Group Blog
 
All Blogs
 
หนังสือที่น่าสนใจ (๑) สิ่งที่ยังเหลืออยู่

หนังสือที่ระลึก

ผมได้เคยเขียนคำนำในหนังสือแจก พ.ศ.๒๕๔๔ ชื่อ จากดินคืนสู่ดิน ซึ่งได้นำมาวางใน ห้องไร้สังกัดเมื่อไม่นานมานี้แล้ว มีความว่า
.......................ตามปกติคนไทยเราจะถืออายุ ครบรอบนักษัตรเป็นสำคัญ เริ่มตั้งแต่ครบ ๒ รอบ ๓ รอบ ๔ รอบ พอครบ ๕ รอบหรือ ๖๐ ปี ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะย่างเข้าสู่ความชรา จากนั้นก็เป็น ๖ รอบ ๗ รอบ และ ๘ รอบ หรือ ๙๖ ปี ซึ่งนับว่าเฒ่าชะแรแก่ชราอย่างแท้จริง และไม่ค่อยมีใครอยู่เกินไปกว่านี้
สำหรับผมซึ่งมีเค้าว่าจะตายตั้งแต่อายุ ๕๐ ปีนั้น คิดว่าอยู่ถึง ๖๐ ปี ก็นับว่าเก่งแล้ว แต่ก็ดันเลยมาอีกหลายปี จึงคิดว่ารอบละ ๑๐ ปี อย่างฝรั่งจะดีกว่า
เมื่อได้ตัดสินใจ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๑ ว่าจะนำเอาต้นฉบับหนังสืองานศพ มาทำเป็นหนังสือที่ระลึกครบรอบอายุ ๗๐ ปีแล้ว ก็เฝ้าคอยว่าจะยังมีลมหายใจอยู่ จนถึง พ.ศ.๒๕๔๔ หรือเปล่าเพราะความไม่แน่ใจในชีวิตที่เป็นอนิจจัง
ในที่สุดก็มาถึงวันที่ท่านได้อ่าน จากดินคืนสู่ดิน จนได้ ถ้าผมและท่านยังมีลมหายใจอยู่ต่อไป ก็อาจจะได้อ่าน ยังไม่ถึงวันลา หรือ ก่อนจะถึงวันลา และต่อไปก็คงจะถึง สิ่งที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายจริง ๆ
และผมก็จะลาท่านไปด้วยหนังสือเล่มนั้น ซึ่งคงไม่นานเกินรอ................................

ต่อจากนั้น ผมก็ได้อยู่มาอีก ๕ ปี ถึง พ.ศ.๒๕๔๙ มีรายได้จากหนังสือที่พิมพ์ในปีนั้น คือ เปาบุ้นจิ้น.....ผู้ทรงความยุติธรรม นับเป็นเล่มที่ ๘ จึงตัดสินใจพิมพ์หนังสืองานศพที่ได้ตั้งใจไว้จนสำเร็จ เป็นรูปเล่มชื่อ สิ่งที่ยังเหลืออยู่ นั่นเอง และคิดว่าถ้าตายเมื่อใด ก็จะได้ใช้เป็นหนังสือแจกงานศพ โดยที่ทายาทจะไม่ต้องเปลืองเงินค่าพิมพ์อีก แต่ถ้ายังไม่ตายมีชีวิตอยู่ถึงอายุ ๘๐ ใน พ.ศ.๒๕๕๔ ก็จะแจกในงานทำบุญวันเกิดก่อน ที่เหลือก็เก็บเอาไว้แจกในงานที่ผมไม่ได้เป็นผู้แจกเองต่อไป
แล้วผมก็ยังอยู่มาจนถึงวันนี้ อีกไม่กี่เดือนก็จะครบวันเกิด ผมก็คิดถึงเพื่อนในห้องไร้สังกัด ที่ได้สนทนาปราศรัยติดต่อสื่อสารกันมาเป็นเวลาหลายปี และทุกท่านก็มีความปรารถนาดีต่อผม และให้กำลังใจที่จะอยู่เขียนอะไรต่ออะไรให้อ่านกันอีกนาน ๆ ว่าเมื่อไรท่านจะได้อ่านหนังสือที่ระลึกเล่มนี้เสียที
ผมจึงเกิดความคิดในครั้งสุดท้ายนี้ว่า ผมจะส่งหนังสือเล่มดังกล่าวให้เพื่อนที่สนใจ แทน ส.ค.ส.๒๕๕๔ ก่อนที่ผมจะหยุดเขียนหนังสือโดยสิ้นเชิง เพราะเหตุใดก็ตาม
จึงนำมาบอกเล่าให้ทราบ โดยทั่วกัน.


หนังสือ “สิ่งที่ยังเหลืออยู่” นี้ เนื้อหาเป็นเรื่องส่วนตัวของผมล้วน ๆ ตามประเพณีของหนังสืองานศพ ในครึ่งเล่มแรก แต่ไม่มีส่วนที่ผู้ใกล้ชิดเขียนคำไว้อาลัย เพราะยังไม่ได้ตายจริง แต่ถึงตายไปแล้ว ก็ได้ขอร้องครอบครัวไว้แล้วว่า อย่าได้ขอให้ใครเขียนคำไว้อาลัยเลย เพราะผมไม่ใช่คนดีวิเศษที่มีคุณค่าอะไร เป็นแต่เพียงปุถุชนคนธรรมดา ที่บางครั้งก็ดี บางครั้งก็เลว เท่านั้น
ส่วนครึ่งหลัง ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ที่เติบโตจากเด็กทารกมาจนแก่เฒ่า ได้ตั้งความหวังไว้อย่างไร และได้ผลสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร รวมถึงภาพครอบครัวเพียงเล็กน้อย ให้เห็นหน้าตาของเจ้าของหนังสือ และครอบครัว สุดท้ายเป็นผลงานการเขียนที่ได้รับการตีพิมพ์จำหน่ายในวงการหนังสือ ตั้งแต่ต้นจนสุดท้าย ซึ่งตรงกับชื่อหนังสือ “สิ่งที่ยังเหลืออยู่” แค่นั้นเอง
ด้วยคติที่ยึดถือไว้ประจำใจ บนแผ่นปกด้านหลังที่ว่า
มาจากไหน........................ไม่รู้
จะไปไหน..........................ไม่รู้
และจะมีท่านผู้ใดสนใจจะอ่านบ้าง...........................ก็ไม่รู้ เหมือนกันครับ.

##############


๑.





๒.





๓.





๔.





๕.





๖.





๗.





๘.








๙.




๑๐.









Create Date : 10 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2558 18:02:50 น. 2 comments
Counter : 387 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยมคุณปู่ และมาอ่านชีวประวัติค่า

ตอนนี้ปี ๒๕๕๘ แล้ว คุณปู่แข็งแรงมากเลยค่ะ

คุณปู่เขียนงานเยอะมากเลยค่ะ


โดย: มาอ่านเขียนกลอน วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:15:55:52 น.  

 
ขอบคุณครับ เป็นคำตอบที่ตรงกับคำถามหลังไมค์ไหมครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 11 พฤศจิกายน 2558 เวลา:17:44:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.