Group Blog
 
All Blogs
 
เฒ้าทหารเสือ

เสี้ยวสามก๊ก

เฒ่าทหารเสือ

เล่าเซี่ยงชุน

เมื่อครั้งที่เล่าปี่ตีเมืองฮันต๋งได้ ขุนนางและชาวเมืองทั้งปวงก็พร้อมใจกันยก เล่าปี่ขึ้นเป็นอ๋องแห่งเมืองฮันต๋งนั้น เล่าปี่ก็ได้แต่งตั้งให้ทหารเอกที่มีฝีมือยอดเยี่ยม เป็นห้าทหารเสือของตน กวนอูซึ่งเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋วได้รับหนังสือแต่งตั้ง ก็ถามว่าทหารเสือทั้งห้านี้คือผู้ใดบ้าง บิสีก็บอกว่า ห้านายนั้นคือ กวนอู เตียวหุย จูล่ง ม้าเฉียว และฮองตง กวนอูได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงว่า

“……..เตียวหุยก็เป็นน้องเรา จูล่งเล่าก็ได้ติดตามพี่เรามาช้านานแล้ว ก็เหมือนหนึ่งเป็นน้องเรา ฝ่ายม้าเฉียวเล่าก็เป็นชาติเชื้อตระกูลอยู่ แต่ฮองตงคนนี้เป็นแต่เชื้อพลทหารชาติต่ำ เป็นคนแก่ชรา หาควรจะตั้งให้เสมอด้วยเราไม่……..”

บิสีก็เตือนสติกวนอูว่าในสมัยพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง ไม่นับถือฮั่นสินว่าเป็นคนตระกูลต่ำ ฮั่นสินจึงหนีมาอยู่กับพระเจ้าฮั่นโกโจ แล้วคุมทหารไปรบชนะพระเจ้าฌ้องปาอ๋องได้ พระเจ้าฮั่นโกโจตั้งให้เป็นขุนนาง ไปกินเมืองเจ๋ พวกข้าหลวงเดิมก็มิได้มีใจคิดอิจฉา ส่วนกวนอูกับเล่าปี่นั้นได้ปฏิญาณเป็นพี่น้องกัน ก็เท่ากับมีฐานะเสมอกัน อย่าถือเลยจงรับเอาตราตั้งนี้ไว้เถิด

ชะรอยกวนอูจะรำลึกถึงความเก่าได้ว่า ก่อนที่ตนจะสาบานเป็นพี่น้องกับเล่าปี่ ซึ่งมีวาสนาได้เป็นอ๋องเมืองฮันต๋งเดี๋ยวนี้ ตนเองก็เป็นคนพเนจรมาจากเมืองฮอตั๋งไกเหลียง และเมื่ออยู่กับกองซุนจ้าน ก็เป็นเพียงทหารเลวเท่านั้นกระมัง จึงยอมรับตราตั้งไว้

ความจริงกวนอูก็เคยมีความคิดแบบนี้ มาก่อนครั้งหนึ่งแล้ว ในคราวที่เล่าปี่ได้ครอบครองเมืองเสฉวน แล้วตั้งให้ เตียวหุย จูล่ง อุยเอี๋ยน ฮองตง และม้าเฉียว เป็นนายทหารเอก และให้กวนอูเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว กับจัดทองห้าร้อยชั่ง เงินพันชั่ง อิแปะห้าสิบล้าน กับแพรอย่างดีพันพับ เป็นบำเหน็จรางวัลด้วย วันหนึ่งกวนเป๋งบุตรชายกวนอู มาคำนับ เล่าปี่ที่เมืองเสฉวน แล้วบอกว่าบิดาของตนได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือว่า ม้าเฉียวนั้นฝีมือกล้าหาญนักหาผู้เสมอมิได้ บิดาของตนจะขอมาต่อสู้กับม้าเฉียว

