Group Blog
 
All Blogs
 
อ้วนเสี้ยว (๘)

สามก๊กฉบับลายคราม

ผู้เป็นใหญ่ฝ่ายเหนือ

ตอนที่ ๘ ผลของความริษยา

เล่าเซี่ยงชุน

ในขณะที่ โจโฉ กำลังรบรับขับเคี่ยวเอาเป็นเอาตายกับ สิมโพย อยู่ที่เมืองกิจิ๋วนั้น อ้วนถำ ที่รอฟังข่าวอยู่ที่เมืองเพงกวนง้วน ก็ไม่ได้อยู่ว่างแต่กลับยกทัพเท่าที่มีเหลือ ไปตีเมืองกำเหลง เมืองฮันเบ๋ง เมืองปุกไฮ และเมืองโฮกั้น ได้ถึงสี่เมืองทำให้รวบรวมทหารเพิ่มขึ้นได้อีกเป็นอันมาก เมื่อรู้ข่าวว่า อ้วนซง แตกหนีโจโฉ ไปอยู่กับ อ้วนฮี ที่เมือง อิจิ๋วก็ไม่ได้ติดตาม แต่พอโจโฉยึดเมืองกิจิ๋วได้แล้ว ก็กลับคิดขึ้นมาได้ว่าญาติพี่น้องและอาณาประชาราษฎรในเมืองกิจิ๋วจะได้รับความเดือดร้อน และเวลานี้ตนก็มีกำลังเข้มแข็งขึ้นแล้ว สมควรจะยกไปตีเอาเมืองกิจิ๋วคืนจากโจโฉ

ฝ่ายโจโฉก็มีหนังสือเรียกตัวอ้วนถำ ให้ไปหาที่เมืองกิจิ๋ว เพื่อจะได้จัดการบ้านเมืองให้เรียบร้อยเพราะเสร็จศึกแล้ว อ้วนถำจึงแจ้งแก่ผู้ถือหนังสือว่าไม่ไปแล้วโจโฉก็โกรธจัดแจงยกทหารไปเมืองเพงกวนง้วน เพื่อคิดบัญชีกับอ้วนถำให้เด็ดขาดลงไป อ้วนถำเห็นท่าจะไม่ดี จึงแต่งหนังสือไปขอความช่วยเหลือจาก เล่าเปียว ที่เมืองเกงจิ๋วให้ยกทัพมาช่วย

แต่ เล่าปี่ ญาติของเล่าเปียวที่มาอาศัยอยู่ด้วยคัด
ค้านว่าพวกพี่น้องของ แซ่อ้วนนั้นไม่มีทางที่จะสู้โจโฉได้ ควรจะบำรุงทหารไว้ให้เข้มแข็ง เพราะเมื่อใดที่โจโฉ ปราบปรามพวกลูกหลานอ้วนเสี้ยวได้สำเร็จแล้ว ก็จะหวนกลับมาเล่นงานเมืองเกงจิ๋วแน่ เล่าเปียวก็เห็นด้วย จึงมีหนังสือตอบขัดข้อง และแถมสั่งสอนให้ปรองดองกันในระหว่างพี่น้อง เพื่อรบพุ่งต้านทานโจโฉให้ได้

อ้วนถำคิดเห็นว่าลำพังตัวคนเดียว จะตั้งรับที่เมืองเพงกวนง้วนไม่ไหวแน่ จึงถอยไปอยู่ที่เมืองลำพี้ โจโฉก็ยกกองทัพตามไปที่เมืองลำพี้ ขณะนั้นเป็นฤดูหนาวน้ำในแม่น้ำก็แข็งเรือเสบียงแล่นไปไม่ได้ โจโฉก็เกณฑ์ชาวบ้านชาวเมืองมาขุดฟันน้ำแข็ง ให้เป็นช่องพอเรือผ่าน ชาวบ้านได้รับความทุกข์ยากลำบาก เพราะอากาศหนาวอยู่แล้ว จึงพากันหนีไปซุกซ่อน โจโฉก็ให้ทหารไล่ฆ่าเสียเป็นอันมาก

อ้วนถำก็ยกทหารออกจากเมืองมารบกับโจโฉ พอโจโฉเห็นหน้าก็ต่อว่า

".....เดิมตัวกลัวอ้วนซงผู้น้อง จึงหนีมาเข้าเกลี้ยกล่อม เราก็มีความเอ็นดู จะยกบุตรให้เป็นภรรยา บัดนี้เราได้เมืองกิจิ๋วแล้ว เราให้หาตัวก็ไม่ไป และตัวกลับมาคิดร้ายต่อเราก่อนฉะนี้ เป็นคนหามีกตัญญูไม่....."

