ขอบคุณนะคะที่เข้ามา ^^ ติดต่อเจ้าของบล๊อค pink_dandilion@hotmail.com
Group Blog
 
All blogs
 

รีวิวหนังสือ "มะงุมมะงาหรา"



พอดีส่งงานเขียนเข้าร่วม"เพื่อนรักนักรีวิว" ของนายอินทร์เลยเอามาให้อ่านผิดพลาดตรงไหนติชมได้นะคะ

ชื่อหนังสือ :มะงุมมะงาหรา

ผู้เขียน: ป๋อมแป๋ม – นิติชัยชิตาทร

ราคา 250 บาท

“มะงุมมะงาหรา” หมายถึงอาการที่ดั้นด้นไปโดยไม่รู้ทิศทางนี้เป็นคำพูดของพี่ป๋อมแป๋มที่อธิบายความหมายของชื่อหนังสือที่ฟังแปลกหูไปซักหน่อยแต่รู้เลยว่าคนที่จะตั้งชื่อหนังสือด้วยคำแบบนี้ต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่นอน และก็เป็นจริงตามนี้ค่ะ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่พี่ป๋อมแป๋มได้เล่าถึงวีรกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆที่ประสบพบเจอของพี่แป๋มซึ่งหลายเหตุการณ์นั่นก็เกิดขึ้นในการรายการเทยเที่ยวไทยนี่แหละโดยสำนวนที่เขียนจะเหมือนเป็นการเล่าออกจากปากพี่ป๋อมแป๋มเหมือนไม่ได้อ่านหนังสือเล่าเรื่องได้เห็นภาพและมีความสนุก ตลกในทุกเรื่องด้วยบุคลิกของพี่แป๋มที่มีความสนุกสนานและมีสกิลของการเล่าเรื่องที่ดีงามอ่านแล้วเพลินรู้ตัวอีกก็ถึงหน้าสุดท้ายละฮ่าๆ

อย่างตอนที่จี้เลยก็จะเป็นตอนที่พี่แป๋มรับน้องแล้วต้องไปทำกิจกรรมที่สันดอนกลางทะเล(ขอยกเรื่องราวในหนังสือขึ้นมาให้ได้เห็นภาพ)

…เราต้องไปทำกิจกรรมกันที่สันดอนกลางทะเลการเดินไปถึงเราต้องฝ่าแอ่งน้ำซึ่งข้างล่างไม่ใช่ทราย แต่เป็นโคลนเละๆ“โคลนมันดูดน้องลงไปเหรอคะ”

ไม่ใช่...ฟังก่อนระหว่างที่ทำกิจกรรมอยู่นั้น ฝนก็เริ่มตกหนักขึ้น หนักขึ้นจนทำกิจกรรมไม่ได้

“อย่าบอกนะคะว่า กะเทยติดอยู่กลางสันดอนกลางทะเล”

ไม่ใช่...

“อ้าว”

อ่านต่อกะเทยก็ต้องแห่แหนแตร๋นแตร้กันลุยโคลนกลับฝั่งแต่ด้วยความเป็นกะเทยแต่ละนางก็กลัวชายกางเกงจะเลอะโคลนกันก็เดินถกขากางเกงกันเป็นทิวแถวดูขบขันระหว่างที่เดินมาก็มีโทรศัพท์เข้าเครื่องรุ่นน้องชื่อ อีเต้ เพื่อถามทางมารีสอร์ทอีเต้ก็ต้องรับโทรศัพท์กลางสายฝน

“ว้ายยย” รับโทรศัพท์กลางสายฝนโดนฟ้าผ่าแน่เลย

เปล่า...

“อ้าว”

อ่านต่ออีเต้พยายามอธิบายทางเท่าไหร่ปลายสายก็ไม่มีทีท่าจะเข้าใจ อีเต้ก็ต้องเพียรพยายามทั้งที่มือหนึ่งก็ถือร่มไหล่ก็ต้องหนีบโทรศัพท์ อีกมือก็ถกขากางเกง ตัวก็ลุยน้ำซึ่งลึกลงเรื่อยๆ

“โถ อีเต้จมน้ำแหง”

