Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
13 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
ฝนพรางฟ้า (๑๒.บลัดดี้ แมรี่)







ฝนพรางฟ้า

บทที่ ๑๒ บลัดดี้ แมรี่

-ณนณ-


สายลมกรีดร้องโหยหวนเมื่อตอนที่รติมาหอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มแขนทั้งสองข้างเข้าประตูคอนโดมิเนียม ดูท่าว่าพายุคงจะกินเวลาไปอีกนานกว่าจะสงบ

ผ่าน รปภ. ชายวัยกลางคนที่ตะเบ๊ะให้เธอพร้อมรอยยิ้มทักทายแล้ว รีบตรงขึ้นห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็ว อากาศเย็นชื้นในเวลาเที่ยงคืนกว่า ทำให้เธออยากซุกกายเข้าใต้ผ้าห่มอุ่นให้ไวที่สุด

อันที่จริง ร้านไม่ได้เลิกดึกถึงขนาดนี้ ปิดประตูหน้าตั้งแต่ยังไม่ถึงสามทุ่มด้วยซ้ำ แต่งานจุกจิกเบื้องหลังต่างหากที่ทำให้ต้องอยู่โยงยาว ทั้งดูแลความเรียบร้อยของสินค้า สะสางบัญชีประจำวัน ซึ่งไม่เคยมีใครมาช่วย

คิดแล้วก็อึดอัดคับข้องใจไม่น้อย อย่างขวัญข้าวก็พอเข้าใจได้หรอก เพราะรายนั้นถึงจะไม่มาช่วยลงในรายละเอียด แต่เวลาเงินช็อต แม่เจ้าบุญทุ่มก็จะจ่ายเงินให้ก่อนเพื่อ พยุง ร้านเอาไว้ คนที่น่าโมโห คือเปรียวต่างหาก

นอกจากจะไม่ช่วยทำงานแล้ว มาร้านแต่ละที วางท่าราวกับเจ้าใหญ่นายโต ส่วนเธอเป็นเหมือนแค่ขี้ข้าคอยรับใช้

พอถึงเวลาปันผล ก็รอรับส่วนแบ่งเท่ากับคนอื่น

เอาเปรียบ! เห็นแก่ตัว!

นึกแล้วก็อารมณ์เสีย อย่าให้จับได้แล้วกัน ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นเมื่อตอนบ่ายนั้น มีอะไรแอบแฝงอยู่ แม่จะเหยียบให้คลานไม่ได้เลยเชียว!

มืออวบอูมผลักประตู เปิดไฟ แล้วถอนใจเฮือกให้กับสภาพเบื้องหน้า ที่พักของเธอมีขนาดสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ  ใกล้ติดประตูทางเข้าคือครัว และลึกเข้าไปในสุดเป็นชุดนั่งเล่นกึ่งรับแขกและโทรทัศน์

ถึงจะอยู่คนเดียว แต่รติมาก็อดคิดไม่ได้ว่ามันออกจะ คับแคบ เกินไปหน่อยเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยวสองชั้นของขวัญข้าว หรือคอนโดฯ แพงระยับของเปรียว

แม้จะบอกว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อน ทว่าในใจ กลับคุกรุ่นตลอดเวลา คล้ายถ่านไฟที่หมกไหม้ใต้ขี้เถ้าไม่มีใครเห็น... ความอยุติธรรมที่เธอได้รับ กำลังค่อยๆ เผาผลาญจิตใจ...

หากเทียบความฉลาด... เธอไม่ได้น้อยกว่าสองคนนั่น

หากเทียบความสามารถ... เธอไม่ได้หย่อนกว่าสักน้อย

หากเทียบความงาม... ถ้าเธออยากสวย สมัยนี้ศัลยกรรมมีถมถืด

แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เธอด้อยกว่าสองคนนั่นอย่างเห็นได้ชัด ก็คือโชคชะตา

โชคชะตาที่ทำให้เกิดมาในบ้านที่พ่อแม่ยากจน ต้องเล่าเรียนในโรงเรียนวัดไก่วัดกา สังคมรอบตัวมีแต่คนชั้นต่ำ

ก้าวจะมาถึงจุดนี้ได้ เธอพยายามยิ่งกว่าสองคนนั้นเสียอีก ในขณะที่ขวัญข้าวกับเปรียว แทบจะไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ขยับตัว ความสำเร็จก็มาหา เงินทองไหลมาเทมาอย่างกับฝนจากฟ้ากระนั้น

ไม่ให้เรียกว่าโชคชะตา แล้วจะเรียกว่าอะไร

แต่ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรหรอก

ขอเวลาอีกไม่นาน เธอจะทะยานขึ้นไปเทียบให้ได้!


นุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวออกจากห้องอาบน้ำ มือข้างหนึ่งถือผ้าซับผมที่เปียกชื้น รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมาก พอร่างกายและประสาทผ่อนคลายลง ความง่วงก็เริ่มจู่โจม

ทรุดตัวนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งหน้าห้องนอน โต๊ะตัวนี้ทำจากไม้สักแท้ ได้มาเมื่อต้นปี ตอนที่ไปดูของเก่าที่เชียงใหม่

ถึงราคาจะแพง แต่ก็เสมือนได้ฟรี

เธอไม่ต้องเสียแม้แต่บาทเดียว หักออกจากงบกลางทั้งนั้น

วิธีการอาจจะเหมือนคนขี้โกง คอรัปชั่น หรือยักยอก อะไรก็แล้วแต่จะเรียก ทว่า สำหรับเธอ มันคือโบนัสประจำปีที่คนทำงานหนักควรจะได้รับบ้าง!

แตะอายครีมลงบนปลายนิ้ว ทารอบดวงตา พอส่องกระจกแล้วสังเกตว่าช่วงนี้หน้าตาของตัวเองค่อนข้างหมองไปมาก ขนาดที่ว่าแม้มีแสงไฟส่อง ก็ยังเห็นความคล้ำซีดได้อย่างเจนชัดจนน่าใจหาย

บางเวลา พอทำหน้านิ่งๆ ไม่ยิ้ม จ้องตาตัวเองในกระจกทีไร ก็ขนลุกขนพอง

ราวกับว่า คนที่อยู่ในกระจกนั้น คือใครอีกคน ที่ไม่ใช่เธอ!

นึกถึงเรื่องผีที่เคยได้อ่าน พิธีกรรมเรียกผีอันลึกลับและโหดเหี้ยม

ที่ต่างประเทศ มีพิธีกรรมเรียกผีอยู่พิธีกรรมหนึ่ง คือ ในเวลาเที่ยงคืน ให้จุดเทียนตั้งไว้หน้ากระจก แล้วเอ่ยชื่อ บลัดดี้ แมรี่ สามครั้ง จะเห็นผีแม่หม้ายลูกตายโผล่ขึ้นมาให้เห็น

“วันหนึ่ง เด็กผู้หญิงอายุ 12 ปีคนหนึ่งที่มักถูกเพื่อนๆ แกล้งเป็นประจำ ก็ถูกเด็กๆ ในโรงเรียนท้าทายว่า ถ้าเธอกล้าเรียกบลัดดี้ แมรี่ออกมา ทุกคนก็จะเลิกรังแกเธอ เด็กหญิงคนนั้นจึงตกลง พอเวลาเที่ยงคืนมาถึง เธอก็แอบจุดเทียนวางไว้หน้ากระจกห้องน้ำ พร้อมกับเรียกชื่อ บลัดดี้ แมรี่, บลัดดี้ แมรี่, บลัดดี้... แมรี่...