อ้วนถำก็เถียงว่า

".....เหตุทั้งนี้เพราะตัวยกกองทัพมารบพุ่ง เราพี่น้องจึงได้ผิดกัน ครั้นได้เมืองแล้วตัวก็ทำร้ายแก่พี่น้องเราต่างๆ เราจึงมีความแค้น เหตุใดว่าเราไม่รู้จักคุณ..."

โจโฉก็ให้ ซิหลง ทหารเอกเข้ารบ อ้วนถำก็ให้ แพอั๋น ต่อสู้ แต่ปะทะกันได้ห้าเพลงซิหลงก็ฟันแพอั๋นตกม้าตาย อ้วนถำก็พาทหารถอยหนีเข้าเมืองไป โจโฉก็ยก ทหารเข้าล้อมเมืองไว้ อ้วนถำจนปัญญาก็ส่ง ซินเบ้ง พี่ชาย ซินผี ที่อยู่กับโจโฉให้ออกไป
เจรจาขออ่อนน้อมอีก
โจโฉก็ว่าอ้วนถำเจรจาไว้ครั้งก่อนก็กลับคำ คราวนี้สิ้นคิด
แล้วจะมาขออ่อนน้อมอีก จึงไม่ยอมรับ และเกลี้ยกล่อมให้ซินเบ้งอยู่รับราชการด้วย ซินเบ้งก็ตอบว่า

".....อันคำโบราณกล่าวไว้ว่า ธรรมดาเป็นข้าท้าวบ่าวพระยา ให้ตั้งใจจงรักภักดีต่อเจ้านาย ถ้าเจ้านายนั้นมีความสุข ก็พลอยสบายด้วย แม้มีทุกข์ร้อน ก็พึงให้ทรมานกายลำบากด้วยจึงควร และตัวข้าพเจ้าอยู่กับอ้วนเสี้ยว บัดนี้อ้วนเสี้ยวผู้มีคุณก็ถึงแก่ความตาย ข้าพเจ้าจะขออยู่แทนคุณแซ่อ้วนสืบไปกว่าจะสิ้นชีวิต....."

โจโฉก็ไม่ว่าอะไรแต่ให้กลับไปบอกอ้วนถำว่าไม่ตกลงด้วย

ซินเบ้งก็กลับมาเล่าให้อ้วนถำฟัง ตามความจริงที่ได้เจรจาทั้งหมด แต่
อ้วนถำกลับโกรธว่า ซินผีน้องชายก็ไปอยู่กับโจโฉแล้ว คราวนี้โจโฉคงใช้ให้กลับมาคอยทำร้ายใช่ไหม ซินเบ้งน้อยใจที่อ้วนถำไม่เห็นความซื่อสัตย์ของตนก็แค้นใจ เป็นลมล้มสลบลงกับที่ อ้วนถำก็ให้ทหารเอาตัวออกไปข้างนอกที่พัก แต่อีกไม่นานซินเบ้งก็สิ้นใจตายไป

เมื่อเหตุการณ์จวนตัวไม่มีทางเลือกเช่นนี้ กัวเต๋า ที่ปรึกษาคู่ใจก็ชวนให้อ้วนถำสู้เป็นครั้งสุดท้าย เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเกณฑ์ประชาชนพลเมืองทั้งหมด ออกรบเป็น
กองหน้า แล้วทั้งสองก็คุมทหารตามไปเป็นกองหนุน แบ่งออกเป็นสี่กอง ออกจากประตูเมืองทั้งสี่ทิศ เข้าตีค่ายโจโฉทั้งสี่ด้าน รบพุ่งกันอยู่ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง แต่โจโฉมีทหารที่ชำนาญสงครามมากกว่าทั้งนายและพล จึงรุกรบฆ่าฟันชาวเมือง และทหารของอ้วนถำแตกพ่ายไป

