นิยายที่กำลังอัพเดท>ดาราจักรรักลำนำใจ----------------------------------------------------------------------โลกส่วนตัวของคนช่างฝัน

Group Blog
 
 
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
หวานใจเจ้านายที่รัก : ชายหนุ่มผู้มาเยือนบ้าน




บทที่ 5 ชายหนุ่มผู้มาเยือนบ้าน

“ช้าง! เย็นนี้อาคงไปตามนัดไม่ได้แล้ว”

เสียงจากปลายสายทำให้กรินทร์นิ่วหน้า เขากำลังจะออกจากบ้านหลังใหญ่ในกรุงเทพเพื่อไปกินข้าวเย็นกับอัครเดชผู้เป็นอา เพื่อจะคุยเรื่องงานในบริษัทอสังหาริมทรัพท์ซึ่งอัครเดชมีหุ้นส่วนอยู่ แต่อยู่ๆ ฝ่ายนั้นก็โทรมาเสียก่อน ทว่าน้ำเสียงไม่ปกติทำให้ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“รถอาถูกตัดสายเบรก!”

กรินทร์กำโทรศัพท์มือถือแน่นเข้า นัยน์ตาเป็นประกายวาบ “แล้วอาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“รถตกถนนและเฉี่ยวต้นไม้ แต่อาไม่เป็นอะไร โชคดีที่ขับช้า”

“ตอนนี้อาอยู่ไหนครับ”

“อาทำแผลอยู่ที่โรงพยาบาล ช้างไม่ต้องมาหาหรอก อาปลอดภัยดี เพียงแต่สงสัยก็เท่านั้นเองว่าเป็นฝีมือใคร”

กรินทร์หรี่ตาอย่างสงสัย “อามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่าครับ”

“อาแน่ใจว่าไม่มี แต่เมื่อวันก่อนอาทะเลาะกับพี่ภูมิเรื่องเงิน” อัครเดชหมายถึงภาคภูมิ พี่ชายของเขา และเป็นลุงของกรินทร์ ภาคภูมิเป็นหุ้นส่วนในบริษัทเช่นกัน “พี่ภูมิขอยืมเงินอา แต่อาไม่ให้ เขาโมโหมาก อาก็เลยโวยวายกลับไปว่าถ้าไม่เลิกการพนันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ และอาก็จะไม่ช่วยอีกแล้ว”

“อีกแล้วเหรอครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงระอา ก่อนจะย้อนถามอย่างไม่แน่ใจ “แต่ผมคิดถึงจะโกรธลุงภูมิก็ไม่น่าจะลงมือทำขนาดนี้”

“อย่าลืมนะพี่ภูมิเป็นคนขี้โมโหเจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วก็ยังพาลด้วย”

“แต่ผมว่าถ้ายังไม่มีหลักฐานอย่าเพิ่งสรุปเลยนะครับอา เรื่องมันจะยิ่งไปกันใหญ่ ยังไงผมจะให้คนสืบหาว่าใครเป็นคนทำ”

“ขอบใจมากช้าง อาก็มีแต่ช้างนี่แหละที่คอยดูแลเป็นห่วง ส่วนพี่ภูมิน่ะเหรอ...”

“ถ้าอาไม่เป็นอะไรมาก งั้นก็กลับบ้านพักผ่อนนะครับ” ชายหนุ่มตัดบท “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ผมจะจัดการเอง”

แม้จะเห็นด้วยเกี่ยวกับนิสัยของลุง แต่ใช่ว่าจะเชื่อในการสันนิษฐานของผู้เป็นอา เพราะตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจเขาก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาสนใจเรื่องส่วนตัวของญาติ แม้จะเป็นหุ้นส่วนกันก็ตามที



“อ้าว! ปลัดก้อง นึกว่ารถใคร”

อำไพชะโงกหน้าจากระเบียงบนบ้านทักทายกับปลัดธาราที่งเงยหน้ายิ้มกว้าง ชายหนุ่มยกมือไหว้สตรีสูงวัยกว่า เขายังอยู่ในชุดข้าราชการพลเรือนเต็มยศเพราะเลิกงานก็ตรงมาเลย