“สิ้นเสียง ภาพในกระจกที่เคยเป็นภาพของเธอก็เลือนละลาย กลายเป็นภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้หันหลังให้เธอ เด็กหญิงจึงรวบรวมความกล้า ถามคนในกระจกไปว่าเป็นใคร มาทำอะไรอยู่ในนั้น เด็กในกระจกตอบด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อยว่า ตนถูกเพื่อนรังแก ด้วยความสงสาร เด็กหญิงจึงเอื้อมมือเข้าใกล้ ทันใดนั้นเอง! คนในกระจกก็พุ่งเข้ามา ยื่นใบหน้าเละเทะสยดสยองจ่อใกล้ สองมือจับหัวเด็กหญิงคนนั้นไว้แน่น ตะคอกบอก ‘ไม่มีใครรักแกหรอก! เด็กเลว!’ ก่อนจะลากร่างเล็กๆ ที่ดิ้นรนด้วยความหวาดกลัวเข้าไปในกระจก... หลังจากนั้นมา ก็เคยมีใครได้เจอเธออีกเลย”

พอความคิดนี้พลุ่งขึ้นมาแทรกแซง อารมณ์สุนทรีย์หลังอาบน้ำก็เหือดแห้งหมดสิ้น กลับกลายเป็นหวั่นระแวง

จำได้ว่า เมื่อตอนบ่าย หลังจากที่ขวัญข้าวออกไปกับหนุ่มหน้าละอ่อนนั่นแล้ว เธอเองก็เห็นเต็มๆ ตา

ชายไทยโบราณท่าทางขึงขัง!

คิดแล้วก็หลบสายตาจากภาพสะท้อนตรงหน้า ไม่กล้ายอมรับว่ากลัวอะไร รีบทาเซรั่มกับมอยส์เจอไรเซอร์อย่างลวกๆ แล้วลุกเข้าห้องนอน

ฉับพลัน! ไฟในห้องก็ดับพรึ่บ! รติมาสะดุดเซเกือบล้ม ยังดีที่คว้าลูกบิดประตูไว้แน่น ทำให้ทรงตัวอยู่ อากาศเย็นเยียบที่ไม่คุ้นเคย ความหนาวเหน็บที่แทรกเข้าถึงไขกระดูกก็แผ่ซ่าน โถมถาโดยไม่ทันตั้งตัว

หญิงสาวกระถดเบียดเข้าใกล้ชิดบานประตู กระทั่งสายตาเริ่มปรับจนคุ้นชินแสงรำไรจากภายนอกที่ลอดผ่านเข้ามา จึงเห็น... บนที่นอนของเธอ ผ้าคลุมเตียงขาวบางปูดโป่งเป็นทรวดทรงชัดเด่น

คล้ายกับมี ใคร นอนคอย

ดูไม่ต่างอะไรจากผ้าคลุมศพ!

ปากที่ปกติจะไว บัดนี้กลับได้แต่อ้าค้างไร้เสียงเปล่ง! ร่างอวบท้วมทรุดยวบลงกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้าง ทั้งที่สมองสั่งให้หนี อย่ามอง! อย่ามองเด็ดขาด! แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง

วินาทีนั้นเอง ที่ร่างใต้ผ้าห่มดีดตัวลุกนั่ง หอบหายใจลึกคล้ายคนกำลังถูกบีบคอ ดูดเอาผืนผ้าวูบเว้าเข้าไปตามแรงนั้น จนเห็นเบ้าหน้าชัดเจน

มันถีบทุรนทุราย มันตะเกียกตะกายมือไม้มาทางเธอ

รติมากรีดร้องเสียงหลง กดเปลือกตาแน่น กระถดถอยออกจากห้องนอนเท่าที่ยังพอจะเหลือเรี่ยวแรง ผ้านุ่งที่ห่อหุ้มกายหลุดลุ่ย เธอยันตัวลุกได้ ก็แทบจะเผ่นกระโจนไปยังประตูทางออก

ทว่า! ได้เพียงคิด เพราะทันทีที่ลุก ผมที่เพิ่งสระมาใหม่ๆ ก็ถูกจิกกระชากเต็มแรงจนหงายหลัง ศีรษะกระแทกเข้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งเต็มๆ

เสียงหัวเราะแหลมบาดลึกแว่วข้างหู รติมาดิ้นทุรนทุรายยื้อยุดตัวเองให้พ้นจากการพันธนาการ ปัดของทุกอย่างบนโต๊ะหล่นโคล้งเคล้ง เสียงหัวเราะแหลมก็ยิ่งดังขึ้นราวกับถูกอกถูกใจเสียเต็มประดา ก่อนจะดึงหลังหัวเธอลงไปกระแทกกับหน้าโต๊ะ โขกซ้ำ! โขกซ้ำ!

