Group Blog
 
All Blogs
 
ผู้เป็นใหญ่ในทักษิณ (๔)

สามก๊กฉบับลายคราม
ผู้ยิ่งใหญ่ในทักษิณ (๔)
เจียวต้าย

เมื่อซุนเซ็กสั่งให้เอาตัวเค้าก่องเจ้าเมืองง่อกุ๋นไปประหารชีวิต เนื่องจากรู้ทันความคิดของตนว่าอยากจะเป็นใหญ่ในบ้านเมือง มากกว่าเป็นเพียงเจ้าเมืองกังตั๋งนั้น ก็ไม่ได้เอาใจใส่ต่อทหารชั้นลิ่วล้อสามนายที่ติดตามเค้าก๋องมากด้วย เพราะคิดว่าเป็นเพียงทหารเลว เมื่อนายตายแล้วก็คงกลับบ้านเมืองไปเอง ที่ไม่ตายตามนายไปด้วยก็บุญเต็มทีแล้ว แต่ซุนเซ็กคิดผิดอย่างมหันต์

ในวันหนึ่งขณะที่ซุนเซ็กว่างจากการศึกสงครามจึงออกไปล่าสัตว์ในป่า แล้วควบม้าไล่ตามกวางไปแต่ผู้เดียว ทหารทั้งสามคนนั้นก็ถือทวนและเกาทัณฑ์คอยดักอยู่ข้างต้นไม้ ซุนเซ็กไปเจอเข้าก็ถามว่าเป็นบ่าวใครมาแต่ไหน ทั้งสามก็ตอบว่าเป็นบ่าวของฮันต๋ง ซึ่งเป็นลูกน้องของซุนเซ็ก จึงไม่ระแวงสงสัยและชักม้าเลยไป

เจ้าคนหนึ่งเห็นได้ทีก็เอาทวนแทงถูกเท้าซ้ายซุนเซ็ก อีกคนหนึ่งก็เอาเกาทัณฑ์ยิงถูกหน้าผาก ซุนเซ็กตกใจชักลูกเกาทัณฑ์ออกมายิงตอบไป ถูกเจ้าคนลอบยิงตายคาที่ อรกสองคนก็ไม่ยอมหนีกลับเข้ารุมเอาทวนแทงอุตลุด พร้อมกับร้องประกาศว่า กูเป็นทหารเค้าก๋องมาแก้แค้นแทนนายกู ซุนเซ็กไม่ได้มีอาวุธติดตัวนอกจากคันเกาทัณฑ์ ก็ใช้ปิดป้องอาวุธเป็นสามารถ แต่ก็ถูกแทงหลายแผลอยู่ พอดีทหารเอกกับลูกน้องเก้าคนสิบคนตามมาทัน จึงขับม้าเข้าไล่ฟันทหารทั้งสองจนเละไปทั้งตัว ขาดใจตายทั้งคู่ แล้วก็ประคองซุนเซ็กกลับเข้าเมืองไปหาหมอฮัวโต๋มารักษา แต่หมอฮัวโต๋ไปรักษาคนไข้อยู่ที่เมืองหลวง จึงได้แต่ลูกศิษย์มาดูแลแทน

หมอที่มาได้ตรวจอาการแล้วก็บอกว่า แผลทวนนั้นไม่เท่าไหร่ แต่แผลเกาทัณฑ์นั้นลึกถึงกระดูก และมียาพิษด้วย จึงขอให้พักผ่อนรักษาตัวในที่สงบสงัด อย่าให้ผู้คนเข้ามาจุ้นจ้านเป็นอันขาด และซุนเซ็กเองก็ต้องพยายามระงับความโกรธเสียด้วย ใช้เวลารักษาประมาณร้อยวันก็จะหาย แต่ถ้าเกิดความโกรธยาพิษก็จะกำเริบมากขึ้น ซุนเซ็กเป็นคนใจร้อนอยากจะให้หายเร็วกว่านี้ แต่ก็ต้องยอมเชื่อหมอ

ครั้นรักษาไปได้ประมาณยี่สิบวันก็มีคนใช้ของเตียวเหียนกลับมาจากเมืองฮูโต๋ มาแจ้งว่าเตียวเหียนซึ่งรับราชการอยู่ที่เมืองหลวงนั้นสั่งให้มาบอกว่า โจโฉกับทหารทั้งปวงดูท่าจะยำเกรงฝีมือซุนเซ็กอยู่เป็นอันมาก เว้นแต่กุยแกที่ปรึกษาคนหนึ่งนั้นไม่คิดกลัว ซ้ำยังดูหมิ่นฝีมืออีกด้วย ซุนเซ็กก็คาดคั้นว่ากุยแกดูหมิ่นอย่างไร คนใช้กลัวซุนเซ็กโกรธ จึงบอกความจริงโดยละเอียดว่า

