space
space
space
 
กุมภาพันธ์ 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
space
space
3 กุมภาพันธ์ 2560
space
space
space

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 4 เรื่องบริจาคมากได้บุญมาก




แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
26 กุมภาพันธ์ 2550
เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 4 เรื่องบริจาคมากได้บุญมาก

....ณ ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง....

แสงไฟวูบวาบสะท้อนไปมา ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังร้องเพลงอย่างสนุกสนาน บางคนปรบมือตามจังหวะ บางคนลุกขึ้นมาเต้น วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ ใครๆต่างพามากันที่นี่เพื่อผ่อนคลายจากการทำงานทั้งวัน และในมุมหนึ่งของร้านใกล้ประตูทางออก เมื่อกวาดสายตาไปจะเห็นหนุ่มสองนายนั่งอยู่

ตึง..ตึง ตึง ตึง ชายทะมัดทะแมงกำลังฮัมเพลงเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอคิวเพลงที่ตนเลือกไว้ ทันใดนั้นหันไปมองเพื่อน
"เฮ้ย เคนเป็นไรวะ เหล้าเต็มแก้วลูกน้ำว่ายเต็มเลย มึงเห็นไหม" เพื่อนสมัยมัธยมแซวเพื่อนที่คบกันมานาน

ปกติเพื่อนกลุ่มนี้นัดเจอกันทุกๆเดือน หลังจากที่เรียนจบมัธยมกัน วันนี้ทุกคนต่างมีทางของตัวเองหมดแล้ว อย่างเคนเป็นพนักงานบัญชีบริษัทชื่อดัง ส่วนอีกคนที่แซวเป็นตำรวจประจำท้องที่แห่งหนึ่ง วันนี้มากันเพียงสองคนเพราะเพื่อนคนอื่นต่างติดงาน
"กูกะไม่มานะวันนี้ เห็นไม่มีใครมาเลยมาเป็นเพื่อนมึง ดันมาแซวกูอีกไอ้คุณทนง" เคนพูดหยอกกลับ
"กูเห็นมึงทำเศร้านิหว่า เดี๋ยวถึงตากูร้อง กูให้มึงร้องแทน อย่าเครียด เพื่อนอย่าเครียด" อีกฝ่ายปลอบใจ
"กูปรึกษาสักเรื่องเด่ะ มึงว่าแปลกไหมว่ะ คนบริจาคแบบแชร์ลูกโซ่ มึงเคยได้ยินมั้ยว่ะ" เคนถามอย่างสงสัย
"แปลกมาก ตั้งแต่อยู่ท้องที่มาไม่เคยเจอคดีแบบนี้ มีเหรอวะ" ทนงตอบแบบหน้าซีเรียส
"นั้นสิ แม่กูขอยืมเงิน 200,000 บอกจะไปทำบุญ ท่านบอกว่าวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าหาคนมาบริจาคต่อได้จะได้เงินส่วนหนึ่งด้วย รู้สึกชื่อวัดสมาธิกายมั้ง นายเคยได้ยินบ้างเปล่า" เคนถามเพื่อนรัก
"เคยได้ยินสิวะ เห็นออกข่าวเมื่อ 10 ปีก่อน บางครอบครัวบริจาคเงินให้หมดเลยก็มี ตอนนี้ยังอยู่อีกเหรอ กูเองก็ไม่ได้ตามข่าว แต่กูว่าแม่มึงโดนหลอกแน่ มีใครที่ไหนวะทำบุญที 200,000 บาท ถามยังหาคนเหมือนแชร์ลูกโซ่อีก"
"เออ คิดเหมือนกูเลย กูว่าแม่กูต้องเจอหลอกแน่ เลยจะไปเป็นเพื่อนแม่สักหน่อย มึงก็รู้กูหัวอ่อน มึงไปกับกูอีกสักคนสิ ตำรวจอย่างมึงเพื่อจะรู้อะไรดีๆ" เคนทำหน้าเศร้าแต่รู้อยู่แล้วว่านิสัยเพื่อนเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือ อย่างไรก็ต้องไปแน่
"เอาเด่ะ เรื่องแบบนี้กูชอบ รู้นิสัยตำรวจดีนิหว่าชอบลองของ 555555+" อีกฝ่ายหัวเราะเพราะคิดว่าแม่เคนโดนหลอกแน่นอน