และโดยไม่คาดคิด เงาดำรางคล้ายกับพรายน้ำวะไหวใต้ธารลึกก็ปูดโปนยื่นออกมาจากกระจกที่เธอเคยส่องทุกวัน ผมยาวดำลากระ แก้มอวบอูมบวมเป่งราวกับจะปริแตก ดวงตามีแต่สีขาว คางหลุดห้อยมาถึงกลางอก

นั่นมันเธอ! นั่นมันหน้าของเธอ!

มือซีดเทาทั้งสอง สอดเข้าปากรติมา งัดง้างถ่างเปิด แล้วคายของเหลวลงปากหญิงสาวราวกับเทน้ำจากเหยือก เนื้อเหงือกและซี่ฟันก็พลัดหลุดติด

ร้องเท่าที่ร้องได้... ดิ้นเท่าที่ดิ้นได้...

ทว่าไม่มีใครได้ยิน

ราวกับโชคชะตากลั่นแกล้ง ฟ้าร้องคำรามกึกก้องกลบทุกสรรพเสียงสิ้น

มืดมิด... รัตติกาล...




“ไปโดนสารเคมีหรือแมลงมีพิษอะไรเข้ารึเปล่าคะ”

เสียงไพเราะของแพทย์หญิงที่กำลังตรวจอาการถามขวัญข้าวที่นั่งหันหลังให้พร้อมกับรวบผมมาทางด้านขวา ตั้งแต่กลับมาจากดินแดนแห่งความฝัน เธอก็มีอาการแสบร้อนบริเวณท้ายทอยค่อนไปทางหลังหูด้านซ้ายยาวเกือบสองข้อนิ้ว พอเอากระจกส่องดู ก็เห็นรอยไหม้

เหมือนแผลไฟไหม้ของอินทร!

แม้จะผ่านมาได้หนึ่งวันแล้ว แต่ภาพการตายอันน่าสยดสยองของอธิก์ยังติดตา

และยิ่งต้องมานั่งภายในห้องตรวจ ภาพของโรงพยาบาลร้างก็นำพาความอกสั่นขวัญแขวนกลับมาสู่ห้วงคำนึงจิตอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ตกกระหน่ำเช่นเดียวกับสภาพอากาศภายนอก

“คุณขวัญ ว่าไงคะ”

“คะ” เสียงเรียกย้ำของหมอทำให้ขวัญข้าวดึงความคิดกลับ

“หมออยากรู้ว่าคุณไปโดนสารเคมีหรือแมลงมีพิษอะไรบ้างรึเปล่า”

“ไม่ค่ะ”

“ดูเหมือนคุณไม่ค่อยได้พักผ่อน” หมอพูดต่อ ผละจากรอยอาการของขวัญข้าว

“ช่วงนี้มีเรื่องให้ต้องทำเยอะน่ะค่ะ”

“หมอจะให้ยาแก้แพ้ ยาทา กับยาคลายเครียด ช่วงนี้ให้เปลี่ยนมาใช้แชมพูกับสบู่สำหรับเด็กก่อน แล้วคุณก็อย่าลืมออกกำลังกายกับพักผ่อนให้เพียงพอ”

คิ้วเรียวบางขมวดนิด ดวงตากลมโตจ้องจับอากัปกิริยาของแพทย์หญิงที่กำลังเขียนใบสั่งยา รู้สึกว่าผิดวิสัยไปหน่อยที่หมอไม่บอกผลการวินิจฉัย แต่ลัดขั้นตอนเอ่ยถึงการจ่ายยาและดูแลตนเองเลย

ถ้าไม่มีอะไร... ทำไมไม่บอกตามปกติ

“ฉันเป็นอะไรหรือคะ”

“เกิดจากความเครียดน่ะค่ะ” หมอหันกลับมามองตรง แล้วยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูหน้ากากและไร้ชีวิต  “ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดต่ำ ส่วนใหญ่มักเกิดเป็นผื่นแดง แต่ในกรณีของคุณ อาจจะแตกต่างสักหน่อย”

