่อผลิตสินค้าไลน์ใหม่ประเภทสีเงา High Gloss ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหม่และยังไม่มีใครทำเป็น Mass Production
นับจากวันที่เริ่มต้นถึงวันนี้คุณวัฒนาคลุกคลีอยู่ในวงการเฟอร์นิเจอร์มาร่วม 20 ปี จากสายงานการผลิตเรื่อยมาจนถึงการดูแลด้านการตลาดที่มีการวางแผนและวางตำแหน่งของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทุกวันนี้ Modernform จัดเป็นกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการยอมรับในคุณภาพและมีรูปแบบของงานดีไซน์ที่ตรงใจกลุ่มลูกค้าและคนรุ่นใหม่อยู่ในอันดับต้นๆ และนอกจากเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน รวมไปถึงกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั่วไปแล้ว เฟอร์นิเจอร์ครัวก็เป็นอีกหนึ่งสายงานผลิตภัณฑ์ที่ Modernform ให้ความสำคัญทั้งในด้านระบบการใช้งานและดีไซน์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งมองว่า ห้องครัว เป็นหนึ่งพื้นที่แห่งความสุขภายในบ้าน ไม่ใช่พื้นที่เพื่อการปรุงอาหารเพียงอย่างเดียว
ในส่วนของ Modernform Kitchen แม้เราจะไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์ครัว Knock down รายแรกของประเทศ แต่กว่า 25 ปีที่อยู่ในตลาดเราก็สามารถขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้ในเวลาไม่กี่ปี เพราะจุดยืนที่เน้นเรื่องของรูปแบบและสินค้าที่มีดีไซน์โดดเด่น ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณภาพของสินค้าที่ที่เราพิถีพิถันเลือกเฟ้นวัตถุดิบต่างๆ ตั้งแต่ไม้ วัสดุปิดผิว รวมไปถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ อย่างเช่น บานพับ รางลิ้นชัก ซึ่งกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เรานำเข้าอุปกรณ์คุณภาพดีจากเยอรมนีและอิตาลี นอกจากนี้อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าก็คือเรื่องการจัดส่งและติดตั้ง หากถามถึงทิศทางตลาดตอนนี้เป็นอย่างไรนั้น สมัยก่อนครัวจะอยู่หลังบ้านหรืออยู่นอกบ้าน แต่ปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ครัวเป็นเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานในบ้าน ซึ่งนอกจากเตรียมอาหารแล้วยังต้องเป็นพื้นที่สำหรับการจัดปาร์ตี้ งานเลี้ยงสังสรรค์ ชุดครัวแบบที่เป็นครัวแพนทรีจึงเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าถ้าไปซื้อคอนโดฯ หรือบ้านจัดสรรหลายแห่งก็จะจัดให้มีพื้นที่ของชุดครัวติดตั้งไว้ให้เลย
ดูเหมือนว่า Lifestyle ที่เปลี่ยนไปของคนในปัจจุบันจะทำให้เกิดความต้องการสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่มีความสัมพันธ์กับรูปแบบการใช้ชีวิต ประจำวัน ซึ่งรวมไปถึง ห้องครัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ห้องครัวยุคใหม่จะมีบรรยากาศของความเป็น Living Kitchen และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์หลักของเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวที่ Modernform ให้ความสำคัญในการทำตลาดด้วยการเปิดตัวชุดครัวใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง การทำตลาดด้านเฟอร์นิเจอร์ครัวจะมีสินค้าอยู่ด้วยกันหลายสไตล์ ทั้งแบบโมเดิร์น แบบร่วมสมัย หรือเป็น Tradition แต่ถ้าคลาสสิกหน่อยก็มีแบบ Elegant ให้เลือก รวมถึงสไตล์ Natural เน้นความเป็นไม้ธรรมชาติ ความหลากหลายตรงนี้ Modernform Kitchen มีค่อนข้างจะครบ ซึ่งล่าสุดก็มีสินค้าเพิ่มขึ้นมาอีก 4 รุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ รุ่นแรก คือ Inox จะเป็นสไตล์ Metro รุ่นที่ 2 Fusion เป็นสไตล์ Natural เน้นงานฝีมือและความเป็นธรรมชาติ รุ่นที่ 3 Varena สไตล์ Metro เน้นการพ่นสีเงาบนหน้าบานลายไม้ ส่วนรุ่นสุดท้ายคือ Reflexion ที่ออกแบบมาเพื่อคอนโดมิเนียม เป็นสไตล์ Metro ซึ่งทั้ง 4 รุ่นก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และโดยเฉพาะชุดครัวแบบ Fusion และ Reflexion เรามีคอนเซ็ปต์ใหม่ นั่นคือการเป็น Living Kitchen ซึ่งมีการออกแบบส่วนที่เป็น Side Board ขึ้นมาเพื่อให้เชื่อมต่อและผนวกพื้นที่ของห้องครัวและห้องนั่งเล่นให้เข้าถึงกันอย่างกลมกลืน นี่คือเทรนด์ของห้องครัวที่กำลังมา
ส่วนสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับแฟชั่นของครัวก็คือเรื่องของสีสัน อย่างปัจจุบันโทนสีเข้มยังเป็นที่นิยม อีกหน่อยเทรนด์สีอ่อนก็จะเริ่มเข้ามา นี่คือสิ่งหนึ่งที่จะหยิบเข้ามาใช้ พร้อมกับอุปกรณ์ Fitting ใหม่ๆ อย่างเช่น บานพับ โดยล่าสุดเยอรมนีได้สร้างนวัตกรรมที่เรียกว่า Soft Close ขึ้นมาใช้กับอุปกรณ์บานพับ ทำให้เวลาปิดตู้สามารถลดแรงกระแทกของบานได้ ซึ่งเราได้นำนวัตกรรมนี้มาใช้กับสินค้ามาตรฐานทุกรุ่นของบริษัทฯ หากพูดถึงนวัตกรรมเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวเองนั้นเราสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ได้ 3 แนวทาง คือ แนวทางแรกจะเป็นเรื่องของดีไซน์ที่ต้องฉีกออกไปจากคู่แข่ง แนวทางที่ 2 คือฟังก์ชันการใช้งาน และแนวทางสุดท้ายคือเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่กับชุดครัว เตา ฮู้ด ซิงก์ ก๊อก ท็อป รวมถึงอุปกรณ์ Fitting ต่างๆ ตรงนี้เราต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อมาพัฒนาสินค้าของเรา
