Group Blog
 
All Blogs
 
ยึดดินแดน

เรื่องเล่าจากอดีต


ยึดดินแดน

พญาเขินคำ

สืบเนื่องมาจากกรณีพิพาทอินโดจีนกับไทย มีการปะทะกันพอสมควร แล้วหยุดยิงโดยมีญี่ปุ่นเป็น ท้าวมาลีวราช ห้ามทัพ ให้คืนดินแดนให้ไทย ดินแดนดังกล่าวคือ ดินแดนภาคบูรพา และฝั่งขวาของแม่น้ำโขง แคว้นจำปาศักดิ์ ซึ่งฝรั่งเศสต้องปฏิบัติตาม เพราะขณะนั้นญี่ปุ่นกำลังใหญ่อยู่ในเอเชีย

การไปยึดดินแดนครั้งนั้น พ.ศ.๒๔๘๓ ถ้าจะพูดว่า นับเป็นประวัติศาสตร์ทางทหารของกองทัพไทย ก็พูดได้เต็มปาก เพราะกองทัพไทยไม่เคยรุกรานใครมาก่อน มีแต่คนอื่นเขาเบียดเอา ๆ จนเกือบจะตกทะเลอยู่แล้ว มาคราวนี้แหละที่เรายกกองทัพเข้าไปยึดดินแดน ซึ่งแต่เดิมมันก็เป็นของไทยนั่นเอง แต่ถูกคนหน้าด้านมาข่มขู่เอาขู่เอา จำต้องเสียไป นับได้ว่าเป็นการยกกองทัพเข้าไปในดินแดน ที่อยู่ในปกครองของผู้อื่นโดยเจตนาทีเดียว

ทั้งที่เป็นผลแห่งคำไกล่เกลี่ยของญี่ปุ่น ประกอบกับไทยเราเองได้รับคำสั่งคำสอน มาแต่พ่อแต่ปู่ว่า เราเคยถูกเขารังแกมาแล้วตั้งแต่สมัย ร.ศ.๑๑๒ ทำให้เราต้องดินแดนไปเพื่อแลกกับจันทบุรีคืนมา ฉะนั้นเมื่อถึงทีของเรา ๆ ก็ต้องสำแดงเดชซะบ้าง กองทัพไทยเตรียมบรรจุกำลังเข้าเป็นกองทัพยึดดินแดนภาคบูรพา ซึ่งทางราชการเขียนตัวย่อว่า ท.ดด.บูรพา มี พล.ท.หลวงพรหมโยธี เป็นแม่ทัพ มี พล.ต.หลวงไพรีระย่อเดช เป็นรองแม่ทัพ คุมกำลังฝ่ายทหาร

ผู้แทนรัฐบาลไทยนั้นได้แก่ พ.ต.หลวงโกวิทอภัยวงศ์ หรือที่คนรุ่นหลังรู้จักกันในนามของ นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน เห็นจะไม่ต้องอธิบายก็ได้ว่า ท่านผู้นี้ได้ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว เป็นแน่ เพราะคุณหญิงของท่านกลับมาได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนเมื่อเร็ว ๆ นี้ในจังหวัดพระนคร

กองทหารสื่อสาร กองพล ๒ ถูกสั่งให้บรรจุกำลังเตรียมเข้ายึดดินแดน จุดหมายอยู่ที่เมืองพระตะบอง และสุดเขตในแคว้น สวายดอนแก้ว นั่นเป็นเขตที่ไทยได้คืนมา กรบรรจุกำลังกระทำติดต่อกัยเกือบสองเดือน ก็ยังไม่พร้อม มีคนไม่มีของ พอได้ของมาคนไม่พอเสียอีกแล้ว ต้องขอยืมตัวกันวุ่นวาย บรรจุกำลังแล้ว คราวนี้เดินทางมาพักที่อรัญประเทศ รอฤกษ์การยกข้ามดินแดนอยู่ประมาณ ๕ วัน คำสั่งเคลื่อนพลก็มาถึง