โจหอง นายทหารเอกก็เข้าประจัญบานกับอ้วนถำ พอได้ทีก็เอาง้าวฟันถูกอ้วนถำตกม้าตายกลางสนามรบ กัวเต๋าก็ขับม้าหนีจะเข้าเมืองเลยถูก งักจิ้น นายทหารฝ่ายโจโฉยิงด้วยเกาทัณฑ์ตกคูเมืองตายตามไปด้วยกัน

พอยึดเมืองลำพี้ได้ ก็มีนายทหารของอ้วนฮีสองคน ชื่อ เตียวเหียน กับ เตียวหลำ จากเมืองอิจิ๋วเข้ามาสามิภักดิ์ด้วยแม้แต่ เตียวเอี๋ยน นายโจรแห่งเขาเอ๊งสัน
ก็คุมพวกโจรตั้งสิบหมื่นมาขอเข้าทำราชการด้วย รายนี้เลยได้ครองตำแหน่งใหญ่โตเป็นเจ้าพระยาปราบหัวเมืองฝ่ายเหนือไป

โจโฉก็ตัดศรีษะอ้วนถำ เสียบประจานไว้ที่ประตูเมืองทิศเหนือ และปิดประกาศห้ามมิให้ผู้ใดมาร้องไห้อาลัยรัก แต่ปรากฏว่า อองสิ้ว อดีตที่ปรึกษาของ อ้วนถำ เป็นคนเดียวที่มาร้องไห้อยู่ โจโฉจึงให้ทหารจับตัวมาสอบสวน อองสิ้วก็เล่าว่า

"..ข้าพเจ้าได้ห้ามตักเตือนให้คิดอ่าน ประนอมกับบรรดาญาติพี่น้องให้พร้อมใจช่วยกันรักษาเมืองกิจิ๋วให้ได้ อ้วนถำไม่ฟังคำข้าพเจ้าจึงเสียเมืองจนตัวตาย.."

โจโฉถามว่าได้ประกาศไปแล้ว ว่าใครมาร้องไห้อาลัยอ้วนถำจะมีโทษถึงตาย รู้หรือไม่ อองสิ้วว่ารู้แล้ว โจโฉก็ถามอีกว่าไม่กลัวตายหรือ อองสิ้วตอบว่า

"....แต่ก่อนนั้นข้าพเจ้ามีความสุขมากก็เพราะอ้วนถำเลี้ยงดู บัดนี้อ้วนถำถึงแก่ความตาย ครั้นนิ่งเสียก็เหมือนหนึ่งคนหากตัญญูต่อนายไม่ ซึ่งจะเป็นคนอยู่ไปนั้น ผู้ใดจะสรรเสริญนับถือว่าเป็นคน......ถึงมาทว่าท่านจะฆ่าข้าพเจ้าเสียด้วยโทษละเมิดนี้ก็ตาม แต่ขอให้ข้าพเจ้าได้แต่งการศพอ้วนถำเถิด ก็จะก้มหน้าตายตามนายไป..."

โจโฉก็เห็นใจยอมยกโทษ และให้อองสิ้วจัดการศพอ้วนถำตามประเพณี และรับไว้ทำราชการเป็นนายคลัง จากนั้นก็ปรึกษาเรื่องที่จะจัดการ กับอ้วนซงและ อ้วนฮีต่อไป อองสิ้วก็ว่า

".....มหาอุปราชก็มีคุณแก่ข้าพเจ้าถ้าเป็นการอื่นมีมาข้าพเจ้าจะคิด อ่านสนองคุณท่านตามสติปัญญา ซึ่งจะให้ข้าพเจ้าคิดจับตัวอ้วนซง ซึ่งเป็นพี่น้องของนายนั้นจนอยู่ ตามแต่ท่านจะโปรด....."

