Group Blog
 
All Blogs
 
นางผู้ไม่รู้คุณสามี

สามก๊กฉบับฮูหยิน

นางผู้ไม่รู้คุณสามี

" เล่าเซี่ยงชุน "

เมื่อครั้งที่มีผู้คิดจะปฏิวัติรัฐประหาร ล้มล้างรัฐบาลของมหาอุปราชแซ่โจ ซึ่งกระทำการหยาบช้าต่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ อันมีอยู่ด้วยกันเจ็ดคนนั้น เป็นขุนนางฝ่ายพลเรือนห้าคน ก็ถูก โจโฉ จับได้ให้เอาตัวไปประหารชีวิต พร้อมด้วยพรรคพวกลูกเมียทั้งหลาย หมดสิ้นเสี้ยนหนามไปแล้ว เล่าปี่ ก็หนีไปตั้งหลักที่เมืองชีจิ๋ว ไม่ได้หวนกลับมาเมืองฮูโต๋อีกเลย อีกคนหนึ่งก็คือ ม้าเท้งเจ้าเมืองเสเหลียง ซึ่งเป็นเมืองบ้านนอกอยู่ไกลออกไปจากเมืองหลวงมาก และหนทางก็ทุรกันดาร โจโฉจึงยังไม่ได้คิดบัญชี

จนกระทั่งไปรบเมืองกังตั๋งแล้วเสียท่า จิวยี่ ถึงขั้นแตกทัพ แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ต้องกลับมาตั้งหลักที่เมืองฮูโต๋ใหม่ จนมีกำลังเข้มแข็ง เพียงพอที่จะยกทัพไปแก้แค้นเมืองกังตั๋งได้แล้ว โจโฉก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้จัดการกับม้าเท้ง จึงมีหนังสือรับสั่งของพระเจ้าเหี้ยนเต้แต่งตั้งให้ม้าเท้งเป็นนายทหารใหญ่ฝ่ายใต้ และจะให้ยกกองทัพไปรบ ซุนกวน ที่เมืองกังตั๋ง แต่ให้เข้ามาร่วมปรึกษาราชการที่เมืองฮูโต๋ ซึ่งเป็นเมืองหลวงอยู่ในขณะนี้ก่อน

ม้าเท้งก็ให้ ม้าเฉียว บุตรชายคนโต กับ หันซุย เพื่อนสนิท อยู่รักษาเมืองเสเหลียง ส่วนตนเองพร้อมด้วย ม้าฮิว ม้าเทียด ลูกชายอีกสองคน กับ ม้าต้าย หลานชาย คุมทหารห้าพันมาฟังความดูก่อน เมื่อยกพลมาจนอีกสองร้อยเส้น จะถึงเมืองหลวง ก็หยุดทัพรออยู่

โจโฉก็ให้ อุยกุ๋ย ขุนนางผู้หนึ่ง ออกไปบอกม้าเท้งว่า ม้าเท้งยกทหารมาเป็นอันมาก จะเข้ามาในเมืองนั้นให้แต่ตัวม้าเท้งกับนายทหารผู้ใหญ่ เข้ามาเฝ้า พระเจ้าเหี้ยนเต้ แลทหารทั้งปวงนั้นมาทางไกล เห็นจะขัดสนเสบียงอาหาร ให้หยุดอยู่ภายนอกนั้นเถิด พรุ่งนี้จะเอาเสบียงไปส่งให้

อุยกุ๋ยก็ออกไปหาม้าเท้งที่ค่ายพัก เมื่อคำนับกันแล้วม้าเท้งก็จัดโต๊ะสุราอาหารมาเลี้ยงดูตามธรรมเนียม อุยกุ๋ยกินสุราจนเมาตึงตัวแล้วจึงคุยว่า

"....บิดาเราชื่อ อุยอ๋วน ตายเสียเมื่อครั้ง ลิฉุย กุยกี ยกเข้ามาทำร้ายถึงวัง พระเจ้าเหี้ยนเต้ ครั้งนั้นใจข้าพเจ้ายังหาหายแค้นไม่ บัดนี้มาพบอ้ายศัตรูราชสมบัติอีกเล่า....."