เล่าปี่ได้ฟังก็ตกใจ จึงหารือกับขงเบ้งว่าจะคิดประการใด ขงเบ้งก็แต่งหนังสือถึงกวนอู มีความว่าอันฝีมือม้าเฉียวนี้เปรียบเสมอแต่กับเตียวหุยน้องท่าน แลการกลศึกนั้นฝีมือท่านยิ่งกว่าม้าเฉียวเป็นอันมาก กวนอูจึงคลายความอิจฉาลง แต่แปลกที่กวนอูไม่ติดใจอุยเอี๋ยน ซึ่งเดิมก็เป็นพลทหารเหมือนกัน และมาอยู่กับเล่าปี่ในคราวเดียวกับฮองตงเสียด้วย เรื่องราวเป็นอย่างไรจะได้เล่าให้อ่านกันต่อไป

ครั้งนั้นเมื่อสงครามใหญ่ระหว่างโจโฉกับซุนกวน จบลงด้วยการพ่ายแพ้อย่าง ยับเยินของโจโฉแล้ว เล่าปี่ก็ถือโอกาสยึดเมืองเกงจิ๋วไว้ในครอบครอง และคิดขยายอาณาเขตแคว้นของตนให้กว้างออกไป จึงให้จูล่งไปตีเมืองฮุยเอี๋ยง ให้เตียวหุยไปตีเมืองบุเหลงได้แล้ว กวนอูก็ขออาสาไปตีเมืองเตียงสาบ้าง

ฮันเหียนซึ่งเป็นเจ้าเมืองเตียงสานั้น เป็นคนหาสติปัญญาไม่ จะทำการสิ่งใดมิได้พิเคราะห์ และชอบข่มเหงให้ราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อน ชาวเมืองพากันเอาใจออกห่างอยู่สิ้น แต่มีทหารเอกอยู่คนหนึ่ง รับราชการมาตั้งแต่พลทหาร จนอายุหกสิบปี มีกำลังแข็งแรง ฝีมือ เข้มแข็งกล้าหาญ ชื่อฮองตง ฮันเหียนก็ให้ฮองตงออกรบกับกวนอูป้องกันเมืองเตียงสา

นักรบทั้งสองต่างก็มีฝีมือทัดเทียมกัน ครั้งแรกรบกันได้ร้อยเพลงต่างไม่เพลี่ยงพล้ำแก่กัน ครั้งที่สองฮองตงเสียท่าม้าที่ขี่ก้าวพลาดล้มลง ฮองตงกระเด็นลงกลิ้งอยู่บนพื้นดิน อาวุธหลุดจากมือ แต่กวนอูยั้งง้าวไว้ไม่ยอมฆ่าคนล้ม ครั้งที่สามกวนอูรุกไล่ฮองตงเข้าไปใกล้กำแพงเมือง ฮองตงได้ทีก็น้าวเกาทัณฑ์ยิง แต่คิดถึงคุณที่กวนอูไว้ชีวิตเมื่อวันก่อน จึงยิงถูกแค่พู่หมวกให้รู้ฝีมือไว้ กวนอูจึงกลับเข้าค่ายไป

แต่ฮันเหียนยืนดูอยู่บนเชิงเทิน รู้ว่าฮองตงรบไม่เต็มมือ จึงสั่งให้เอาตัวไปประหารชีวิตเสีย ขณะที่ทหารจะนำตัวฮองตงไปฆ่า ก็มีพลทหารคนหนึ่ง วิ่งเข้ามาช่วยชิงเอาตัวฮองตงไว้ได้ แล้วชักชวนชาวเมืองให้ก่อการขบถ จับเจ้าเมืองมาฆ่าเสีย แม้ฮองตงจะห้ามเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ทหารเลวคนนั้นคืออุยเอี๋ยน เมื่อตัดศีรษะฮันเหียนได้ก็หิ้วเอาไปให้กวนอูที่ค่าย และรับเอากวนอูเข้ามาในเมือง กวนอูให้ทหารไปเชิญฮองตงมาพบ ฮองตงก็บอกป่วยเสีย จนเล่าปี่กับขงเบ้งตามมาถึงเมืองเตียงสา เล่าปี่จึงไปหาฮองตงที่บ้าน และเกลี้ยกล่อมให้มาเป็นทหารอยู่กับตน ฮองตงก็ไม่ขัดข้องแต่ขอจัดการศพฮันเหียน เจ้าเมืองผู้มีคุณแก่ตนให้เรียบร้อยก่อน แล้วขอให้ตั้งเล่าผวนหลานเล่าเปียวญาติของเล่าปี่ เป็นเจ้าเมืองต่อไป ส่วนตนสมัครติดตามไปอยู่กับเล่าปี่ พร้อมกับอุยเอี๋ยน

