มีนาคม 2560

 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Hong Kong 2017ทริปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 32 กับลูกๆอีก 2 คน Day1






















..................ทริปบ้านนอกเข้ากรุง Hong Kong 2017...........Day1................
สวัสดีกับการเขียนบล็อกครั้งแรกในชีวิต ไม่ใช่การรีวิวแต่เป็นการบอกเล่าถึงสถานที่ที่ได้ไปมาเท่านั้นเองค่ะ 
โดยทริปแรกที่พาไปนั้นคือ ฮ่องกง 
ทริปแรกนี้เราใช้บริการของ Travaloka ในการหาตั๋วเครื่องบิน 
ซึ่งก็ได้มาในราคา 5,350 บาท สายการบิน Hong kong airline  
เดินทางด้วยกันทั้งหมด 9 คน เราได้เป็น E- ticket มา และไม่ได้ทำการ Web check in มา 
แต่เดินมาทำที่เค้าเตอร์เลย(แถวสั้นมากเลยค่า) 
เพราะไปกันหลายคนเลยพึ่งบริการเค้าเตอร์ดีกว่า ถือไปแค่ โทรศัพท์ที่มีแอพของ Travaloka เท่านั้นเอง ...


เราเลือกเวลา 04.10 น. เพราะกะว่าไปถึงฮ่องกงคง 7-8โมงเช้ากะว่าจะเที่ยวเลย สรุปเราคิดผิดค่า มันทำให้ง่วง เหนื่อยมาก พลาดจริงๆ 


ที่นั้งบนเครื่องสำหรับไซส์เอเชียแบบครอบครัวเรา
 นั่งกำลังพอดีนะคะ แต่คุณลุงที่เป็นชาวสวิส ส่วนสูง 193
 อาจจะคับแคบไปซักหน่อย ส่วนบริการบนเครื่อง และ ระบบจัดการที่นั่ง
 ดีมากเลยค่า เค้าเตอร์จัดที่นั่งให้ครอบครัวเราได้นั่งด้วยกัน 
และเพื่อนสาวที่ไปด้วย เป็นคนท้องอ่อนๆ 
ก็ได้ที่นั่งติดกับห้องน้ำเพื่อความสะดวก อาหารบนเครื่อง คือ ขนมปังชิ้น
ใหญ่และชีสด้านใน เราไม่ได้ทานแต่เด็กๆทานเกลี้ยง 
สงสัยจะอร่อยนะคะ เพราะชิ้นใหญ่มาก ทานกันหมดเลย 



8.30 น.ก็ผ่าน ตม.ออกมาได้ แวะซื้อบัตร Octopus กันเลย 
ผ่านประตูผู้โดยสารออกมาด้านนอก จะเจอคีออสของ 
Airport Express ซือได้ที่นั้นเลยค่ะ 
โดยราคาบัตรมีดังนี้ 
1.บัตรผู้ใหญ่ 150 hkd ใช้เงินได้ 100 hkd อีก 50
 คือค่ามัดจำบัตร ตอนคืนบัตรจะได้มัดจำคืนด้วยค่ะ
2.บัตรเด็ก 70 hkd ใช้เงินได้ 20 hkd 
แนะนำให้เติมเงินไปอีกซัก 1-200 Hkd นะคะ 
เพราะที่สถานีรถไฟคนจะเยอะมากเติมเกินๆไว้ก่อน 
เวลาเข้า เซเว่นก็ใช้บัตรนี้จ่ายได้เลยค่ะ 
อ่อ เซเว่นที่ฮ่องกงจะไม่ใส่ถุงให้ เราต้องมีถุงไปและหยิบของใส่ถุงเอง
ด้วยนะคะ  ถ้าจำเป็นจริงๆ เค้ามีถุงขาย แต่เวลาซื้อพนักงานจะหน้าบู้ๆ
หน่อย แฮะๆ ประมาณว่าเธอมาขยายงานชั้น
ออกมาด้านนอก ตามป้าย To City 
ตรงไปสุดทางจะเจอป้าย Information ใหญ่ๆ 
ให้เราเลี้ยวขวาแล้วข้ามถนน ไปทางด้านซ้ายมือ 
จะมีป้ายรถเมล์ ป้ายที่นี่จะมีเขียนบอกชัดเจนว่า
 สายไหนจอดป้ายไหน และ 
อย่าลืม !! ที่นี่ต้องต่อแถวขึ้นรถเมลล์นะคะ 
เค้ามีช่องให้ยืนรอ รถเมล์ยังไม่มาก็ต่อคิวไว้ก่อน 
พอขึ้นปุ้บใช้บัตรแตะได้เลยค่า ง่ายมาก วันนี้เรามารอสาย S1 
ไปแวะ City Gate ช้อปกันก่อนเลยค่า