ม้าเท้งจึงถามว่าผู้ใดเป็นศัตรูราชสมบัติ อุยกุ๋ยจึงว่า

".....ศัตรูราชสมบัติคือโจโฉนี้แหละ ท่านไม่รู้จักหรือจึงมาถามเรา....."

ม้าเท้งกลัวจะเป็นอุบายจึงห้ามว่า

".....ท่านอย่าเจรจา น้ำใจโจโฉหรือจะเป็นดังนั้น ถ้ารู้ถึงโจโฉเราจะพากันตายเสีย"

อุยกุ๋ยจึงตวาดเอาว่า

"....ท่านลืมไปแล้วหรือ เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้เขียนพระอักษรออกมา ด้วยพระโลหิตครั้งนั้น เราเป็นข้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ มิได้เป็นข้าโจโฉ ท่านอย่ากินแหนงเราเลย การสิ่งใดเราจะช่วยท่านคิด....."

ม้าเท้งฟังคำของอุยกุ๋ยตรงกับใจตน เห็นจะไม่ล่อลวงแน่แล้ว จึงเล่าถึงเรื่องที่เคยร่วมคิดกับ ตังสิน และพวกอีกหกคน จะกำจัดโจโฉเสียแต่ไม่สำเร็จ เมื่อสามสี่ปีก่อนโน้น คราวนี้มีรับสั่งให้มาเฝ้า ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอุบายของโจโฉหรือไม่ จึงยกทหารมาดูเชิงก่อน ถ้าได้ทีก็จะได้จัดการกับโจโฉให้เด็ดขาดไป อุยกุ๋ยได้ฟังดังนั้นจึงบอกว่า

".....อันโจโฉจะให้หาท่าน เข้าไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้นั้นไม่จริง ถ้าเข้าไปแล้วเขาจะจับฆ่าเสีย ท่านเร่งคิดแก้ไขจงดี...."

ม้าเท้งจึงว่า

".....ความคิดโจโฉนั้นจะทำประการใด ท่านอยู่เมืองเดียวกันก็แจ้งอยู่ ขอท่านคิดให้เถิด ข้าพเจ้าจะทำตาม...."

อุยกุ๋ยจึงแนะว่า

"....ซึ่งโจโฉจะหาท่านเข้าไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้นั้น ท่านจงบอกเข้าไปว่า มาแต่ทางไกลยังเหนื่องบอบช้ำอยู่ขอให้งดก่อน พรุ่งนี้โจโฉจะให้เอาเสบียงมาส่ง ดีร้ายตัวจะออกมาดูทหารท่านด้วย ถ้าโจโฉออกมาแล้ว ให้ท่านเร่งคิดการจับตัวฆ่าเสียให้จงได้....."

ม้าเท้งได้ฟังดังนั้นก็ดีใจนัก จึงว่า

".....การในเมืองนั้นท่านช่วยคิดแก้ไขเถิด การข้างนอกเมืองไว้ข้าพเจ้าจะคิดเอง “

เมื่อทั้งสองตกลงกันได้เช่นนั้นแล้ว อุยกุ๋ยก็ลากลับไป
บอกแก่โจโฉ ตามที่ได้นัดแนะกับม้าเท้งทุกประการ

เมื่อคำนับลาโจโฉกลับมาถึงบ้านแล้ว อุยกุ๋ยก็ตรึกตรองดูหนทาง ที่จะทำร้ายโจโฉแล้ว ก็วิตกกลัวว่าจะไม่สำเร็จ เกิดความทุกข์ร้อนขึ้นในใจไม่มีความสบาย ภรรยาหลวงจึงเข้าไปปลอบถามถึงสามครั้ง อุยกุ๋ยก็ไม่ยอมบอกเล่าแต่ประการใด