ต่อมา...วันนัดได้มาถึง วันที่ตำรวจทนงสอบถามจากแม่ก็ยังไม่อยากเชื่อ แต่ลองฟังเหตุผลของแม่เคน มันดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจมาก ที่นี่มีพวกผู้บริหารบริษัทดังๆทั้งนั้น ถ้าเอ่ยแล้วจะร้องไม่น่าเชื่อ นายกรัฐมนตรียังมาบริจาค ทุกคนพูดว่าระดับคนใหญ่ คนโต ไม่มีใครให้หลอกกันง่ายๆหรอก
"สมาชิกมีเป็นล้าน มีเครือข่ายทุกมุมโลก ถ้าโดนหลอกจริงทำไมถึงหลอกคนเป็นล้านได้ล่ะ" ขนาดตำรวจทนงฟังยังรู้สึกน่าสนใจ จึงไม่แปลกใจเลยกับคนทั่วไป

เมื่อแม่พาทั้งลูกชายและตำรวจทนงไป ต้องรู้สึกอลังการมากกับงานก่อสร้าง ผู้พิทักษ์ความยุติธรรมพอเคยได้อ่านข่าวมาก่อนแต่ไม่คิดว่าเมื่อเจอด้วยตัวเองจะใหญ่โตขนาดนี้ มีการทำบุญเสาวัดต้นล่ะสองร้อยบาทด้วย เป็นการตลาดที่ดึงทั้งระดับบนระดับกลางและระดับล่าง ที่นี่เก่งมากสามารถเข้าถึงเด็กด้วยการ์ตูนและเพลง และที่ตำรวจทนงทึ่งคือที่นี่ทำงานเป็นขบวนการใหญ่ มีเส้นสายใหญ่มากเพราะมีผู้อิทธิพลเข้ามาทำธุรกิจไม่ว่าเป็นงานก่อสร้างของบริษัทก่อสร้างสกายโฮมหรือธนาคารสิงห์ไทยพาณิชย์ที่ให้กู้ยืม อันเป็นธุรกิจหมุนเวียรนับพันล้านบาท ยังไม่รวมอย่างอื่นเช่นอุปกรณ์สงฆ์ต่างๆ ค่าดอกไม้ เสื้อผ้า อาหาร ยังไม่รวมค่าจุกๆจิกๆไม่อยากคิดเลยวันหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนกี่ล้านบาท

ถึงอย่างไรทนงยังติดใจทำพูดแม่เคนว่า"ถ้าหลอกจริงหลอกได้เป็นล้านคนหรือ แถมมีบุคคลที่น่าเชื่อถือเข้าเป็นสมาชิกอีกมาก"

หลังจากทำกิจกรรมทั่วไปเสร็จ ผู้ร่วมงานมีการเข้าห้องประชุมซึ่งเปรียบได้กับศาลาการเปรียญเพื่อฟังพระเทศนาเป็นประจำเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่มักเป็นสมาชิกใหม่ที่ต้องการบริจาค มีการสวดมนต์ ฉันอาหาร กรวดน้ำอันเป็นกิจปกติของสงฆ์

"อาตมาขอบใจญาติโยมทั้งหลายที่มาวันนี้นะเออ" พระรูปหนึ่งประกาศผ่านไมค์ "การบริจาคเพื่อเป็นการสะสมบุญ บารมีนะเออ"
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งตำรวจทนงและเคน

"อย่างนายบัณฑิตตามที่ดูสไลด์นะเออ บุคคลนี้เมื่อก่อนก็ทำบุญโดยการสร้างวัดมาก ชาติที่แล้วท่านมีเงินเมื่อเทียบกับสมัยนี้ประมาณ 1 ล้านบาท แต่เพราะบุญบารมีที่ได้ทำนั้นทำให้นายบัณฑิตเป็นลูกเศรษฐีแล้วมีเงินมากขึ้น 10 เท่านะเออ" ท่านกล่าวอย่างอารมณ์ดี
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งผู้มาใหม่ทั้งสอง