และหากมองตามหลักฮวงจุ้ย ห้องครัว ก็เปรียบเสมือนคลังสมบัติของบ้าน ดังนั้นการที่จะมีห้องครัวที่สมบูรณ์แบบจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการออกแบบที่ดี ขณะเดียวกันอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือการตระเตรียมพื้นที่ของการติดตั้งครัวให้สอด คล้องกับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้เป็นเจ้าของให้ได้มากที่สุด เฟอร์นิเจอร์ครัวเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ยุ่งยากที่สุด รายละเอียดเยอะ ซับซ้อน เพราะมันเริ่มตั้งแต่การออกแบบตามแปลนพื้นที่ห้องครัว และดีไซน์แบบตามความต้องการใช้งานของลูกค้า เมื่อลงแปลนเสร็จก็ต้องเช็กกับพื้นที่จริงว่าถ้ากระทบกับแบบแล้วเป็นอย่างไร มีอะไรต้องปรับเปลี่ยนไหม
จากนั้นจึงนำไปผลิตแล้วติดตั้ง ถึงตรงนี้มีขั้นตอนที่สำคัญอีกหนึ่งขั้นตอน คือ การเตรียมพื้นที่ของลูกค้า ซึ่งต้องสอดคล้องตามแบบที่บริษัทฯ เสนอมา บริษัทฯ จึงได้มีการจัดทำ Shop Drawing ซึ่งเป็นผังแสดงตำแหน่งของท่อน้ำ ปลั๊กไฟ กระเบื้องปูผนังให้ลูกค้าดูว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้เวลาติดตั้งครัวมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ตรงนี้เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่เข้าใจเรื่องของการเตรียมพื้นที่ อาจจะลงพื้นที่ไม่ถูกต้อง เสร็จไม่ตามกำหนดเวลา ไม่เรียบร้อย ทำให้การติดตั้งไม่สมบูรณ์ ซึ่งนอกจากที่กล่าวมาแล้วการจะได้ครัวที่สมบูรณ์แบบยังต้องเข้าใจถึงเรื่องระบบการใช้งานของผู้ใช้ด้วย ทุกคำบอกเล่าที่คุณวัฒนา อุษณาจิตต์ หนึ่งขุนพลคนสำคัญของ Modernform ได้ถ่ายทอดออกมานั้นสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในความต้องการของผู้บริโภค ผสานไปกับความไม่หยุดนิ่งในโลกของงานดีไซน์และแนวทางการรุกตลาดอย่างครบวงจร ซึ่งทั้งหมดนี้การันตีได้ว่าก้าวต่อไปของ Modernform จะยังคงตอบสนองทุกความต้องการของคนมีสไตล์และรักการใช้ชีวิตแบบ Modern อย่างแท้ใจ
อ้างอิงข้อมูล จาก...http://www.atkitchen.com/toparticles_detail.php?CategoryID=&ContentID=32



ทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
กระแสตลาดคอนโดฯยัง แรงไม่เลิก การเปิดคอนโดฯใหม่ให้เห็นทุกวัน จึงไม่แปลกที่สินค้าต่อเนื่องอย่างเฟอร์นิเจอร์-ของแต่งบ้าน จะคึกคักตามไปด้วย
สินค้าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก ที่ตอบโจทย์คอนโดฯเมืองมีให้เลือกมากขึ้น เฟอร์นิเจอร์บิลด์ อิน ที่ประกอบติดผนังเพื่อลดการสูญเสียพื้นที่ใช้สอย ได้รับความนิยมเพิ่ม และที่ดูเหมือนจะผลิตมาเพื่อห้องขนาดมินิโดยเฉพาะ เห็นจะเป็น 'Transform Living' เฟอร์นิเจอร์ซีรี่ส์ใหม่จากโมเดอร์นฟอร์ม ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างคล่องตัว ในพื้นที่จำกัด
โมเดอร์ฟอร์มเปิดเฟอร์นิเจอร์ซีรี่ส์นี้ เท่ากับประกาศรุกตลาดคอนโดฯเต็มตัว เนื่องจาก 'Transform Living' เป็นนวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ มีฟังก์ชั่นพิเศษ ปรับเปลี่ยนการใช้งาน เคลื่อนย้ายสลับตำแหน่ง ยืด-หด-และพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยห้องเล็กๆ ให้ใช้งานได้หลากหลาย
ทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า 'Transform Living' เป็นหนึ่งในสองนวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ของโมเดอร์นฟอร์ม ที่เปิดตัวสู่ตลาดเพื่อเพิ่มความต่างให้สินค้า เป็นทั้งจุดขายและการเพิ่มมูลค่าในยุคที่หลายแบรนด์พยายามแข่งขันกันใน เรื่องราคา
"เราไม่เน้นแข่งขันราคา แต่พยายามเน้นจุดขายด้วยคุณภาพ และดึงเอานวัตกรรม-การออกแบบ มาเพิ่มมูลค่าสินค้า-รักษาส่วนแบ่งตลาด ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แนว Transform Living ไม่ใช่ของใหม่ที่ต่างประเทศมีมานานแล้ว แต่สำหรับบ้านเรา ผมมองว่าตลาดเพิ่งเปิด และน่าจะมีความต้องการมากขึ้นหลังจากนี้" ซีอีโอ โมเดอร์นฟอร์ม ย้ำและว่า อีกนวัตกรรมที่โมเดอร์ฟอร์มเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา คือแบรนด์ ideacoustic เป็นแผนเก็บเสียงมาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ โดยผลิตร่วมกับเครือเอสซีจี เพิ่งส่งลงตลาดเมื่อเร็วๆ นี้ เน้นเจาะกลุ่มห้องอัดเสียง สถานศึกษา ฯลฯ
