-{ หน้าแรก
| คิดแล้วเขียน | ตัดมาแปะ | อ่านหนังสือ | หนังเล่าใหม่ | เรื่องขำขัน | เปิดเพลงฟัง | ภาพจากกล้อง | VDOทำเล่น | บ่นไปเรื่อย | E-Mail }-
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
รักยุค Hi-Tech - สวีทนุช

[ฟังเพลงอื่นอีก]



(สำหรับ Broadband หรือ Hi-Speed Internet)


(สำหรับ dial-up หรือ Low-Speed Internet)




เพลง : รักยุค Hi-Tech
อัลบั้ม : ต้นฉบับเสียงหวาน (The Original Sweet Voice)
ร้องนำ : สวีทนุช (Sweet Nuj / Sweetนุช)


บนโลก Hi-Tech ทุกอย่างเล็กลง
แต่รักฉันคง ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
อยากมี Hard Disk ลง Program เสริม
เพิ่ม Ram พร้อมแจ่มด้วยภาพของเธอที่ Desktop

โลก Digital เรางอนง้อกัน
ทำ Card แล้วส่ง E-mail ให้เธอ
CPU รู้ Love You เสมอ อย่าเผลอ
Delete รักเราลง Recycle Bin

ส่ง SMS พิมพ์คำข้อความ แนบคำนิยามที่สุดซึ้ง
เปิด WinAmpไว้ ด้วยเพลงคิดถึง
อยากให้เธอซึ้ง กับความคิดถึง ที่ฉันให้เธอ

เพลงที่ฉันโปรด Download ให้เธอ
ได้รับไหมเอ่ย ตอบด้วยขวัญใจ
อย่าเพิ่งใจร้อน Shut Down ไปไหน ปล่อยใจ
ให้ฉันลอยไปตามสาย Cable

โปรดจงช่วย Save รักเราเก็บไว้
เพื่อใจของฉันจะได้ไม่ต้อง Error...




ข้าพเจ้าได้มีโอกาสฟังเพลงนี้ ก่อนที่ CD จะวางขายเสียอีก โดยบังเอิญไปเจอกับกระทู้โฆษณาอัลบั้มนี้ที่ห้องเฉลิมกรุง pantip.com ก็เลย... ได้ link ไปฟังตัวอย่างเพลง

ฟังครั้งแรกก็ โอ้โห... น่ารักจัง

เนื้อหาเป็นพฤติกรรมวัยรุ่นในยุคดิจิตอล แต่เสียงร้องเป็นของคุณแม่ กับทำนองดนตรีสมัยคุณแม่ยังสาว



นักร้องนำ "สวีทนุช" ตอนนี้อายุกว่า 65 ปีแล้ว อดีตเคยเป็นนักร้องเพลงไทยเดิมคนหนึ่งของ รายการเพลินเพลงกับนฤพนธ์ ทางช่อง 4 (บางขุนพรหม) และเคยเป็น presenter โฆษณาสินค้าของบริษัทอิตาเลียนไทยในสมัยนั้น

ปัจจุบันเธอเป็นนักร้องของวงธนาคารออมสิน



ที่จริงแล้ว เสียงดีขนาดนี้ น่าจะทำตลาดได้ดีพอสมควร ข้าพเจ้าเอง ก็เอาใจช่วยอยู่เหมือนกัน และจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วย (โฆษณาให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไปหาซื้อกันหลายคนแล้ว) เพียงแต่ว่า.. มันก็อาจจะ.. ติดปัญหาอย่างหนึ่ง..

ซึ่งมันก็อยู่ในเนื้อเพลงนี่แหละ

เพลงที่ฉันโปรด Download ให้เธอ
ได้รับไหมเอ่ย ตอบด้วยขวัญใจ


พฤติกรรมแบบนี้แหละที่อาจจะทำให้ ยอดขายฮวบฮาบลงไปได้ บางครั้งขายไม่ดีไม่ใช่ว่าคุณภาพงานไม่ดี แต่เพราะสามารถหา download เพลงมาไว้ในเครื่องได้หมดทั้งอัลบั้ม

ก่อนจะเขียน blog entry นี้ ข้าพเจ้าก็แอบไปอ่านตาม webboard หลายแห่ง เห็นมีเขียนว่า จะ rip แจกบ้าง จะ upload ขึ้นแจกบ้าง

เฮ้อ อ่านแล้ว เศร้าใจ

ช่วยกันซื้อของจริงกันดีกว่า และ ถ้าเจอใคร upload แจกก็ขอให้ประนามมัน



ป.ล. บอกกล่าวกันอีกครั้งว่า blog นี้ไม่แจกเพลง ทุกเพลงใน blog จะเป็น flash ทั้งหมด ไม่ใช่ mp3 หรือ wma ไม่สนับสนุนการ download ให้เก็บไว้ในเครื่องไว้ฟังแบบ offline แต่จะจัดให้ฟังแบบ online ได้ เหมือนเป็นสถานีวิทยุ ซึ่งเป็นแนวคิดแบบเดียวกับ Kapook Music Station


[ฟังเพลงอื่นอีก]

Create Date : 31 มีนาคม 2551
Last Update : 10 เมษายน 2551 22:12:22 น. 66 comments
Counter : Pageviews.  
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

 
ฮืม!!!

น่ารักจริงๆ ด้วย

จน...ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ คิดไม่ออก ได้แต่อมยิ้ม และก็เปิดฟังซ้ำ

ขอบคุณค่ะ ช่างสรรหาเพลง มาฝากเหล่าสหายความคิดของคุณเสมอ


โดย: จอย IP: 58.181.143.189 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:22:24:38 น.  

 
ของดี เราก็ต้องสนับสนุนกัน

อีกอย่าง ไว้เปิดฟัง คลายเครียดด้วย


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:22:38:01 น.  

 
ถามอีกเรื่องนะ

เออ คุณ Plin คิดว่ารูปผู้หญิง ที่ปกสวยมั๊ย

คือ เวลาที่จอยเจอภาพผู้หญิงที่หน้าตาโบราณหน่อย จอยจะชอบถามบรรดาเพื่อนผู้ชาย ว่า ชอบมั๊ยแบบนี้ สวยมั๊ย

โดยส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่ชอบ ไม่สวย

จอย ว่าเค้าสวยนะ เลยงงว่าทำไมผู้ชาย(โดยเฉพาะเพื่อนของข้าพเจ้า) ถึงไม่ชอบ


โดย: จอย IP: 58.181.143.189 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:23:12:00 น.  