“ยังไงคะ”

หมอไม่ตอบคำถามนั้น ทว่ายื่นนามบัตรส่งให้ ขวัญข้าวรับมา เห็นชื่อแพทย์อีกคนและตำแหน่ง ‘จิตแพทย์’

“ลองไปคุยดูนะคะ บางทีความเครียดสะสมจะทำให้ร่างกายแสดงอาการผิดปกติ”

ขวัญข้าวขบฟัน แม้จะรู้ดีว่าการไปหาจิตแพทย์ก็เพื่อบำบัดความเครียดเท่านั้น ไม่จำเป็นว่าคนที่ต้องรับการรักษาจะป่วยเป็นจิตเภท

ทว่า ภายใต้สำนึกคิด เธอกลับรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ทางออก

ความเครียดอาจไม่ใช่ตัวการของความเจ็บป่วยนี้!

“ค่ะ” ขวัญข้าวตอบรับอย่างสงบ แม้ภายในใจรนร้อน ประสบการณ์ของเมื่อวานสอนให้รู้ว่า การพูดเรื่องเหนือธรรมชาติโดยไม่อ้างอิงว่ามันเป็นเพียงนิยายหรือความฝันนั้น ยากที่จะทำให้ผู้อื่นเชื่อ

ธรรม์ทัพเองเป็นตัวอย่างที่ดี ความเงียบของเขาทำให้เรื่องง่ายขึ้น

“ไว้จะลองติดต่อไปค่ะ”


ออกจากห้องตรวจ มองผ่านกระจกคลินิก ด้านนอก อากาศยังคงขมุกขมัวและมีฝนปรอยๆ 

กุมภ์ที่นั่งรอตรงเข้ามาหาพร้อมสอบถามอาการ เธอก็ตอบไปเท่าที่หมออธิบาย สีหน้าของคนตัวโตเหมือนจะมีแววตำหนิขึ้นมา

“เห็นไหม พี่บอกแล้วว่าเราเครียดมากเกินไป ผีน่ะ มันไม่มีจริงหรอกขวัญ และจะไม่มีใครตายเพราะเรื่องแบบนั้นด้วย”

ขวัญข้าวนึกอยากจะถอนใจแรงๆ ใส่คู่หมั้นหนุ่มสักครั้ง  หลังจากที่ได้คุยกับธรรม์ทัพจนเข้าใจ เธอคิดว่าจะไม่บอกกุมภ์เรื่องนี้เพราะไม่มีประโยชน์ แต่เธอคิดได้ช้าไป คงมีใครสักคนในสองสาวเพื่อนสนิทของเธอนำข่าวไปส่ง

และถ้าเดาไม่ผิด จากท่าทีวางตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่มากกว่าปกติของเขา ข่าวที่ถูกนำไปส่งคงไม่ได้มีแต่เรื่องนิมิตของเธอ

แต่อาจรวมไปถึงเรื่องที่เธอออกจากร้านไปพร้อมกับธรรม์ทัพ!

หญิงสาวยอมรับ เธอค่อนข้างเคืองเพื่อนในเรื่องนี้

ไม่ใช่เกรงว่าตนจะเสียหาย แต่ระแวงว่าความขุ่นเคืองใจจะทำให้กุมภ์ทำร้ายเขา!

“ขวัญต้องหยุดตัวเองจากเรื่องนี้นะ ไม่ต้องไปคิดถึงมันให้มาก แล้วถ้าจะให้ดี พี่ว่าเราเลิกเขียนนิยายเถอะ”

“พี่กุมภ์!”

คราวนี้ขวัญข้าวไม่สามารถวางตัวให้สงบได้จริงๆ การเขียนนิยายเป็นงานที่เธอรัก และ... คู่หมั้นของเธอไม่ควรพูดแบบนี้!!