ผู้บริหารโมเดอร์นฟอร์มยอมรับว่า ตลาดเฟอร์นิเจอร์ปัจจุบัน แข่งขันสูง ยิ่งตลาดมีความต้องการมากเท่าไร ยิ่งมีผู้ผลิตสินค้าป้อนตลาดมากเท่านั้น สำหรับโมเดอร์นฟอร์มพยายามคิดค้นและผลิตสินค้าไอเดียใหม่ๆ ลงตลาด เพื่อหนีเกมการแข่งขันด้านราคา และเน้นขายเจาะเข้าโครงการเป็นหลัก โดยการทำงานของโมเดอร์นฟอร์ม จะเป็นการผลิตสินค้าตามออเดอร์แต่ละกลุ่มแบบ Customise บางรายมีการออกแบบร่วมกัน ทำเป็นแบรนด์เฉพาะขึ้นมา โดยใช้ชื่อโครงการหรือบริษัทนั้นๆ ต่อท้ายด้วยคำว่า.. by Modernform เช่นแบรนด์ 'แสนสิริ by Modernform'
ที่ผ่านมายอดขายโมเดอร์นฟอร์มมาจาก งานขายเข้าโครงการเกินกว่าครึ่ง โดยลูกค้าหลักมีผู้ประกอบการชื่อดังหลายราย ทั้ง แสนสิริ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ควอลิตี้เฮ้าส์ อนันดา-ไอดีโอ เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ฯลฯ ในปี 2553 โมเดอร์นฟอร์ม มีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท เติบโต 24% กำไร 427 ล้านบาทเติบโต 43% ในปีนี้ยังคงวางเป้าการเติบโตต่อเนื่องที่ 15% ล่าสุดมียอดสั่งซื้อจากโครงการเข้ามาแล้ว 1,000 ล้านบาท
"ตลาดเฟอร์นิเจอร์ยังคงขยายตัว แต่สัดส่วนที่โมเดอร์นฟอร์มเคยเน้นเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน 2 ส่วนเฟอร์นิเจอร์บ้าน 1 ส่วน ในปีที่ผ่านมาปรับเป็น 1 ต่อ 1 เท่ากัน และในอนาคตเฟอร์นิเจอร์บ้าน อาจแซงหน้าสำนักงาน ขณะที่ตลาดสำนักงานที่ชะลอตัวไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าจะค่อยๆ ขยับขึ้นตามการเติบโตของกลุ่มเอสเอ็มอี" ผู้บริหารโมเดอร์นฟอร์ม กล่าว
ส่วนตลาดส่งออก ทักษะ ย้ำว่า โมเดอร์นฟอร์มไม่เน้นมากนักมีสัดส่วนเพียง 4-5% จากรายได้รวม 3,000 ล้านบาท จึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินในต่างประเทศ รวมทั้งการแข่งขันด้านราคาของสินค้าเฟอร์นิเจอร์ เพราะจุดขายหลักเน้นเรื่องคุณภาพและดีไซน์ จึงทำราคาขายได้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ที่มา จาก
'โมเดอร์นฟอร์ม'รุกหนักเทงบดีไซน์ขายพ่วงคอนโด

ความผูกพันระหว่างเพื่อนในวัยเรียนของคน 5 คน เป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันให้โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด ระยะเวลา 25 ปี และกำลังบ่มเพาะจนได้ที่ รอเวลาส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ ถือเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักในสังคมธุรกิจไทย วิธีคิดและวิธีการทำงานร่วมกันของคนกลุ่มนี้จึงน่าศึกษา
การสัมภาษณ์ผู้บริหาร 5 คนในเช้าวันนั้นบนห้องประชุมชั้น 22 ของตึกโมเดอร์นฟอร์ม ทาวเวอร์ ถนนศรี นครินทร์ เต็มไปด้วยเสียงสรวลเสเฮฮา
"ไม่เคยมีใครถามว่า เรารวมตัวกันได้อย่างไร มีวิธีในการทำงานกับเพื่อนและธุรกิจพร้อมๆ กันได้อย่างไรมาก่อน"
ทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทโมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ผู้จัดการ" อย่างอารมณ์ดี ก่อนหันไปทักทายผู้บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีก 4 คนที่กำลังเดินเข้ามาในห้องประชุม ด้วยภาษาที่บ่งบอกถึงความสนิทสนม
คนทั้ง 4 คือเจริญ อุษณาจิตต์, ชัชชัย ธรรมารุ่งเรือง, โยธิน เนื่องจำนงค์ และสมศักดิ์ วาริการ ทั้ง 5 คนมีวัยที่ไล่เลี่ยกันคืออายุประมาณ 54-56 ปี
การลำดับเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตจึงผลัดกันเล่าและต่อเติม ท่ามกลางเสียงหัวเราะและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขเป็นระยะๆ
เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน ช่วงวัยแตกเนื้อหนุ่มอายุประมาณ 15-16 ปี ทักษะ, เจริญ, ชัชชัย และโยธิน คือเพื่อนร่วมรั้วสถาบันเดียวกัน ที่โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์
"ผมรู้จักคุณเจริญตั้งแต่ปี 1 แต่พอปี 3 คุณเจริญกับคุณทักษะ ก็ไปอยู่ห้องเดียวกัน ผมไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับ 2 คนนี้ คุณชัชชัยก็จะอยู่อีกห้องหนึ่ง ตอนนั้นทั้ง 3 คนเรียน เก่งมาก เราคบกันอย่างจริงใจไปไหนไปด้วยกัน คุณชัชชัยน่ะ เรียบร้อยที่สุด" โยธินเริ่มต้นเท้าความสมัยวัยรุ่น
หลังจบการศึกษา ทักษะเป็นพนักงานขายที่บริษัทบอร์เนียว ประมาณ 4 เดือน ก่อนที่จะเข้าทำงานในองค์การสหประชาชาติอีก 3 ปี ระหว่างนั้นตอนเย็นเขายังไปเรียนคณะพาณิชยศาสตร์การบัญชี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาคสมทบ 4 ปี ระหว่างที่เรียนปี 3 เขาก็เริ่มทำโรงงานอุตสาหกรรมผลิตถุงมือเพื่อการส่งออก
ช่วงนั้นเขายังติดต่อกับโยธิน เมื่อกิจการถุงมือดีขึ้นก็ดึงโยธินซึ่งทำงาน อยู่ที่บริษัทโฟร์โมสต์เข้ามาทำงานด้วย
ส่วนโยธินเริ่มเข้าทำงานที่บริษัทรูบี้ แอนด์ แซม บริษัท ที่สั่งของ เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพมาขายในเมืองไทย ซึ่งสมัยก่อน ยังไม่มีใครสนใจเรื่องพวกนี้นัก เขาทำอยู่ที่นั่นประมาณ 6 ปี ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท โฟร์โมสต์อีก 4 ปี