อุยกุ๋ยนั้นยังมีภรรยาน้อยอีกคนหนึ่งชื่อ นางลิซุ่นเอี๋ยง ซึ่งรักใคร่ชอบพอกับ เบียวเต๊ก น้องชายของภรรยาหลวง ซึ่งอยู่ในบ้านเดียวกัน เบียวเต๊กนั้นใคร่จะได้นางลิซุ่นเอี๋ยงมาครอบครองเป็นของตน แต่ยังหาโอกาสไม่ได้

วันนั้นนางลิซุนเอี๋ยงก็มาบอกว่า

".....อุยกุ๋ยไปหาโจโฉ ปรึกษาราชการแล้ว กลับมาวันนี้เห็นกิริยาโกรธ แล้วทุกข์ร้อนไม่สบายไม่รู้เหตุประการใด....."

เบียวเต๊กอยากจะหาโทษให้พี่เขยอยู่แล้วจึงยุว่า

"....ข้าพเจ้าได้ยินว่าอุยกุ๋ยออกไปหาม้าเท้ง แล้วกลับมาไม่สบายดังนี้ น่าที่จะมีความลับ เจ้าจงอ้อนวอนปลอบถามดู ให้ได้เนื้อความเถิด...."

พอตกค่ำอุยกุ๋ยก็แวะไปหานางลิซุ่นเอี๋ยง เมื่อปฏิบัติกิจตามประเพณีแล้ว เมียน้อยก็กล่าวเป็นอุบายว่า

".....เล่าปี่ เป็นเชื้อพระวงศ์พระเจ้าเหี้ยนเต้ ตั้งใจทำราชการทำนุบำรุงแผ่นดินโดยสุจริต ข้างโจโฉเป็นคนหยาบช้า ทำการหาตรงต่อแผ่นดินไม่ ตัวท่านก็มีสติปัญญาอยู่ เหตุใดจึงมาอยู่ด้วยโจโฉ ซึ่งเป็นศัตรูราชสมบัติ....."

อุยกุ๋ยกำลังเมาสุราอยู่ไม่ได้คิดพิเคราะห์กลสตรีให้ดี จึงบอกความในใจว่า

"....ตัวเจ้าเป็นหญิงยังรู้จักผิดแลชอบ ตัวข้าเป็นชายก็รู้อยู่ว่าโจโฉเป็นศัตรู ราชสมบัติ แต่มาวิตกว่าความคิดซึ่งจะทำร้ายโจโฉนั้นกลัวจะไม่สำเร็จ...."

นางลิซุนเอี๋ยงก็อ้อนว่า

".....ความคิดท่านจะทำประการใด จึงจะฆ่าโจโฉได้ โปรดบอกให้แจ้งด้วยข้าพเจ้า เป็นหญิงแม้เห็นผิดและชอบประการใด จะได้ช่วยเตือนสติท่านบ้าง....."

อุยกุ๋ยไม่ทันคิดก็เล่าเนื้อความ ซึ่งได้ตกลงกับม้าเท้ง ให้นางลิซุนเอี๋ยง ฟังทุกประการ ครั้นอุยกุ๋ยนอนหลับเงียบไปแล้ว นางลิซุนเอี๋ยงก็คาบความมาบอกเล่าให้เบียวเต๊กฟัง จนหมดสิ้น เจ้าน้องเขยผู้ทรยศก็รีบเข้าไปบอดแก่โจโฉ ในกลางคืนนั้นเอง หวังจะเอาความชอบ แต่โจโฉให้คุมตัวเบียวเต๊กไว้ก่อน แล้วให้ทหารไปจับตัวอุยกุ๋ย กับบุตรภรรยาทั้งปวงมาจำขังไว้หมดทั้งครอบครัว

รุ่งเช้าโจโฉก็เรียกทหารเอกสี่คน มาสั่งให้แต่งตัวให้เหมือนมหาอุปราช เอาธงแดงประจำตัวแห่ไปด้วย ยกออกไปตั้งทัพเป็นหน้ากระดานที่สนามนอกเมือง ฝ่ายม้าเท้งนึกว่าโจโฉยกมาจริง ก็นำทหารออกจากค่ายเข้าไปในสนามนั้น พร้อมด้วยม้าฮิวและม้าเทียด ทหารของโจโฉก็ล้อมยิงด้วยเกาทัณฑ์อย่างหนาแน่น จนม้าเทียดตกจากม้าตาย ส่วนม้าเท้งกับม้าฮิวก็ถูกจับตัวมัด ไปให้โจโฉ
สอบสวนอย่างง่ายดาย

