Group Blog
 
All Blogs
 
วันสุดท้าย (ของทศวรรษที่แปด)

บันทึกของผู้เฒ่า

วันสุดท้าย (ของทศวรรษที่แปด)



เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๓ เราได้เขียนถึง วันแรกของทศวรรษที่แปด วางในห้อง ไร้สังกัด เวปพันทิป เพื่อนฝูงที่รู้ว่ารุ่งขึ้นจะเป็นวันเกิดครบรอบ ๗๙ ปี ขึ้นวันแรกของ อายุ ๘๐ ของเรา ต่างก็อวยพรวันเกิดกันอย่างมากมาย ทำให้ซาบซึ้งพอควรว่า เรายังมีคนที่หวังดีอยู่อีกไม่น้อย ที่อยากจะให้เรามีชีวิตต่อไป แม้จะอยู่มานานมากแล้วก็ตาม



แล้วเราก็อยู่มาจนถึงวันสุดท้ายของทศวรรษที่แปดจนได้ ใน ๓๖๕ วันที่ผ่านมา เราก็ได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ ในการเขียน บันทึกของผู้เฒ่า วางในห้อง ไร้สังกัด จนอาการขัดข้องของหัวไหล่และสะบักข้างขวาเพิ่มมากขึ้น จึงได้ทุเลาการเขียนลง เหลือวันละครึ่งหน้า แล้วสามวันจึงนำไปวางทีหนึ่ง แต่ก็ไม่มีโรคอื่นที่จะมาคุกคามเอาชีวิตเราเลย



ลองเหลียวไปดูชีวิตที่ผ่านมาทั้งสิบสองเดือน ว่าในแต่ละเดือนมีเหตุการณ์อะไรที่สำคัญในชีวิตเกิดขึ้นบ้าง



มีนาคม



วันที่ ๒๐ ไปถวายสังฆทานที่วัดราชผาติการาม เพราะรูปที่เรานิมนต์ไว้ท่านเท้าเจ็บ ไม่ได้ออกไปรับบาตร



เมษายน



ปีนี้งดจัดงานสงกรานต์ทุกแห่งในกรุงเทพ เพราะมีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วง และการสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ หลายร้อยคน สงกรานต์ถนนข้าวสาร ที่อยู่ใกล้ที่สุด จึงไม่มีงานให้ฝรั่งเที่ยว



ตนเองเดินเหยียบตะปูตำเท้า เลยหกล้มหัวเข่าถลอก รักษากว่าสิบวันจึงหาย แต่ต้องฉีดยากันบาดทะยักอีกเดือนละเข็ม จนครบสามเข็ม



พฤษภาคม



วันที่ ๒๗ เป็นวันครบรอบ ๘๖ ปี ของทหารสื่อสาร สถาบันที่มีพระคุณต่อชีวิตของเราอย่างยิ่งแห่งหนึ่ง ส่งเรื่องไปให้หนังสือที่ระลึกเช่นเคย เป็นเรื่องของท่านเจ้ากรมที่เพิ่งถึงแก่กรรม



มิถุนายน



เมื่อวันที่ ๒๒ ตอนเช้าถวายสังฆทานภิกษุสามรูป อุทิศส่วนกุศลให้น้า ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่ได้อาศัยมาเจ็ดสิบปีแล้ว



ตอนกลางคืนฝนตกหนัก น้ำนองเข้ามาท่วมพื้นชั้นล่าง ต้องรอจนเช้าจึงให้ลูกชาย จัดการกวาดถูพื้น ตัวเราไม่มีแรงแล้ว



กรกฎาคม



ลูกชายคนเล็กได้รับปริญญาโท มีการฉลองกันนิดหน่อย



สิงหาคม



ผู้มีพระคุณได้ถึงแก่กรรม เมื่ออายุ ๙๖ ปีเศษ ตั้งศพบำเพ็ญกุศล และรับพระราชทานเพลิง ที่วัดมกุฎกษัตริยาราม



กันยายน



วันที่ ๑๖ เป็นวันตายครบรอบ ๔๖ ปี ของลูกชายคนโต ตักบาตรสามรูปอุทิศส่วนกุศลให้ตามเคยที่ได้ทำตลอดมา



และได้รับการขออนุญาต นำคำคมในสามก๊กของเรา ที่เคยลงในห้องสมุด เวปพันทิป ไปประกอบเรื่องสามก๊ก ฉบับที่พิมพ์ใหม่ มีแทรกภาพฝีมือ ครูเหมเวชกรทั้งเล่ม



ตุลาคม



เดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ป่วยเป็นมะเร็ง ที่เชียงใหม่ แต่ตนเองกลับป่วยเพราะนอนบนรถไฟไม่หลับ ได้พยายามรักษาตัวไว้ จะกลับมาเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพ แต่พอกลับมาก็หายดี