เป็นเวลาเดียวกันกับที่เจริญ ชัชชัย และสมศักดิ์ ไปเรียนหนังสือต่อ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง 3 คนทำงานด้วยกัน พักด้วยกันไม่ต่ำกว่า 3 ปี ก่อนเดินทางกลับเมืองไทย
กลับมา เจริญเริ่มทำงานที่บริษัท 3 เอ็มประเทศไทย ตั้งแต่ฝ่ายขาย จนเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด 4 ปี ก่อนเข้ามาทำงานในเครือพีเอสเอ กรุ๊ป ในบริษัทนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ ขายโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เขาได้เรียนรู้ เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ จากที่นั่น และต่อมาได้ชวนสมศักดิ์มาร่วมงานด้วย ก่อนที่จะออกมาจัดตั้งบริษัทโฮมเด็คเคอร์เรทีฟโปรดักส์ บริษัทแรกในเครือโมเดอร์นฟอร์ม ในปี 2521
สมศักดิ์เสริมตรงนี้ว่า "พอผมกลับมาแล้ว พ่ออยากให้ทำงานที่บริษัท ผมก็ไม่เอา พี่ชายอยากให้ทำงานด้วยก็ไม่เอาอีก ต่อมาคุณเจริญก็โทร มาชวนไปทำงานด้วย เขาบอกว่า ให้เริ่มจากเป็นพนักงานขายก่อน ต่อไปถ้าทำดีจะให้เป็นผู้จัดการ เขาบอกอย่างนั้น เราก็ เอ๊ะ ทำกับเพื่อนท่าทางจะดีนะ พอร่วมมือกันก็พอจะเห็นแล้วล่ะว่า ชีวิตเราน่าจะไปทางไหน"
ปี 2521 สมศักดิ์กับเจริญลุยงานในบริษัทของตนเอง เต็มตัว ส่วนชัชชัยซึ่งทำงานที่บริษัทแซนดอส (ประเทศไทย) ได้มาช่วยเป็นที่ปรึกษาตอนวันหยุด ตอนนั้นไอเดียต่างๆ ที่จะทำบริษัทเฟอร์นิเจอร์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จึงได้ไปชวนทักษะ กับโยธินมาร่วมด้วย เพราะบริษัทของทักษะทำถุงมือหนังซึ่งเกี่ยวข้อง กับการเย็บเบาะหนัง ทำโซฟา ทำเก้าอี้ และเครื่องจักรบางตัวก็ใช้กันได้
ชัชชัยเล่าเพิ่มเติมว่า "ผมกับคุณทักษะทำงานตั้งแต่อายุ 19 ก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากทำอะไรเอง เคยเปิดร้าน ขายของเล่น กับเขา เป็นพวกจิวเวลรีมาจากเยอรมนี มีของเล่นด้วย แล้วก็เจ๊ง เงินที่เก็บมาช่วงปีเดียวหมด เหลือแต่ประสบการณ์ของการเรียนรู้"
เขาเป็นตัวแทนขายของบริษัท 3 เอ็มประมาณ 2 ปี ก่อนที่จะมาเป็น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท Triump International (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี 2519 ทำอยู่ 2 ปี จึงไปเป็นผู้จัดการบริษัทแซนดอส (ประเทศไทย)
ส่วนบริษัทไทยกลัฟของทักษะ ตอนนั้นเป็นบริษัทผลิต และส่งออก ถุงมือรายใหญ่ของประเทศทีเดียว แต่เมื่อเพื่อนๆ มีไอเดียทำบริษัท เฟอร์นิเจอร์ คนที่เป็นเถ้าแก่ตั้งแต่วัยหนุ่มอย่างเขาก็เห็นด้วยและสนับสนุนทันที
โมเดอร์นฟอร์มเลยเกิดขึ้นมาในปี 2523 โฟกัสไปยังตลาดเฟอร์นิเจอร์ ของออฟฟิศเป็นหลัก เป็นการตัดสินใจที่เกิดจากความเชื่อมั่นของคน ในวัย 30 ปี ที่แต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ทางด้านการตลาด และการขายเป็นหลัก การที่จะก้าวมาเป็นเถ้าแก่เองไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่จะว่าไปแล้ว เป็นการตัดสินใจที่มีความคึกคะนอง และความเสี่ยงประกอบอยู่ด้วย
ความเสี่ยงอย่างแรกของคนทั้ง 5 ก็คือต้องเสี่ยงกับเรื่องที่ว่า "ถ้าไม่อยากเสียเพื่อน ก็อย่าทำงานกับเพื่อน"
นอกจากวัยที่ไล่เลี่ยกันแล้ว พวกเขายังมีความสามารถและมีวิธีคิด ที่ใกล้เคียงกัน เมื่อคนหนึ่งจุดประเด็น คนที่เหลือก็จะเข้าใจ และพร้อมจะสั่งงานต่อยอดได้ทันที
"หลายครั้งที่พวกผมทะเลาะกัน เพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน ทุบโต๊ะกันเสียงดังปึงปัง แต่แล้วก็ผ่านไป ให้เกียรติ ให้อภัยกัน ไม่เคยมีความคิดว่าได้เวลาแตกหักอยู่ในหัว" ทักษะเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ความเสี่ยงอย่างที่ 2 ก็คือถึงแม้ในปีนั้นวิกฤติการณ์น้ำมันเพิ่งผ่านพ้นไป เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ตลาดออฟฟิศบิลดิ้งยังเล็กมาก มีตึกสูงใน กรุงเทพฯ ไม่ถึง 10 ตึก เช่น ตึกโชคชัย อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคาร กรุงเทพก็เพิ่งเปิดเมื่อปี 2526 แต่โชคดีหลังจากนั้นเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของอาคารสำนักงาน และเมื่อสินค้าของโมเดอร์น ฟอร์ม ซึ่งเป็นออฟฟิศเฟอร์นิเจอร์ที่สวยและทันสมัยมาให้เป็นตัวเลือก จึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
ทักษะอธิบายถึงธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปในอาคารสำนักงาน ว่าในสมัยก่อนมีแถวสะพานดำ ราคาไม่แพง แต่ถ้าให้สวยต้องสั่งทำ ในราคาแพง แต่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน แล้วแต่เจ้าไหนทำ หรือไม่ก็เป็นเฟอร์นิเจอร์เหล็กที่ไม่สวย ราคาก็ไม่ถูกนัก ซึ่งตรงนี้คือช่องว่างที่ชี้ชัดว่าหากมีเฟอร์นิเจอร์ ที่ดี ได้มาตรฐาน ดีไซน์สวย และราคาไม่แพงนัก ก็น่าทำตลาดได้