เช้าวันนั้นทหารถูกลำเลียงขึ้นรถบรรทุกเต็มอัตราศึก อาวุธกระสุนพร้อม เพราะไม่แน่ว่า การไปยึดดินแดนนั้นจะจริงใจหรือเปล่า หากเกิดการหักหน้าหักหลัง ทหารไทยต้องรบได้ทันที เมื่อเรียบร้อยแล้ว กองทัพยึดดินแดนก็เลื่อนที่ ผ่านซุ้มผู้บังคับบัญชา ผ่านหลวงพ่อประพรมน้ำมนต์ให้ ผ่านสะพานข้ามเขตคลองลึกซึ่งเป็นเขตประเทศ ต้นขบวนไปหยุดอยู่ที่ด่านปอยเปต แล้วทั้งหมดก็ต้องรอคอยอยู่ที่นี่ เพราะตัวผู้แทนมอบดินแดน เดินทางไปจังหวัดสตรึงเต็งยังมาไม่ถึง จังหวัดดังกล่าวต่อมาได้ชื่อเป็นไทยว่า จังหวัดพิบูลสงคราม

ดังนั้นพวกผมต้องนอนกอดปืนอยู่ที่โรงรถของด่านปอยเปต นอนทั้งเครื่องแบบเพราะการผัดผ่อนดังกล่าว ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า จนรุ่งเช้าจึงได้รับข้าวแดงกับเนื้อเค็มเป็นอาหารเช้า พอรับอาหารเสร็จก็ถูกสั่งขึ้นรถ แล้วออกเดินทางต่อไป ขบวนยึดดินแดนเดินทางได้ไม่เกิน ๑๐ ก.ม.ฝนเมืองขะแมร์ก็ซัดลงมาห่าใหญ่ พวกเราอยู่บนรถซึ่งเดินทางเปียกหมด ตลอดจนเครื่องสื่อสารก็เปียก แต่เราก็ยังเดินทางต่อไปจนถึงสถานที่รับมอบดินแดน ซึ่งเป็นแนวหน้าที่ทหารไทยยึดไว้ได้ก่อนหยุดยิง และทำพิธีรับมอบดินแดนกัน ณ ที่นั้น

บางท่านยังคงสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลไทยจึงตั้ง พ.ต.หลวงโกวิทอภัยวงศ์ เป็นผู้แทนรัฐบาลไทย ทั้ง ๆ ที่หลวงโกวิท หรือ นายควง อภัยวงศ์มียศทางทหารเพียงพันตรี ตำแหน่งของท่านผู้นี้คือ อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข เท่านั้น แต่ขณะเป็นผู้แทนไปรับมอบดินแดนนั้น ท่านเป็นรับมนตรี และอยู่ในคณะผู้ก่อการ เรื่องนี้ผมต้องกราบขออภัยท่านที่อยู่ในตระกูล อภัยวงศ์ กราบคารวะวิญญาณท่าน พ.ต.ควง อภัยวงศ์ ผู้ล่วงลับ ผมผู้เขียนขอบ้าน้ำลายตามความเข้าใจแบบคนโง่ของผมซักหน่อย ผิดถูกขออภัย

พ.ต.ควง อภัยวงศ์ เป็นบุตรผู้สืบสกุลของ ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ เจ้าผู้ครองนคร พระตะบองซึ่งเป็นเมืองขึ้นของสยาม ซึ่งมีหัวเมืองเอกขึ้นอยู่เช่น ศรีโสภณ มงคลบุรี เสียมราฎร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยได้ไปครองเมืองดังกล่าว และในสมัย ร.๕ เช่นเดียวกัน ไทยทวงเมืองจันทบุรีจากฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามายึดครอง ฝรั่งเศสเกี่ยงจะเอาหัวเมืองภาคบูรพาแลกเปลี่ยน ไทยจำต้องยอมแลก เพื่อให้ได้เมืองจันทบุรีคืนมา