โจโฉจึงหันไปปรึกษาหารือกับ กุยแก ที่ปรึกษาหนุ่มของตน ก็แนะนำให้นายทหารของอ้วนเสี้ยวที่มาอ่อนน้อมด้วย คุมทหารไปตีเมืองอิจิ๋วจับตัวสองพี่น้องมาให้ได้ โจโฉจึงให้นายทหารหกคนคุมทหารสามกองไปตีเมืองอิจิ๋ว และให้นายทหารอีกสามคนคุมทหารกองหนึ่งไปตีเมืองเป๊งจิ๋ว พออ้วนฮีอ้วนซงรู้ข่าวก็พากันหนีจะไปเมืองเลียวไส ซึ่งขึ้นอยู่กับเมืองอิจิ๋ว แต่เจ้าเมืองกลับไปเข้ากับโจโฉ จึงต้องหนีต่อไปทางเมืองหลิวเซีย

ทางฝ่ายทหารของโจโฉ ที่ให้ไปตีเมืองเป๊งจิ๋วนั้น ทำการไม่สำเร็จ เพราะ โกกัน หลานของอ้วนเสี้ยว สู้รบเป็นสามารถ โจโฉจึงให้ลิกองกับลิเซียงทหารเก่าของอ้วนเสี้ยวเข้าไปล่อลวงโกกันจนตายใจ แล้วหลอกให้คุมทหารไปตีค่ายทหารของโจโฉจนถูกล้อม ต้องตีแหกหนีออกไปถึงเมืองตันอู จะขออาศัยเจ้าเมืองก็ไม่ยอมรับไว้ เพราะกลัว โจโฉจะยกมารบให้เดือดร้อน โกกันจึงพาทหารเดินทางจะไปอาศัยเล่าเปียว
ที่เมืองเกงจิ๋ว ระหว่างเดินทางถึงเวลาพักกลางคืน ก็ถูกลิ่วล้อทรยศลอบฆ่าแล้วตัดศีรษะไปให้ โจโฉจนได้

จากนั้นโจโฉก็ยกกองทัพ ผ่านทะเลทรายไปถึงเมืองเอ๊กจิ๋ว เจอทหารเก่าของอ้วนเสี้ยวที่หนีทัพมาก็ให้นำทางผ่านตำบลอีหลงไต่ริมเขาเป็กลงสานเข้าช่องแคบ ไปจนถึงเมืองหลิวเซีย ปรากฏว่าอ้วนฮีอ้วนซงและ เป๊กตุ้น เจ้าเมืองหลิวเซีย คุมทหารมาตั้งสกัดอยู่ปากทางที่จะออกทุ่งใหญ่ โจโฉก็ให้เตียวเลี้ยวคุมทหารกองหน้า พร้อมด้วยทหารเอกอีกสามนาย เข้าตีกองทหารของเป๊กตุ้นแตกพ่าย ตัวเป๊กตุ้นก็ถูกเตียวเลี้ยวแทงตายกลางที่รบ อ้วนฮีกับอ้วนซงและทหารพันเศษ จึงต้องหนีไปอาศัยอยู่ที่เมืองเลียวตั๋งซึ่งกองซุนของ เป็นเจ้าเมือง

โจโฉได้เมืองหลิวเซียแล้ว กุยแกที่ปรึกษาคนสำคัญซึ่งป่วยอยู่ก่อนแล้วก็งแก่ความตายเมื่อายุได้เพียงสามสิบแปดปี แต่ก่อนตายได้เขียนหนังสือสั่งความที่จะรบกับเมืองเลียวตั๋งไว้ให้ด้วย โจโฉอ่านแล้วก็เก็บไว้เป็นความลับ เมื่อ แฮหัวตุ้นทหารเอกแจ้งว่าเมืองเลียวตั๋ง ซึ่งรับเอาสองพี่น้องไว้นั้น ได้ตระเตรียมค่ายคูประตูหอรบเอา
ไว้รับมือกับกองทัพของโจโฉแล้ว ให้เร่งเข้าโจมตีก่อนที่จะตั้งตัวได้ โจโฉก็หัวเราะแล้ว
บอกว่าให้รอฟังดูสักเก้าวันสิบวันก่อนเถิด กองซุนของก็จะตัดศรีษะสองพี่น้องนั้นมาให้เอง

ฝ่ายกองซุนของนั้นปรึกษากับ กองซุนก๋ง ผู้น้องว่าอ้วนฮีอ้วนซงหนีโจโฉมาขออาศัยจะทำอย่างไรดี กองซุนก๋งก็ว่า

