Group Blog
 
All Blogs
 
ทบทวนสามก๊ก (๑๒)

ทบทวนสามก๊ก (๑๒)


แล้วเรื่องราวตอนเหล่านี้ละครับ

- เลียวฮัวมาสวามิภักดิ์
- เงียมหงันตาย
- แฮหัวตุ้นตาย
- สุมาอี้เข้ามาอยู่กับโจโฉ
- เตียวเลี้ยวป้องกันหับป๋า
ตอบกลับ
0 0
zodiac28
วันอาทิตย์ เวลา 20:03 น.







Create Date : 18 เมษายน 2559
Last Update : 19 เมษายน 2559 8:18:28 น. 1 comments
Counter : 299 Pageviews.

 
เอาวันละคนก็แล้วกันนะครับ บอกแต่ชื่อ หายากหน่อยครับ

๑.เลียวฮัว

ปกิณกะสามก๊ก
เปิดกรุขบวนโจร
"เล่าเซี่ยงชุน"

ในสงครามสามก๊ก ที่รบพุ่งกันตั้งแต่ ประมาณ พ.ศ.๗๒๖ เป็นต้นมานั้น ต้นเหตุเกิดขึ้นจากพระเจ้าเลนเต้ มีความอ่อนแอในการปกครอง จึงมีผู้คนที่ไม่เคารพยำเกรงอำนาจ พากันตั้งตัวเป็นใหญ่หลายกลุ่มหลายพวกทั่วทั้งแผ่นดิน พวกแรกก็คือโจรโพกผ้าเหลือง ซึ่งปล่อยผมยาวไม่เกล้ามวยเช่นชาวบ้านธรรมดา แล้วเอาผ้าสีเหลืองคาดศีรษะไว้เป็นสำคัญ

หัวหน้าของโจรกลุ่มนี้เป็นพี่น้องสามคน คือ เตียวก๊ก เตียวโป้ และเตียวหลียง ตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ที่เมืองกิลกกุ๋น และมีหัวเมืองที่เข้าเป็นพวกด้วย อีกเจ็ดเมือง มีไพร่พลทหารเกือบห้าสิบหมื่น ก็ยกไปตีเมืองตุ้นก้วน เมืองเฉงจิ๋ว เมืองกงจ๋ง เมืองเองฉวน เมืองจงก๋ง เมืองโหเฉียง แต่ก็ถูกปราบปราม ด้วยกองทัพของเมืองหลวง และกองอาสาสมัครจากหัวเมือง จนเตียวก๊กกับเตียวเหลียงถูกแม่ทัพหลวงฆ่าตาย ที่เมืองโฉหยง ส่วนเตียวโป้ถูกล้อมอยู่ที่เมืองเยียงเซีย ก็ถูกลิ่วล้อของตนเอง ลอบฆ่าและตัดศีรษะส่งมาให้แม่ทัพอีกคนหนึ่ง

แต่โจรก๊กนี้ก็ยังไม่สิ้นเชื้อสาย เตียวฮ่อง ฮั่นต๋ง และ ซุนต๋อง ตัวนายรองก็ตั้งตนเป็นใหญ่ มีไพร่พลเหลืออีกหลายหมื่น ก็เที่ยวปล้นตีบ้านเมืองอีกหลายเมือง จนถึงเมืองอ้วนเซีย กองทัพเมืองหลวงซึ่งมีจูฮีเป็นแม่ทัพ และเล่าปี่กวนอูเตียวหุย ก็ไปในกองทัพนี้ด้วย เข้าล้อมไว้จนภายในเมืองขัดสนเสบียงอาหาร ฮันต๋งจึงส่งลิ่วล้อออกมาขอยอมอ่อนน้อม แต่แม่ทัพไม่รับ แกล้งเปิดช่องไว้ทางด้านตะวันออก แล้วยกพลเข้าตีหักเอาเมือง พวกโจรต้องถอยออกทางด้านที่ว่าง ในระหว่างที่แตกไปนั้น ฮันต๋งก็ถูกยิงด้วยเกาทัณฑ์ตกม้าตาย

ส่วนเตียวฮ่องกับซุนต๋อง เมื่อถอยไปตั้งหลักได้แล้ว ก็รวบรวมพล เข้าตีเอาเมืองอ้วนเซียคืนได้อีก พอดีซุนเกี๋ยนเจ้าเมืองต๋องง่อยกพลมาช่วยทัพหลวง เข้าตีทางด้านใต้ ซุนเกี๋ยนเป็นผู้กล้าหาญก็ปีนกำแพงเมืองขึ้นไปฆ่าฟันพวกโจรบนเชิงเทินตายไปหลายสิบคน เตียวฮ่องก็ขึ้นม้าจะเข้าสู้รบด้วย แต่กลับถูกซุนเกี๋ยนชิงง้าวของตัวเองฟันตาย ซุนต๋องเห็นจะสู้ไม่ไหวก็ชักม้าจะหนี เลยถูกเล่าปี่เอาเกาทัณฑ์ยิง ตกม้าตายไป