เมื่อไทยยกหัวเมืองทั้งสี่ให้ฝรั่งเศส ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์จึงอพยพข้าทาสบริวารกลับเมืองไทย โดยผ่านเข้าทางอรัญประเทศ แล้วมาหยุดอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ปลูกบ้านแปลงเมืองขึ้นที่ตำบลคลองวัว อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ส่วนผู้ติดตามทั้งหมดก็แยกย้ายกันปลูกบ้านอยู่รอบ ๆ ในตำบลนั้น แยกย้ายกันทำไร่ทำนาตามถนัด

ท่านเจ้าพระยาปลูกบ้านพักชั่วคราวขึ้นหลังหนึ่ง ทาสีเขียว ชาวบ้านเลยเรียกว่า เรือนเขียว และต่อมาได้สร้างตึกใหญ่มโหฬารขึ้นเป็นที่อยู่ เป็นการสร้างแบบสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ใช้วัสดุในการก่อสร้างชั้นเยี่ยมในสมัยนั้น พื้นประดับหินอ่อน ขอบหน้าต่างบุด้วยตะกั่ว หน้าต่างเป็นกระจกสีอย่างดี บนหลังคามีโดมใหญ่มาก บนยอดโดมมีเสาเหล็กติดลูกศรชี้ทิศทางลม บนยอดเสามี ไก่ ทำด้วยทองคำ ตรประดับเพ็ชรติดอยู่ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า ไก่ตัวนั้นเวลาเดือนหงาย ประกายเพ๙รที่ฝังไวในลูกตา ส่งสว่างแวววาวเห็นได้ไกลถึงฝั่งแม่น้ำตรงข้ามกับตัวตึก

สำหรับตึกหลังนี้ ทายาทได้ยกให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ใช้เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด มีชื่อว่า โรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ ซึ่งยังใช้อยู่จนปัจจุบันนี้ กุศลที่ทายาทของท่านมีความปรารถนาดีต่อพี่น้องชาวไทยโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ คงจะดลบันดาลให้วิญญาณของท่านเจ้าพระยา ไปสู่สุคติภูมิตลอดกาลนาน

กาลเวลาล่วงไปเกือบสามสิบปี ก็เกิดมีอภิชาตบุตรมาแก้หน้าท่านเจ้าพระยาไว้ได้ ท่านเคยกล่าวมอบดินแดนให้ฝรั่งเศส แต่บุตรของท่านได้เป็นผู้แทนรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยืนเด่นเป็นเกียรติอย่างสง่างาม เป็นผู้รับมอบดินแดนที่ท่านพ่อ เคยกล่าวมอบ ได้กลับมาอยู่ในอ้อมแขนของแผ่นดินไทย อีกครั้งหนึ่งอย่างภาคภูมิ.

ธงฝรั่งเศสชักลงจากยอดเสาอย่างอ้อยอิ่ง ธงไตรรงค์ของไทยชักปราด ๆ ขึ้นสู่ยอดเสาอย่างสง่างาม ลงกลางทุ่งในตอนเช้าพัดมาต้อง ไตรรงค์ของไทยก็คลี่ผินโบกสะบัดเล่นลม คราวใดที่ลมเปลี่ยนทิศทาง ปลายธงก็หันเหียนโบกสะบัดไปมา คล้ายกับจะโบกสบัดรวมเอาพี่น้องในแหลมทอง ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกเดียวกัน หลังจากที่บางส่วนต้องตกไปอยู่ภายใต้ร่มธงชาติอื่นเสียหลายสิบปี

พิธีรับมอบดินแดนดังกล่าวนี้ ได้นัดหมายทำพร้อมกัน ในแคว้นพระตะบอง ไพลิน จำปาศักดิ์ จากนั้นกองทัพยึดดินแดนเคลื่อนที่ผ่านช้า ๆ โดยมีขบวนจักรยานยนตร์ ติดอาวุธกลนำหน้า และคุ้มกัน ตามหลังด้วยขบวนของผู้แทนรัฐบาล ปิดท้ายด้วยขบวนรถถังเสือโคร่ง