ต่อมาอีกสิบปีเมื่อเล่าปี่ยกทัพไปตีเมืองฮันต๋ง ซึ่งโจหองรักษาอยู่และให้เตียวคับยกทหารมาตีด่านแฮบังก๋วนของเมืองเสฉวน ฮองตงก็ขออาสาออกไปต่อสู้ แต่ขงเบ้งบอกกับเล่าปี่ว่าเตียวคับนั้นฝีมือกล้าหาญนัก ขอให้มีหนังสือไปตามตัวเตียวหุยมาต้านทานจะดีกว่า ฮองตงนั้นชราอายุเจ็ดสิบปีแล้ว เกรงจะทานกำลังเตียวคับไม่ได้ ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็โกรธลุกขึ้นประกาศว่า

“…….ถึงข้าพเจ้าชรา ก็ยังมีกำลังขึ้นเกาทัณฑ์ อันทรงของหนักสามร้อยชั่งได้ ควรหรือท่านประมาทข้าพเจ้า ว่าจะสู้ฝีมืออ้ายเตียวคับไม่ได้…….”

ว่าแล้วก็คว้าง้าวออกมารำจนสิ้นเพลง และเอาเกาทัณฑ์มาขึ้นลองกำลังให้ขงเบ้งดู จนเกาทัณฑ์หักไปสองคัน ขงเบ้งจึงอนุญาตให้ฮองตนออกไปรบได้ แต่ให้หาทหารรองไปด้วยอีกคนหนึ่ง ฮองตงจึงขอตัวเงียมหงันซึ่งชราพอกัน และยืนยันว่าถ้าไม่ได้ราชการก็ให้ตัดศีรษะ ทั้งสองหงอกนี้เสียเถิด

เงียมหงันนั้นเดิมเป็นเจ้าเมืองปากุ๋น แม้ว่าจะชราแต่ก็มีกำลังมาก อาจสู้ทหารหมื่นหนึ่งด้วยง้าวใหญ่ของตนได้ แต่รบแพ้เตียวหุยต้องเสียเมืองและถูกจับตัวได้ เตียวหุยสั่งให้เอาตัวไปฆ่าเสีย เงียมหงันก็มิได้หวาดกลัวแลยอมอ่อนน้อมด้วย เตียวหุยรักน้ำใจจึงยอมคำนับแล้วว่า

“………ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่า ท่านผู้เฒ่าเป็นคนดีมีอัชฌาสัย ประกอบด้วยสติปัญญามาแต่ก่อน แลตัวข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยมิได้คารวะแก่ผู้ใหญ่ มากล่าวถ้อยคำหยาบช้าทั้งนี้มิควรแก่ตัวเลย ผิดหนักหนา ขอท่านได้อดโทษแก่ข้าพเจ้าเถิด…….”

เงียมหงันก็เห็นน้ำใจเตียวหุย จึงว่า

“……..แต่ก่อนเราได้ยินเขาเลื่องลือว่า ท่านนี้มีใจหยาบช้าสามาลย์นัก มิได้รู้จักเด็กแลผู้ใหญ่ บัดนี้เห็นท่านเป็นคนสุภาพ รู้จักที่ผิดแลชอบ ขอบใจหนักหนา ถึงท่านเป็นเด็กก็จริง ก็ควรเราจะคำนับ……..”

แล้วเงียมหงันก็คำนับเตียวหุย โดยนับถือว่ามีคุณแก่ตน และยอมเป็นทหารของเล่าปี่มาจนถึงบัดนี้