คูเสง เป็นพวกโจรโพกผ้าเหลืองอีกคนหนึ่ง ซึ่งออกไปตั้งตัวอยู่ที่เมืองเตียงสา และ เตียวกี กับ เตียวซุ่น ก็ยึดเมืองยีหยงเป็นขบถต่อเมืองหลวง จึงมีรับสั่งให้ซุนเกี๋ยนไปเป็นเจ้าเมืองเตียงสา ซุนเกี๋ยนก็ปราบโจรก๊กคูเสงเรียบร้อยลง กับให้เล่าหงีเจ้าเมืองอิจิ๋ว ไปตีพวกขบถที่เมืองยีหลง เล่าหงีเป็นญาติกับเล่าปี่จึงตั้งเล่าปี่ให้เป็นนายทหาร ยกพลไปตีเมืองยีหยง เล่าปี่เข้าล้อมเมืองอยู่หลายวัน พวกไพร่พลก็คิดคดลอบฆ่าเตียวซุ่นขณะที่นอนหลับอยู่ แล้วตัดศีรษะพากันเอาไปให้เล่าปี่ เตียวกีรู้ข่าวและเห็นลิ่วล้อพากันเอาใจออกห่างเป็นอันมาก ก็สิ้นความคิดจึงเอากระบี่เชือดคอตายไป

ต่อมาหลังจากพระเจ้าเลนเต้สวรรคต และตั๋งโต๊ะยกทัพมายึดครองเมืองหลวงถอดหองจูเปียนออกจากราชสมบัติ แล้วแต่งตั้งหองจูเหียบผู้น้องขึ้นเป็นพระเจ้าเหี้ยนเต้แทน จนโจโฉรวบรวมกองทัพหัวเมืองเข้ามาปราบปราม แต่กลับพ่ายแพ้ตั๋งโต๊ะ ต้องไปตั้งตัวอยู่ทางภาคตะวันออก จากนั้นตั๋งโต๊ะถูกฆ่าตาย โจโฉมีความชอบ ปราบปรามพวก โจรโพกผ้าเหลืองที่เมืองเซียงจิ๋วลงราบคาบ ได้เชลยพวกโจรมาเป็นทหารเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบหมื่น ได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่อยู่ที่เมืองกุนจิ๋ว ปกครองภาคตะวันออกทั้งหมด

โจโฉก็เกลี้ยกล่อมผู้มีสติปัญญา มาเข้าเป็นพวกมากมายรวมทั้งอิกิ๋ม ซึ่งเป็นโจรอยู่ที่เมืองกิเป๋ง ก็มาสมัครเป็นทหารอยู่ด้วย และได้รับราชการอยู่กับโจโฉ จนกระทั่งโจโฉถึงแก่ความตาย ในอีกเกือบสามสิบปีต่อมา ซึ่งคงจะได้เล่าในโอกาสต่อไป

เมื่อโจโฉได้เป็นใหญ่อยู่ที่เมืองกุนจิ๋วแล้ว ก็ส่งคนให้ไปรับโจโก๋ผู้บิดาที่เมืองตันลิวมาอยู่ด้วย แต่เมื่อขบวนเกวียนผ่านเมืองชีจิ๋ว เจ้าเมืองได้เชิญให้เข้าไปพักในเมืองสองวัน แล้วก็ให้ เตียวคี คุมทหารห้าร้อยไปส่งโจโก๋ให้ถึงเมืองกุนจิ๋ว แต่พอเดินทางไปถึงวัดแฮหุยเวลาจวนค่ำฝนตกหนัก ต้องหยุดพักในวัด เตียวคีซึ่งเดิมเป็นโจรโพกผ้าเหลืองเกิดความโลภ ก็ชวนพรรคพวกฆ่าโจโก๋ และครอบครัวตายเรียบ แล้วก็เก็บทรัพย์สินเอาไปหมด พร้อมกับเผาวัดเสีย และพากันหนีไปอาศัยหลบซ่อนอยู่ในป่าเขา