"เห็นไหมโยม ตัวอย่างที่อาตมายกมานั้นแสดงว่ายิ่งบริจาคมากยิ่งได้บุญมาก บุญอันเป็นบารมีความเพียรที่เราสะสมในชาตินี้ เพื่อให้เราเป็นอภิอัครโครตมหาเศรษฐีในชาติหน้านะเออ"
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบ

ท่านเทศนาเสร็จ ปกติมีการถวายปัจจัยโดยเฉพาะแม่เคนที่เตรียมเงินถวายให้แก่ท่านด้วย
"ขอบใจญาติโยมที่ช่วยทำบุญ อย่าลืมชักชวนทำบุญเพื่อให้ทุกคนได้บุญกันนะเออ ตอนนี้เราจะให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางบอกบุญทั่วโลก เราจะให้ทั่วโลกได้รู้ว่าบุญบารมีควรสะสมไว้เพื่อภายภาคหน้านะเออ" หยุดดื่มน้ำสักครู่
"เอาละ ทุกคนก็เหนื่อยกันทั้งวันแล้ว วันนี้อาตมาต้องขอขอบใจเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้นะเออ"
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งตำรวจทนงและเคน

"เดี๋ยวก่อนท่าน" เสียงนายตำรวจนั้นเอง ทุกคนในห้องประมาณ 300 คนหันมามองที่ทนงคนเดียว
"ทำแบบนี้จะดีรึเพื่อน" เคนสะกิจเพื่อนเบาๆ
"คนอย่างกูไม่กลัวหรอก ถ้ากลัวแล้วจะมาทำไม" ตำรวจทนงตอบอย่างเบาๆ
"ผมว่าที่นี้หลอกประชาชน มีอย่างที่ไหนบอกว่าบริจาคมากได้บุญมาก การทำบุญที่ไหนมีการหาสมาชิกแบบแชร์ลูกโซ่อีก" ตำรวจทนง ทนงสมชื่อพูดอย่างไม่กลัวโดนประชาทัณฑ์

"ท่านศักดิ์สิทธิ์นะ ท่านไม่ได้หลอก ถ้าหลอกจะหลอกได้เป็นล้านคนเหรอ" หญิงวัยกลางคนหนึ่งพูดตะโกนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"ใช่ ขนาดรถกูหาย ท่านยังนั่งทางในยังหาเจอเลย มึงไม่เห็นเหรอมีรถมาให้ท่านเจิมวันหนึ่งเป็นร้อยคัน" ชายผู้ดูภูมิฐานขี้แจ้ง
"ขนาดคนรวย คนมีชื่อเสียงยังเป็นประธานวัดให้ท่าน มึงว่ากล่าวท่านระวังนรกจะถามหา" หญิงวัยกลางคนเดิมกล่าวเสริม

ตำรวจทนงถูกสอนว่าเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต้องใช้หลักจิตวิทยาเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะหรือควรกล่าวขอโทษ แต่ด้วยความที่ตนเป็นหนุ่มไฟแรงและที่มาเป็นตำรวจเพราะตัวเองก็เคยโดนคนอื่นรังแกและโดนหลอก จึงทนไม่ได้ที่เห็นคนอื่นโดนหลอกด้วยเช่นกัน
"เรื่องรถหายสำหรับผมไม่ยากเลย แค่ให้เด็กปั๊มน้ำมันหรือคนใกล้ชิดหลอกปั๊มกุญแจ แล้วให้หน้าม้าคนใกล้ชิดล่อให้เข้ามาติดกับหมอดูหรือพระปลอม ทำทีนั่งทางในมีปาฏิหารย์ว่ารถอยู่แถวนู่นแถวนี้ บางคนเก่งหน่อยทำเป็นไม่เอาเงินแต่สุดท้ายเจ้าของรถก็ต้องให้เงินอยู่ดี คดีแบบนี้ผมเจอมาเยอะแล้ว" ตำรวจทนงกล่าว
"ผมเป็นเจ้าของกิจการนะครับ ท่านอ่านใจคนได้ด้วย" ชายผู้ดูภูมิฐานกล่าว
"ผมว่าท่านวิเคราะห์จากบุคคลิกสืบประวัติและวางแผนหลอกมากกว่าเรื่องแบบนี้ผมทำได้" ตำรวจทนงกล่าวอย่างมั่นใจ