ไม่ใช่อ่านต่อ

อีเต้ก็สาละวนกับการคุยโทรศัพท์ไปพร้อมกับการถกขากางเกงหนำซ้ำไม่ถกเปล่าถกเอากางเกงบ๊อกเซอร์ติดขึ้นมาด้วยนางถกเพลินจนลืมไปว่าความยาวของกางเกงนั้นอยู่ระดับพ้นน้ำแล้วแถมขากางเกงนั้นยกสูงไปถึงเอวทำให้มีวัตถุประหลาดจากนอกโลกโผล่มา

รุ่นน้องอีกคนชื่อฟาโรสเป็นคนที่สังเกตวัตถุประหลาดนี้ได้และร้องออกมาอย่างโหยหวน

“พี่เต้ไข้ออก!!”

ด้วยปฏิกิริยาแรงกล จลน์ศักย์หรืออะไรไม่ทราบทำให้ฉันซึ่งเดินอยู่ข้างๆอีเต้ก้มไปมองและเห็นเป็นจริงตามที่ฟาโรสบอกสิ่งที่ปรากฏต่อตาคือเงาะโรงเรียนเก่าแบบแห้งคาต้นโผล่ออกมาทักทายชาวโลก....

หนังสือเรื่องนี้ทำให้เรารู้จักตัวตนของพี่แป๋มมากขึ้นได้รู้เรื่องราวของเทยคนนี้ในวัย34รู้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของพี่เขาไหวพริบที่พี่เขามีและความตลกของพี่เขาที่มีในทุกเรื่อง เกิดขึ้นได้รอบๆตัวเลยชีวิตในทุกๆวันบางทีเจอเรื่องเครียดมาเจอคนแบบนี้เจอหนังสือแบบนี้บางทีก็ตอบโจทย์ชีวิตในการบาล๊านซ์ชีวิตให้ไม่เครียดจนเกินไป


ผู้รีวิว: รัญชิดา วุฒิจันทร์ (มิว)

อายุ: 24 ปี

แนวหนังสือที่ชอบอ่าน: การพัฒนาตัวเอง ประวัติของคนดัง แนวคิดและวิธีการคิดต่างๆ

อ่านงานเขียนเพิ่มเติม: http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pinkdandilion




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2559    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2559 21:52:58 น.
Counter : 787 Pageviews.  

คิดถึงภาพยนตร์เก่าๆ กระแสเก่าๆ (พอลล่า เทเลอร์)

#อันนี้สนองneedตัวเอง #เวลาคิดถึงหนังที่พอลล่าเล่นจะกลับมาอ่าน



คิดถึงเรื่องนี้จัง ตอนนั้นจำได้เลยว่าตัวเองขี้เหร่มากกกก เป็นเด็กม.ต้น หัวโปก แล้วพี่พอลล่าก็เป็นไอดอล ที่เราชอบมากๆ น่าร๊ากก ตรงสเป๊คทุกอย่าง อยากเป็นพอลล่า อยากพูดไม่ชัด 555 เรื่องนี้ก็คู่กับฟิล์มซึ่งตอนนั้นฟิล์มดังมากกกกก (#เราก็ติ่งฟิล์มสุดๆ)

วันนี้เห็น channel ใน youtube ของ RS อัพผลงานของพี่ฟิล์มมาด้วย รู้สึกคิดถึงโมเม้นนั้น กี่ปีมาแล้วน้าา.... เกือบสิบปีแล้วมั้ง โห อย่างเร็วอ่ะ >< ตอนนั้นกะโหลกกะลา มาก (แล้วตอนนี้ละ ? ก็กะโหลกกะลาเหมือนเดิม 55+) 

#คนอ่านอาจงงอีนี่เพ้ออะไร #ก็คนมันนึกถึงอดีต #อยากอ่านบล๊อคนี้และอินไปด้วยก็คลิกฟังเพลงงในMVซิ #อิอิ

ย้อนกลับไปอีกนิดดีกว่า มีหนังอีกเรื่องนึง ที่พอลล่าแสดงกับบอยแบนด์ชื่อดั่งของเมืองไทย ทาด้าาาาา~



#ช่วงกำลังเขียนบล๊อคอันนี้ก็ฟังเพลงนี้ไปด้วย 5555 เรื่องนี้ดังมากกก พี่บีมมมมมม!!! >< (ตอนนั้นเมนพี่แดนแต่ก็กรี๊ดพี่บีม ตี๋ๆน่าร๊ากอ๊าาา ><)