ขุนพลชราทั้งสองก็ยกทหารไปรบกับเตียวคับ ที่ด่านแฮบังก๋วน เตียวคับประมาทว่าเป็นคนแก่ก็เยาะเย้ยว่า ตัวชราถึงเพียงนี้ช่างไม่ละอาย ยังมีหน้าอาสามาทำสงคราม จะเอายศศักดิ์ไปถึงไหน ฮองตงก็ว่าถึงตัวจะชรา แต่ง้าวก็ยังคมอยู่ แล้วสองเฒ่าก็รุมรบจนเตียวคับต้องแตกหนีไป ฮันโฮน้องของฮันเหียน กับแฮหัวซงหลานของแฮหัวตุ้น ญาติของโจโฉ ก็นำทหารออกมารบแก้มือ รบกับฮองตงถึงเจ็ดสิบห้าเพลง ฮองตงก็แกล้งถอยหนีไปทีละสองร้อยเส้น ถึงสามครั้ง จึงเกิดความประมาทอีก มิได้ตรวจตรารักษาค่ายให้มั่นคง ตกดึกสองยามเศษสองผู้เฒ่าก็ลอบเข้าโจมตีค่ายแตก

แฮหัวซงกับฮันโฮก็หนีไปถึงค่ายเตียวคับ แล้วก็ยังไม่ยอมหยุด ถอยต่อไปจนถึง แม่น้ำฮันซุย แล้วก็เลยไปอยู่กับแฮหัวเต๊กพี่ชายแฮหัวซง ที่เขาเทียนตองสัน ฮองตงกับเงียมหงันก็ตามมาตีอีก และฆ่าฮันโฮกับแฮหัวเต๊กตายในที่รบ เตียวคับกับแฮหัวซงหนีรอดไป
อยู่กับ แฮหัวเอี๋ยน ที่เขาเตงกุนสัน

ฮองตงก็อาสาตามไปรบอีก แต่ขงเบ้งไม่ไว้ใจจึงให้หวดเจ้งไปด้วย และให้จูล่ง เล่าฮองและเบ้งตัด คุมทหารตามไปคอยช่วยเหลือ คราวนี้ฮองตงยึดเขาไทสันทางทิศตะวันตกของเขาเตงกุนสันไว้ แฮหัวเอี๋ยนก็ยกทหารไปล้อมไว้ทั้งสี่ด้าน ฮองตงก็ปรึกษากับหวดเจ้งให้ขึ้นไปคอยดูข้าศึกบนยอดเขา ถ้ายกธงขาวให้เงียบอยู่อย่าออกรบ ถ้าเห็นธงแดงจึงค่อยรบ

แฮหัวเอี๋ยนก็ให้ทหารออกมาร้องด่าท้าทายฮองตง ตั้งแต่เช้าจนบ่ายฮองตงก็สงบ ใจอยู่ จนแฮหัวเอี๋ยนและทหารอิดโรย ลงนอนพักผ่อนมิได้ถืออาวุธให้มั่นคง หวดเจ้งเห็นดังนั้นก็โบกธงแดง ฮองตงก็พาทหารโห่ร้องตีม้าล่อฆ้องกลอง วิ่งลงมาจากเขาจู่โจมเข้าตีโดยไม่ทันให้รู้ตัว แฮหัวเอี๋ยนตกใจลุกขึ้นไม่ทันจะจับอาวุธ ฮองตงก็ควบม้าเข้าถึงตัวเอาดาบฟันแฮหัวเอี๋ยน ศีรษะ ขาดกระเด็น ทหารข้าศึกทั้งปวงก็แตกกระจัดกระจายไป แล้วฮองตงก็เลยไปตีข้าศึกที่เขาเตงกุนสันจูล่งกับเล่าฮองและเบ้งตัด ก็เข้ามาช่วยซ้ำเติมจนแตกไปอีก

โจโฉรู้ข่าวว่าแฮหัวเอี๋ยนทหารเอกเสียที และถึงแก่ความตายไปก็อาลัยรักเป็น อันมาก และยกทัพใหญ่สี่สิบหมื่นมาตั้งที่ทุ่งฮันซุยด้วยตนเอง ฮองตงก็อาสาจะไปทำลายเสบียงของโจโฉ ที่ค่ายฮันซุย คราวนี้ขงเบ้งให้จูล่งไปด้วยจะได้ร่วมปรึกษาหารือกัน เมื่อได้ตั้งค่ายลงใกล้ข้าศึกแล้ว ทั้งสองก็จับฉลากเพื่อผลัดกันเข้าตี ฮองตงได้ฉลากออกไปก่อน แต่ตอนเช้า ถ้าถึงเที่ยงแล้วยังไม่กลับมา จูล่งจึงจะตามไป