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยจ๊ะนั่น” อำไพพูดเมื่อลงจากบันไดและตรงมาหาอีกฝ่ายที่ถือถุงพะรุงพะรัง

“ของเยี่ยมน้าสรรค์ครับ พอดีผมได้ยินลุงแกวภารโรงที่อำเภอเล่าให้ฟังว่าน้าสรรค์ไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ผมเลยตั้งใจจะซื้อของไปเยี่ยม แต่พยาบาลบอกว่าน้าสรรค์ออกมาแล้ว ก็เลยรอมาตอนเย็นเลยทีเดียว”

“อ๋อ...เพิ่งออกมาเมื่อเช้านี้จ้ะ นอนโรงพยาบาลตั้งสองคืนแน่ะ ยัยดาวเฝ้าจนน้ากลัวว่าจะป่วยไปอีกคนแล้ว ขึ้นบ้านก่อนจ้ะปลัด พี่สรรค์ก็อยู่ข้างบนนั่นแหละ” อำไพพูดพลางช่วยรับของจากปลัดหนุ่ม

ปลัดธาราเดินขึ้นบ้านแล้วก็ตรงไปไหว้รังสรรค์ที่ตอนนี้นั่งเอนหลังอยู่ตรงห้องโถง ส่วนอำไพเอาของไปเก็บในห้องครัว ชายหนุ่มถามอาการพลางมองหาดาวลดา เมื่อไม่เห็นจึงถามคนที่เพิ่งฟื้นไข้

“ดาวไปไหนเหรอครับ”

“คงจะเข้าไปที่สวนมั้ง” รังสรรค์ตอบด้วยสีหน้ายิ้มๆ อย่างรู้ทัน

ปลัดธารายิ้มเขินและรออยู่ชั่วขณะก่อนจะพูดออกมาตรงๆ “งั้นผมขออนุญาตไปดูสวนนะครับ”

“อย่าอยู่นานนะจ๊ะปลัด” เสียงอำไพพูดพลางเดินออกมาจากครัว “รีบชวนกันออกมาก่อนฟ้ามืด ยุงมันเยอะมาก อาจะทำกับข้าวรอ เย็นนี้กินข้าวด้วยกันนะ” เอ่ยชวนเพราะเห็นว่าปลัดหนุ่มซื้อของกินมาหลายอย่าง มีทั้งของคาวและของหวาน

“ครับน้าไพ”

ทั้งสองสามีภรรยามองตามปลัดหนุ่มไปด้วยแววตาชื่นชม โดยเฉพาะอำไพที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นข้าราชการตั้งแต่ยังหนุ่ม และมีโอกาสเป็นนายอำเภอได้ในอนาคตข้างหน้า

“นี่ถ้าปลัดก้องชอบยัยดาวจริงจังจนถึงขั้นแต่งงานกัน อีกหน่อยลูกเราก็ต้องได้เป็นคุณนายปลัด ต่อไปก็จะเป็นคุณนายนายอำเภอ”

“ดูพูดเข้า ใครได้ยินเข้าจะหาว่าเราหวังสูงนะ” รังสรรค์พูดเสียงกลั้วหัวเราะ

“แหม...ใครจะไปรู้ล่ะพี่สรรค์ก็ เราก็เห็นๆ อยู่ว่าปลัดก้องชอบลูกสาวเรา ดูตาก็รู้แล้ว พี่สรรค์เป็นผู้ชายด้วยกันเคยเป็นหนุ่มมาก่อนก็น่าจะรู้นี่จ๊ะ”

“ก็รู้ แต่บางทีลูกเราอาจจะไม่ชอบเขา หรือไม่ก็ปลัดอาจจะมีแฟนอยู่ที่ไหนก็ได้ เพราะแกไม่ใช่คนแถวนี้ ของอย่างนี้ต้องดูกันนานๆ”