ชอบการคมนาคมที่ฮ่องกงมาก คนเยอะจริง แต่ภายในรถ
 สะอาด สะดวก ไม่ต้องห่วงว่าจะหลงนะคะ 
ในรถมีป้ายดิจิตอลบอกว่า ต่อไปเป็นสถาณีไหน 
ของเราไป City Gate ลงหน้าห้างเลยค่ะ 
ไม่ต้องกดกริ่งนะคะ แค่ไปยืนรอ พนง ขับรถก็จอดให้ค่ะ


พอถึงห้างเราลงไปชั้นใต้ดิน แล้วเอากระเป๋าไปฝากก่อนนะคะ
 จะได้ช้อปแบบสะบายใจ ล็อคเกอร์ใช้บัตร Octopus
 จ่ายไ้ดเลย ใบเล็ก 10 เหรียญ ส่วนใบใหญ่ 20 เหรียญ
 ฝากได้ 2 ชม. เรากะว่าจะขึ้นไป  Nong ping
 แต่ช่วงที่เราไปกระเช้าขึ้นนองปิงปิด เลยต้องพึ่งบริการรถบัส
 แต่!!! แม่เจ้า คนเยอะมากมาย แถมฝนตกด้วย 
เราเลยเปลี่ยนใจเป็นเดินช้อปปิ้งและกลับที่พัก 
บริเวณด้านหน้าห้างคือรถไฟฟ้า MTR สถานี Tung chung
 ไปเปลี่ยนสายที่สถานี Lai king ไปยังที่พักของเราคือ Tsim sha tsui
เราพักที่ตึก Mirador ออกตรงทางออก Exit N5
 เดินขึ้นมาจะเจอ เซเว่น ตึกนั้นเลยค่ะ หาง่ายมาก
 ส่วนที่พักเราก็หาใน Traveloka เช่นเคย
 เกสเฮ้าส์ที่พักของเราชื่อ Pearl Guest house
 เราต้องไปเช็คอินกันที่ชั้น 16 ลิฟต์ที่นี่ 
จะแบ่งเป็นชั้นเลขคี่กับเลขคู่ต้องสังเกต ป้ายหน้าลิฟต์ด้วยนะคะ ภายนอกของตึก อาจจะดูเก่ามาก แต่พอ พนง พาเราไปยังห้องพัก เหมือนอยู่กันคนละโลก ห้องสะอาดมาก อ้อลืมบอกไป
 เราปริ้นใบเช็คอินโรงแรมมาจากเมล์นะคะ บริการดี 
มีแม่บ้านมาเก็บห้องให้ทุกวัน แต่ห้องจะแคบมาก 
ไม่ต้องตกใจที่นี่เนื้อที่เป็นเงินเป็นทอง ห้องพักจะไม่ใหญ่มาก
 เราเลือกห้อง Family นอน 5 คน รวมเด็กๆด้วย คืนละ 2600 บาท
 เราว่ามันถูกมาก ถ้าไม่ติดภาพลักษณ์ภายนอก ที่นี่คือดีและคุ้มเลย
 ตอนนี้ก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย เจอกันมื้อเย็นนะคะ 
     และแล้วก็ได้เวลา 17.00น. เดินทางกันมาทั้งวัน เดินหาของกินซิ่คะ เนื่องด้วยนี่คือทริปแรกและเขียนบล็อกครั้งแรก เราไม่ได้ถ่ายรูปร้านมาเลย รอบหน้าจะปรับปรุงนะ ร้านนี้อยู่เลยตึก Mirador ไปทางถนน Nathan ซอยแรก อยู่ทางด้านซ้ายมือ ร้านแทบไม่มีภาษาอังกฤษเลยค่า ชี้เอาแต่รูป ราคาไม่แพงด้วย โจ๊กร้านนี้ราคาเริ่มที่ 35 เหรียญ แล้วที่สำคัญ อร่อยทุกอย่างเลย 



บริเวณหน้าตึกที่พักและตรงนี้คือ ถนน Nathan



บรรยากาศภายในร้าน แม่ครัว พนักงาน จะเสียงดังนิดหน่อย เป็นเรื่องปกติของที่นี่ค่ะ เหมือนเค้าทะเลาะกันเลย แต่เพื่อนเราบอกว่า เค้าคุยกันแบบนี้ 



โจ๊กเนียนมาก อร่อยมากเช่นกัน ยังไม่เคยได้ทานโจ๊กเนียนขนาดนี้
 อีกอย่างร้อนมาก คือทานจนคำสุดท้าย ยังอุ่นๆอยู่เลย