สินค้าเซตแรกถูกนำมาโชว์ที่งาน Home Show หัวหมาก ประสบ ความสำเร็จ เพราะมีความโดดเด่นมากๆ หลายคนเข้าใจว่าเป็นสินค้า นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะตอนนั้นบริษัทใช้ดีไซน์แบบต่างประเทศ วัตถุดิบที่นำเข้าก็มาจากต่างประเทศ ผ่านกรรมวิธีการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรมที่มีคุณภาพ
ขณะเดียวกันสินค้าทุกชิ้นจากโมเดอร์นฟอร์ม จะติด ป้ายราคา อย่างชัดเจน ไม่มีการให้ต่อรองเช่นสินค้าทั่วไป
ในช่วงแรกการทำงานยังกระจัดกระจายเป็นบริษัทเล็กๆ หลายบริษัท เพื่อนทุกคนต่างเป็นผู้ถือหุ้นแต่การดำเนิน งานเป็นอิสระ ต่างคน ต่างแสดงฝีมือ และพยายามทำตลาดในแต่ละส่วนให้ดีที่สุด จนกระทั่งปี 2534 ทั้ง 5 คนก็คิดที่จะรวมบริษัทย่อยๆ กว่า 10 บริษัท เข้าด้วยกัน โดยหวังว่า การเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ น่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่บริษัทสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เจริญยืนยันว่าหลังการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2537 ตลาดโต ขึ้นอย่างรวดเร็วมากในอัตราไม่ต่ำกว่า 30% ในแต่ละปี ชัชชัยคือ คนที่เพื่อนๆ เต็มใจให้รับตำแหน่ง CEO คนแรกของ บริษัทโมเดอร์นฟอร์ม จำกัด (มหาชน)
ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ในปี 2540 ช่วงปี 2538-2539 ได้มีสัญญาณบางอย่างออกมาแล้ว คือยอดขายของบริษัทสูงขึ้น ในอัตราต่ำลงในขณะที่กำไรคงที่ แล้วในปีนั้นเองที่โมเดอร์นฟอร์ม ขาดทุนเป็นครั้งแรก 400 ล้านบาทจากการลดค่าเงินบาท เพราะบริษัทได้กู้เงินต่างประเทศมาลงทุนถึง 20 ล้านเหรียญ
การเป็นธุรกิจที่ผูกพันกับการเติบโตของธุรกิจเรียลเอสเตทยังได้รับ ผลกระทบต่อเนื่องอย่างหนัก ลูกค้ารายใหญ่ ของบริษัทตอนนั้น คือสถาบันการเงินที่ถูกปิดไป ในขณะที่ตลาดออฟฟิศ และบ้านจัดสรรชะงักงันทันที
บริษัทต้องทำทุกอย่างเพื่อลดต้นทุน ตั้งแต่การปรับเงินเดือน ปิดโชว์รูมบางสาขา โฟกัสสินค้าให้ชัดเจนขึ้นและลดพนักงานลง 5%
รวมทั้งการปรับโครงสร้างการทำงานครั้งใหญ่ และเปลี่ยนแปลงตัว CEO ซึ่งเป็นสัญญาณที่สำคัญยิ่งของบริษัท
วันหนึ่งในปี 2542 ท่าม กลางเมฆหมอกของวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ยังไม่จางหาย ผู้บริหารทั้ง 5 คน ล้อมวงคุยกันถึงวิธีแก้ปัญหาปัญหา ของบริษัท และความเห็นว่าความสามารถของผู้นำในแต่ช่วงเวลา จะแตกต่างกัน และในสถานการณ์นี้ทุกคนยอมรับว่าทักษะเป็นผู้นำ ที่เฉียบขาดกว่า CEO ของบริษัท จึงเปลี่ยนจากชัชชัยมาเป็นทักษะ ตั้งแต่นั้นเป็น ต้นมา
และสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าทุกคนเลือกไม่ผิด คือการเป็นผู้นำที่สามารถ ทำให้ยอดรายได้รวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2547 สูงถึง 2,920 ล้านบาท และปีนี้คาดว่ารายได้จะไม่ต่ำกว่า 3.1 พันล้านบาท เป็นเม็ดเงินรายได้ที่สูงที่สุดในช่วงเวลา 25 ปีของโมเดอร์นฟอร์ม
การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนั้นคือตัวอย่างของวัฒนธรรม องค์กรอย่างหนึ่งของที่นี่ คือทุกคนต้องพร้อมยอมรับกับการ เปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากในองค์กรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการบริหารหรือนโยบายธุรกิจ
ปัจจุบันโครงสร้างหลักของของโมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ
1. เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน มีแบรนด์ Moflex จับกลุ่มตลาดบน และ Soho จับกลุ่มคนรุ่น ใหม่ สามารถเป็นผู้นำตลาด และทำยอดขายได้สูงถึง 55% ของสินค้าทั้งหมด
2. เฟอร์นิเจอร์บ้านภายใต้แบรนด์ KlASSE และ Life
3. เฟอร์นิเจอร์ครัว
4. สายการผลิต
5. Home Decorative Product ธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่าย วัสดุอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์และตกแต่ง และ
6. สาย International Operation โดยสินค้าทั้งหมดจับกลุ่ม ลูกค้ารายได้ปานกลาง ถึงสูงเป็นหลัก
วันเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโมเดอร์น ฟอร์มกำลัง จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เป็นช่วงรอยต่อครั้งสำคัญขององค์กรแห่งนี้ ซึ่งหากผู้ก่อตั้งทั้ง 5 คนได้สร้างระบบที่ดีรองรับไว้แล้ว การสร้างทายาทขึ้นมาไม่ว่าคนใหม่หรือคนเก่า ไม่ใช่ปัญหาสำคัญแน่นอน
"เราก็เปรยๆ กันแล้วว่า อายุขนาดนี้ต้องเร่งสร้างตัวแทน พวกผมอยากเอ็น จอยกับชีวิตให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็อยากให้คนรุ่นใหม่ที่มีแนวความคิด ใหม่ๆ เข้ามาด้วย จะได้สอดคล้องกับชื่อโมเดอร์นฟอร์ม" เจริญกล่าว
ปัจจุบันทุกคนต่างมีครอบครัว มีลูกๆ ที่อยู่ในวัยทำงาน ทุกคนเติบโตมา พร้อมๆ กับบริษัทโมเดอร์นฟอร์ม ทักษะมีลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คน ทำงานหมดแล้ว ลูกสาว คนโตอายุ 28 ปี ทำงานอยู่ที่เกษร พลาซ่า ชัชชัยมีลูกสาว 2 คน ลูกชาย 1 คนโตอายุ 26 ปี ทำงานบริษัทโฆษณา