“ฮื้อ! ถ้ามีแฟนก็คงพามาให้คนอื่นเห็นแล้วล่ะ ยิ่งถ้าแฟนมาทำงานไกลหูไกลตาแบบนี้ ผู้หญิงของเขาก็คงจะหวงกลัวมีคนอื่นจนต้องรีบมาแสดงตัว เอ๊ะ! นั่นเสียงรถใครมาน่ะ”

ตอนท้ายอำไพยืดคอขึ้นเพื่อมองผ่านระเบียงไม้ไปยังด้านล่างที่มีรถคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด ก่อนจะลุกขึ้นเดินมายืนดู แล้วก็ต้องอุทานออกมาอย่างแปลกใจ

“อ้าว! เอ๊ะ! คุณช้าง” อำไพก้าวลงบันไดมาอีกครั้งพร้อมกับนึกในใจว่า วันนี้มีแขกผู้ชายมาที่บ้านพร้อมกันถึงสองคน อะไรบางอย่างบอกว่าเป้าหมายของทั้งสองอยู่ที่คนเดียวกัน...

“คุณน้ารังสรรค์เป็นยังไงบ้างครับ” กรินทร์เอ่ยทักทายสตรีเจ้าของบ้านหลังจากเขายกมือไหว้แล้ว

“ดีขึ้นแล้วล่ะจ้ะ แต่ยังเพลียอยู่ ซื้ออะไรมาอีกเยอะแยะจ๊ะนั่น”

“ผมซื้อของบำรุงสุขภาพมาให้ทุกคนครับ ทั้งของคนป่วย คนเฝ้าไข้ แล้วก็คุณน้าผู้หญิงด้วย” กรินทร์ตอบพลางหยิบถุงกับตะกร้าเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพออกมาจากรถ อำไพรีบเข้าไปช่วยถือเพราะมันเยอะมาก

“แล้วนี่...ดาวอยู่ไหนเหรอครับ”

คำถามตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมทำให้อำไพยิ้มออกมา ผู้ชายสองคนมาเยี่ยมสามีเธอพร้อมกับของเยี่ยมมากมาย และจบด้วยการถามหาลูกสาวเธอเหมือนกันอีก

“อยู่ในสวนจ้ะ”

อำไพเกือบหลุดปากไปว่าดาวลดาอยู่กับปลัดอำเภอ แต่ก็นึกได้ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องบอกแบบนั้น ได้แต่สังเกตเขาด้วยความชื่นชม เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนเนื้อดี ชายเสื้อดึงออกมาปล่อยชายข้างนอก พับแขนเสื้อขึ้นไปตรงข้อศอก ใบหน้าอิดโรยราวกับว่าเพิ่งเดินทางมาจากไหนไกลๆ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าก็ยังหล่อเหลาน่าดู

“เธอมีแขกเหรอครับ”

อำไพสงสัยในคำถามของอีกฝ่าย แต่พอเห็นสายตาเขาอยู่ที่รถกระบะของปลัดก้องตอนที่เอ่ยถามก็เข้าใจ

“อ๋อ...ก็ไม่เชิงเป็นแขกหรอกจ้ะคุณช้าง เป็นปลัดอำเภอน่ะจ้ะ”

ชายหนุ่มย่นคิ้วเข้าหากันเพียงนิดเดียวแล้วคลายออก ถึงอย่างนั้นประโยคคำตอบที่บอกว่า ‘ไม่เชิงเป็นแขก’ ก็ยังติดอยู่ในใจ ไม่เชิงเป็นแขกก็อาจเป็นญาติ หรือถ้าไม่ใช่ญาติก็อาจจะเป็นแฟน ลมหายใจกรินทร์สะดุดเล็กน้อยเมื่อคิดถึงตรงนี้

“ถ้าอย่างงั้นผมขออนุญาตขึ้นไปเยี่ยมน้ารังสรรค์นะครับ”

“เชิญเลยจ้ะ เชิญเลย จะได้ดื่มน้ำดื่มท่าก่อน”