โจโฉก็หาว่าเจ้าเมืองชีจิ๋วรู้เห็นเป็นใจ จึงยกกองทัพมาล้อมเมืองไว้ จะเหยียบเมืองชีจิ๋วให้ราบเป็นหน้ากลอง ที่ปรึกษาก็แนะนำให้มีหนังสือ ไปขอความช่วยเหลือจากเมืองปักไฮ พอดีขณะที่คนนำสารไปถึงเมืองปักไฮ กวนไฮ พวกโจรโพกผ้าเหลืองอีกกลุ่มหนึ่งคุมพลสี่ห้าหมื่น มาล้อมเมืองไว้ เจ้าเมืองปักไฮจึงส่งคนไปหาเล่าปี่ที่เมืองเพงงวนก๋วน ขอให้ยกทัพมาช่วย พอกองทัพของเล่าปี่มาถึง กวนไฮก็เข้ารบกับกวนอูได้สามสิบเพลง ก็ถูกกวนอูเอาง้าวฟันขาดสองท่อนไป

ในที่สุดก็มีกองทัพจากเมืองต่าง ๆ ไปช่วยเมืองชีจิ๋วจนมีกำลังพอที่จะยันกองทัพของโจโฉได้ และทางเจ้าเมืองตันลิวก็ให้ลิโป้ทหารเอกผู้มีฝีมือ ยกทัพไปตีถึงเมืองกุนจิ๋ว ทำให้โจโฉต้องถอยจากเมืองชีจิ๋ว โดยยังไม่ทันได้แก้แค้นให้สมอยาก

ต่อมาก็มีโจรโพกผ้าเหลืองอีกกลุ่มหนึ่งคือ โฮงี อุยเซียว และ โฮปัน ตั้งตัวอยู่ที่เมืองเอ๊งจิ๋ว โจโฉรู้ข่าวก็ยกกำลังไปปราบ พวกโจรก็ยกมาตั้งรับที่ตำบลเขาเองสัน โฮปันก็ควงกระบองเหล็ก เข้าฟาดกับโจหองทหารเอกผู้เป็นญาติกับโจโฉ สู้กันได้ห้าสิบเพลงก็ถูกโจหองเอาง้าวฟันตาย อุยเซียวก็ถูกจับตัวได้ ส่วนโฮงีนั้นพาลิ่วล้อประมาณสองร้อยคน หนีออกจากค่ายไปถึงเชิงเขาแห่งหนึ่ง ก็เจอกับชายคนหนึ่งสูงใหญ่ ขี่ม้าถือง้าวขวางทางอยู่ โฮงีเข้ารบได้เพลงเดียวก็ถูกจับตัวได้ ลูกน้องอีกสองร้อยเศษก็ยอมแพ้หมด โฮงีก็พาชายผู้นั้นเข้าไปอยู่ในถ้ำของตน ชายผู้นั้นชื่อเคาทู

วันต่อมาโจโฉให้เตียนอุยทหารองครักษ์ คุมพลมาตามจับโฮงีพอถึงเชิงเขา เคาทูก็พาพวกโจรออกไปรบกับเตียนอุย ตั้งแต่เที่ยงจนเย็นทั้งคนทั้งม้าก็สิ้นกำลังต้องแยกกันไป พอรุ่งขึ้นเตียนอุยยกพลมาใหม่ คราวนี้รบกันได้สามสิบเพลง เตียนอุยก็ถอยหนี พอเคาทูไล่ตามทหารของเตียนอุยก็ระดมยิงเกาทัณฑ์ขัดขวางจนต้องกลับเข้าถ้ำ

รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง เตียนอุยคุมทหารร้อยคนมาร้องท้าทายที่ปากถ้ำ เคาทูก็ขับม้าเข้ารบทันที ฟาดกันได้สิบเพลง เตียนอุยก็หนีอีกพอเคาทูไล่ตาม ก็ตกลงไปในหลุม ที่เตียนอุยขุดดักไว้ จึงถูกจับตัวไปให้โจโฉ พอโจโฉเห็นรูปร่างท่าทางองอาจสมเห็นทหาร ก็เกลี้ยกล่อมให้รับราชการด้วย เคาทูก็ยินดีจึงพาโฮงีและพรคพวกทั้งหมดมามอบให้โจโฉ เคาทูก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายทหารเอก พวกลิ่วล้อก็ได้รับแจกเงินทองเสื้อผ้าทั่วทุกคน แต่โฮงีกับอุยเซียวถูกสั่งให้เอาไปประหารชีวิต และตัดศีรษะเสียบประจานไว้ มิให้ผู้ใดเอาเยี่ยงอย่างสืบไป

ต่อมาทางฝ่ายเมืองหลวง ลิฉุยกับกุยกีผู้ว่าราชการฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นได้เกิดขัดใจกัน ต่างก็จะแย่งชิงเอาพระเจ้าเหี้ยนเต้เชิดไว้ข้างตนจึงมีขุนนางที่จงรักภักดีเช่นตังสิน และเอียวฮองซึ่งเดิมเป็นพวกลิฉุย ก็พาฮ่องเต้หนีออกจากเมืองไป ทั้งลิฉุยและกุยกีก็ยกทหาร ติดตามไปชิงคืน ตังสินจึงมีหนังสือไปชักชวนพวกโจร ที่อยู่แดนเมืองโฮตั๋งให้มาช่วย แล้วจะอภัยโทษให้