 
สวยออก
ชอบเลยล่ะ


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:23:16:12 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ Classic มาก วันนี้เปิดเพลงฟังคลอ....แล้วนั่งทำงานทั้งวัน มองภาพแล้วทำให้คิดถึงแม่มาก

ว่าแล้ว......ก็จองตั๋วกลับบ้านช่วงสงกรานต์ทันที ถ้าคุณจอยหรือคุณ Plin จะแอ่วสงกรานต์ที่ห้วยโก๋น รีบบอกนะคะ จะพาเที่ยวค่ะ


โดย: มะยม IP: 117.47.113.216 วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:20:58:57 น.  

 
ที่แท้ สาวน่าน นี่เอง


โดย: Plin, :-p วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:21:10:44 น.  

 
จริงๆ เพลงที่ฉันโปรดดาวน์โหลด(ถูกกฎหมาย)ให้เธอ ก็ได้นี่


โดย: นิ้งหน่อง IP: 203.153.173.164 วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:23:32:04 น.  

 
อุ๊ย แม่ของคุณมะยมสวยจังค่ะ แล้วคุณลูกจะขนาดไหนล่ะคะเนี๊ย ว๊าว...ว๊าว....

สำหรับจอย ช่วงวันหยุดยาวๆ แบบนี้ กรุงเทพฯคือสวรรค์เลยล่ะ จอยจะไม่กลับบ้านนอกแสนรักช่วงเทศกาลยาวๆ เด็ดขาด

กรุงเทพเป็นจังหวัดที่มีสเน่ห์มาก หากมีคนน้อยๆ

แต่จะว่าไปช่วงสงกรานต์ ก็ยังไม่เด็ดเท่าช่วงปีใหม่ ปีใหม่กรุงเทพคนน้อยมาก ตระเวนเที่ยวทั่วกรุงได้อย่างสบายใจเลยค่ะ

อ้อ แล้วจะแวะไปเที่ยวที่น่าน นะคะ อันนี้พูดจริงนะ


โดย: จอย IP: 58.181.143.189 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:10:08:20 น.  

 
ฟังแล้วยิ้มแก้มตุ่ยเลย อารมณ์รื่นรมย์ขึ้นฉับพลัน มีฟามสุข หุหุ แล้วเพลงอื่นๆในอัลบั้มนี้เป็นไงบ้างล่ะคุณ Plin น่ารักคล้ายเพลงนี้หรือป่าว


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:15:31:49 น.  

 
อืม ไม่วิจารณ์ละกันครับ เอาว่า ผมชอบอยู่ไม่กี่เพลง อย่างที่รู้ ๆ กัน ผมชอบเพลงบรรเลง


โดย: Plin, :-p วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:15:45:52 น.  

 
ขอเป็นแค่ข้อมูลก็พอค่ะ ว่า concept อัลบั้มเป็นไง เพลงส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องอะไรทำนองนี้ค่ะ เพราะทำนองคงเป็นย้อนยุคทั้งหมด แบบที่เอามาเปิดให้ฟังใช่มั๊ยคะ เผื่อช่วยประเมินได้ว่าตรงกับความชอบรึป่าว แหะ แหะ


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:16:19:09 น.  

 
แต่บางคนเค้าก็ซื้อเพราะว่าชอบเพลงเดียวก็มีนะ

พอดีวิจารณ์เพลงไม่เก่ง ลองอ่าน review ที่นี่ดูนะครับ
http://www.caraudioonline.net/content/view.asp?MenuID=6&ContentID=792


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:22:58:04 น.  

 
ฟังเพลินดี

ชอบค่ะ


โดย: เฟื้อง ฟุ้ง IP: 125.27.18.144 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:23:34:55 น.  

 
ชอบเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกก
เด๋วนะรีบไปซื้อครับ


โดย: kibangkok IP: 124.120.190.135 วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:9:32:03 น.  

 
อืม...ซื้อเพราะชอบเพลงเดียวเหรอ...คิดหนักหน่อยแฮะ...น่าจะมีตัดเป็น single ขายเนอะ

ขอบคุณนะคุณ Plin เข้าไปอ่านข้อมูลแล้ว มีโอกาสจะลองหามาฟังดู


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 4 เมษายน 2551 เวลา:14:39:43 น.  

 
มะยมมาถึงบ้านก็รีบเปิดเพลงนี้ให้แม่ฟัง แม่บอกว่าเพราะมาก ชมคนร้องเสียงหวาน ใสปิ๊งเลย

แต่แม่บอกว่า ฟังไม่ออกว่าเพลงเค้าบอกถึงเรื่องอะไร...

ถ้าแม่รู้ก็แปลกแล้ว เพราะเป็นภาษาวัยรุ่นทั้งน้านนน..

แต่แม่ตอนสาวๆ สวยแบบในรูปจริงๆนะคะ

พ่อยังยืนยันเลย


โดย: มะยม IP: 117.47.228.238 วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:22:05:46 น.  

 
แล้วคุณลูกล่ะ งามขนาดไหน


โดย: Plin, :-p วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:22:20:25 น.  

 

งาม ยามแย้มยิ้ม เยาวเรศ
งาม ยามชายเนตร มองหมาย
งาม ยามเอ่ยเอื้อน เยื้อนกาย
งาม กิริยาวาจาไซร้ งามแท้..เอื้องงาม

"เอื้องงาม" นะคะ
ไม่เกี่ยวกับมะยมซักกะนิด...


โดย: มะยม IP: 222.123.215.215 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:19:08:44 น.  

 
รู้จักนิยามความงามตาม Golden Ratio ไหม



ถ้ามีเส้นตรงเส้นหนึ่ง ถ้าจะแบ่งเส้นตรงนี้ออกเป็นสองส่วน จุดแบ่งที่ "งาม" ที่สุดคือ จุดที่สามารถแบ่งให้

(a + b)/a = a/b



โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog ตัวจริง ไม่ได้ login) (Plin, :-p ) วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:19:22:37 น.  

 
เคยดูสารคดีเรื่องนี้ ทาง UBC นานมาแล้ว คลับคล้ายว่ามีตัวเลขที่บอก"ว่างาม"ของสมการนี้อยู่ตัวนึง ประมาณว่า 1.6...หรือ 1.8.. ก็จำไม่ได้

...คุณ Plin ลองยกตัวอย่างความงามตามแบบสมการนี้มาให้ดูหน่อยค่ะ ว่าจะงามขนาดไหน??





โดย: มะยม IP: 117.47.216.150 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:15:58:35 น.  