“ทำไมล่ะขวัญ อีกไม่นานเราก็แต่งงานกัน แค่เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้”

“พี่กุมภ์คะ มันไม่ใช่เรื่องเงิน!” ดวงตาขวัญข้าววาวโรจน์คล้ายเปลวเพลิงปะทุ “พี่ไม่เชื่อในสิ่งที่ขวัญบอก ไม่เป็นไร แต่เรื่องนิยาย ขวัญขอ”

“พี่รู้นะว่าขวัญรักงานมาก แต่ทำไมไม่ลองคิดดูบ้างละ ว่าการเขียนนิยายมันทำให้ไม่อยู่กับโลกความจริง!”

ริมฝีปากบาง แดง สั่นระริก ด้วยความโมโห

“พี่พูดถึงขนาดนี้ ไม่ด่าขวัญไปเลยละคะว่าขวัญเพ้อเจ้อ!”

“ทำไมคิดอย่างนั้น พี่ไม่ได้บอกว่าเราเพ้อเจ้อ แค่อยากให้อยู่กับโลกของความจริงมากขึ้น”

“พี่กุมภ์คะ ขวัญเป็นนักเขียน แล้วสิ่งที่พี่พูดมาตีความได้ไม่ยากเลยค่ะ”

กุมภ์ส่ายหน้าอย่างอ่อนระอา

“พี่ว่านี่ชักจะไปกันใหญ่แล้ว เมื่อก่อนขวัญไม่เป็นอย่างนี้นะ”

ขวัญข้าวสะอึก แม้คำพูดของคนตัวโตกว่าตรงหน้าจะฟังง่ายๆ แต่นัยยะนั้นแรงร้ายคล้ายเอามีดปักลงกลางใจ

...เธอไม่เคยเป็นอย่างนี้ หรือเขาไม่เคยสนใจเธอให้มากพอจะรู้ว่า เธอเองก็เป็นอย่างนี้กันแน่!

ไม่ว่าจะโลกแห่งความจริง โลกแห่งความฝัน

โลกไหนๆ เธอก็ไร้ซึ่งความสุข!

บางที นี่อาจเป็นเวลาที่เธอต้องสลัดตัวเองให้หลุดจากความกลัว... หลุดออกจากภาพมายาที่พันธนาการตนเองมาเกือบตลอดชีวิต

“ขอบคุณนะคะที่บอกให้ขวัญรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป” ขวัญข้าวกัดฟันแน่น “ลากันตรงนี้ดีกว่า ขอบคุณค่ะที่มาส่ง!”




ขวัญข้าวไม่อยากเชื่อเลยว่า งานศพของอธิก์จะมีคนมามากขนาดนี้

พอเห็นชีวิตที่ผ่านมาของเขากับปริมาณคนรู้จักและชื่อเสียหน้าตาในสังคมแล้ว ดูจะไม่ผกผันตามกันสักเท่าไหร่นัก

โพยมบนมืดเร็วกว่าปกติเพราะพายุฝน ภายในศาลาวัด หีบศพซึ่งบรรจุร่างน้องชายต่างมารดาวางตั้งไว้บนแท่นโดดเด่น แสงไฟสีเย็นๆ ชืดๆ ส่องมาจากทางด้านล่างจนเห็นแต่สีเขียวๆ ขาวๆ ชวนแสบตา รูปเมื่อครั้งยังมีชีวิตตั้งเด่นด้านหน้า เรียงรายมาด้วยพวงหรีดจากเพื่อนฝูง กลิ่นดอกไม้หอมอวลกระจายทั่วบริเวณ

หญิงสาวเลือกนั่งบริเวณด้านหลังของงาน แม้จะเป็นญาติ แต่คงจะดีกว่าถ้าเธอไม่ไปนั่งหน้าใกล้เจ้าภาพ

ตั้งแต่วินาทีที่อธิก์ตาย น้านารีก็กล่าวโทษเธอ

“อธิก์เป็นเด็กดี! ถ้าแกไม่พูดอย่างนั้น อธิก์ก็คงไม่ตาย!”

แม้จะโกรธเคืองบ้าง ทว่าเธอไม่อยากเก็บมาคิดเป็นอารมณ์ เข้าใจความรู้สึกที่มารดาต้องสูญเสียลูก... สูญเสียคนในครอบครัว...