“ กุยแกนั้นได้บอกแก่โจโฉว่า เหตุใดจะมาเกรงซุนเซ็ก อันซุนเซ็กหาปัญญามิได้ เป็นคนใจเร็ว จะคิดสิ่งใดก็โอหัง กำเริบตั้งตัวว่าเป็นใหญ่ นานไปจะตายด้วยฝีมือทหารเลว...”

ซึ่งแทงใจดำเข้าพอดี ซุนเซ็กก็ยิ่งโกรธเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก เรียกที่ปรึกษามาสั่งให้เตรียมกองทัพไว้ให้พร้อม จะยกไปตีเมืองฮูโต๋ จับตัวกุยแกมาฆ่าเสียให้หายแค้น เตียวเจียวคนสนิทก้เตือนว่า หมอห้ามไม่ให้ดกรธ นี่เพียงแค่ยี่สิบวันจะยกทัพไปเพราะโกรธกุยแกนั้นไม่สมควร

ขณะที่พูดกันอยู่นั้นทั้งสองกำลังอยู่บนหอรบ ก็พอดีมีทหารจากอ้เสี้ยวถือหนังสือมาชวนซุนเซ็กให้ไปตีเมืองฮูโต๋ด้วยกัน ซุนเซ็กก็ดีใจที่ได้พันธมิตร จึงจัดการแต่งโต๊ะเลี้ยงดูแก่ผู้ถือหนังสือบนหอรบนั้นเอง

ขณะที่กำลังกินเลี้ยงกันอยู่ ซุนเซ็กเห็นทหารที่ร่วมวงซุบซิบกันแล้วจูงมือลงไปจากหอรบ ก็สงสัยถามคนที่เหลืออยู่ว่ามีเรื่องอะไร มีคนบอกว่าเวลานี้มีผู้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนนับถือมากชื่อ อิเกียด เดินผ่านมาทางใต้หอรบ ทหารเหล่านั้นจึงพากันไปคำนับ ซุนเซ็กก็ชะโงกหน้าออกไปดู เห็นอิเกียดแต่งตัวดี ใส่เสื้องามเหมือนเทวดา มือถือไม้เท้า เดินผ่านชาวเมืองซึ่งถือดอกไม้ธูปเทียนคำนับมาตลอดทาง ก็โกรธปนอิจฉาริษยา จึงสั่งให้ทหารจับตัวไปฆ่าเสีย ทหารทั้งหลายก็ร้องว่า อิเกียดเป็นคนใจบุญ เคยใช้น้ำมนต์รดชาวเมืองที่ป่วยไข้ให้หายมามากมาย จะฆ่าเสียนั้นไม่ควร ซุนเซ็กก็ยิ่งโมโหมากขึ้นอีก เร่งให้ไปจับตัวเอามาให้ได้ ใครขัดขวางให้ตัดศีรษะเสีย ทหารก็จับอิเกียดมาให้ซุนเซ็กบนหอรบ

ซุนเซ็กลงมือสอบสวนด้วยตนเองว่า ตัวเป็นใครมาแต่ไหน ทำไมมาหลอกลวงผู้คน อิเกียดก็ตอบโดยดีว่า

“ ข้าพเจ้าอยู่บ้านลงเสีย ครั้งพระเจ้าซุนเต้เสวยราชย์นั้น ข้าพเจ้าไปเก็บยาตำบลเขาขยกหยง ได้ตำราในถ้ำประมาณร้อยฉบับ สำหรับทำการเสกน้ำรักษาไข้ต่าง ๆ ข้าพเจ้าได้ตำรานั้นมาก็เที่ยวรักษาคนไข้ทั้งปวง มิได้เอาทรัพย์สิ่งสิน ข้าพเจ้าคิดเอาแต่บุญ ซึ่งจะได้ทำความรู้ล่อลวงให้คนทั้งปวงลุ่มหลงนั้นหามิได้ “
ซุนเซ็กก็แย้งว่าถ้าไม่เอาสินจ้างรางวัลจากผู้ใด ท่ำไมจึงเลี้ยงชีวิตและมีเครื่องนุ่งห่มแต่งตัวดีอย่างนี้ ทิ้งไว้ต่อไปจะคิดร้ายได้ จึงสั่งให้ทหารเอาตัวไปฆ่าเสีย