อันนี้เหมือนก๋วยเตี๋ยวหลอดบ้านเรา แต่ตัวแป้งเค้าใช้แป้ง
เฉพาะของเค้าทำ บ้านเราใช้เส้นใหญ่ อันนี้อร่อยและนุ่มกว่าด้วย
 ส่วนด้านในเป็น หมูบาร์บีคิว



เกี๋ยวที่นี่ลูกใหญ่โตมากเลยทีเดียว น้ำซุปก็เป็นเอกลักษณ์







ไม่มีอันไหนทราบชื่อเลยเพราะว่าเราชี้เอาจากรูปถ่ายในร้าน 
อ้อ ที่ฮ่องกงจะไม่เสริฟน้ำ จนกว่าเราจะขอนะคะ 
เค้าเสริฟเป็นชาร้อน ถามเพื่อนที่เป็นชาวฮ่องกง 
เค้าบอกเค้าไม่เสริฟน้ำ แต่เราก็อย่านำน้ำที่เราพกมา 
ดื่มในร้านนะ ต้องขอจากเค้าดีกว่า หนังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อน
 ทานอาหารเสร็จก็ขึ้นนอนกันหมดเลย มีแต่เรากับสามี ไปต่อคร้า
 นัดเพื่อนชาวฮ่องกงไว้ คืนนี้ได้ตลุยต่อแน่นอน



จากถนน Nathan เดินไปเรื่อยๆ ถึง Temple Market 
ที่นี่ร้านอาหารท้องถิ่นเยอะมาก และที่สำคัญ เค้าพูดภาษาจีนด้วยจ้า
 ดีนะเรามีคนฮ่องกงไปด้วยไม่งั้นมีงง แน่นอน ที่นี่มีร้านขายของ 
คล้ายๆ สำเพ็งบ้านเรานะแต่ราคาสูงกว่า ถ้ามาที่นี่ 
มาลองอาหารจะดีกว่าค่ะ



บรรยากาศแบบนี้ ก็น่าสนุกดีนะคะ 

มาที่อาหารบ้าง 



จานนี้เป็นลูกชิ้นปลา ทอดมาทีแรกเห็นน้ำมันไม่กล้าทานเลยค่ะ
 แต่เพื่อนเราบอกว่ามันอร่อยมาก ยูต้องลอง พอชิม โอ้ยย
 อร่อยจริงๆ เนื้อปลาแน่นมาก ใส่แป้งผสมน้อยมาก 
น้ำจิ้มดูเหมือนซุปจืดๆ สรุปคือนางอร่อยด้วยค่า 
ออกเค็มๆ รสชาดแปลกใหม่สำหรับเรานะ สรุปจานนี้เด็ดเลย 



จานต่อมาเป็น เหมือนปลานึ่งซีอิ้ว แล้วมีเปลือกส้มและต้นหอมด้านบน อันนี้ก็อร่อยอีก ปลาเนื้อนุ่มเวอร์มาก เพื่อนบอกว่า จานนี้มีแค่ร้านนี้ร้านเดียวที่ยังทำอยู่ เพราะเป็นอาหารโบราณ หาทานยากมาก  อร่อยน้ำตาจะไหล ปลาทำไมนุ่มขนาดนี้ 



และจานนี้ที่ขาดไม่ได้ มาฮ่องกงต้องสั่ง จำชื่อจีนไม่ได้แต่ 
แป้งด้านนอกคือแป้งที่ทำก๋วยเตี๋ยวหลอดบ้านเค้า 
เอามาห่อกับปลาท่องโก๋ ราดซอส
 และทานคู่กับซอสเผ็ดรสชาดปะแล่มๆ 
แต่ปลาท่องโก๋ที่นี่ดีงามทีเดียว มาแล้วต้องทานให้ได้นะคะ 
ต่างจากบ้านเรา เนื้อด้านในแน่น แล้วก็นุ่่มมากด้วย 
 ต่อด้วยทาร์ต เราได้ทานชีสทาร์ต เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย
 อร่อยมากจริงๆ สมแล้วที่มาฮ่องกงต้องทานทาร์ตของที่นี่ให้ได้ .......

จบทริปคืนแรกของเราแล้ว ไว้มาต่อพรุ่งนี้นะคะ 
วันนี้เพื่อนชาวฮ่องกง  พาเดินเป็นสิบกิโลเลย 
น่องจะแตก 5555 อ่อ คนฮ่องกงจะเดินกันเร็วมากและเวลาเดินชน
ไม่มีการหันมาดูนะคะ คือเป้นเรื่องปกติของคนที่นี่ 
ใช้ชีวิตเร่งรีบ เราไปเที่ยวเดินชนกันเล็กน้อยก็อย่าไปว่าเค้าเลยนะคะ



Create Date : 01 มีนาคม 2560
Last Update : 1 มีนาคม 2560 21:27:27 น.
Counter : 241 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Poonpunpangpad
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]