โยธินลูกคนโตจบปริญญาโท อายุ 27 ปี ปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถาบัน การเงินแห่งหนึ่ง ลูกคนที่ 2 กำลังต่อปริญญาเอกด้านกฎหมายที่ ประเทศอังกฤษ คนเล็กอายุ 15 ปี กำลังเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก
เจริญมีลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 26 ปี คนเล็ก 22 ปี สมศักดิ์มีลูกสาว 2 คน คนโตจบวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ คาดว่าจะไปต่อโทที่มหาวิทยาลัยโรดไอแลนด์ คนเล็กปีหน้าเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ
สำหรับรายชื่อผู้บริหารชุดใหม่ที่จะประกาศตัวในปีหน้า ไม่มีลูกคนใดของผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 5 คนนี้แน่นอน เพราะ เพื่อนเก่า ทั้งหมดมีความเห็นตรงกันว่า "ไม่ต้องการเอาลูกหลานเข้ามาให้ระบบ มันเสีย เราอยากให้มืออาชีพมาทำ ไม่อยากให้เข้าตอนไม่เก่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดกั้นเสียเลย แต่การทำงานข้างนอก เขาอาจสนุกมีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าทำกับพ่อ"
วิธีคิดของผู้นำองค์กรที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างบริษัท ให้แข็งแกร่งในระยะยาว จึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ ของโมเดอร์นฟอร์มต้องเข้าใจและเดินตามรอยให้ได้
_________________________________________________________________
Modernform Mission The Regional Brand
กลุ่มบริษัท Modernform นั้นเรียกได้ว่าเป็น 1 ในผู้นำของวงการเฟอร์นิเจอร์มาร่วม 25 ปี จนถือได้ว่าเป็นเฟืองจักรสำคัญในการมีส่วนช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์ของไทยให้สามารถออกไปแข่งขันในตลาด โลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ในเมืองไทย Modernform ถือเป็นผู้ประกอบการที่เน้น จับกลุ่มลูกค้าในตลาดกลางขึ้นไปจนถึงตลาดบนมาตลอด ซึ่งถ้าจะมอง กันตามเนื้อผ้าก็ต้องยอมรับว่า Modernform นั้นปูฐานรากจนแข็งแกร่ง มากในตลาดเฟอร์นิเจอร์ทั้งสามส่วน คือ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ครัว
เพียงแต่ว่าถ้าถามถึง Perception ของผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้น มักจะมองภาพของ Modernform ไปทางเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมากที่สุด ซึ่งกับข้อมูลตรงนี้ทางผู้บริหารของ Modernform เองก็กล่าวยอมรับ และมองว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์สำนักงานนี้จะเป็น กลุ่มที่มีการใช้งานมากที่สุด
ถ้าจะถามว่า ณ วันนี้ความสำเร็จของ Modernform มาจาก อะไรนั้นคุณชัชชัย ธรรมมารุ่งเรือง รองประธานกรรมการ กรรมการบริหาร บริษัทโมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ตอบข้อซักถามนี้ว่า สาเหตุที่Modernform ก้าวมายืน ณ จุดนี้ได้นั้น มาจากความโดดเด่น ในเรื่องของดีไซน์อย่างแท้จริง
เมื่อก่อนพอพูดถึงเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเราจะนึกถึงตู้เหล็ก โต๊ะเหล็กผ่านมา 10 ปี 20 ปี ก็ยังเหมือนเดิมเป็นตู้เหล็กสีเทา เพราะไม่มี คู่แข่ง จะแข่งก็คือร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องสั่งทำจะเอาสวยๆ ก็ต้องสั่งทำ Designer ต้องออกแบบทุกตัว แต่พอ Modernform เกิด เราได้เข้าไป แทนส่วนในสิ่ง ที่ขาดได้หมดราย อื่น ๆ ทำตาม ตลาดก็ใหญขึ้น ตาม
พร้อมกันนี้คุณชัชชัย ยังได้กล่าวสรุปปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ ทางModernform กลายเป็น Brand สินค้าเฟอร์นิเจอร์แถวหน้าของไทย นี้ก็มาจาก 3 ปัจจัยหลักๆ คือ เรื่องของดีไซน์ที่ทันสมัย คุณภาพที่ได้มาตรฐานและการบริการหลังการขายที่ดี
ตลาดที่เราใหญ่ก็คือ Office เพราะคนที่ใช้ Office ค่อน ข้างกล้าลงทุน ผมยกตัวอย่าง เช่น กลุ่มซีพี จนถึงวันนี้ซีพีซื้อของจาก เราไปเกือบร้อยล้านบาทแล้ว ซีพีเปิดที่ไหนก็ซื้อเราตลอด เพราะโต๊ะ ที่คุณใช้อยู่ 10 ปียังลักษณะเดิมอยู่เลย ดังนั้น Office เฟอร์นิเจอร์ เราจึงมีประวัติที่คนยอมรับ เราก็อาศัยความ Strong ตรงนี้มาใช้กับ Brand อื่นๆ ของเรา
แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของ Modernform ในตลาด เฟอร์นิเจอร์สำนักงานก็ย่อมจะถ่ายทอดชื่อเสียงในเรื่องของความทนทาน มาสู่ตลาดเฟอร์นิเจอร์บ้านและครัวได้ไม่มากก็น้อย
ตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา Modernform นั้นทำตลาด ในสามกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ คือ เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน, เฟอร์นิเจอร์บ้าน และ เฟอร์นิเจอร์ครัว ผ่าน 3 Brand หลักคือ MOFLEX, KLASSE, KITCHEN
Modernform เพิ่งจะตัดสินใจปรับโครงสร้าง หรือ Re-Architecture Brand ครั้งสำคัญเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยการยุบ 3 Brand หลักที่เปรียบเสมือนฮกลกซิ่วไป แล้วปรับกลยุทธ์จาก Multi Brand มาสู่Umbrella Brand ในส่วนของ Brand ที่เป็นแกนหลัก เริ่มจาก