หญิงวัยกลางคนรู้สึกอยากเอาชนะและศรัทธาวัดนี้มาก กินนอนที่วัด เธอทนไม่ได้ที่เห็นคนว่ากล่าวท่าน
"ฉันไม่ได้โกหกนะ เรื่องจริงเห็นมากับตา มีคนโดนของขยับตัวไม่ได้ ท่านสวดมนต์ เชื่อไหม? สักพักใหญ่ของก็ออกแล้วคนนั้นขยับตัวได้เป็นปกติ" เธอกล่าวอย่างมั่นใจและอยากให้ผู้มาใหม่ศรัทธา

ทนงเป็นตำรวจที่ขยันทำให้มีประสบการณ์จากคดีต่างๆมากมาย "ผมว่าคนนั้นโดนยาสลบมากกว่า โดนผู้ไม่หวังดีใช้ยาสลบแบบไอระเหย ยาสลบบางชนิดหากสูดดมเข้าไปทำให้ตัวขยับไม่ได้แต่ยังรู้สึกตัวได้"

"เดี๋ยวก่อนๆ อย่าทะเลาะเพราะอาตมาเลยของบางอย่างอยู่ที่ความเชื่อนะเออ" ท่านกล่าวอย่างเมตตา
"แต่ว่......" ตำรวจทนงพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวแต่แล้วก็เงียบเพราะมีเสียงจากที่ไม่รู้ดังก้องหัว"โยม...ถ้าได้ยินเสียงอาตมาก็เงียบนะ อย่าบอกใครนะเออ อาตมาไม่ชอบอวดอ้างปาฏิหารย์เพราะนั้นไม่ใช่ทางศาสนา"

ตำรวจทนงตกใจ เหงื่อตก ถามเคนว่าได้ยินเสียงไหม
"เฮ้ย นายเพี้ยนแล้วเหรอ ไม่เห็นได้ยินเลย"

"โยม เชื่ออาตมาก็เข้ามาหาอาตมาแล้วขอโทษอาตมาซะ แค่นี้ไม่มีใครว่าแล้วนะเออ" เสียงยังคงก้องในหัว
ตำรวจทนงตกใจเกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ด้วยความกลัวจะเจอของจริง แถมไปว่าท่านอีก ตนกลัวตกนรกจึงเดินฝ่าเข้าไปแล้วก้มลงกราบพร้อมกล่าวว่า"ผมขอโทษครับท่าน ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้ว" พูดพร้อมร้องไห้เพราะกลัวว่าตนเองจะตกนรกที่บังอาจว่ากล่าวท่าน

ทุกคนเห็นภาพรู้สึกเห็นใจ คนทำผิดแล้วรู้จักขอโทษ ส่วนท่านเองให้อภัยอย่างไม่ถือสาเป็นภาพที่งดงามมากต่างปรบมือให้กับสมาชิกใหม่ผู้รู้จักสำนึกผิด บางคนร้องไห้เพราะเห็นความเมตตาของท่านแล้วประทับใจ บางคนเห็นภาพนี้บ่อยจนเคยชินเพราะมีผู้อยากพิสูจน์มาหลายคนแล้ว คนทุกคนเหมือนมีมารอยู่ในใจที่ต้องมีผู้บริสุทธิ์ช่วยชี้ทาง