อีกอย่าง เธอมานี่ก็ไม่ใช่เพื่อจะทะเลาะ แต่มาเพื่อส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย

คำขอโทษ ขออโหสิกรรมยังดังชัดวนไปวนมาในรูหู


เคยรัก เคยชัง เคยรู้สึก

เคยนึก เคยคิด เคยหวั่นไหว

เจ็บแค้นโกรธเคือง เรื่องใดใด

อโหสิ ยกให้ ในวันลา ฯ


“คุณดีขึ้นแล้วเหรอ”

ละมุนเสียงอ่อนโยนเอ่ยทักมาจากทางด้านหลัง ธรรม์ทัพเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ พอเห็นสีหน้านิ่งๆ ของเขาแล้ว ขวัญข้าวยังแปลกใจ นึกว่าจะโศกเศร้าหรือโกรธแค้นมากกว่านี้

อย่างไรเขาก็เพื่อนกัน

“เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา เสียใจได้ แต่อย่ายึดมาตั้งเป็นอารมณ์”

คิ้วเรียวงามเลิกสูงเล็กน้อย นึกประหลาดใจในคำพูด ทว่าคนตัวสูงหน้าคมสันกลับยิ้มบาง

“ผมเห็นคุณมอง ไม่ได้อยากถามเรื่องนี้เหรอ”

อีกแล้ว... ไม่รู้ว่าสีหน้าของเธออ่านง่าย หรือเขาอ่านใจคนเก่งกันแน่!

“วันพรุ่งนี้ ฉันจะไปสืบหาความจริง นายจะไปด้วยรึเปล่า”

แม้คำถามจะธรรมดา ทว่าคนฟังเหมือนรู้ความนัยโดยละเอียด

“ทำไมต้องไปด่วน มีอะไรรึเปล่า”

“เมื่อวาน ตอนที่เข้าไปในฝัน” ขวัญข้าวใช้เรี่ยวแรงอย่างมากในการเรียบเรียงคำตอบ “ฉันเห็นคนต่อไปที่จะต้องตาย...”

ดวงเนตรสีนิลภายใต้คิ้วเข้มจ้องจับ รอคอย

“รติมา! คนต่อไปที่จะถูกฆ่า คือรติมา!”

คนตัวสูงผันหน้าจากเธอไปยังพระภิกษุสงฆ์สี่รูปที่กำลังเข้ามาในบริเวณพิธี สีส้มเหลืองของจีวรโดดเด่น งามสง่า

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มีเวลาไม่มากแล้วล่ะ”

“นายหมายความว่าไง”

คนถูกถามไม่ตอบ แต่สีหน้าเคร่งเครียด ตาเขม็ง ไม่กะพริบ ขวัญข้าวเลื่อนมองตาม จึงเห็น พระภิกษุทุกรูปขึ้นไปนั่งประจำที่ของตนแล้ว เว้นก็แต่พระภิกษุรูปสุดท้ายซึ่งยังนิ่งชะงัก เก้ๆ กังๆ ตัวสั่นเทิ้ม

บนอาสนะ! อินทรนั่งชันเข่าให้หนอนชอนไชหน้าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แสยะยิ้มส่งให้พวกเธอ!



>>>โปรดติดตามตอนต่อไป


..........................

ส่งท้ายบท

สวัสดีคร้าบบบ ทุกท่าน ห่างหายไปสองอาทิตย์เพิ่งโผล่มา
ไม่อยากจิแก้ตัว แต่อยากจะขออภัย (ฮา) หากทำให้รอกันนาน
ยังไงใครที่ติดตามกันอยู่ ยืนยันนะครับว่า คนเขียนไม่ทิ้งกลางคันแน่นอน
และหลังจากอาทิตย์หน้า จะพยายามกลับมารวดเร็วตามเดิมครับ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาโดยตลอดนะครับ

-ณนณ-



Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2560 20:23:01 น. 0 comments
Counter : 427 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เพียงแค่...ได้พบกัน
โลกก็พลันหยุดเคลื่อน
เดือนลับ ตะวันดับ
ณ กลางใจ!

ทุกสิ่งสยบให้ 'ความรัก'

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.