พอขึ้นไปบนบ้านรังสรรค์ที่ก็ขยับตัวพร้อมกับยิ้มให้แขกผู้มาใหม่ ชายหนุ่มยกไหว้เจ้าของบ้านแล้วถามไถ่อาการด้วยความห่วงใย เขาเห็นสีหน้าอีกฝ่ายไม่ค่อยดีนัก ยังดูซีดเซียวและอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ดีขึ้นนะครับ แต่จะให้หายขาดเป็นปกติเหมือนคนอื่นคงไม่หรอก บางทีผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันที่พลอยทำให้ลูกเมียเป็นทุกข์และลำบากไปด้วย โดยเฉพาะยัยดาวไม่ค่อยได้พักผ่อนอย่างเป็นสุขกับเขาเท่าไหร่”

“อย่าคิดอย่างนั้นเลยครับ บางทีลูกสาวของน้าสรรค์เขาอาจมีความสุขที่ได้ดูแลพ่อก็ได้นะครับ” กรินทร์ปลอบใจ

รังสรรค์ส่ายหน้า “เขาก็เคยบอกอย่างนั้น แต่ผมก็อดสงสารแกไม่ได้ ยิ่งเรียนจบแล้วเขาก็คงอยากมีงานทำ แต่ผมเป็นอย่างนี้คงไม่อยากไปหางานที่ไหนไกลๆ”

กรินทร์รับฟังด้วยสีหน้าเห็นใจและครุ่นคิด จังหวะเดียวกับที่อำไพถือแก้วบรรจุน้ำสีเหลืองมีกลิ่นหอมมาให้

“น้ำสับปะรดจ้ะคุณช้าง ยัยดาวเขาทำแช่ตู้เย็นไว้เวลาทำงานจากสวนมาเหนื่อยๆ จะได้ดื่มได้ทันที น้าไม่ได้ใส่น้ำแข็งนะ เพราะเห็นว่ากำลังหวานพอดีแล้ว”

กรินทร์เอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วยกขึ้นจิบ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ และเอ่ยชม

“อร่อยมากครับ”

อำไพยิ้มอย่างพอใจ “งั้นน้าไปทำกับข้าวก่อนนะจ๊ะ อยู่คุยกับพี่สรรค์เขาไปก่อน”

“กลายเป็นผมมารบกวนคนป่วยหรือเปล่าครับ” เอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่หรอกครับคุณช้าง” รังสรรค์พูดขึ้น แล้วหันไปทางอำไพ “ทำกับข้าวเผื่อคุณช้างด้วยสิแม่ เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมพ่อ แถมยังซื้อข้าวของมาเยอะแยะ คุณช้างจะรังเกียจหรือเปล่าครับถ้าผมจะขอเชิญกินข้าวเย็นด้วยกัน” ตอนท้ายหันมาทางชายหนุ่ม

“ผมกำลังคิดเลยว่าถ้าไม่มีใครเชิญ ผมกะจะหน้าด้านขอฝากท้องด้วยอยู่พอดี” พูดแล้วหัวเราะร่วน

อำไพได้ยินก็ยิ่งเสียกว่าเต็มใจ แต่แล้วก็ทำหน้าไม่ค่อยแน่ใจนัก “แต่บ้านเรากินอาหารแบบธรรมดานะจ๊ะ เป็นกับข้าวพื้นๆ ไม่รู้คุณช้างจะกินได้หรือเปล่า ยังไงน้าจะไปตามยัยดาวให้ไปซื้ออาหารสดมาทำกับข้าวเพิ่มดีกว่า”

ชายหนุ่มรีบโบกมือปฏิเสธ “อย่าลำบากเลยครับ ผมกินง่าย อะไรผมก็กินได้”

“ถ้างั้นน้าไปทำกับข้าวก่อน คุณช้างจะกลับไปอาบน้ำที่บ้านในปั๊มก่อนก็ได้นะจ๊ะ แล้วค่อยกลับมา อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”

“ไม่เป็นไรครับ”