 
1.6180339887 ครับ

ตัวอย่ง ก็เช่น ตำแหน่งของ คิ้ว ตา ปาก หรือ คิ้ว ปาก คาง หน้าผาก หู ท้ายทอย ประมาณนี้ครับ

แล้วแทนด้วย a b และ จุดแบ่งน่ะครับ

แต่บางคนเค้าบอกว่า ไม่จริงหรอกที่แบบนี้จะงาม


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:16:13:51 น.  

 

ถ้างั้น...น่าจะเรียกว่า ความสวยเพราะความสวยวัดได้

แต่ความงามเป็นนามธรรม วัดได้ด้วยความรู้สึกของคนมองที่มีรสนิยมต้องกัน


โดย: มะยม IP: 117.47.216.150 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:16:30:13 น.  

 
อืม ๆ ๆ ๆ สวยวัดได้



โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:16:51:07 น.  

 
คิดถึงแม่มากกก..

โอ้ละหนอดวงเดือน...เอื้อนอ้อยอิ่ง
ไพเราะพริ้งเสนาะหวานกลางบ้านป่า
โอ้ว่าดึกแล้วหนอ...ลูกขอลา
จากบ้านป่าสู่ถิ่นแผ่นดินไกล

ลูกสัญญา “จะกลับบ้าน”.....ไม่นานนัก
ทำงานหนักเพื่อชาติชนคนหมู่ใหญ่
ที่ยังทุกข์ป่วยไข้ทั้งกายใจ
ตามมุ่งหมายอุดมการณ์ที่สานทอ

ลา..อ้อมกอดขุนเขาลำเนาถิ่น
ลา..แผ่นดินแห่งน่านน้ำลำห้วยหนอ
ลา..จันทร์เจ้าดวงเดือน..อ่อนละออ
เสียงซอ..อ้อ...ออดอ้อน...ทอดถอนใจ

ขอลาแล้วแก้วโกสุมในพุ่มสวย
สบันงาด้วยมะลิเศร้าเจ้าโมกใหญ่
มวลไม้หอมปลอบประโลมพรมพงไพร
ลาจากไกล...ไม่ไปลับ...จะกลับมา


โดย: มะยม IP: 117.47.51.113 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:21:24:55 น.  

 
บ้านป่า ขุนเขาลำเนาถิ่น พงไพร

โอ้ บ้านคุณมะยมที่น่าน บรรยากาศขนาดนั้นเลยเหรอ !!


โดย: Plin, :-p วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:21:40:08 น.  

 
หลังบ้านเป็นลำห้วย เวลานอนได้ยินเสียงน้ำไหลรินตลอดคืน เดินข้ามลำห้วยไปอีกฝั่งก็เป็นทุ่งโล่ง ชาวบ้านจะปลูกผักสวนครัวไว้เก็บทำอาหารสดๆ ปลอดสารพิษค่ะ ที่นี่มีผีเสื้อเยอะมาก เด็กๆชอบไปนั่งนิ่งๆให้ผีเสื้อเกาะตามตัว รู้สึกดีมากๆค่ะ คุณ Plin น่าจะลองดูนะคะ

เดินข้ามสวนไปอีกนิดก็เป็นเนินเขา มีต้นไม้ป่าเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่นี่พระจะบวชต้นไม้ค่ะ ต้นไม้ต้นไหนที่ผ่านการบวชแล้ว จะไม่ถูกตัด ซึ่งการบวชต้นไม้ เป็นกุศโลบายที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ ในการอนุรักษ์ต้นไม้

และยังมีการอนุรักษ์สัตว์น้ำ คือการกำหนดให้ลำน้ำบริเวณรอบวัดเป็นเขตอภัยทาน จะมาจับปลาหรือสัตว์น้ำแถวนี้ไม่ได้ ถ้านอกเขตนี้ก็สามารถจับได้ค่ะ สงสัยปลาถึงฆาตแล้วมั๊ง จึงออกนอกบริเวณนี้

มะยมมองว่าที่นี่ ยังคงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยไว้มาก โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยต่างๆ เช่น ไทลื้อ ไทยอง ไทเขิน หรือไทขมุ เวลาอยู่บ้านมะยมต้องนุ่งผ้าถุงเลยค่ะ แต่มะยมชอบนุ่งผ้าถุงอยู่แล้วหละ

ตอนเล็กๆมะยมนอนกับยาย ตื่นเช้ามาเห็นยายแต่งตัวที่แตกต่างจากชาวบ้าน คือ ใช้ผ้าสีขาวโพกหัวยาวมากๆ โพกแบบหมุนรอบๆพอเสร็จแล้ว จะดูงามมาก....

เสียดายที่จากบ้านไปเรียนที่อื่นตั้งแต่เด็ก เลยไม่ได้เก็บรายละเอียดเกี่ยวกับยายเลย ยังคิดอยู่ว่าถ้ามีโอกาสจะไปแถวๆเชียงตุงหรือแถบลุ่มน้ำเขินหรือน้ำขึน เพื่อหาบรรพบุรุษของยายให้ได้ ทีแรกมะยมคิดว่ายายน่าจะมาจากสิบสองปันนา

มะยมมีโอกาสไปสิบสองปันนามาแล้ว เมื่อเรียนจบใหม่ๆ ปรากฎว่าไม่น่าจะใช่บรรพบุรุษของยาย เพราะที่นี่เป็นไทลื้อ สำเนียงพูดและการแต่งกายก็แตกต่าง แม่บอกว่าน่าจะเป็นแถวเชียงตุงมากกว่า ความเป็นไปได้น่าจะอยู่แถวลุ่มน้ำเขินหรือน้ำขึน และมะยมก็สันนิษฐานต่อว่าน่าจะเป็นแหล่งที่เจริญ เนื่องจากที่นี่มีการทำเครื่องโลหะ ก็เครื่องเขินไงคะ

คุยเรื่องส่วนตัวซะยาว ขออภัยคุณ Plin ด้วยนะคะ


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:9:15:55 น.  

 
รู้สึกว่าประเพณี การบวชป่า นี่ จะพบได้ทั่วไปในวัฒนธรรมล้านนาเลยนะครับ

เคยทำงานในเชียงใหม่สามปี ย้ายไปเรื่อย ๆ อยู่แถมเชิงเขาทั้งนั้น ส่วนน่านนี่ ยังไม่เคยไปเลย


โดย: Plin, :-p วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:14:35:06 น.  