Modernform Work Space ถูกนำมาใช้งานแทน MOFLEX
Modernform Exclusive Living มาทดแทน KLASSE
และสุดท้าย Modernform Kitchen เข้ามาทำหน้าที่แทนKITCHEN
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม Modernform ถึงต้องปฏิวัติ ตนเองครั้งใหญ่
กับคำถามดังกล่าวทางคุณ พัฒนะ อุษณาจิตต์ กรรมการผู้จัดการบริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้เคยอธิบายไว้ว่าแม้ว่า Modernform จะมีการแตก Brand ออกไปอย่างมากมายแต่เมื่อถูกถามถึง Brand เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ ภาพของ Modernformในความรู้สึกของผู้บริโภคนั้นกลับไม่ใช่ Brand ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดอย่าง MOFLEX, KLASS หรือ KITCHEN ตามการโปรโมทหากแต่กลับเป็น Corporate Brand อย่าง Modernform มาตลอด
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึง พฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการเลือกที่อยู่อาศัยซึ่งค่อนข้างจะ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนั้น ไม่นานมานี้ Modernform ก็มีการ ขยับขยายธุรกิจด้วยการแตกแบรนด์ออกไปอีกหลายแบรนด์ด้วยกัน
เริ่มจากในตลาดเฟอร์นิเจอร์บ้านก็ได้มีการแตกแบรนด์ Life เพื่อมาจับตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบงานดีไซน์ที่ทันสมัย มีสีสัน แบบ กะทัดรัดเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตที่ปรับจากแนวราบขึ้นตึกมาอยู่แนวดิ่งเพิ่มขึ้น
ส่วนในตลาดเฟอร์นิเจอร์สำนักงานทาง Modernform ก็แตกแบรนด์SOHO เพื่อออกมาจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ Home Office และ SMEs ด้วยการสร้างจุดขายในเรื่องของ Young @ Heart โดยเฉพาะ
ล่าสุด Modernform ก็ได้มีการเสริมความแข็งแกร่งใน BrandPortfolio ของตนเองด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง Xteria ที่ออกมาจับตลาดเฟอร์นิเจอร์ภายนอกอาคารซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเพิ่งขึ้น อย่างมากการเปิดตัวในครั้งนี้ทาง Modernform เองได้พันธมิตรที่มี ความชำนาญในส่วนของงานภูมิสถาปนิก ระดับ ประเทศอย่าง คุณ ชัยรัตน ์สุระจรัสเข้ามานั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกซ์ทีเรีย จำกัด
Modernform เป็นบริษัทที่มีจุดแข็งเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ การผลิต และการขาย ส่วนตัวผมเป็นภูมิสถาปนิกทำงานออกแบบเกี่ยว กับ Landscape มาเกือบ 20 ปี จนได้มีโอกาสมารู้จักกันกับModernform ซึ่งทั้งคู่มองว่า ถ้าเอาเรื่องของ Landscape ของเรากับที่ Modernform ที่รู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์มาผสมกันก็จะได้งานที่ออกมาเป็นเอาท์ดอร์ เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งตลาดนี้ทาง Modernform ยังไม่เคยทำ และตลาด ก็ใหญ่มาก คุณชัยรัตน์ เล่าถึงที่มา
โดยในระยะแรกของการทำตลาดแบรนด ์ Xteria ทาง Modernform จะเน้น หนักรุกตลาดเข้าไปในส่วนของโครงการไม่ว่า จะเป็นรีสอร์ที่พักอาศัยโดยเฉพาะกับตลาดคอดโดมิเนียมที่ปัจจุบัน เจ้าของโครงการจะเน้นจุดขายในเรื่องของ Green Space หรือพื้นที่ สีเขียวส่วนกลางเพื่อความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นรวม ถึงกลุ่มบ้านจัดสรรที่จำเป็นต้องมีพื้นที่ ส่วนกลางเช่นกัน
ต้องบอกว่ามาได้ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ สำหรับ Xteria
ไม่เพียงแค่ผลิตและจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์แต่ทาง กลุ่ม Modernformเองก็ยังทำธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ระดับหรูแบรนด์ CASA BELLA มาจับกลุ่มLuxury โดยเฉพาะ
นอกจากนี้แล้วทาง Modernform เองก็ยังมีบริษัทในเครือ ทำธุรกิจอื่นๆเกี่ยวข้องอีก อาทิ บริษัทโมเดอร์ฟอร์ม เฮลท์แอนด์ แคร์ จำกัด ที่นำเข้าและส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ ต่างๆ รวมถึงยังมีบริษัทที่ขายวัสดุสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ อาทิ พรมปูพื้น หินสังเคราะห์ ฯลฯ
แต่หลักๆ แล้ว ยอดขายของ Modernform เกือบ 90% จะยังคงมา จากตลาดในประเทศเป็นหลัก ส่วนตลาดส่งออกของ Modernform จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 10% จากรายได้รวมของบริษัท เกือบ 3,000 ล้านบาท
กระนั้นก็ดี ตลาดต่างประเทศก็ยังเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ของModernform ในการยกระดบั ตนเองจาก Local Brand ขึ้นไปสู่Regional Brand
เกี่ยวกับนโยบายการทำตลาดต่างประเทศ คุณชัชชัย ได้อธิบายเป้าหมายของ Modernform ว่าในระยะแรกจะขอเติบโต ในระดับ Regionalหรือระดับภูมิภาคก่อนเป็นพอ