นายโจรสามคนคือ หันเซียม ลิงัก และ โฮจ๋าย ก็คุมพรรคพวกมาคอยป้องกันรักษาฮ่องเต้ พอถึงตำบลอยู่เอี๋ยง ก็พบกับกองทหารของลิฉุยและกุยกี ซึ่งกลับไปรวมกันแล้ว ก็เข้าสู้รบเป็นสามารถ ทหารและโจรฝ่ายฮ่องเต้สู้ไม่ไหว ก็พาฮ่องเต้หนีไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำฮองโห ลิงักก็ไปหาเรือมาได้ลำหนึ่ง พาฮ่องเต้กับมเหสีลงเรือข้ามฟาก มีขุนนางและทหารชิงกันลงเรือจนเกือบจะล่ม ลิงักก็ถอดกระบี่ออกฟันตายไปหลายคน จึงพาฮ่องเต้ข้ามน้ำไปได้ แล้วก็กลับมารับอีกหลายเที่ยวแต่ยังไม่ทันหมดทหารของลิฉุยกับกุยกีมาถึง จึงต้องทิ้งคนที่เหลือไว้ แล้วหาเกวียนมารับฮ่องเต้กับมเหสีเสด็จรอนแรมต่อไป ส่วนโฮจ๋ายที่คุมพลอยู่ระวังหลังนั้น ถูกยิงด้วยเกาทัณฑ์ตาย

พระเจ้าเหี้ยนเต้กับผู้ติดตามพักอยู่ที่เมืองโห้ลาย จนลิฉุยกุยกีเลิกติดตามแล้ว ตังสินก็คิดจะพาฮ่องเต้ กลับไปเมืองลกเอี๋ยง ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่า แต่ลิงักไม่เห็นด้วยจะขออยู่ที่เดิม แต่พอตังสินกับหันเซียมพาฮ่องเต้เสด็จไปแล้ว ลิงักกลับไปเข้าเป็นพวกลิฉุยกุยกี อาสาจะไปจับพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งกำลังเดินทาง พอถึงเขากิสานเวลาดึกประมาณสามยามเศษ ลิงักคุมพลไปทันขบวนของฮ่องเต้ แต่ยังไม่ทันจะทำประการใด ก็ถูกซิหลงทหารเอกของเอียวฮอง ควงขวานฟันตกม้าตาย เมื่อมาถึงเมืองลกเอี๋ยงแล้ว หันเซียมก็ได้รับราชการอยู่กับฮ่องเต้ต่อไป

ต่อมาโจโฉได้รับสั่งให้ยกทัพมาปราบลิฉุยและกุยกี จนแตกกระเจิงต้องหนีเข้าป่าไปแล้ว โจโฉก็ได้เป็นมหาอุปราช จึงพาพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปอยู่เมืองฮูโต๋ ขณะเมื่อกำลังเดินทางอยู่ นั้นเอียวฮองหันเซียมและซิหลงก็คุมทหารมาสกัดทางไว้ โจโฉส่งเคาทูออกมารบกับซิหลงถึงห้าสิบเพลงก็มิได้แพ้ชนะกัน วันหลังจึงส่งคนไปเกลี้ยกล่อมซิหลงจนหนีไปเข้าด้วยโจโฉ พอเอียวฮองรู้ข่าวก็คุมทหารตามไป ก็ถูกโจโฉล้อมไว้ หันเซียมก็พาทหารตามไปช่วยแก้เอาเอียวฮองออกจากที่ล้อมได้ แล้วพากันหนีไปอยู่ที่เมืองลำหยง

ฝ่ายอ้วนสุดเจ้าเมืองลำหยง ได้ตราหยกสำหรับกษัตริย์ไว้ครอบครองก็คิดจะตั้งตัวเป็นฮ่องเต้ จึงผูกมิตรกับลิโป้เจ้าเมืองชีจิ๋วด้วยการสู่ขอบุตรสาวลิโป้ มาแต่งงานกับบุตรชายของตนแต่ลิโป้กลับจับเถ้าแก่ส่งไปให้โจโฉฆ่าเสีย จึงยกกองทัพเจ็ดกองไปตีเมืองชีจิ๋ว กับเมืองบริวารอีกหกเมืองพร้อมกัน ให้หันเซียมไปตีเมืองแห้ฝือ และให้เอียวฮองไปตีเมืองจุนสัว ทั้งสองนายอยู่กับอ้วนสุดไม่มีความสุข จึงเป็นไส้ศึกให้กับลิโป้ ทำให้ตีกองทัพของอ้วนสุดแตก ต้องถอยกลับเมืองลำหยง