สุดท้ายท่านเลยให้สามัคคีชุมนุมกัน ร่วมกันร้องเพลงอย่างจริงใจ

วันนั้นผู้มาแสวงบุญต่างกลับบ้านด้วยความปิติอย่างน้อยปาฏิหารย์เกิดขึ้นแล้ว วัดสมาธิกายได้สมาชิกใหม่เป็นตำรวจทนงและเคน หรือว่าการบอกบุญ MLM จะเป็นเครื่องชี้นำเพื่อให้วัดนี้เป็นศูนย์กลางของศาสนาโลก




คืนนั้นทั้งตำรวจทนงและเคนต่างฝันเหมือนกัน ฝันว่าพระที่วัดสมาธิกายท่านมาหาแล้วกล่าวทักทายทั้งสองคน "นโม นโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.... ณ สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ....
ตำรวจหญิงนางหนึ่งนั่งอยู่คนเดียวทำหน้ากลุ้มใจเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ติดค้างในใจ
"หมวยคนเก่งเป็นอะไร" ผู้กองมาดเข้มถาม
"เปล่าค่ะ ผู้กอง"
"มีอะไรก็บอกกัน นั่งกลุ้มใจแล้วช่วยเหลือประชาชนได้ไง"
"คือแฟนหนูมาขอเงิน 200,000 บาทค่ะ ผู้กอง"
"อ้าวมีเรื่องเดือดร้อนหรือเอาไปล่อซื้อยาบ้าละ" ผู้กองถาม
"ถ้าใช่ หมวยไม่มากลุ้มหรอก แต่เอาเงินไปทำบุญ ไม่รู้ว่าบุญอะไรหนักหนาตั้ง 200,000"
"ผมว่าแฟนหมวยโดนหลอกเป็นตำรวจทั้งทีทำไมให้โดนหลอกว่ะ ถ้าทนงไปอีกมาบอกผม ผมไปด้วย มีอะไรเราช่วยกัน ไม่ใช่มานั่งกลุ้มแบบนี้ไม่ช่วยอะไรดีขึ้น" ผู้กองสอนลูกน้อง
"จริงเหรอค่ะ" กำลังชวนใครสักคนไปด้วย
"จริงสิ ผมเองไม่ชอบให้คนโดนหลอก ชอบเอาความไม่รู้ของคนมาหากิน" ผู้กองทำหน้าแบบจริงจัง
"งั้นขอรบกวนผู้กองค่ะ อีกสามวันจะไปวัดสมาธิกายตอนบ่ายโมง ผู้กองว่างไหมค่ะ"
"ได้ อีกสองวันเตือนผมด้วย"
"ขอบคุณค่ะผู้กอง" เธอยกมือทำความเคารพด้วยความจริงใจ


----------------- บทสรุป -----------------------

มีคนเขลาบางคนยังคิดว่าองค์พระศาสดาที่เป็นศาสดาได้นั้นเพราะเอาคาถา อาคมต่างๆมาหลอกผู้คนแล้วตั้งตนเป็นองค์พระศาสดา จึงมีบางคนคิดจะเลียนแบบพระศาสดาและแต่งตั้งตนเป็นศาสดาบ้าง

อย่าแปลกใจทำไมบางประเทศถึงมีลัทธิเต็มไปหมดและผู้คนถึงเชื่อถืออย่างมากมาย
อย่าแปลกใจทำไมบางประเทศทหารถึงทำสงครามศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่กลัวตาย
อย่าแปลกใจทำไมบางประเทศถึงจับคู่แต่งงานกันโดยมีสมาชิกนับแสนทั่วโลก
อย่าแปลกใจผู้นำบางคน บางประเทศเชื่อเรื่องแบบนี้อย่างสนิทใจและมีข่าวเล่นของอยู่บ่อยๆ
อย่าแปลกใจทำไมหมอดูบางคนถึงดังและมีคนนับหน้าถือตามากมาย

เพราะของบางอย่างพวกเขาเหล่านั้นโดนพิสูจน์แล้วว่ามี ทำให้เชื่ออย่างสนิทใจเช่นตำรวจทนง

ตำรวจทนงโดนตอนกรวดน้ำ(แตะตัวกัน)แล้วโดนพระท่านใช้คาถาอาคม ทำให้โทรจิตเข้าไปหาตำรวจทนงได้
ส่วนสามัคคีชุมนุมคือการคลายคาถา