วันรุ่งขึ้นฮองตงก็ยกทหารไปตีค่ายฮันซุยที่เตียวคับรักษาอยู่ และให้เตียวคีไปตีกองเสบียงที่เขาปักสัน โจโฉก็ให้ทหารเอกอีกสองคนยกไปช่วยเตียวคับ เตียวคียึดเขาปักสันได้แล้วก็ลงมาช่วยฮองตง แต่กำลังพลน้อยกว่าจึงถูกล้อมไว้ทั้งสองคน จูล่งคอยฮองตงอยู่จนถึงเที่ยงแล้วไม่กลับ จึงยกทหารตามไปและช่วยฮองตงกับเตียวคีออกจากที่ล้อมได้ ทหารของโจโฉที่ติดตามมาถึงค่ายก็ถูกตีแตกกลับไปอีกด้วยฝีมือจูล่ง โจโฉจึงต้องถอนทัพจากทุ่งฮันซุยกลับไปเมืองลำต๋ง

แต่อีกไม่นานโจโฉก็ยกกลับมาแก้ตัวอีก แล้วก็พ่ายแพ้ไปอีก เล่าปี่จึงยึดครองเมืองฮันต๋งได้และตั้งให้ฮองตงเป็นทหารเสือ ดังที่เล่ามาข้างต้นนั้น

ฮองตงได้เป็นทหารเอกของเล่าปี่อยู่อีกหลายปี จนกวนอูเสียทีซุนกวนถูกจับตัวไปประหารชีวิต เตียวหุยก็ถูกลิ่วล้อฆ่าตาย แล้วหนีไปอยู่กับซุนกวน พระเจ้าเล่าปี่ซึ่งเป็นฮ่องเต้ของจ๊กก๊ก จึงยกทัพใหญ่ไปรบกับเมืองกังตั๋งแก้แค้นแทนกวนอู ฮองตงก็ได้เป็นแม่ทัพหน้า เมื่อเดินทัพใกล้จะถึงเมืองอิเหลง ก็ให้ตั้งค่ายใหญ่ถึงสี่สิบค่าย และมีข่าวว่าจิวท่ายทหารเอกของซุนกวนยกทัพมาต่อสู้

พระเจ้าเล่าปี่ก็ปรารภว่า นายทหารผู้ใหญ่ก็เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ไปหมดแล้ว เหลือแต่หลานเตียวเปาบุตรเตียวหุย กับกวนหินบุตรกวนอู เท่านั้นที่ยังหนุ่มแน่นพอสู้กับข้าศึกได้ ฮองตงซึ่งได้ยินก็มีมานะคิดว่า ถึงตนจะแก่ก็จริง แต่ยังมีกำลังว่องไวอยู่ จะกลัวอะไรกับข้าศึก คราวนี้จะขอรบปล่อยแก่ แสดงกำลังแลฝีมือให้ปรากฎแก่ทหารทั้งปวง จึงเรียกทหารที่มีฝีมือไว้ใจได้หกคน ขี่ม้าออกไปหาข้าศึก โดยมิได้ทูลลาพระเจ้าเล่าปี่

เมื่อพระเจ้า เล่าปี่ทรงทราบ จึงให้เตียวเปากับกวนหิน ยกทหารตามไปช่วยฮองตงอีกแรงหนึ่ง ฮองตงนั้นแวะไปหางอปั้นทหารเอกที่คุมพลล้อมเมืองอิเหลงอยู่ แล้วปรารภว่า

“……..เราทำราชการอาสาพระเจ้าเล่าปี่มาช้านาน แต่ครั้งรบเมืองเตียงสามาคุ้มเท่าบัดนี้ อายุได้เจ็ดสิบเศษ กินหมูได้มื้อละสิบชั่ง มือยังถือเกาทัณฑ์หนักสองร้อยชั่ง ขี่ม้าเดินทางได้วันละห้าพันเส้น ควรหรือพระเจ้าเล่าปี่มาติเตียน ว่าเราแก่ชราทำราชการไม่ได้ เรามีความน้อยใจนัก จึงมาทั้งนี้หวังจะไปรบเมืองกังตั๋งด้วย ให้ท่านดูกำลังฝีมือว่าจะแก่หรือไม่แก่……..”