เตียวเจียวกับขุนนางหลายฝ่ายก็พากันร้องขอชีวิตไว้ ซุนเซ็กจึงให้เอาตัวไปขังคุกไว้ก่อน นางงอฮูหยินผู้เป็นมารดาของซุนเซ็ก พอได้ทราบข่าวก็ช่วยขอร้องอีกคนหนึ่ง ซุนเซ็กก็ไม่ฟัง ลีฮวยซึ่งเป็นโหรประจำเมืองก็หาทางช่วยอิเกียด จึงบอกซุนเซ็กว่า บ้านเมืองของเราเวลานี้ฝนก็แล้ง ราษฎรทำนาไม่ได้ผล ขอให้อิเกียดทำพิธีเรียกฝน ถ้าทำได้ก็ปล่อยตัวไปเสีย ซุนเซ็กก็สั่งให้จัดทำโรงพิธีขอฝนสูงประมาณสิบวา แล้วให้อิเกียดทำพิธี ถ้าฝนตกจึงจะปล่อย

อิเกียดก็จัดแจงชำระกายให้บริสุทธิ์ พอเวลาเช้าแดดกล้าก็ขึ้นไปบนโรงพิธี เอาเชือกมัดตัวนอนหมอบตากแดดบริกรรมขอฝนอยู่ ชาวเมืองก็พากันห้อมล้อมอยู่เป็นอันมาก อืเกียดก็บอกแก่ชาวเมืองว่า

“ เราจะขอฝนให้ตกลงมาห่าใหญ่ ให้น้ำท่วมแผ่นดินประมาณสองศอกเศษ ราษฎรทั้งปวงจะได้ทำนาให้บริบูรณ์ ถึงมาตรว่าจะทำได้ดังปรารถนาก็ดี อันชีวิตเราครั้งนี้เห็นจะไม่รอดจากความตาย “

ฝ่ายซุนเซ็กนั้นให้ทหารเอาฟืนและฟางมากองสุมไว้ใต้ถุนโงพิธี ถ้าพ้นเที่ยงแล้วฝนไม่ตก ก็ให้จุดเพลิงเผาอิเกียดเสีย ครั้งถึงเวลาเที่ยง ก็เกิดลมพายุใหญ่มืดมัวไปทั่วทั้งอากาศ แต่ฝนยังไม่ตก ซุนเซ็กอยากจะฆ่าอิเกียดเต็มที ก็ให้ทหารเอาตัวมามัดไว้บนกองฟืนแล้วจุดไฟเผา พอเพลิงลุกขึ้นฟ้าก็ร้องสนั่นและฝนตกลงมาห่าใหญ่ จนน้ำท่วมแผ่นดิน กองเพลิงนั้นก็ดับไปสิ้น

อิเกียดเห็นน้ำท่วมตามที่ตั้งใจไว้ก็ร้องบอกให้ฝนหยุด ผนก็หยุดตก ขุนนางและราษฎรทั้งหลายก้พากันบุกน้ำลุยโคลนเข้าไปแก้มัดอิเกียด แล้วคำนับด้วยความนับถือ

ซุนเซ็กก็ยิ่งเพิ่มความริษยาอาฆาตแค้นหนักขึ้นไปอีก หาว่าฝนตกนั้นเป็นเรื่องของเทวดาไม่เกี่ยวกับอิเกียด ให้เอาตัวไปฆ่าเสียตามคำสั่งเดิม ใครคัดค้านก็หาว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือผู้เสียประโยชน์ จะได้ฆ่าเสียด้วย ก้เลยไม่มีใครกล้าขัดขวาง อิเกียดก็ถูกทหารนำไปประหาร และเอาซพไปประจานไว้ที่ทางสามแพร่ง โดยไม่ได้มีความผิดแต่ประการใดเลย
ผลของบาปกรรมที่ซุนเซ็กได้กระทำลงไปด้วยความอิจฉาริษยานั้นเอง ทำให้ซุนเซ็กคลุ้มคลั่งเห็นปีศาจของอิเกียดมาหลอกหลอนจนสลบลง และล้มป่วยหนักด้วยโรคเดิม ต้องทุรนทุรายไม่เป็นอันได้หลับได้นอน จนรูปร่างหน้าตาดูไม่ได้ นางงอฮูหยินผู้เป็นมารดาก้พาไปทำบุญเสดาะเคราะห์ที่วัดยกเซียงก๋วน แต่ก็ไม่สำเร็จ ซุนเซ็กมองเห็นแต่รูปอิกียด จนพลาดพลั้งไปฆ่าทหารคนที่เป็นผู้ลงมือประหารอิเกียดตายไปอีกคนหนึ่ง ก็เลยพาลสั่งให้รื้อวัดและเผาเสียจนราบเรียบไป