พี่พอลล่าเขาก็เหมาะกับหนัง feel good แบบนี้จริงๆ ดูแล้วชวนฟัน มีแรงในการดำเนินชีวิต ชอบรอยยิ้มของพี่เขา


ฉากนี้ชวนฝัน อร๊ายย >< ...~

มีใครมีเรื่องไหนที่ชอบที่พี่พอลล่าแสดงมั้ยค่ะ (หรือจะเป็นพี่บีม พี่ฟิล์ม :) )
#มีความสุขมากเลยนึกถึงอดีต... #คุคุ




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2558 0:05:45 น.
Counter : 534 Pageviews.  

9 เรื่องจริงที่ค้นพบในรายการสัมภาษณ์ดารา (เจอบ่อยๆแล้วมันจึ๊ก)

ช่วงนี้ดูการสัมภาษณ์ดาราเยอะมากกกกกกกกก หลายประเภท หลายช่อง หลายแบบ จับได้หลายอย่างเลย บางทีดาราคนเดียวกันสัมภาษณ์หลายรายการเล่าเรื่องๆ เดียวกันซ้ำๆ

1. เวลาดาราพูด "อะไรนะ" จริงๆ ได้ยิน แต่เหมือนยื้อเวลาไว้คิดคำตอบอีกนิด
2. คำตอบที่ขึ้นเสียงสูงอย่าไปไว้ใจมาก
3. ดาราที่เป็นกะเทยสวย จะพูดความจริงไม่ร้อยเปอร์เซนต์ค่ะ จะต้องมีโกหกหมกเม็ดบ้าง
4. การแต่งหน้าที่ประชันกันเยอะๆ จะแพ้เมื่อมีคนหน้าเบามาเป็นแขกรับเชิญ นางจะเด่นขึ้นมาทันทีเพราะนางเบา คนสวยแค่ไหนต้องแพ้ แต่คนหน้าเบาก็จะโดนฆ่าด้วยคนโครงหน้าคมๆ เหมือนวงจร 555
5. เน็ตไอดอล คนสวยในอินสตราแกรม จะมาตายเมื่อได้มาออกรายการทีวี ความโป๊ะบรรลัยตั้งแต่สันจมูก กราม ผม บางคนยันเท้า
6. บางรายการจัดพิธีกรเยอะๆ ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย แต่ถ้าพิธีกรขาดที่เหลือต้องเล่นใหญ่ให้เยอะเท่ากับตอนที่มีพิธีกรเยอะๆ ถึงจะเอาอยู่
7. กาละแมคือผู้หญิงที่มีสปิริตความเป็นพิธีกรมาก นางจะมีลูกแกล้งโง่ ไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งๆ ที่ฉันเคยดูรายการนางได้รับสารข้อมูลนี้แล้ว!!! 555 #หลายครั้งมาก





8. ถ้ามีคนเล่นมุก พิธีกรที่เหลือจะต้องช่วยกันเช่นพูดว่า "อะไรคะ" แล้วต่อด้วยว่า "ยังไงคะ" เป็นสเต็บ
9. ในสมาคมเมียจ๋า ข้อมูลที่รู้แล้วช๊อคที่สุดคือ
9.1พี่หนูแหม่มไม่เคยทะเลาะกับสามี
9.2และก็มีการสมัคร member อาบอบนวดให้สามี ยอมให้เลี้ยงดูได้ และติ๊บหนักๆได้ เพราะกลัวโดนว่าว่าติ๊บน้อย #ช๊อคค่าาา5555 #ปกติเห็นแต่นางสัมภาษณ์คนอื่น



 





 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2558 21:44:21 น.
Counter : 767 Pageviews.  