พออำไพเข้าครัวแล้วรังสรรค์ก็เริ่มต้นคุยก่อน เขาบอกว่าจำชายหนุ่มไม่ได้เพียงแต่คลับคล้ายคลับคลาเท่านั้น เพราะเมื่อครั้งติดต่อซื้อขายที่ดินเขาติดต่อประสานงานกับอีกคนหนึ่ง กรินทร์เลยบอกว่าช่วงนั้นเขางานยุ่งมากเลยให้คนในบริษัทติดต่อประสานงานแทน รังสรรค์บอกว่าเขาเสียดายที่ดินซึ่งขายไปแต่มันจำเป็น ส่วนที่ดินที่เหลือเขาจะเก็บไว้ให้ดาวลดา ซึ่งรายนั้นก็ค่อนข้างชอบการทำสวนและรักต้นไม้ใบหญ้า เมื่อพูดถึงสวนกรินทร์ก็นึกถึงผลไม้ขึ้นมาได้

“วันก่อนผมกินฝรั่งที่ดาวเอาไปส่งแล้วติดใจความหวานกรอบมากเลยครับ”

รังสรรค์หัวเราะอย่างมีความสุข รู้สึกถูกชะตากับเจ้าของปั๊มน้ำมันอย่างบอกไม่ถูก กรินทร์ไม่ใช่คนชอบอวดรวย ทั้งที่เขารู้ว่าคนที่จะมีธุรกิจปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แบบนี้ต้องไม่ใช่ธรรมดา แต่ละประโยคที่พูดออกมาก็ดูจริงใจไม่เสแสร้ง

“ผมดีใจที่คุณชอบ วันหลังผมจะให้ยัยดาวเก็บไปให้”

เมื่อพูดถึงดาวลดา กรินทร์ก็มองไปทางระเบียงที่มองทะลุเห็นสวนทางหลังบ้าน แต่อาจเป็นเพราะพื้นที่สวนมีขนาดใหญ่พอสมควร และทั้งสองอาจจะเดินอยู่ลึกไปด้านหลังเขาจึงไม่ได้เห็นใครสักคนทั้งยังไม่ได้ยินเสียงพูดคุย

ความจริงเขาก็คิดอยากไปเดินในสวนเหมือนกัน เพราะอยากเห็นว่าดาวลดากับปลัดอำเภอหยอกล้อหรือทำอะไรกันอยู่ แต่พอนึกถึงตรงนี้ก็ตำหนิตัวเองในใจว่ามันเรื่องอะไรที่ต้องทำแบบนั้น ไร้สาระและไม่มีประโยชน์ ประกอบกับการพูดคุยกับรังสรรค์ไม่ได้น่าเบื่อแต่ยังเพลิดเพลิน เขาจึงไม่รู้ว่าดาวลดากับปลัดธาราเดินกลับมาแล้วโดยเดินไปชิดริมรั้วอีกด้าน ก่อนจะวกมาขึ้นบันได จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงดังตามด้วยเสียงหัวเราะขำประสานระหว่างเสียงใสๆ กับเสียงห้าวทุ้ม กรินทร์จึงมองไปยังบันได

ภาพที่เห็นคือดาวลดากำลังจับแขนของชายในชุดข้าราชการที่อยู่ในท่าคุกเข่าตรงบันไดขั้นบนสุด เธอกำลังพยายามกลั้นหัวเราะจนใบหน้าแดงก่ำ ขณะที่ชายอีกคนนิ่วหน้าเหมือนเจ็บปวด แต่แววตายังดูสดใส

“เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะปลัด เจ็บหรือเปล่า” อำไพร้องถามจากตรงครัวพลางยืนมองอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรครับน้าไพ”

“คุณปลัดคงไม่ชินกับบันไดบ้านเราจ้ะแม่” ดาวลดาพูดด้วยอาการขำที่ยังไม่หายไปจากใบหน้า จนคนที่มองจากห้องโถงเผลอมองนิ่ง