ส่วนฝันนั้นมีคนสอนว่าใช้ผีเข้าฝันจริงๆ (ผู้ถือศีลบางคนมีวิชาใช้ผีได้จริงๆ)

สังเกตุให้ดีเวลาที่มีเจ้ายศขุนนางมาหาหรือเยี่ยมประชาชน มักมีการจับตัวต่อกันเพราะต้องการอ่านใจผู้คิดร้าย ก่อนกลับก็จะทำแบบเดี๋ยวกันเพราะต้องการถอนคาถา
ยังมีอีกวิธีไม่ต้องแตะตัวก็อ่านใจได้โดยใช้ผีหรือกุมาร (เป็นศาสตร์ขั้นสูง)

และนี้เป็นสาเหตุว่าทำไมพระพุทธองค์ต้องบัญญัติให้พระอยู่ในศีลและธรรม หากไม่มีสิ่งเหล่านี้หรือแพ้กิเลสแล้วจะเอาสิ่งเหล่านี้หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง (บทวิเคราะห์ผมเอง)

ทุกอย่างบนโลกนี้มีทั้งดีและไม่ดี เราต้องมีสิ่งเหล่านี้ไว้สู้กับศาสตร์ด้านมืดไม่ใช่เอามาใช้หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง

อาจารย์ท่านสอนผมเรื่องทำบุญว่า"ผู้ที่มาทำบุญนั้นทุกคนล้วนมีทุกข์ การทำบุญของแต่ล่ะคนเพื่อความสบายใจ เงินที่ทำบุญนั้นเป็นเงินร้อน ใครที่หาผลประโยชน์จากการหลอกลวงประชาชนนั้น ถึงได้เงินไป เงินที่ได้อยู่ได้ไม่นาน" และท่านพูดอีกว่า"พระแตะเงินถือว่าบาป"

ผู้ที่หลุดพ้นทุกข์จากโลกนี้ได้ ไม่ใช่เป็นผู้มีพรของพระเจ้าแต่เป็นผู้มีศีล มีธรรมต่างหาก (ผมแต่งเอง)

ของปลอมนั้นเวลามาทำให้เรารู้สึกเฉยๆหรือทำให้เรากลัว ของจริงเมื่อมาจะแนะนำแต่สิ่งดีโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แม้ว่าทำให้คุณวิตกเพราะไม่เคยพบเห็นบ้าง แต่จะมีความรู้สึกหนึ่งที่ต่างจากของปลอมคือความรู้สึกอบอุ่น อุ่นใจและปลอดภัยนั้นเอง

ส่วนทำไมวัดนี้ต้องใช้ MLM (แชร์ลูกโซ่) ในการชักชวนคนทำบุญ นอกจากเป็นแรงจูงใจให้คนเข้าวัดและบริจาคแล้วยังมีเรื่องกฏหมายที่เปิดช่องไว้ด้วย ซึ่งผมจะกล่าวในบทต่อไป

-------------------------------------------------------------------------

ผมอยากได้เงินเพื่อมาต่อยอดผลงานอื่นต่อ เคยเขียนบทความนี้มานาน 10 ปี ผมไม่เคยเปิดบัญชีดูว่ามีใครโอนเงินมาให้หรือใหม่ ตอนนี้จะทำใหม่และเขียนเพิ่มเติมอีกครั้ง เลขบัญชีนี้เป็นเลขบัญชีใหม่ครับ หากผู้อ่านสนับสนุนผลงาน ผมยินดีมากหรืออยากอ่านฟรี ผมยินดีเช่นกันครับ

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคารกสิรกรไทย / Kasikorn Bank (KBank)
สาขา จักรวรรดิ / Jaggrawud Branch
เลขที่บัญชี / Account Number : 051-250-1842
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ / MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ





Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2560 15:04:21 น. 0 comments
Counter : 186 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

สมาชิกหมายเลข 3672884
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3672884's blog to your web]
space
space
space
space
space