หันเซียมและเอียวฮอง ก็ได้รับความชอบเป็นเจ้าเมืองกินโต๋และเมืองลองเอี๋ย ต่อมาโจโฉยกกองทัพจะไปตีเมืองลำหยง เล่าปี่ซึ่งเป็นเจ้าเมืองอิจิ๋ว และยังเป็นพวกเดียวกับโจโฉอยู่ ได้ข่าวว่าหันเซียมกับเอียวฮอง ทำหยาบช้าต่ออาณาประชาราษฎรตามสันดานเดิม จึงทำอุบายเชิญมากินโต๊ะ แล้วก็ให้กวนอูกับเตียวหุยฆ่าเสีย และตัดศีรษะไปให้โจโฉเอาความชอบ ได้รับบำเหน็จรางวัลเป็นอันมาก

รายแรกก็คือ กำเหลง เดิมเป็นหัวหน้าโจรสลัด เที่ยวหากินทางปล้นเรือพ่อค้าวานิชอยู่ในทะเล ย่านเมืองกังตั๋งกับเมืองกังแฮ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะ เอาผ้าแพรลายทองมาทำเป็นใบเรือให้เห็นได้แต่ไกล และพวกลิ่วล้อก็เอาลูกกระพรวนผูกเอวทุกคน เวลาเข้าปล้นก็มีเสียงกระพรวนดังเกรียวกราว เป็นการข่มขวัญฝ่ายที่ถูกปล้นไปในตัว
ต่อมาได้กลับใจพาพรรคพวก ไปอยู่กับเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋ว และเลยไปอยู่กับหองจอเจ้าเมืองกังแฮ หน้าด่านของเมืองเกงจิ๋ว เมื่อซุนกวนเจ้าเมืองกังตั๋งยกทัพมาตีเมืองกังแฮ
กำเหลงก็ช่วยชีวิตหองจอไว้ และฆ่าทหารเอกของซุนกวนตายไปคนหนึ่ง แต่สุดท้ายไม่ชอบใจหองจอ ก็มาขอสามิภักดิ์กับซุนกวน ซึ่งซุนกวนก็ให้อภัย และรับไว้เป็นทหาร เมื่อครั้งที่โจโฉยกทัพใหญ่มาตีเมืองกังตั๋งประมาณ พ.ศ.๗๕๑ ก็ได้กำเหลงเป็นแม่ทัพบก เผาค่ายของโจโฉพินาศและฆ่าทหารเอกของโจโฉตายไปสองคน ครั้งนั้นโจโฉยกทัพใหญ่กำลังพลหลายสิบหมื่น ทั้งทัพบกทัพเรือ แต่ถูกกองทัพเมืองกังตั๋ง ตีแตกโจโฉรอดกลับไปกับทหารเพียงสามสิบคนเท่านั้น
ต่อมาอีกหลายปีโจโฉยกกองทัพไปรบกับซุนกวนที่เมืองหับป๋า กำเหลงก็สามารถคุมกำลังทหารร้อยเดียว เข้าตีค่ายโจโฉกลางดึก จนข้าศึกแตกหนีกันอลหม่าน แต่กำเหลงมิได้เสียกำลังทหารแม้แต่คนเดียว การรบครั้งนั้นโจโฉไม่สามารถเอาชนะซุนกวนได้ แต่ซุนกวนเสียดายชีวิตทหาร จึงยอมอ่อนน้อมแก่โจโฉ

กำเหลงได้เป็นทหารเอกของซุนกวนต่อมา จนถึง พ.ศ.๗๖๔ พระเจ้าเล่าปี่ยกกองทัพใหญ่มาตีเมืองกังตั๋ง เพื่อแก้แค้นแทนกสนอูน้องชายร่วมสาบาน ที่ถูกพระเจ้าซุนกวนฆ่าตาย พระเจ้าเล่าปี่มีชัยชนะมาตามลำดับ จนถึงเมืองอิเหลง ในครั้งนั้นกำเหลงซึ่งป่วยเป็นบิด ได้เป็นแม่ทัพเรือกองหนุน ต้องแข็งใจไปรบตามคำสั่ง พอทัพหน้าถูกตีแตก กำเหลงก็ถอยเรือขึ้นฝั่งควบม้าหนี
ไปทางบก แต่ถูกดักยิงด้วยเกาทัณฑ์ ปักติดหน้าผากชักไม่ออก ต้องลงจากหลังม้านั่งพิงต้นไม้ จนเสียชีวิต เมื่อเสร็จศึกครั้งนี้ ซึ่งซุนกวนเป็นฝ่ายมีชัยชนะแล้ว พระเจ้าซุนกวนจึงให้ปลูกศาลเทพารักษ์ไว้ตรงที่ฝังศพ เพื่อเป็นอนุสรณ์ของความกล้าหาญในอดีต