วันที่ ๑๑ ครบรอบปีที่ ๖๒ ของการเขียนหนังสือ แต่ได้หยุดเขียนมาตั้งแต่ครบ ๖๐ ปีแล้ว



พฤศจิกายน



ทอดกฐินแบบประหยัด แก่วัดบ้านยาง ตำบลน้ำดำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ที่วัดใหม่ยายมอญ บางขุนนนท์ เพื่อวันเกิดอายุครบ ๘๐ ปี ในเดือน มีนาคม ๒๕๕๔



ธันวาคม



ไปลอยอัฐิและอังคารของท่านผู้มีพระคุณ รวมทั้งของแม่ น้า และคุณตา ที่สัตหีบด้วยการทำพิธีของทหารเรือภาค ๑ เป็นประเพณีที่เราจะเริ่มใช้กับตนเองเหมือนกัน



มกราคม



บันทึกไว้ดังนี้ .....สวัสดีปีใหม่ ย่างเข้าปีที่ ๘๑ อีกสามเดือนอายุก็จะครบ ๘๐ ปี บริบูรณ์ เป็นคนแก่หรือคนชราอย่างแท้จริง ตา หู ฟัน เสื่อมหมด ยังดีที่ไม่ต้องเดินถือไม้เท้า ถ้าเริ่มในปีนี้ ก็จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยทำอย่างแน่นอน แต่จะนับถอยหลังไปถึงเท่าไรก็ไม่มีโอกาสรู้.........



กุมภาพันธ์



ไปทำบุญวันเกิดน้องสาว ที่วัดคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี



ดูแล้วก็เป็นชีวิตธรรมดา ของคนธรรมดาเท่านั้น แล้วก็มาถึงเดือน มีนาคม เพื่อนคนหนึ่งในห้องไร้สังกัด เวปพันทิป เอาคำทำนายชะตาชีวิตของคนเกิดเดือนนี้มาวาง อ่านดูแล้วดีมาก จนไม่กล้าคัดลอกมาเผยแพร่ ขอขอบคุณดอกไม้ที่มอบให้ ก็แล้วกัน



จากเดือน มกราคม ซึ่งคิดว่าจะรามือในการเขียนเรื่องลงอินเตอร์เนต เพราะสุขภาพไม่ดี กลับได้เรียนรู้ถึงวิธีที่จะเอาภาพ ในแฟ้มของเรา หรืออัลบั้มของเรา มาวางในหน้ากระทู้ ในบล็อกของเราได้ ทั้งภาพแผ่นโปสการ์ด และภาพที่อยู่ในกล้องดิจิตอล และแม้แต่ภาพในกระทู้อื่น บล็อกอื่น เวปอื่น ก็ทำได้เช่นกัน จึงมีข้อเขียนเล็ก ๆ น้อย ๆ มาวางในกระทู้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย แต่ลงแรงพิมพ์น้อยกว่าเดิม และมีผู้สนใจในภาพโบราณที่เอามาประกอบ บันทึกของผู้เฒ่า และ ภาพเก่าเล่าเรื่อง มากพอสมควร ก็เลยกลับมาตั้งกระทู้ทุกวันเช่นเดิม



เราเคยมีเรื่องคุยกันเล่น ๆ กับเพื่อนในวงน้ำลำไย เมื่ออายุเกิน ๖๐ ปีขึ้นไปแล้วทุกคนว่า เราอยู่มาจนถึงป่านนี้แล้ว อีกเมื่อไรจะตายก็ไม่รู้ เราควรจะเอาเงินที่จะช่วยเวลาไปงานศพเพื่อน มาให้เพื่อนเสียก่อนตอนยังไม่ตายจะดีกว่า แล้วคนรับก็ออกใบเสร็จให้ พอถึงเวลาตายจริง ๆ ก็เอาใบเสร็จใส่ซองไปให้เจ้าภาพที่วัด น่าจะเป็นผลดีแก่ผู้ตายโดยตรงมากกว่า แล้วเราก็คาดว่าเจ้าภาพงานศพของเราจะวางหน้าอย่างไร แล้วก็หัวร่อเฮอากันไปทั้งวง



แต่เมื่อเวลาผ่านมาอีก ๑๐ ปี เราอายุ ๗๒ ปี เพื่อนที่เคยคุยกันในเรื่องนั้น ก็ตายไปแล้วหลายคน โดยไม่มีใครได้รับซองก่อนตายเลย เพราะเป็นเรื่องคุยกันเล่น ๆ สำหรับคนที่ไม่ประมาทต่อความตาย ไม่ได้อยากตาย แต่ก็ไม่หวั่นวิตกต่อความตาย เพราะชีวิตมาถึงปลายทางแล้ว