พิธีรับมอบดินแดนจุดที่สองคือศรีโสภณ ฝ่ายมอบได้ปะรำพิธีขึ้นข้างถนนปากทางเข้าสู้ตัวเมือง ผู้แทนฝรั่งเศสคนเดิมเป็นผู้กล่าวมอบ พ.ต.หลวงโกวิทอภัยวงศ์ เป็นผู้รับมอบตามเคย

มาถึงตอนนี้ผมไม่ได้เอาใจใส่พิธีการเสียแล้ว หันไปเอาใจใส่กับพี่น้องชาวเขมรที่พากันมาชมพิธีอย่างแน่นขนัด พี่น้องชาวเขมรโดยมากมักมีผิวคล้ำดำแดง ผมเผ้ารุงรัง ทุกคนสีหน้าเฉย สงบเคร่งขรึม ส่วนแววตาเท่านั้นที่คอยระแวงภัยอยู่เสมอ ขณะใดที่พวกเราเดินตรงไปหาพวกเขาเขาจะพากันหลีกทางให้อย่างหวาดระแวงภัย ลุกลี้รุกรน เด็กเล็กบ้างก็ร้องไห้ส่ง แต่พอถูกคนโตพูดใส่หูสองสามคำ เด็กเหล่านั้นทำหน้าตื่น หวาดระแวงและหยุดร้องไห้ ได้แต่ถอนสอื้นซบหน้าลงกับอกผู้ใหญ่ ผมเดาเอาว่าผู้ใหญ่คงจะหลอกว่า “ อ้ายหนูอย่าร้องนะ เดี๋ยวนายกินตับ “ หรืออะไรทำนองนั้นเป็นแน่

ผู้ชายมีอายุเกือบทุกคน สวมเสื้อผ้าค่อนข้างจะห่างสบู่ หนวดเครารุงรัง ผมเป็นกระเซิงดูไม่ค่อยจะพบกับหวีมากนัก พอเราเดินเข้าใกล้จะเกิดปฏิกิริยา ก้มหน้ามองพื้น บางคนทำท่าจะนั่ง บางคนนั่งทันที ทำให้ผมสะท้อนใจ นี่แหละคนเป็นเมืองขึ้นเขา คงจะถูกผู้เข้ายึดครองข่มเหงเอาจนกระทั่งจิตใจหวั่นไหว ไม่เป็นไทแก่ตัว ตาแกคงจะคิดว่า ไม่ว่าชาติไหนหรอก ลงได้เข้าครองละก็ คงจะมีการกระทำเยี่ยงเดียวกันทั้งสิ้น

ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับไส
เคี่ยวเข็ญเย็นค่ำร่ำไป ตามวิสัยเชิงเช่นผู้เป็นนาย ฯลฯ

สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าทรงพระนิพนธ์ไว้ชัดเจน จะแจ้งและได้เห็นจริงในคราวครั้งนั้น ด้วยตาของผม(ผู้เขียน)อย่างเต็มตา

จากการได้เห็นสภาพผู้คน เมื่อคราวยึดดินแดนแล้ว เวลาล่วงมาเกือบสามสิบปี ผมได้ไปประสบกับตาตนเองอีกคราว เมื่อครั้งไปปฎิบัติงานอยู่ชายแดนด้านลำน้ำโขง โดยที่ผมยั่งรถไปกับอยามัยอำเภอ สวนทางกับพี่น้องกลุ่มหนึ่งประมาณ ๕-๖ คน มีทั้งคนแก่และหนุ่มสาว พอรถเราวิ่งจวนถึงกลุ่มชนที่เดินมา พวกนั้นทั้งหมดพากันเลี้ยงลงจากไหล่ถนนอย่างรวดเร็ว เมื่อรถเราผ่าน ทุกคนทรุดนั่งก้มหน้ามองพื้น (คล้ายกับมองหาเงินหล่น) ผมถามอนามัยว่า

“ พวกนั้น เขาลงไปจากถนนทำไมรึ “

ก็ได้รับคำตอบพร้อมกับวิจารณ์ว่า

“ ผมเข้าใจว่าคนกลุ่มนี้จะข้ามมาจากฝั่งโน้น แกคงเผลอคิดว่าเดินอยู่ฝั่งโน้น เห็นรถจึงรีบหลบลงข้างถนน “