ขุนโจรคนต่อมาคือ เลียวฮัว เดิมเป็นโจรโพกผ้าเหลือง อยู่ที่เมืองซงหยงเมื่อถูกปราบปรามก็หนีมาอยู่ที่เขาใกล้เมืองฮูโต๋กับเพื่อนชื่อ เตาอวน และพวกพ้องประมาณห้าร้อยคน วันหนึ่งเตาอวนคุมพวกลงมาที่ตีนเขา ชิงเอาหญิงขึ้นไปได้สองคนจะแบ่งให้เป็นภรรยาเลียวฮัวคนหนึ่ง เลียวฮัวซักถามได้ความว่าเป็นภรรยาของเล่าปี่ หนีมาจากเมืองฮูโต๋กับกวนอู เลียวฮัวจึงบอกให้เพื่อนนำตัวนางทั้งสองไปคืน เตาอวนไม่ยอมเลียวฮัวจึงฆ่าเสีย แล้วตัดศีรษะเอาไปให้กวนอู และนำนางกำฮูหยินกับนางบิฮูหยินมาส่งคืน และขอสมัครเป็นพรรคพวกคุ้มกันไปจนพ้นแดนเมืองฮูโต๋ แต่กวนอูคิดรังเกียจว่าเป็นโจรจึงไม่ยอมรับ และว่าซึ่งได้ทำคุณครั้งนี้ขอบใจนัก ถ้าชีวิตมิตายภายหน้าจะได้แทนคุณ แต่ซึ่งจะคุมพวกเพื่อนไปส่งนั้น อย่าไปให้ลำบากเลย เลียวฮัวจึงต้องอยู่ที่เดิมต่อไปก่อน

ยังมีโจรโพกผ้าเหลืองอีกสองคนเป็นสมุนของเตียวก๊กชื่อ หุยง่วนเสียว และสมุนของเตียวโป้ชื่อ จิวฉอง อาศัยอยู่ที่เขาโงจิวสันทางที่กวนอูผ่าน ก็เข้ามาสมัครขอเป็นทหาร กวนอู
ก็ยินดีรับเอาไว้แต่จิวฉองให้เป็นคนใช้ใกล้ชิด ส่วนหุยง่วนเสียวให้รออยู่ที่เดิม เมื่อกวนอูได้พบกับเล่าปี่และเตียวหุยที่เมืองเก๋าเซียแล้ว ก็ใช้ให้จิวฉองไปพาหุยง่วนเสียวกับพรรคพวกมาอยู่ด้วย

จิวฉองก็กลับไปที่เขาโงจิวสันปรากฎว่ามีนายทหารผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ใส่เกราะขาว ฆ่าหุยง่วนเสียวเสีย แล้วตั้งตนเป็นหัวหน้าแทน จิวฉองเข้าสู้รบแก้แค้นแทนเพื่อนก็สู้ไม่ไหว ได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง จึงกลับไปบอกกวนอู เล่าปี่กับกวนอูจึงพากันมาที่เขาโงจิวสัน ให้จิวฉองร้องด่าท้าทายให้นายโจรผู้นั้นออกมาสู้รบกัน แต่เมื่อได้ออกมาพบเล่าปี่ ผู้นั้นก็ลงจากม้าวางทวนแล้วคำนับเล่าปี่ ปรากฎว่าเป็นจูล่งนายทหารเอกที่เคยอยู่กับเล่าปี่มาก่อน แต่ต้องแยกทางกันไปอยู่กับนายเก่า บัดนี้นายเก่าเสียชีวิตไปแล้ว จึงเดินทางจะกลับมาอยู่กับเล่าปี่ตามเดิม

ต่อมาประมาณ พ.ศ.๗๖๒ เล่าปี่ได้เป็นอ๋องครอบครองเมืองฮันต๋งแล้ว ให้กวนอูไปรักษาเมืองเกงจิ๋วซึ่งยึดได้จากซุนกวน เลียวฮัวจึงได้ไปอยู่กับกวนอู และจิวฉอง ครั้นซุนกวนร่วมมือกับโจโฉยกมาตีเมืองเกงจิ๋วคืนไปได้ กวนอูต้องถอยไปจนมุมอยู่ที่เมืองเป๊กเสีย ไม่มีใครมาช่วย เลียวฮัวก็รับอาสา ฝ่าวงล้อมไปหาเล่าฮองลูกเลี้ยงของเล่าปี่ที่เมืองซงหยง ให้ยกกองทัพมาช่วย
แต่เล่าฮองถูกเบ้งตัดยุยง จึงไม่ยอมยกพลมาช่วย เลียวฮัวก็เสียใจนัก ต้องรีบเดินทางไปหาเล่าปี่ที่เมืองเสฉวน ซึ่งอยู่ไกลมาก