พอดีทหารเข้ามารายงานว่า กองทัพเมืองกังตั๋งยกมาถึงแล้ว ฮองตงก็คว้าง้าวคู่มือออกไปรบกับข้าศึก พัวเจี้ยงแม่ทัพของซุนกวนให้นายทหารรอง ออกมารบกับฮองตงได้ไม่ถึงสามเพลง ฮองตงก็ฟันตกม้าตาย พัวเจี้ยงก็ควงง้าวของกวนอูซึ่งตนยึดได้ ออกมาต่อสู้กับฮองตงได้สี่ห้าเพลง ก็ควบม้าหนีจะกลับเข้าค่าย ฮองตงก็ขับม้าไล่ตามไปแต่ไม่ทัน พอดีเจอเตียวเปากับกวนหิน ซึ่งขอร้องให้กลับไปเฝ้าพระเจ้าเล่าปี่ แต่ฮองตงบอกว่ายังรบไม่หายมัน ขออยู่ก่อน
วันรุ่งขึ้นพัวเจี้ยงแต่งตัวขี่ม้าถือง้าวมาท้าฮองตงอีก ฮองตงก็ขึ้นม้าออกไปโดยไม่ให้ใครติดตาม ทั้งสองเข้ารบกันตัวต่อตัว แต่ไม่ถึงสองเพลงพัวเจี้ยงก็ชักม้าหนีอีก ฮองตงไล่ตามไปได้ไม่ไกลก็ถูกทหารของพัวเจี้ยงที่ซุ่มไว้ ระดมยิงด้วยเกาทัณฑ์ถูกซอกคอ และออกมารุมล้อมไว้ ฮองตงยังไม่ตกจากม้าก็กัดฟันต่อสู้กับทหารเลว จะเอาตัวออกจากที่ล้อม พอดีกวนหินกับเตียวเปาคุมทหารห้าพัน ออกมาช่วยไว้ทันจึงพาฮองตงกลับไปหาพระเจ้าเล่าปี่

พระเจ้าเล่าปี่ก็เสด็จมาเยี่ยม เอามือลูบไหล่ฮองตงแล้วตรัสว่า

“……..ท่านไปรบครั้งนี้ก็เพราะเราว่าท่านแก่ชราแล้ว จะทำราชการไม่ได้ ท่านโกรธจึงไปรบต้องบาดเจ็บทั้งนี้ก็เพราะเรา เราขอขมาท่านเถิด………”

ฮองตงก็ทูลว่า

“……..ข้าพเจ้าเป็นชาติทหาร ทำราชการสนองพระเดชพระคุณมาช้านานแล้ว จะกลัวอะไรแก่ความตาย อายุข้าพเจ้าได้ถึงเจ็ดสิบเศษ ควรที่จะบังคมลาอยู่แล้ว……..” ว่าได้เท่านั้นแล้วพิษเกาทัณฑ์กลุ้มขึ้น ฮองตงก็ขาดใจตายไป และในการรบครั้งนี้ ผลสุดท้ายพระเจ้าเล่าปี่ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างยับเยิน เช่นเดียวกับที่โจโฉเคยแพ้จิวยี่มาแล้ว จนต้องตรมใจสิ้นพระชนม์ตามฮองตงไป ในเวลาอีกไม่นานนัก

ทหารเสือของจ๊กก๊กที่เหลืออยู่อีกสองคนนั้น ม้าเฉียว กับจูล่ง ก็ถึงแก่ความตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ในเวลาต่อมา จนกระทั่งขงเบ้งเองก็ป่วยตายในสนามรบ เมื่อ พ.ศ.๗๗๗ แล้ว อุยเอี๋ยนทหารเอกคู่กับฮองตงก็เป็นขบถ จึงถูกฆ่าตายโดยคำสั่งของขงเบ้งนั้นเอง

จึงเป็นอันจบฉากทหารเสืออันลือชื่อของเล่าปี่ลงเพียงแค่นี้.


##########



Create Date : 29 มกราคม 2560
Last Update : 29 มกราคม 2560 9:47:03 น. 0 comments
Counter : 301 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.