จากนั้นก็คิดจะยกทัพไปช่วยอ้วนเสี้ยวรบกับโจโฉ ตามที่ตั้งใจไว้แต่ไม่สำเร็จ เพราะแผลเกาทัณฑ์กำเริบกล้าขึ้นจนโลหิตไหลโกรกล้มลงทั้งยืน คราวนี้พอจะรู้ตัวว่าคงไม่รอดพ้นความตายแน่ จึงเรียกญาติพี่น้องและที่ปรึกษาเข้ามาสั่งเสีย ให้ซุนกวนสืบตำแหน่งต่อไป พร้อมกับสอนว่า

“ ตัวเจ้าจะเป็นใหญ่ในเมืองกังตั๋งนี้ จงคิดตรึกตรองการสงครามให้ชำนาญ ทางบกและทางเรือเหมือนพี่ แต่ซึ่งการโอบอ้อมอารีเลี้ยงทหารนั้นเจ้ามีสติหนักหน่วงดีกว่าพี่ พี่นี้หาก ใจเร็วนัก “

ซุนกวนรับคำแล้วก็ร้องไห้ ซุนเซ็กฝากมารดาให้ช่วยดูแลน้องด้วย นางงอฮูหยินก็ร้องไห้อีกคนแล้วว่า ซุนกวนนั้นยังเด็กนัก เห็นท่าจะรักษาเมืองกังตั๋งไว้ไม่ได้ ซุนเซ็กก็ว่า

“ อันซุนกวนนี้ถึงเป็นเด็กก็จริง แต่สติปัญญามากกว่าข้าพเจ้าสิบส่วนอีก เห็นจะว่าการเมืองนี้ได้อยู่ อันการข้างในนั้นถ้าเหลือความคิดก็ให้ปรึกษากับเตียวเจียว ซึ่งการสงครามนั้นขัดสนประการใดก็ให้คิดอ่านกับจิวยี่เถิด “

แล้วก็เรียกน้องร่วมมารดาอีกสองคนมาสั่งว่า

“ เจ้าจงมีใจเจ็บร้อนด้วยซุนกวนผู้พี่ ถ้าผู้ใดซึ่งเป็นพรรคพวกแซ่เตียวของเราคิดร้ายต่อซุนกวน จงช่วยกันคิดอ่านปราบปรามเสียให้ราบคาบ อย่าให้ผู้อื่นล่วงนินทาได้ “

น้องทั้งสองคือซุนเสียงและซุนของ รับคำแล้วก็ร้องไห้เศร้าโศกกันไป ซุนเซ็กยังไม่หมดแรงก็เรียกนางเกียวฮูหยินผู้ภรรยาเข้ามาสั่งเสียเป็นคนสุดท้ายว่า

“ ตัวพี่หาบุญไม่แล้ว จะตายจากเจ้าไป เจ้าจะอยู่ภายหลังจงช่วยปรนนิบัติรักามารดาของพี่ด้วย เจ้าจงว่าแก่น้องสาวเจ้าซึ่งเป็นภรรยาจิวยี่ ให้ว่ากล่าวเอาใจจิวยี่ ให้ช่วยทำนุบำรุงซุนกวน “

พอสั่งความครบคนแล้ว ซุนเซ็กก็สิ้นใจ เป็นอันปิดฉากชีวิตของซุนเซ็ก ขุนทัพผู้ทรงพลังเก่งกล้าสามารถในการรบ ตั้งแต่รุ่นหนุ่มจนมาหมดอายุลงแค่เพียงยี่สิบหกปี ด้วยฝีมือเกาทัณฑ์ของทหารชั้นลิ่วล้อ บวกกับความที่ไม่รู้จักระงับความโกรธ ความเคียดแค้น และความริษยาอาฆาตของตนเองไว้ให้อยู่ในที่ทางอันสมควรนั้นเอง

ปล่อยให้ซุนกวนน้องชายผู้อ่อนเยาว์รับหน้าที่อันใหญ่หลวง โดยมีจิวยี่เพื่อนสนิทซึ่งเป็นคู่เขยดูแลต่อไป โดยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร.

##########



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2560 11:42:41 น. 0 comments
Counter : 206 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.