 
ถ้าไม่ตั้งใจไปน่าน ก็จะไม่ถึงน่านค่ะ เพราะไม่ใช่ทางผ่าน

แต่พอไปแล้ว มักจะหาเวลาไปอีกเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องการพักผ่อนกับธรรมชาติจริงๆ

บรรยากาศของน่านแต่เดิมจะคล้ายๆกับหลวงพระบาง ทั้งผู้คน ภาษาพูดและวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เสียดายว่าตอนนี้สิ่งที่เราเรียกว่า "ความเจริญ" ได้เริ่มเข้าไปถึง สาวๆเริ่มทิ้งผ้าถุงมาใส่กางเกง สวมใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่นหนาตาขึ้น

เห็นมีองค์กรต่างๆ พยายามที่จะอนุรักษ์ความเป็นเมืองน่านไว้ ไม่ทราบว่าจะต้านกระแสได้นานแค่ไหนหรอกค่ะ



โดย: มะยม IP: 222.123.165.77 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:21:32:41 น.  

 
พูดถึงเรื่องความเจริญ กับ อนุรักษ์ แล้ว นึกไปถึงเรื่องนีึงที่เคยคิดไว้สมัยก่อนตอนที่ยังทำงานที่เชียงใหม่

คือ เจอชาวเขาเยอะมาก โดยเฉพาะเผ่า ปกาเกอะญอ

ที่นี้ พวกชาวเขากลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคริสต์ เพราะมีมิชชันนารี เข้าไปพัฒนานานมาแล้ว แล้วบางคนสามารถเข้าเรียนในระบบได้จนจบปริญญา

มีคนนึงจบปริญญาเอกด้วยซ้ำ !!!

ทีนี้ พอพวกเค้ามีการศึกษายิ่งสูงขึ้น เค้าก็ไม่ได้แต่งชุดประจำเผ่าเค้าอีก ที่จริงบางคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็เริ่มแต่งยีนส์ หรือ ดัดแปลงเสื่อผ้าประจำเผ่าเหมือนกัน

ไม่ได้ถามว่าเค้าคิดยังไง เช่น คือ ถ้าคนที่อยู่บนเขา เขาอยากจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่คนเมืองใส่กัน เราจะมองในแง่ "สิทธิมนุษยชน" หรือมองว่า เค้าควรจะอนุรักษ์

แล้วเราจะมองด้วยสายตาแบบไหน

คือ ถ้าเค้าเองอยากอนุรักษ์ อันนั้นจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าหน่วยงานต่าง ๆ อยากอนุรักษ์ แบบนั้นจะเป็นปัญหาหรือไม่ เช่น แต่งตัวชุดชาวเขา ห้อยมีด สะพายธนู ต่อนะ อยู่บนเขาต่อนะ

อืม จะว่าไป มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปสั่งไปขอแบบนั้น แสดงว่า หน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ภายนอก ไม่น่าจะมีสิทธิ์ไปยุ่งกับชีวิตของคนในชุมชนนั้นนะ


โดย: Plin, :-p ไม่ได้ login IP: 202.28.62.245 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:20:27:53 น.  

 
เมื่อเล่าเรื่องไทเขินแล้ว มะยมก็อยากจะเล่าเรื่องไทลัวะบ้าง ชาวลัวะ มีประเพณีบอกรักที่สวยงามและโรแมนติกมาก

มะยมขออนุญาตน้าเทพ(พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ)และน้าหงา (สุรชัย จันทิมาธร) นำข้อเขียนเกี่ยวกับเรื่อง “นกเขาไฟ” ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับชาวลัวะมาเผยแพร่นะคะ

เพราะในช่วง “เข้าป่า” น้าทั้งสองได้ไปใช้ชีวิตที่น่านและก็ยังกลับไปเยี่ยมเยียนอยู่เสมอมา

น้าเทพเล่าถึง...ประเพณีอันหนึ่งที่น่ารักคือ ผู้หญิงบอกรักผู้ชาย ...ช่างสวยงามจริงๆ


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:11:17:57 น.  

 
น้าเทพได้แต่งเพลง "นกเขาไฟ" ไว้ด้วย และได้เล่าเรื่องผู้หญิงลัวะมีประเพณีบอกรักผู้ชายไว้ว่า.....

“...ผมเคยเล่าเรื่องนี้ เมื่อสักปี 25-26 ..... คือ คนลัวะจะบอกรักกัน ผู้หญิงบอกรักผู้ชาย คือการมวนบุหรี่ให้ บุหรี่ของเธอนี่จะต้องปลูกยาสูบเอง ในไร่ที่เธอฟัดเอง แล้วเก็บยาสูบที่แก่แล้วเนี๊ยะ มาห่อใบตองตึงไว้ หมักด้วยน้ำผึ้ง ในมุมหนึ่งในห้องนอนของเธอ พอหมักน้ำผึ้งได้ที่ ก็ต้องเอามาตากน้ำค้างอีก เมื่อตากน้ำค้างเสร็จก็จะสอย สอยยาเอง สอยสวยๆสอยงามๆ พอสอยเสร็จ ยามวนจะต้องห่อด้วยใบสลอเปรา

สลอเปรานี่เป็นต้นไม้ยืนต้นที่อยู่บนภูเขา ที่แข็งแแรง แล้วใบสลอเปราจะร่วงในขณะที่ยังเหลืองอยู่ ยังไม่แก่ ไม่แห้งร่วง พอเหลืองๆ ร่วงลงมาสักขณะหนึ่ง สองสามวันก็จะนุ่ม มวนบุหรี่ได้พอดี แล้วมันจะมีความหอมของไม้ตัวนี้

แล้วเธอก็รู้อีกว่า เมื่อมวนใบสลอเปราแล้ว บุหรี่ถ้าถือไว้มันก็จะคลี่ตัวออก ต้องเอาด้ายแดงมามัด คือ สีแดง เป็นสีที่สุดยอดที่สุดของคนภูเขา แล้วด้ายสีแดงเนี๊ยะ ต้องทำมาจากต้นกัญชา ซึ่งคนบนเขาเรียกว่า กัญชง คือเขาจะปลูกต้นกัญชา หรือกัญชงไว้เยอะๆ เพื่อทำเสื้อผ้า เพื่อถักทอเป็นธรรมชาติ

แล้วก็เอาไอ้...เปลือกของต้นกัญชง หรือกัญชาน้อยนี่ ลอกจากต้นที่แก่แล้ว มัดเป็นมัด ปล่อยยาวๆ ไปทิ้งไว้ในสายแม่น้ำ ในห้วย เอาหินทับไว้ ให้น้ำในห้วยมันพัด พัดขัดเกลาเส้นใยที่อ่อนแอหลุดไปกับสายน้ำ เหลือเส้นที่แข็งแรงสู้กับแม่น้ำได้ เป็นเส้นที่เหนียวที่สุด นุ่มที่สุด ขึ้นมาแล้วถักเป็นเส้นด้าย ฝั้นเป็นเส้นด้าย แล้วไปเอาเปลือกไม้ฝาดมาทุบๆๆ ย้อมสีให้เป็นสีแดง