ในปีใหม่สองสามปีที่ผ่านมา เราก็ได้ทำหนังสือเป็น ส.ค.ส. ส่งให้เพื่อนที่สนใจหลายราย เมื่อจะถึงปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๔ ซึ่งจะครบ ๘๐ ปีบริบูรณ์ ในวันที่ ๑๙ มีนาคม เราจึงเอาหนังสือแจกงานศพ ที่พิมพ์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๙ อายุ ๗๕ ปี โดยใช้เงินค่าตอบแทนจากสำนักพิมพ์ ที่พิมพ์เรื่อง “เปาบุ้นจิ้น...ผู้ทรงความยุติธรรม” โดยตั้งใจไว้ว่าตายเมื่อไรเจ้าภาพก็จะได้เอาไปแจกเป็นที่ระลึกในงานศพ จะได้ไม่ต้องเสียเงินอีก แต่ถ้าอยู่ถึงวันนั้น ก็จะได้แจกในงานทำบุญอายุแทน ครั้นเมื่อใกล้เวลาเข้ามาก็ไม่คิดจะทำบุญใหญ่โตอะไร เพราะไม่รู้จะฉลองไปทำไม จึงคิดจะเอามาแจกเพื่อนในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ดีกว่า



แล้วก็ได้เสนอความคิดนั้นออกไป ใน บันทึกของผู้เฒ่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ขอให้เพื่อนที่สนใจจะรับหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีชื่อว่า “สิ่งที่ยังเหลืออยู่” ให้แจ้งที่อยู่สำหรับส่งทางไปรษณีย์ ทางหลังไมค์เพื่อจะได้จัดส่งให้ตามลำดับ แล้วก็จดชื่อเพื่อนที่เคยอวยพรวันเกิดเมื่อปีที่แล้ว เอามาทบทวนว่าท่านไหนจะต้องการบ้าง ถ้าท่านไหนยังไม่ได้อ่านบันทึกนั้น ก็จะส่งหลังไมค์ไปเตือน แต่ถ้าอ่านแล้วเฉย ๆ ก็ถือว่ายังไม่ต้องการ ซึ่งมีเพื่อนแจ้งชื่อที่อยู่มามากกว่า ๕๐ ท่าน เราก็ทยอยจัดส่งไปจนหมด ก่อนที่จะถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓



แต่มีอยู่ท่านหนึ่ง มีศรัทธากับกิจกรรมอันนี้ของเรา ได้ขอมีส่วนร่วมในเรื่องที่เราตั้งใจทำให้เพื่อน โดยส่งเงินมาให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งท่านคงจะไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยก่อนที่จะจัดงานศพเป็นแน่ แต่บังเอิญตรงกับความคิดเล่น ๆ ของเราเมื่อก่อนโน้นอย่างน่าประหลาด เราจึงกราบรับมุทิตาจิตนั้น ด้วยความขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง



แล้วเราก็ได้ใช้เงินจำนวนนั้นไปในเรื่องที่ท่านศรัทธา คือค่าซองและแสตมป์ที่ส่งหนังสือให้เพื่อน รายละ ๗ บาทเท่านั้น และค่าถ่ายเอกสารหนังสือเล่มอื่นที่ส่งให้ผู้ที่คุ้นเคยเคารพนับถือ ในเดือนธันวาคม และ มกราคม ต่อจากนั้นก็บริจาคทำบุญร่วมกับของเรา ที่ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยให้เจ้าหน้าที่เขียนใบอนุโมทนา เป็นชื่อ “ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม” เพราะเราไม่รู้ชื่อจริงของท่าน จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ท่าพระจันทร์ วัดอินทรวิหาร เทเวศร์ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ปากเกร็ด วัดโบสถ์สามเสน และมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง หมุนเวียนไปทุกวันอาทิตย์ ตลอดมา และยังมีเหลือก็จะได้ร่วมถวายสังฆทานภิกษุ ในวันเกิดปีนี้ ๓ รูปจนหมดเงินจำนวนที่บริจาคมา ขอได้โปรดอนุโมทนาในกุศลผลบุญครั้งนี้



และจะได้เก็บรวบรวมใบอนุโมทนาเหล่านั้น ใส่ซองไว้ให้เจ้าภาพของเราต่อไป ไม่ทราบว่าเขาจะหัวเราะหรือร้องไห้กันแน่



จึงขอบันทึกไว้ด้วยความซาบซึ้งในกุศลเจตนาของท่านผู้บริจาค และเพื่อให้เพื่อนที่ได้อ่านบันทึกนี้ ร่วมอนุโมทนาโดยทั่วกันด้วย.

##############


Create Date : 01 มีนาคม 2560
Last Update : 1 มีนาคม 2560 9:02:13 น. 0 comments
Counter : 41 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.