“พาปลัดมานั่งก่อนสิลูก ดูอาการหน่อย เผื่อมีตรงไหนบวมจะได้ทายา” รังสรรค์ร้องบอก

นั่นแหละดาวลดาจึงได้หันไปมองทางบิดาและได้เห็นว่าพ่อไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีคนที่อยู่ในความคิดคำนึงของเธอในช่วงสองสามวันนี้นั่งอยู่ด้วย

เขาอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิบนพื้นอย่างง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไร สายตามองมายังเธอกับปลัดธารา ท่าทางเขาสบายๆ แต่แววตาที่มองมาดูมีความหมายแปลกๆ ที่เธอก็ไม่เข้าใจ เขาไม่ได้ยิ้มแต่ไม่ได้บึ้งตึง ไม่ได้เฉยชาแต่ก็เหมือนจะค้นคว้าอยู่ในที

“คุณช้างมาเยี่ยมพ่อแน่ะดาว พ่อเลยชวนเขากินข้าวด้วย”

บทที้เผยคู่แข่งค่ะ คุณปลัดธารา หรือปลัดก้อง แหม...ใส่ชุดข้าราชการเสียดิบดี แต่เดินสะดุดขั้นบันไดบ้านนางเอกจนทำเอานางเอกเราหัวเราะ พระเอกเราเลยจ้องนิ่งเลย คิดอะไรอยู่จ๊ะเสี่ยช้าง




Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 21:03:08 น. 0 comments
Counter : 380 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
รัณณา
Location :
ศรีสะเกษ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




เมื่อสาวป่าไม้เป็นนักเขียน

ชื่อเล่น นาง ค่ะ

รัณณา มาจากคำอ่าน รัน = run หรือ ran แปลว่าวิ่ง นา ก็คือท้องนา ^ ^

รัณณา ก็เลยมีความหมายแบบกวนๆ ว่า วิ่งไปบนท้องนา รัณณา เป็นนามปากกาของนักเขียนที่ทุกอณูของจิตวิญญาณและความรู้สึกมีความเป็น นักอนุรักษ์พงไพร เป็นผู้ที่มุ่งหวังเก็บเกี่ยวความสุขจากความคงอยู่ของธรรมชาติ และหวังการก่อเกิดงานเขียนที่กลั่นกรองจากประสบการณ์และจินตนาการที่ผุดพราวขึ้นทุกย่างก้าวที่เยื้องกราย...


โลกของรัณณา พระเอกหรือนางเอกส่วนใหญ่แล้วเป็นคนหล่อ สวย ดี น่ารัก มีเหตุผล(บ้าง) นั่นเพราะว่าคนเขียนอยากให้โลกนี้มีแต่คนดีๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่เพราะว่าคนเขียนมีความสุขกับความคิดฝันโดยไม่ได้หวังจะทำร้ายใคร เนื่องจากความเป็นจริงที่พบเจอก็เหนื่อยล้ามากพออยู่แล้ว ส่วนตัวร้ายก็สร้างมาเพื่อความบันเทิงหรืออาจให้ข้อคิดเล็กน้อยบ้างตามแต่ช่วงนั้นจะพบเจอกับอะไรที่กระแทกใจ

หวังว่านิยายของรัณณาคงสร้างความสุขให้คนที่คิดเหมือนกันบ้างนะคะ

ติดตามสาวป่าไม้ใจรักเขียนได้ที่เฟสบุ้ค
รัณณา ริมธาร
ยินดีต้อนรับสู่บ้าน รัณณา

ผลงานในรูปแบบ e-book

นิยายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตการทำงานบนดอยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ

แรงบันดาลใจจากการไปเที่ยวบาหลีก่อให้เกิดให้นิยายเรื่อง ณ ดารันหัวใจฉันมีเพียงเธอ

เลือดรักชาติจากคนงานบนดอยคนหนึ่งเป็นที่มาของนิยายใต้แสงเมคา



Code Calendar
จากใจนักเขียน
งานเขียนในเวบนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง เผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นอาจมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

ฟังเพลงเพราะๆ

New Comments
Friends' blogs
[Add รัณณา's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.