....แล้วก็พันบุหรี่ยื่นให้ผู้ชาย..โดยไม่ต้องพูดอะไร....เขาก็รู้ว่า“ฉันรักเธอ”

...นั่นหมายถึงความนุ่มนวล ความลึกซึ้ง...ที่จะทำความรักให้เป็นเรื่องของสังคม เรื่องของครอบครัว ถ้าเธอสามารถอดทนได้ ทำได้ขนาดนี้ ผู้ชายรับรู้ และเข้าใจตรงนี้ได้ ครอบครัวนี้ต้องมีความสุขแน่ๆ เลย

ผมคิดอย่างนะ......เพราะงั้นเขาถึงเปรียบผู้หญิงที่นั่นว่าเป็น "นกเขาไฟ" เป็นนกที่แข็งแรง ปราดเปรียว เข้าใจภูเขา อดทนเมื่อมีความรัก....”

มะยมอดชื่นชมและปลื้มกับหนุ่มของเธอไม่ได้ กับความอดทนและความมานะพยายามของสาวเจ้า....


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:15:06:04 น.  

 
กำลังนึกภาพตามอยู่

ระหว่างที่เธอคนนั้นกำลังมวนบุหรี่อย่างตั้งใจ เธอคงใส่ความรัก ลงไปในนั้นด้วย

มวนไป ก็คิดถึงเค้าคนนั้นไป มวนไปอย่างมีความสุข สนุกกับสิงที่กำลังทำอยู่ แล้วก็อาจจะวาดฝันไว้ต่าง ๆ นานา บางทีก็แอบยิ้มคนเดียว

สมมติว่า ชายคนนั้น เกิดคืนบุหรี่ให้ ไม่ยอมรับไว้

ตอนนั้นเธอจะทำหน้า หรือ รู้สึกยังไงหนอ


โดย: Plin, :-p วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:16:06:22 น.  

 


แหม....คุณPlin เสียอารมณ์หมดเลย
เดี๋ยวก็ไม่เล่าอะไรให้ฟังอีกหรอก


โดย: มะยม IP: 117.47.112.185 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:20:06:58 น.  

 
แหม realistic หน่อยสิ
ความจริงก็โหดร้ายอย่างนี้แหละ


โดย: Plin, :-p ตัวจริง ไม่ได้ login IP: 202.28.62.245 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:20:30:43 น.  

 
...ก็ มันทั้งขำ ทั้งโมโหนี่นา

คิดได้ไงเนี่ย...

คุณ Plin มีความสามารถและทักษะในการเบรคอารมณ์ได้ดีมาก รู้มั๊ย?

น่าภูมิใจจังเนอะ

(เช้านี้ทดลองpost หลังจากที่ช่าง IT.แจ้งว่าแก้ไขปัญหาให้แล้ว ดูว่าจะ work มั๊ย)


โดย: มะยม...<img src=http://www.bloggang.com/emo/emo24.gif> IP: 203.147.36.34 วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:8:19:23 น.  

 


ท่าทางจะไม่สำเร็จนะครับ ผมเพิ่งลบออกไปสองอัน


โดย: Plin, :-p วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:12:55:32 น.  

 
สงสัยมะยมกำลังเยอะมากไปหน่อย
ยกกำลังสามแน่ะ

เกรงใจแต่คนที่ตามลบเท่านั้น


โดย: มะยม IP: 117.47.52.175 วันที่: 22 เมษายน 2551 เวลา:21:36:06 น.  

 
นมัสเต....คุณ Plin

ตื่นขึ้นมาเช้านี้....เดินออกไปหน้าบ้าน เห็นมะลิและโมก แข่งกันออกดอกสะพรั่ง กิ่งใบไหวล้อลมระริกระรื่น เหมือนเด็กๆกระโดดโลดเต้น กลางทุ่งหญ้า

ทั้งๆที่เมื่อคืน ต้นไม้เหล่านี้เพิ่งเผชิญกับพายุแรงมาก กิ่งมะยมหักไป 2 กิ่ง แต่ที่เหลือก็ยังเริงร่า ให้ความเขียวขจีสดชื่นแก่โลกได้

เหมือนกับที่ใครพูดว่า ฟ้าหลังฝน มักสดใสสว่างเสมอ....
โดยเฉพาะหลังพายุ สิ่งที่เหลืออยู่จะประกาศถึงความเข้มแข็ง ยืนยงได้ ต้านลมแรงได้อย่างอาจหาญ

แต่ลองสังเกตดูนะคะ ต้นไม้ที่อ่อนค้อม อ่อนโอน ลู่ลมเมื่อโดนพายุกระหน่ำ กลับยืนหยัดอยู่ได้ ส่วนต้นที่แข็งขืน ต้านลมอย่างท้าทาย กลับหักลงอย่างน่าเสียดาย

มะยมเก็บมะลิใส่ตะกร้าหวายเล็กๆ ถวายพระ ทำให้จิตใจดีขึ้น จนอยากจะแบ่งปันให้คนอื่นๆบ้าง


โดย: มะยม IP: 222.123.163.45 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:6:57:05 น.  

 
มะยมชอบเข้ามาฟังเพลงนี้บ่อยๆค่ะ ฟังไม่เบื่อ....

พอฟังไป....แล้วก็อยากจะเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังด้วย บางทีก็สัพเพเหระน่ะค่ะ

หวังว่าคุณ plin คงไม่ว่าไรนะคะ


โดย: มะยม IP: 117.47.53.180 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:19:36:45 น.  

 
ก็เล่ามาอีกสิ จะพยายามไม่เบรคอารมณ์อีก (ฮา)


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:19:39:58 น.  

 
วันนี้ ไม่รู้มีอะไรคอยกวนอารมณ์ให้ขุ่นตั้งแต่เช้า รู้ตัวว่าอาจจะหลุดได้ทุกเมื่อ จึงขึ้นมาหลบอยู่ห้องสมุด เปิดเพลงฟัง....

เมื่อเช้า ก่อนออกมาทำงานก็แวะที่วัด นั่งในรถดูพระ เณรและเด็กวัดกวาดใบไม้ลานวัด ทำให้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง...