Modernform เรายังไม่ถึงขั้น Global Brand แต่ถ้า RegionalBrand เราอยากจะไป ก็คือในแถบภูมิภาคนี้ที่เรามีความ สามารถในการบริหาร ในการที่จะต่อสู้กับเขาได้ จริงๆ แบรนด์เราก็ดังนะ แต่อยู่ใน Scale ที่เล็กๆ อย่างในประเทศลาวขณะนี้ องค์กรที่เป็นรัฐบาล หรือเอกชนที่ดังๆ บริษัทฝรั่งที่ไปเปิดในลาวก็ซื้อโมเดอร์นฟอร์มทั้งนั้น แต่เป็น Scale เล็กๆ เรียนตรงๆ ว่าตลาดในเมืองไทยเนี่ย เราก็Supply เกือบจะไม่ไหวแล้ว
แต่ถ้าถึงเวลาที่ Modernform จะต้องบุกตลาดอย่างจริงจัง เมื่อใดนั้น สิ่งที่ต้องเก็บมาคิดเป็นการบ้านอย่างแรกของ Modernform ก็คือ โพซิชั่นนิ่งในตลาดต่างประเทศของ Modernform จะยังคงรักษาภาพของความเป็นสินค้าที่จับตลาดบนได้หรือไม่
โอกาสเราอยู่ที่ Regional ไม่ได้อยู่ที่ Global ไปยุโรป ไปอเมริกาถ้าไปเราต้องไปอยู่ในระดับ Mass ซึ่งเราก็ไม่ยินดี เพราะตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับ Mass Margin ต่ำมาก ถ้าเราจะไปแบบ Mass เราต้องลด Cost ลดต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งเราไม่ยินดีที่จะทำอย่างนั้น
ดังนั้นโอกาสเราอยู่ที่ระดับ Regional เพราะความเป็นอยู่ ของคนในย่านนี้จะมี Standard Living พอๆกัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามฯลฯ โอกาสเราอยู่ตรงนี้ อยู่ในโพซิชั่นนิ่งของ Modernform
เพราะต้องไม่ลืมว่าในตลาดโลกนั้น ไม่ว่าแบรนด์ของไทย จะใหญ่ขนาดไหน แต่พอได้เริ่มก้าวขาออกนอกประเทศเมื่อไหร่ จากที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่ก็ตัวเล็กลงไปกันทุกคน
รวมถึง Modernform ด้วยเช่นกัน
ในตลาดเมืองไทยชื่อชั้นของ Modernform อาจจะข่มคู่แข่ง อยู่หลายราย แต่ลำพังถ้าออกไปในตลาดระดับ Regional แล้วต้องไป ชนแบรนด์ดังระดับอย่าง IKEA นี่ก็เหนื่อยแทบขาดใจเหมือนกัน
คุณชัชชัย ได้บอกกล่าวถึงปัจจัยในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของในตลาดเมืองไทยทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติให้ฟังว่า จากการทำ วิจัยพบว่าหลักๆ แล้วลูกค้าจะเดินเข้าร้าน Modernform เพราะว่านึกถึง แบรนด์Modernform ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงตามมาในเรื่อง ของดีไซน์ และคุณภาพของสินค้า
คนซื้อ Modernform เขาเลือก Modernform เพราะนึกถึง Modernform ก่อน แบรนด์มาก่อนเป็นอันดับหนึ่ง เราทำ Survey แล้ว2 สิ่งเด่นตามมา คือ ดีไซน์และคุณภาพ ตามมาด้วย service ถ้าเขาคิดถึงของถูกเขาจะไม่มาเลย
ปัจจุบันตลาดส่งออกของ Modernform นั้นหลักๆแล้วก็ จะเน้นการทำตลาดไปในกลุ่มโครงการอสังหาต่างๆ ในประเทศแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อินเดีย บังกลาเทศ มัลดีฟส์ จีน ฯลฯ เสียมากกว่า ทั้งนี้เพราะว่าทาง Modernform ยังไม่ได้มีการเปิดโชว์รูมเป็นของตนเอง ในต่างแดนแต่จะใช้วิธีการทำตลาดผ่าน Distributor หรือเอเย่นต์ใ นท้องถิ่นแทน นอกจากนี้แล้ว Modernform ก็ยังมีการผลิตสินค้า ในรูปแบบ OEM งในตลาดประเทศญี่ปุ่น
ส่วนแผนงานของตลาดต่างประเทศในอนาคต ทาง Modernform ก็จะเพิ่มความสำคัญด้วยกลยุทธ์ Synergy แบรนด์ที่มี ในเครือทั้งหมดออกไปด้วยกัน เพื่อสร้างความครบวงจรในส่วนของ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์บ้าน เฟอร์นิเจอร์ครัว และเฟอร์นิเจอร์ภายนอกอาคารที่ Modernform เพิ่งจะเปิดตัวไป
ความครบวงจรที่ว่านี้เองที่จะเป็นจุดสร้างความแตกต่าง ระหว่างModernform กับคู่แข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคู่แข่งขันที่มาจากละแวกเดียวกัน
คู่แข่งเราที่เก่งในระดับเรา น่าจะเป็นมาเลเซีย ส่วนจีน เริ่มขึ้นมาแข่งได้ดีแล้ว ถึงแม้ไม่ทั้งหมดแต่ได้ดีแล้ว เวียดนามทางด้าน เฟอร์นิเจอร์ยังต้องอีกซักพักหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่ขึ้นมา เกาหลีเคยดังอยู่พัก หนึ่ง แต่เขาเลิกพัฒนาทางด้านเฟอร์นิเจอร์แล้ว เขาไปพัฒนาด้านที่Value สูงกว่านั่น เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนสิงคโปร์เลิกไปแล้วเพราะสิงคโปร์ ย้ายฐานการผลิตเข้ามาเลเซียหมดแล้ว จริงๆที่สูสีเรามากที่สุดคือ มาเลเซีย แล้วต่อไปก็คงเป็นจีนถ้าจะให้เปรียบเทียบจุดอ่อนจุดแข็งระหว่างเรากับคู่ แข่ง ก็ต้องบอกว่ามีพอๆกัน ทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ คอลเลคชั่น ด้านประสบการณ์ คุณชัชชัย อธิบาย
ส่วนในอนาคต Modernform จะสามารถวาดลวดลายใน ตลาดระดับภูมิภาคได้ดีเหมือนที่ประสบความสำเร็จในตลาด ประเทศไทยหรือไม่ ในฐานะคนไทย ก็คงต้องจับตาความเคลื่อนไหวนี้ ชนิดห้ามกระพริบตา ®
ข้อมูลจาก...http://www.brandage.com/Modules/DesktopModules/Article/ArticleDetail.aspx?tabID=2&ArticleID=741&ModuleID=21&GroupID=322

| Create Date : 01 สิงหาคม 2554 |
| Last Update : 4 สิงหาคม 2554 11:26:55 น. |
|
0 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
|
|
|
|
| P_ปรัชญา |
 |
|
|
 |
|