“ อ้าว...........บ๊ะแล่ว หลบทำไมกันเล่า “

“ หลบเซ่ ไม่หลบได้หรือ สมัยเมื่อมีนายเหนือหัวอยู่ปกครองน่ะ ถ้าไม่หลบมีหวัง “

“ ทำไมล่ะ “

“ คุกขี้ไก่ครับ พ่อขังลืมเลย พอนึกขึ้นได้คิดว่าจะสั่งปล่อย หนอยแน่สั่งขังต่อซะอีกด้วย “

“ แล้วไง “

“ ถ้าไม่คุกขี้ไก่ก็เอารถชนเลย ถ้าไม่หลบก็ดวงดับ ไปคุยกับพญายม “

“ เอ๊ะ ไหงงั้น เขาอ้างว่าอย่างไร จึงเอารถชน “

“ โอ๊ย ข้ออ้างมีถมไป อ้างว่าเกะกะ เขาจะไปงานด่วน อ้างว่าคนพวกนั้นจะมาทำร้ายเขา อ้างว่าไม่หลีกรถผู้เป็นนายเหนือหัว อ้างได้ตามใจคือนายแท้ “

เสร็จพิธีรับมอบที่ศรีโสภณแล้ว ขบวนยึดดินแดนออกเดินทางต่อไปมุ่งเข้าสู่เมืองมงคลบุรี เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างเส้นทางหลัก ขบวนของผู้รับมอบต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไป เมื่อเสร็จการรับมอบมงคลบุรีแล้ว เราก็มุ่งหน้าเข้าพระตะบอง เมืองที่กองทัพจะเข้ายึดครองต่อไป

ภูมิประเทศของเขมรตามเส้นทางที่เราผ่านเข้ามา โยมากมักจะเป็นที่ราบสลับกับเนิน ส่วนภูเขานั้นจะอยู่ห่างออกไปทางขวาและว้าย อาชีพของราษฎรเท่าที่มองเห็น คงไม่พ้นการทำนาและทำไร่ อาชีพอื่นเช่น ทำป่าไม้ หรือค้าขาย มักจะตกอยู่ในมือของคนต่างชาติ ได้แก่จีนและญวน เขมรอุดมไปด้วยป่าไม้ แต่ชาวเขมรไม่เคยเสวยผลจากไม้ของเขมรเลย แม้แต่บ้านในชนบท ยังอุดมไปด้วยบ้านที่สร้างด้วยไม้ไผ่ ทั้งนี้เพราะผู้เป็นนายห้ามเด็ดขาด ไม่ให้ชาวบ้านแตะต้อง นอกจากนั้นยังมีการสร้างป่าขนาดใหญ่ไว้ทั่ว ๆ ไป บางแห่งปลูกไม้ประดู่ ไม้แดง เป็นป่าใหญ่โตขนาดรถยนต์วิ่งเป็นชั่วโมงยังไม่พ้นป่า

สัตว์ป่าก็เช่นเดียวกันถูกห้ามล่าอย่างเด็ดขาด สัตว์ป่าจึงชุกชุมอยู่ทั่วไป แต่ตรงข้ามกับคนซิ ซังกะตายอยู่ ๆ ไป ตามวิสัยของตนเท่านั้น เกือบทุกคนถูกมอมด้วยอบายมุข เหล้า กัญชา ยาฝิ่น การพนัน ล่อเข้าไป เขาไม่ห้าม กลับส่งเสริมเสียด้วยซ้ำ

ตกตอนบ่ายขบวนเดินทางคืบใกล้พระตะบอง มองดูหลักกิโลเมตรเห็นเขียนบอกว่า ๘ ก.ม.พระตะบอง ฝนซัดลงมาอีกแล้ว ขบวนเดินต้องลดความเร็วเพราะถนนลื่น ประกอบกับมีรถ ๒ คัน ไถลตกลงไปอาบน้ำข้างถนน การเดินทางยิ่งช้าลงจนเย็น จึงมองเห็นเมืองพระตะบอง อันเป็นจุดหมายปลายทาง