ย้อนนึกถึงตอนเด็กๆ เวลาโกรธหรือโมโหใคร จะแอบไปร้องไห้ที่วัด เวลาหลวงตาเห็นท่านก็จะชวนเรากวาดใบไม้ที่ลานวัด ท่านสอนให้กวาดช้าๆ ถ้ากวาดโดยไม่ให้ฝุ่นฟุ้ง....ท่านก็จะให้รางวัล....ที่จริงเป็นการสอนให้เราใจเรามุ่งที่การกวาด จะได้ลืมความโกรธลง....

จนเมื่อโตขึ้น....มะยมมีโอกาสได้ไปเป็นเด็กวัดที่วัดพุทธประทีป ลอนดอน อยู่ช่วงนึง...ประทับใจมาก เพราะมะยมได้กวาดลานวัดทุกเช้า ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ วัดนี้กว้างมาก เดิมเป็นบ้านพักของขุนนางอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองวิมเบิลดัน ต้นไม้ใหญ่แบบในป่า

ฉะนั้นไม่ต้องนึกเลยว่าใบไม้จะเยอะมากแค่ไหน แต่มะยมก็กวาดทุกวันอย่างมีความสุข หลวงตาท่านชอบใจมาก.....ชวนให้ไปเยี่ยมบ่อยๆ

มะยมเคยเข้าไปอธิษฐานขอพรกับหลวงพ่อดำ ที่อยู่ในโบสถ์ (เป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่ง) เพราะพี่ๆที่เป็นนักเรียนที่นี่ เค้าบอกว่าท่านขลังมาก เวลาจะลุ้นให้เรียนจบก็มักจะมา"บน" กับท่านเสมอ ซึ่งมักจะสำเร็จ และก็ต้องมาแก้บนด้วยไข่ต้ม ซึ่งพี่ๆกระซิบว่าท่านโปรดไข่ต้มมาก ! (รู้ได้ไงน้อ)

แต่มะยมนึกไม่ออกจริงๆว่า ตอนนั้นอธิษฐานอะไรกับท่านไว้....

พอดีช่วงนั้นหลวงตาท่านมีโครงการกับคนไทยที่นั่นในการสร้างวัดธรรมประทีปที่ Scotland มะยมได้ติดตามไปดูสถานที่สร้างวัดด้วย และได้ช่วยทำบุญเพื่อซื้อที่ดิน...

ถ้าจำไม่ผิด ช่วงนั้นค่าเงินบาท 65-70 บาทต่อปอนด์ ก็ช่วยได้นิดหน่อย ไม่รู้ว่าป่านนี้สร้างวัดได้ถึงไหนแล้ว.....

ก็คุยเรื่อยเปื่อยค่ะ รู้สึกดีขึ้นแล้ว...และขอโทษถ้าต้องตามลบส่วนเกิน(อีกแล้ว)


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:16:42:02 น.  

 
รู้สึกดีขึ้นก็ดีแล้ว กลัวแต่ อ่าน mail แล้วจะกลับมาโมโหใหม่น่ะสิ ว่าแต่พระพุทธรูปเชียงแสนองค์สีดำที่ว่านี่ ผมไม่แน่ใจว่ามีการสร้างไว้ที่ต่างประเทศหลายองค์ไหม

เคยอ่านข่าวนึง อันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือ ไม่รู้ว่าใครจัดฉาก

คือ เค้าถ่ายภาพพระพุทธรูปองค์ดำแบบเชียงแสนจากที่นึงในต่างประเทศ แล้วมีการถวายกล้วยหอม พร้อมกับไข่ต้มสองฟอง

โดยจัดวางไว้ที่หน้าตัก


โดย: Plin, :-p วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:21:44:05 น.  

 
พระเชียงแสนฯองค์นี้ ไม่ใช่องค์พระประธานค่ะ องค์ไม่ใหญ่นัก น่าจะไม่สามารถจัดฉากอะไรอย่างนั้นได้

มะยมชอบพระพุทธรูปเชียงแสนมาก โดยเฉพาะสิงห์หนึ่ง ศิลปะงดงามมากนะคะ บังเอิญที่ทำงานแห่งแรกในชีวิต ก็เป็นเชียงแสนอีกแน่ะ...ทำงานที่นี่สามปีก็ย้าย...

พอดี วันนี้ได้รับForward mail เรื่อง Soul mate ก็เลยอยากจะให้ดูด้วย

"...คุณเชื่อไหม...เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน

เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า....
'soul mate' จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติคือ
1. ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน
2. ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆ
มีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที
3. เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย

'soul mate' มิใช่ 'เนื้อคู่' เพียงอย่างเดียว... แต่มีถึง 3 แบบด้วยกัน

แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates
คือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคน เป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้ ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว

แต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด …แรงบันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ อย่างงี้หละ!

แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates
คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว
พอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก
คล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่า .......แบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลก ก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด

คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกข์ใจ

....เพื่อนตายก็ว่าได้เลย

แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates
แบบนี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม

ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียว เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน
พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์ จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเรา

ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้า แล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลก

คุณจะรู้สึกได้ (สำหรับคนที่เจอแล้วนะ) ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ..."

อืม...เจอยังน้อ.....


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:16:47:13 น.  

 
พระเชียงแสนฯองค์นี้ ไม่ใช่องค์พระประธานค่ะ องค์ไม่ใหญ่นัก น่าจะไม่สามารถจัดฉากอะไรอย่างนั้นได้

มะยมชอบพระพุทธรูปเชียงแสนมาก โดยเฉพาะสิงห์หนึ่ง ศิลปะงดงามมากนะคะ บังเอิญที่ทำงานแห่งแรกในชีวิต ก็เป็นเชียงแสนอีกแน่ะ...ทำงานที่นี่สามปีก็ย้าย...

พอดี วันนี้ได้รับForward mail เรื่อง Soul mate ก็เลยอยากจะให้ดูด้วย

"...คุณเชื่อไหม...เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน

เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า....
'soul mate' จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติคือ
1. ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน
2. ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆ
มีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที
3. เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย

'soul mate' มิใช่ 'เนื้อคู่' เพียงอย่างเดียว... แต่มีถึง 3 แบบด้วยกัน

แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates
คือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคน เป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้ ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว

แต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด …แรงบันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ อย่างงี้หละ!

แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates
คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว
พอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก
คล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่า .......แบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลก ก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด

คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกข์ใจ

....เพื่อนตายก็ว่าได้เลย

แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates
แบบนี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม

ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียว เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน
พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์ จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเรา

ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้า แล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลก

คุณจะรู้สึกได้ (สำหรับคนที่เจอแล้วนะ) ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ..."