ฝ่ายกวนอูรออยู่นานไม่มีกองทัพหนุนมาช่วย จึงให้จิวฉองกับนายทหารอีกคนหนึ่งและทหารเลวร้อยเศษ อยู่ต่อสู้รักษาเมืองเป๊กเสียไว้ ตนเองกับกวนเป๋งลูกเลี้ยงคุมทหารสองร้อยเศษ ตีหักออกจากเมืองจะกลับไปเสฉวน แต่ก็ไม่สำเร็จถูกทหารเอกของซุนกวนสองคน ช่วย
กันหลอกล่อจนตกลงไปในหลุมพราง ถูกจับตัวเอาไปประหารชีวิตทั้งสองคนพ่อลูก จิวฉองอยู่ในเมือง รู้ข่าวก็เสียใจเอากระบี่เชือดคอตายตามไปด้วย

ส่วนเลียวฮัวไปถึงเมืองเสฉวน เมื่อกวนอูเสียชีวิตไปแล้ว เล่าปี่ไม่มีทางที่จะช่วยเหลือ ได้แต่เสียใจจนสลบแล้วสลบอีก พร้อมทั้งอาฆาตซุนกวนไว้ ว่าจะไม่ยอมอยู่ร่วมแผ่นดินกันอีกต่อไป ดังนั้นเมื่อเล่าปี่ได้ตั้งตนเป็นฮ่องเต้แล้ว จึงจัดกองทัพใหญ่โตยกไปตีเมืองกังตั๋ง เพื่อ แก้แค้นแทนน้องชายร่วมสาบาน โดยไม่ฟังคำทัดทานของผู้ใดทั้งสิ้น จึงต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน และตรอมใจตายไปเมื่อ พ.ศ.๗๖๖

เลียวฮัวก็ได้รับราชการกับพระเจ้าเล่าเสี้ยนโอรสของพระเจ้าเล่าปี่ต่อไป และได้เป็นนายทหารเอกของขงเบ้ง จนกระทั่งขงเบ้งถึงแก่ความตายไปเมื่อ พ.ศ.๗๗๗ และได้เป็นนายทหารเอกของเกียงอุยศิษย์เอกของขงเบ้งต่อไปอีก

ต่อมาอีกเกือบสามสิบปี พระเจ้าโจฮวนซึ่งเป็นหลานของโจโฉ ยกกองทัพเข้าตีเมืองเสฉวนจนได้ชัยชนะ ยึดตัวพระเจ้าเล่าเสี้ยนไปเป็นเชลยเมื่อ พ.ศ.๘๐๖ เลียวฮัวจึงได้สิ้นชื่อไป แต่ไม่ปรากฏว่าตายด้วยสาเหตุใด