ก่อนที่ขบวนจะแยกย้ายกันเข้าเมือง ต้องหยุดลงที่หมู่บ้านชานเมืองแห่งหนึ่งเพื่อปรับขบวน ผมมองดูหมู่บ้านแห่งนั้นแล้ว ก็พอจะอนุมานสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี.บ้านเรือนเกือบ ๘๐ % ใช้เสาไม้ไผ่หลังคามุงหญ้า ที่เป็นไม้จริงมีอยู่บ้งประปราย พอรถเราหยุดก็มีชาวบ้านมามุงดูเรา เห็นการแต่งกายแล้วก็ทำให้พวกเราสำนึก ในความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น เกือบทุกคนนุ่งโสร่งเก่า ๆ ไม่สวมเสื้อ ผิวกร้านแดดกร้านลม สนิมแอลกอฮอล์จับเขลอะบนใบหน้าทั้งชายหญิง เด็ก ๆ มีผ้าโพกศีรษะและปล่อยโทง ส่วนมากหญิงแม่บ้านไม่นิยมสวมเสื้อ นุ่งผ้าจูงและมีผ้าคล้องคอเท่านั้นก็พอ เพราะมันเป็นของธรรมชาติ ยิ่งคุณป้าคุณยายแล้ว เท้งเต้งไปเลย ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกและเอิกเกริก การวิจารณ์หยุดลงเมื่อรถเราเคลื่อนที่

บัดนี้เราย่างเข้าสู่กำแพงเมืองพระตะบองแล้ว เนื่องจากฝนตกหนัก ทางเข้าเมืองต้องวกไปเข้าที่ข้างกำแพงวัดแห่งหนึ่ง ลืมชื่อเสียแล้ว พอผ่านได้แล้วจึงวิ่งเข้าสู่กลางเมือง ณ บริเสณใกล้ ๆ กับศาลากลางจังหวัด มีการสวนสนามของขบวนทหารไทย ผ่านท่านแม่ทัพซึ่งยืนเป็นประธาน คู่กับ พ.ต.ควง อภัยวงศ์ ขบวนรถเราวิ่งผ่านแล้วเลยไปเข้าที่พัก ขบวนสวนสนามขบวนสุดท้ายได้แกรถถังเสือโคร่ง ซึ่งส่งเสียงข่มขวัญดีแท้ ๆ

พวกสถานีวิทยุคือพวกผม ได้ที่พักที่ปลายสนามซึ่งติดกับศาลากลาง ตัวศาลากลางคือบ้านเดิมของตระกูลอภัยวงศ์ ตั้งอยู่ชิดลำน้ำสตรึงเตรง หน้าบ้านมีสิงโตหินขนาดมหึมานั่งอยู่ข้างละตัว เยื้องหน้าบ้านเล็กน้อยมีสะพานเหล็กทอดข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งมองเห็นบ้านช่องปลูกอยู่อย่างสวยงาม มียอดหมาก ยอดมะพร้าวชูสลอน มองเห็นแล้วก็ได้แต่นึกว่า สักวันหนึ่งจะต้องข้ามไปเที่ยวชมสวนให้จงได้.

##############


Create Date : 05 พฤษภาคม 2559
Last Update : 5 พฤษภาคม 2559 7:30:07 น. 5 comments
Counter : 427 Pageviews.

 
ตามมาอ่านค่ะพี่ปู่


เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเนื้อจริงๆเลยใช่ไหมคะ


เป็นประสบการณ์ที่โชกโชนมากค่ะ สมแล้วที่ได้เก็บบันทึกไว้ให้คนข้างหลังได้อ่าน ได้รับรู้


..............................