โจโฉให้เอาตัวอุยกุ๋ยเข้ามาสอบสวนพร้อมกับม้าเท้งด้วย อุยกุ๋ยก็ไม่รับบอกว่า

".....ข้าพเจ้าจะได้คบคิดกับม้าเท้ง ทำร้ายมหาอุปราชนั้นหามิได้...."

แล้วยังปลอบม้าเท้งว่า

".....ท่านอย่าวิตก ตัวเรามิได้มีความผิดสิ่งใด....."

โจโฉจึงเอาตัวเบียวเต๊กมาให้การยืนยัน ทั้งสองก็จนแต้มไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไร ม้าเท้งโกรธอุยกุ๋ยก็ด่าอุยกุ๋ยว่าเป็นคนหลงเมีย

"....ทำให้เสียการของกูไป ถึงตัวกูจะตายก็ไม่เสียดายชีวิต แต่มาคิดน้อยใจว่าจะล้างศัตรูราชสมบัติเสีย ช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินให้เป็นสุข ก็ไม่สมความคิด....."

โจโฉจึงให้เอาตัว ม้าเท้งม้าฮิว และอุยกุ๋ยไปประหาร ม้าเท้งไม่กลัวตายอย่างปากว่า คงร้องด่าโจโฉไปตลอดทางไม่ขาดคำ จนทหารลงดาบฟันถึงแก่ความตาย

แล้วโจโฉก็บอกเบียวเต๊กว่า

"....ท่านมีความชอบต่อเราเป็นอันมาก ท่านจะปรารถนาสิ่งใด เราจะให้ท่าน....."

เบียวเต๊กจึงรีบบอกว่า

".....ข้าพเจ้าจะได้รักยศถาศักดิ์นั้นหามิได้ ข้าพเจ้าจะขอแต่นางลิซุนเอี๋ยง ภรรยาน้อยอุยกุ๋ย มาเป็นภรรยา...."

โจโฉจึงว่า

"....นางลิซุนเอี๋ยงเป็นคนชั่ว ไม่รู้จักคุณสามี พี่เขยของ
ท่านก็ตายเพราะปากมัน ซึ่งท่านจะเลี้ยงมันเป็นภรรยานั้นไม่ควร....."

เบียวเต๊กก็ตกใจกลัวโจโฉจะฆ่านางลิซุนเอี๋ยงเสีย จึงเล่าเนื้อความซึ่งได้เป็นชู้กับนางลิซุนเอี๋ยง ให้โจโฉฟังโดยตลอด

โจโฉได้ฟังดังนั้นก็โกรธยิ่งนัก จึงว่า

"......ตัวเป็นน้องภรรยาเขา บังอาจทำชู้กับภรรยาน้อยของพี่เขย แล้วคิดอ่านล้างชีวิตเขาเสียด้วยประสงค์หญิงผู้เดียว ตัวเป็นคนมิได้มีสัตย์กตัญญู ถ้าเราจะไม่เอาโทษบัดนี้ คนทั้งปวงก็จะดูเป็นเยี่ยงอย่างสืบไป....."

แล้วโจโฉก็สั่งให้เอาตัว เบียวเต๊กกับนางลิซุนเอี๋ยง และครอบครัวของอุยกุ๋ยตลอดจนสมัครพรรคพวก ไปประหารเสียจนหมดสิ้น

ความฝันของหญิงร้ายชายทราม จึงเป็นอันสิ้นสุดลงแต่เพียงนี้.


##########


Create Date : 25 เมษายน 2559
Last Update : 25 เมษายน 2559 8:00:38 น. 0 comments
Counter : 305 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.