นายโจรอีกคนหนึ่งก็คือ อิกิ๋ม เมื่อครั้งที่โจโฉได้ครองเมืองกุนจิ๋วทางภาคตะวันออกและเกลี้ยกล่อมผู้ที่มีความรู้ความสามารถ อิกิ๋มก็มาขอสมัครเข้าเป็นทหารด้วย โจโฉก็รับไว้ให้อยู่
ในกองทัพ ในคราวไปรบที่เมืองอ้วนเซีย โจโฉถูกเตียวสิ้วเจ้าเมืองลอบโจมตีค่ายแตก นายทหารองครักษ์เสียชีวิต โจโฉหนีกระเซอะกระเซิงไปกับลูกและหลาน แต่ทั้งสองก็ถูกฆ่าตายหมด อิกิ๋มรวบรวมทหารที่แตกไว้ช่วยยันกองทัพของเตียวสิ้วไว้ได้ มีความชอบเป็นอันมาก
ต่อมาก็ตีเมืองชีจิ๋วของลิโป้ และเมืองเกงจิ๋วของอ้วนเสี้ยวได้สำเร็จ แต่เมื่อโจโฉยกทัพใหญ่เกือบร้อยหมื่นไปตีเมืองกังตั๋ง ถูกอุบายของจิวยี่แม่ทัพของซุนกวน หลอกให้ฆ่าแม่ทัพเรือสองคนเสีย อิกิ๋มจึงได้เป็นแม่ทัพเรือแทน แล้วก็ถูกอุบายของบังทอง หลอกให้ร้อยโซ่ผูกเรือติดกันเป็นแพ จนถูกอุยกายเผาวอดวายไปทั้งกองทัพเรือและกองทัพบก ต้องหนีเตลิดกลับเมืองฮูโต๋เหลือทหารไม่ถึงสามสิบคน
อิกิ๋มได้เป็นทหารเอกของโจโฉต่อมาอีกหลายปีจนโจโฉตีเมืองฮันต๋งและได้บังเต๊กทหารเอกของม้าเฉียวมาอยู่ด้วย จากนั้นโจโฉก็ร่วมมือกับซุนกวน ตีเมืองเกงจิ๋วที่เล่าปี่ให้กวนอูรักษาอยู่ กวนอูกลับยกทัพไปตีเมืองซงหยงได้และล้อมเมืองอ้วนเซียของโจโฉไว้ โจโฉจึงให้อิกิ๋มเป็นแม่ทัพใหญ่ บังเต๊กเป็นแม่ทัพหน้า ยกไปช่วยเมืองอ้วนเซีย บังเต๊กเป็นคนกล้าหาญและมีฝีมือพอสมควร และกวนอูก็มีอายุมากแล้ว จึงได้รับบาดเจ็บจากการรบกับบังเต๊ก แต่อิกิ๋มกลัวว่าบังเต๊กจะมีความชอบมากกว่าตน จึงสั่งให้ถอยทัพไปตั้งอยู่ในหุบเขา ใครคัดค้านก็ไม่ยอมฟังแม้
แต่บังเต๊ก ซึ่งยืนยันว่ากำลังจะเอาชนะกวนอูได้แล้ว จึงถูกกวนอูทดน้ำท่วมค่ายแตกยับเยิน แม่ทัพทั้งสองถูกกวนอูจับได้ อิกิ๋มแก้ตัวกับกวนอูว่าพระเจ้าวุยอ๋องใช้มาขัดมิได้ ขอจงละชีวิตของตนไว้ จะขออยู่รับราชการด้วย จะได้ช่วยทำศึกแทนคุณต่อไป กวนอูจึงไม่ฆ่าแต่ให้จำขังไว้ ส่วนบังเต๊กไม่ยอมอ่อนน้อม จึงถูกประหารชีวิต

แต่อีกไม่นานซุนกวนก็ยึดเมืองเกงจิ๋วได้ กวนอูต้องหนีไปกับทหารเพียงไม่กี่รอ้ยคน และถูกซุนกวนจับได้ แต่กวนอูก็ไม่ยอมอ่อนน้อมต่อซุนกวนเหมือนกัน จึงถูกสั่งประหารชีวิต และซุนกวนได้ตัดศีรษะส่งไปให้โจโฉ กวนอูก็หลอกโจโฉจนล้มเจ็บลงและรักษาอย่างไรก็ไม่ทุเลา ต้องถึงแก่ความตายไป เมื่อ พ.ศ.๗๖๓ อายุได้หกสิบหกปี
โจผีบุตรชายคนโตได้รับตำแหน่งวุยอ๋องของโจโฉ ได้จัดการสร้างกุฏิให้มีช่องฝังศพถึงเจ็ดสิบสองที่ เพื่อไม่ใครผู้ใดรู้ว่าศพของโจโฉฝังอยู่ในช่องใด ด้วยเกรงว่าศัตรูซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก จะมาขุดเอาไปทำให้เสียเกียรติยศ ที่ผนังกุฏิด้านนอกให้เขียนเป็นเรื่องราวที่อิกิ๋มยกทัพไปรบกับกวนอูที่เมืองอ้วนเซีย กวนอูทำอุบายให้น้ำท่วมทหารทั้งปวง ทัพอิกิ๋มแตก กวนอูจับอิกิ๋มและบังเต๊กได้ กวนอูนั่งที่สูงให้อิกิ๋มบังเต๊กนั่งที่ต่ำ บังเต๊กเป็นชาติทหารหากลัวความตายไม่ กวนอูให้ฆ่าเสีย ฝ่ายอิกิ๋มกลัวตายกราบไหว้กวนอูอ้อนวอนขอชีวิตจึงรอดมาได้ โจผีทำทั้งนี้เพื่อมิให้ทหารทั้งปวงดูเยี่ยงอย่างสืบไป แล้วให้อิกิ๋มซึ่งถูกปล่อยตัวมา เป็นผู้รักษากุฏิฝังศพนั้น อิกิ๋มได้เห็นภาพเรื่องราวเหล่านั้น ก็มีความละอายนัก อยู่มาไม่นานก็เป็นไข้ตรอมใจตายไปในที่สุด

ชีวิตของขุนโจรผู้ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจนเป็นถึงแม่ทัพ ของก๊กที่เป็นใหญ่ครองแผ่นดินทั้งสามก๊ก ก็ถึงวาระสุดท้ายแตกต่างกันไปตามกรรมของตน ดังนี้.

##########


โดย: เจียวต้าย วันที่: 19 เมษายน 2559 เวลา:8:26:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.