อืม...เจอยังน้อ.....


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:16:47:13 น.  

 
พระเชียงแสนฯองค์นี้ ไม่ใช่องค์พระประธานค่ะ องค์ไม่ใหญ่นัก น่าจะไม่สามารถจัดฉากอะไรอย่างนั้นได้

มะยมชอบพระพุทธรูปเชียงแสนมาก โดยเฉพาะสิงห์หนึ่ง ศิลปะงดงามมากนะคะ บังเอิญที่ทำงานแห่งแรกในชีวิต ก็เป็นเชียงแสนอีกแน่ะ...ทำงานที่นี่สามปีก็ย้าย...

พอดี วันนี้ได้รับForward mail เรื่อง Soul mate ก็เลยอยากจะให้ดูด้วย

"...คุณเชื่อไหม...เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน

เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า....
'soul mate' จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติคือ
1. ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน
2. ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆ
มีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที
3. เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย

'soul mate' มิใช่ 'เนื้อคู่' เพียงอย่างเดียว... แต่มีถึง 3 แบบด้วยกัน

แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates
คือคนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคน เป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ได้ ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว

แต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด …แรงบันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ อย่างงี้หละ!

แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates
คือคนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้ว
พอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีก
คล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่า .......แบบว่าสื่อถึงกันได้ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอดชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลก ก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด

คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกข์ใจ

....เพื่อนตายก็ว่าได้เลย

แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates
แบบนี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ ส่วนมากจะเป็นเพศตรงข้าม

ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียว เป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน
พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์ จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ
จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเรา

ต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้า แล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลก

คุณจะรู้สึกได้ (สำหรับคนที่เจอแล้วนะ) ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ..."

อืม...เจอยังน้อ.....


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:16:47:13 น.  

 
ที่จริง สงสัยเรื่อง soul mate เหมือนกันว่า คนที่คิดเค้านับถือศาสนาอะไร เพราะแนวคิดเชื่อเรื่องชาติภพ ในขณะที่คริสตศาสนาไม่ได้เชื่อเรื่องนี้

แต่คำนี้เป็นภาษาอังกฤษ


โดย: Plin, :-p วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:18:45:25 น.  

 
สวัสดค่ะ คุณนุช มีคุณป้าเป็นรุ่นน้องและเคยร่วมงานกับคุณนุช อยากจะติดต่อกับคุณนุช ถ้าคุณนุชได้อ่านแล้วช่วยติดต่อกับที่ 083-7715099 ขอบคุณค่ะ


โดย: หลานเอ ป้าแดง IP: 124.120.45.173 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:20:14:06 น.  

 
คุณ Plin เคยอ่านเรื่อง "Only love is real" มั๊ยคะ เข้าใจว่าตีพิมพ์ช่วงประมาณปี 95 หรือ 96 ที่ลอนดอน

เป็นหนังสือที่ Dr. Brian L. weiss ซึ่งเป็นจิตแพทย์เขียน มะยมเคยอ่านฉบับที่ยังไม่แปลมาก่อน แต่หาไม่เจอว่าอยู่บ้านไหน

เมื่อกี้ค้นเจอที่คุณมณฑานีแปล ชื่อเรื่องว่า "เราจะข้ามเวลามาพบกัน" เป็นเรื่องจริงที่คุณหมอบันทึกไว้จากการบำบัดทางจิตเวช ซึ่งเป็นการบอกถึงการระลึกชาติ โดยผ่านการสะกดจิตของจิตแพทย์ จนทำให้หนุ่มสาวสองคนมาพบกันจริงๆ

......The story of soulmate reunited...อะไรประมาณนั้นแหละค่ะ


โดย: มะยม IP: 117.47.112.32 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:20:37:19 น.  

 
ไม่เคยอ่านขอรับ อย่างไรก็ตาม คิดว่า concept คงมีมาก่อนปีn95 แล้วล่ะ


โดย: Plin, :-p วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:0:15:39 น.  

 
แน่นอนค่ะ และมีแนวโน้มว่าชาวตะวันตกเริ่มเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมากขึ้น

มีโพล์ที่CNN กับนิตยสารรายงาน เมื่อ ปี 94 ว่าคน USA เริ่มเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด เพิ่มขึ้นจาก 21 % ในปี 90 เป็น 27 % ในปี 94

เท่าที่ทราบคุณหมอคนนี้ มีงานที่เขียนอีก 2 เรื่อง คือ Many Lives,many masters และ Through Time into healingค่ะ

ถ้าได้ไปที่วัดหนองป่าพง หรือวัดป่านานาชาติที่ จ.อุบล(ของหลวงปู่ชา) จะเห็นว่ามีพระต่างชาติมาบวชเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:10:25:00 น.  

 
แล้วมีรายงานไหมว่า คนที่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด เป็นคนกลุ่มไหน นักวิทยาศาสตร์ นักการศาสนา

อืม.. สมมติว่า เราจัดให้การเวียนว่ายตายเกิดเป็นเรื่อง "ลึกลับ" หมายถึง เป็นเรื่องที่พิสูจน์ชัด ๆ ไม่ได้ แต่ประมาณ มันก็น่าจะเป็นไปได้

(ที่ใช้ว่าสมมติเพราะ ถ้าไปคุยกับคนนั่งทางใน เค้าจะด่าเราได้ว่าไม่เชื่อเขา)

เคยอ่านเจอว่า คนอเมริกัน จะมีสัดส่วนคนเชื่อเรื่อง "ลึกลับ" มากขึ้นเรื่อง ๆ ยกตัวอย่างเช่น การเวียนว่ายตายเกิด ยูเอฟโอ conspiracy theory ต่าง ๆ นานา

คือ ประมาณว่า อาจจะไม่ได้เชื่อการเวียนว่ายตายเกิด เพราะเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม หรือ เชื่อเรื่องวิญญาณ แต่ไปเชื่อเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องลึกลับ

งงมะ

ประมาณ 10 ปีก่อน ตอนนั้น ICQ เพิ่งออก version แรก ๆ ตอนนั้นคนเล่นคนไทยไม่ค่อยมี มีแต่ฝรั่ง (ตอนนี้คนไทยก็ไม่ค่อยเล่นอีก) ช่วงนั้นเจอคนอเมริกันที่ชอบเรื่อง UFO มาก พบว่าพวกนี้หลายคน เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิดด้วยสิ

ซึ่งประหลาดดี


โดย: Plin, :-p วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:10:35:34 น.  