"......อ้วนเสี้ยวจะยกมาทำอันตรายเมืองเราเนือง ๆ อยู่ บัดนี้ อ้วนฮี อ้วนซงเสียเมืองหนีมา ซึ่งเราจะให้อาศัยอยู่นั้นไม่ได้ ด้วยน้ำใจอ้วนฮีอ้วนซงนั้นอุปมาเหมือนหนึ่งกา แม้จะให้อาศัยอยู่ในเมืองเรา นานไปก็คิดการกำเริบชิงเอาเมืองเราเหมือนชิงรังนกกระเหว่า ขอให้ลวงอ้วนฮีอ้วนซงมาแล้วจับตัวฆ่าเสีย แล้วตัดเอาศรีษะไปให้แก่โจโฉ เมืองเราก็จะไม่มีอันตราย....."

กองซุนของก็ว่า โจโฉนั้นมีกำลังกล้าหาญนัก ถ้ายกทัพมาตีเมืองเรา ก็จะได้ใช้อ้วนฮีอ้วนซง ช่วยรบแทนมือเรา จะไม่ดีกว่าหรือ กองซุนก๋งก็ว่าที่คิดนี้ก็ชอบอยู่
แล้วก็ใช้ทหารไปสืบดูว่า โจโฉจะทำอย่างไรต่อไป ทหารก็มาแจ้งว่า กองทัพของโจโฉ
ยังตั้งอยู่ที่เมืองเอ๊กจิ๋ว มิได้คิดอ่านที่จะยกมาตีเมืองเลียวตั๋ง

กองซุนของก็มีความยินดี ให้เชิญอ้วนฮีอ้วนซงมาปรึกษาราชการ แล้วก็ซุ่มทหารไว้ประมาณห้าสิบคน สองพี่น้องเข้ามาคำนับกองซุนของแล้วก็เห็นมีแต่ห้องโล่ง ๆ ไม่มีโต๊ะเก้าอี้นั่งเลย จึงขอเสื่อมาปูนั่งจะได้ปรึกษาราชการกัน กองซุนของก็ตวาดเอาว่า

".....จะได้เสื่อที่ไหนมานั่ง อันศีรษะมึงทั้งสองนี้ จะต้องใส่ถังไปไกล...."

แล้วก็ร้องบอกทหารให้เร่งลงมือเถิด ทหารที่ซ่อนอยู่ก็ออกมากลุ้มรุมจับสองพี่น้องฆ่าเสีย แล้วตัดศีรษะใส่ถัง ให้ทหารเอาไปให้โจโฉที่เมืองเอ๊กจิ๋ว

ที่ปรึกษาและนายทหารทั้งหลายของโจโฉ ก็ตกตลึงไปตาม ๆ กันว่า ที่มหาอุปราชพูดไว้ไม่มีผิดเลย โจโฉจึงเปิดเผยว่า กุยแกเขียนหนังสือฝากไว้เป็นความว่า
อย่าได้ยกกองทัพไปทำอันตรายแก่เมืองเลียวตั๋งเลย เพราะกองซุนของกับอ้วนฮีอ้วนซงนั้น ต่างก็คิดร้ายกันอยู่ ถ้าโจโฉยกทัพไปทั้งสามก็จะปราณีประนอมร่วมกันรบให้ได้ความลำบากแก่ทหารไปเปล่า ๆ แล้วโจโฉก็ให้บำเหน็จรางวัลแก่กองซุนของเป็นอันมาก

ทายาทของอ้วนเสี้ยวผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรฝ่ายเหนือ ก็หมดสิ้นสกุลวงศ์ลงแต่เพียงนี้ เหตุเพราะขาดความสามัคคีปรองดอง มัวแต่ริษยาแก่งแย่งชิงดีกันและกันอยู่

เหมือนแขนงไผ่ทั้งกำ ถ้ามัดรวมกันแน่นก็ไม่มีใครจะหักได้ แต่พอแยกออกจากกันก็จะถูกหักทำลายลงทีละกิ่ง จนหมดทั้งกำนั้นแล.

##########



Create Date : 17 ธันวาคม 2559
Last Update : 17 ธันวาคม 2559 15:42:30 น. 0 comments
Counter : 241 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.