คุณนาถเงียบไปโดยไม่ทราบสาเหตุ พยายามติดต่อทุกวิถีทางแต่ยังไม่ได้ผลค่ะ


น่าแปลกที่เราเข้าบล็อกคุณนาถไม่ได้ และบล็อกเก่าๆหาไม่เจอเลย หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ แต่ถ้าดูจากการจัดอับดับบล็อกทุกวัน ซึ่งมักจะอยู่ในอันดับที่ 1-3 เมื่อวานตกมาอยู่อันดับ 12 วันนี้อยู่ที่อันดับ 13


ถ้าดูจากตัวเลขนี้ ก็แปลว่ายังมีคนเข้าบล็อกได้อยู่ (เพราะถ้าไม่มีใครเข้าได้เลย ก็ต้องตกอันดับหายไปแล้ว) ปัญหาอยู่ที่ว่าทำไมเราเข้าไม่ได้ค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 5 พฤษภาคม 2559 เวลา:11:52:19 น.  

 
เรื่องนี้เขียนโดย พ.ท.ชาญ กิตติกูล นักเขียนท่านหนึ่งของสื่อสารครับ
ขณะนั้นผมอายุ 10ขวบเท่านี้นเองครับ

เรื่องคุณนาถ้าผมข้องใจว่าทำไมจึงไม่ติดต่อให้พี่น้องทราบว่าเกิดอะไรขึ้นครับ

หรือว่าเครื่องแกก็พังเหมือนกัน โทรศัพท์ถึง
คุณหนูก็ได้นี่ครับ


โดย: เจียวต้าย วันที่: 5 พฤษภาคม 2559 เวลา:19:47:45 น.  

 
ป้ากุ๊ก โทร. ติดต่อพี่นาถได้แล้วค่ะคุณลุง สักพักนี้เองค่ะ ป้ากุ๊ก โทร. มาจากชลบุรี (ลูก ๆ พาไปเที่ยว)

ป้ากุ๊ก ลองโทร. หาพี่นาถ โทร. ติดพอดี หนูพยายามโทร. ตั้งแต่วันที่ 1 สรุปว่า พี่นาถไปอุดรหลายวันแล้วค่ะ ไปงานศพคุณตา แล้วแบตโทรศัพท์หมด นี่กลับมากรุงเทพฯ มาทำธุระอะไรสักอย่าง แล้วต้องไปอุดรอีกรอบค่ะ ตอนนี้พี่นาถก็ไม่ค่อยสบาย เห็นป้ากุ๊กเล่าว่า คุยไปหอบไป แต่ยังไงก็ต้องไปอุดรอีกรอบ เพราะเป็นคุณตาที่สนิทกันค่ะ

น้องแก้วตาก็ไม่อยู่ด้วยนะคะตอนนี้ เห็นว่าไปไต้หวันค่ะ

เรื่องบล็อก พี่นาถบอกว่า เดี๋ยวค่อยมาแก้ไข เพราะตอนนี้ พี่นาถเข้าพันทิปยังเข้าไม่ได้เลยค่ะ คงให้เสร็จธุระเรื่องคุณตาก่อนมังคะ

รู้แบบนี้ก็สบายใจขึ้นหน่อยค่ะ หนูโทร. ติดต่อไม่ได้เลย ฝากข้อความไป ก็ไม่มีตอบรับ กังวลเหมือนกันค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 เวลา:15:15:23 น.  

 
โล่งอกไปที งานอย่างนี้ต้องไปก่อน เรื่องอื่นไว้แก้ทีหลัง ถูกต้องแล้วครับ

ขอบคุณคุณหนู และคุณป้ากุ๊กมากครับ..


โดย: เจียวต้าย วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 เวลา:17:35:31 น.  

 
ฟังน้ำเสียง ป้ากุ๊ก ก็สบายใจขึ้นค่ะ บอกว่า ไปเที่ยว นั่ง ๆ นึก ๆ วันนี้ลองโทร. หน่อย ... พี่นาถรับสาย ดีใจกันใหญ่ค่ะ

พี่น้องบ้าน 29 เราจิตคงคิดถึง ผูกพันกันนะคะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 พฤษภาคม 2559 เวลา:20:26:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.