 
...เป็นผลสำรวจในกลุ่มประชาชนทั่วไปค่ะ

ในความรู้สึกของมะยมมองว่า ชาวตะวันตก โดยเฉพาะคนอเมริกัน เค้ากำลังค้นหา"ราก"ของตัวเองมากกว่าค่ะ

เพราะคนเหล่านี้มาจากหลากหลายเผ่าพันธ์ที่ไปรวมกันอยู่ ภายใต้ความเชื่อเรื่องอิสระเสรี....

พอได้ความอิสระแล้วตามที่ต้องการแล้ว....(อันนี้มะยมเดาเองนะคะ) พวกเค้าก็ยังรู้สึกถึง "ความพร่อง ความว้าเหว่" ต้องการอะไรเข้ามาเติมเต็มชีวิต ซึ่งเดิมพวกเค้าคิดว่าความอิสระและความยิ่งใหญ่เหล่านั้นคือคำตอบของชีวิต.....

ก็เลยต้องเสาะหาเรื่อยๆ...หลายคนก็พบคำตอบเมื่อเข้ามาสัมผัสกับจิตวิญญาณตะวันออก...


โดย: มะยม IP: 203.147.36.34 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:11:19:41 น.  

 
จะบอกว่า มันก็ตลกดี ที่

คนตะวันตก มาศึกษา ตะวันออก แล้วเขียนหนังสือ ถึงความรู้ที่ได้รับ โดยบางครั้งไม่ได้อ้างว่า ได้แนวคิดตะวันออกมา

ส่วนคนตะวันออก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทย) ศึกษาความรู้เหล่านั้น แล้วนึกว่าเป็นความรู้ใหม่ ไม่รู้ว่าเป็นความรู้รากเหง้าของตน ศึกษาแล้ว ก็เอามาข่มพวกเดียวกัน


โดย: Plin, :-p วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:20:33:12 น.  

 

ในหนังสือเล่มนี้ ยังเขียนเรื่องกรรมไว้ด้วยนะคะ บอกว่า..

"...กรรมนั้นมีหลายประเภท หนี้กรรมต้องได้รับการสะสาง ปัจเจกกรรม(Individual Karma) ก็เป็นของบุคคลนั้นว่าเคยกระทำอะไรลงไปบ้าง

กรรมกลุ่มหรือกรรมหมู่คณะ(Group karma) หนี้กรรมสะสมที่เกิดกับกลุ่มบุคคล เช่นนิกาย ศาสนา เผ่าพันธ์ ประเทศชาติ

กรรมของภพ(Planetary karma) ซึ่งในช่วงเวลาที่กำหนดไว้จะเกิดผลกระทบต่อชะตากรรมและบทสรุปของดาวเคราะห์หรือพิภพนั้นๆ

ที่น่าสนใจคือ กรณีศึกษาเหล่านี้ คุณหมอเค้าใช้บำบัดคนไข้ ที่มีอาการต่อต้านการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์แบบเดิมๆ และต่อต้านการบำบัดทางจิต โดยใช้การย้อนอดีตชาติ(past-life regression therapy)

ไม่ทราบว่า...ในวงการจิตเวชฯของไทยเรา มีการบำบัดแบบนี้หรือเปล่านะ น่าจะลองหาข้อมูลดู...



โดย: มะยม IP: 117.47.53.16 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:21:15 น.  

 
เอ.. รู้สึกจะ ออกมานอกเรื่อง รักยุค hi-tech แล้วนะเนี่ย

มาถึงขนาดนี้ได้ไง ??


โดย: Plin, :-p (เจ้าของ blog) IP: 202.28.62.245 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:25:48 น.  

 
ไม่เห็นออกนอกเรื่องตรงไหนเลยค่ะ

ก็รักยุค hi-tech ที่คนทำแต่งาน...งาน..และงาน
ยุ่งจนไม่มีเวลาสังเกตว่าเจอเนื้อคู่ของตัวเองหรือยัง...

เกิดความเครียดจนต้องศึกษาเรื่องบำบัดไงคะ

...ไปจนได้นะ


โดย: มะยม IP: 117.47.53.16 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:43:19 น.  

 
ก็ตรวจดวงชะตาดูสิครับ ว่าจะเจอเมื่อไหร่


โดย: Plin, :-p วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:06:21 น.  

 


ดวงชะตาบอกว่า เขายังหลงทางอยู่ไหนก็ไม่รู้
สงสัยเป็นอัลไซเมอร์แน่เลย...


โดย: มะยม IP: 222.123.166.198 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:59:21 น.  

 
ขอบคุณ Blog ของคุณPlin ที่ทำให้หายเครียดค่ะ

Goodnight....


โดย: มะยม IP: 222.123.166.198 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:02:29 น.  

 
ดูหน้าสมัยใหม่ออกค่ะผู้หญิงคนนี้ น่ารักดี

เพลงเพราะมากค่ะ ชอบๆ


โดย: thejkpb วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:40:53 น.  

 
ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ผักหวาน IP: 61.19.237.50 วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:17:17 น.  

 
ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่า โลกนี้สวยขึ้น


โดย: enjoy IP: 203.146.11.2 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:12:14:45 น.  

 
เห็นด้วยกะคุณ enjoy ค่ะ

ทำให้กลับเข้ามาฟังบ่อยๆ

ฟังแล้วโลกสวยขึ้นจริงๆค่ะ


โดย: มะยม IP: 117.47.119.6 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:21:30:31 น.  

 
ช่วยๆกันซื้อเถอะค่ะ


โดย: แตงโม IP: 125.27.1.247 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:35:55 น.  

 
เพระ จัง อิอิ สุดยอด


โดย: นัด จัง IP: 202.143.160.162 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:34:51 น.  

 
ดีครับ


โดย: เอก IP: 192.168.1.102, 203.144.144.164 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:04:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed



Twitter Updates

    follow me on Twitter


    -{ เ รื่ อ ง เ ล่ า ล่ า สุ ด }-



    เ พ ล ง
    (Update ล่าสุด 30 มิถุนายน 2551)


    Plin, :-p Pictures VDO
    @ The Plin, :-p Theater

    (Update ล่าสุด 22 กุมภาพันธ์ 2550)




    e-mail : rethinker@hotmail.com





    (พื้นที่โฆษณา)





    (พื้นที่โฆษณา)
    Friends' blogs
    [Add Plin, :-p's blog to your web]
    Links
     

     Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.