ประสบการณ์แปลงเพศ [บทความประกอบการตัดสินใจสำหรับน้องกะเทยที่คิดจะแปลงเพศ]



ต้องบอกก่อนว่านี้เป็นบทความที่ลงให้เพื่อนในเฟซบุ๊คส่วนตัว เพื่อให้เพื่อนๆ ทั้งรุ่นน้อง เพื่อนผู้หญิง ผู้ชาย เข้ามาอ่านเวลาถามเรื่องแปลงเพศกับเจ้าของบล๊อค  เนื่องจากมีการถามมามากและบ่อย หลายๆ คนต้องการข้อมุลที่ละเอียดพอสมควร ซึ่งเจ้าของบล๊อคจะต้องมาเล่าใหม่ทุกครั้ง จึงคิดมาว่าถ้าอัพลงบล๊อค หรือเขียนเป็นบทความเลยน่าจะสะดวกมาก ใครสงสัยตรงไหนก็เข้ามาอ่านได้เลย 

Ps. ที่นำมาลงบล๊อคนี้เพราะเพื่อนๆหลายคนบอกว่าเขียนได้อ่านเพลินดีลองเอามาลงบล๊อคน่าจะดีกว่า ^^

Part 1 : สำหรับคนอยากรู้คร่าวๆ


อธิบายคร่าวๆ มิวแปลงเพศมา สองปีกว่าแล้ว ตอนอยู่ปีสอง แปลงกับคลินิกบางกอกศัลยกรรม หมอธีร์ (ธีระพงษ์) พระรามสอง คลินิกสะอาดหมอใจเย็น กะเทยเต็มไปหมดทั้งคลีนิค ราคาที่มิวทำเป็นแบบไม่ต่อลำไส้ ประมาณ 110,000 ไม่เกินนี้ นอน รพ เจ็ดวัน พักฟื้น สามเดือน สิ่งที่ทำออกมาเหมือนของผู้หญิงทุกอย่าง ความรู้สึก ครบแม้กระทั้งคริสตอริส ก็มีความรู้สึกกว่าส่วนอื่นๆ เจ็บมั้ย? บอกเลยเจ็บมาก สำหรับภาพไม่ลงให้ไปหาเอาในกุเกิลเอานะคะ แนะนำที่นี้มั้ย? แนะนำเพราะราคาสมเหตุสมผล สำหรับที่ฐานะกลางๆ ถ้ารวยๆ ก็จะแนะนำหมอกมล คะ ลองไปดูเขามีนวัตกรรมเยอะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเลือกทำทีเดิม


Part 2 : อธิบายละเอียดยาวมาก (เหมาะสำหรับคนที่คิดจะแปลง หรือทนอ่านบทความยาวๆได้)

- เตรียมตัว
มิวแปลงเพศตอนปีสอง กับหมอธีร์ (ธีระพงษ์) พระราม 2 ปัจจุบันรวมๆ สองปีกว่าแล้ว เหตุผลที่เลือกแปลงเพศกับหมอธีร์เพราะว่า เห็นรีวิว ในเว็บเยอะ ศึกษามามากพอสมควร ในเนื้อความก็จะประมาณว่า ความรู้สึกตรงนั้นครบทุกอย่างหลังแปลงเพศ เพราะมีคนเคยบอกไว้ว่าหลังแปลงห้าปีฟ้าผ่าตรงนั้นยังไม่รู้สึก ที่นี้หมอใจเย็น บลาๆ ราคาก็สมเหตุสมผล ไม่แพงมากตอนแปลงค่าใช้จ่ายประมาณแสนนิดๆ ไม่เกินแสนหนึ่งหมื่น มีแบ่งจ่ายสองงวด ครั้งแรกก็จ่ายตอนไปปรึกษาหมอ หมอจะถามเป็นมานานยัง เริ่มแต่งตัวเป็นผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮอร์โมนที่กินตัวไหนบ้าง คุยสัพเพเหระแอบนอกเรื่องคือนี่ชอบถูกโฉลกกับหมอ คุยไปถึงการศึกษาไทย นั่นนี้ หมอก็น่ารัก ใจเย็นมาก
นัดครั้งที่สองก็จ่ายเงินส่วนที่เหลือ ตรวจเลือด จองวันผ่าตัด ก่อนวันผ่าตัดต้องงดวิตามิน และฮอร์โมนอย่างน้อย 15 วัน แต่หมอบอกว่าให้ดีเป็นเดือนเลย หมอบอกเหตุผลว่ามันอาจเป็นสาเหตุทำให้เลือดไม่หยุดไหล หลังจากแปลงเพศ

#ค่าใช้จ่ายที่แน่นอนโทรไปถามทางคลินิกเลยนะคะ ตอนนี้น่าจะเปลี่ยนแล้ว

#ก่อนแปลงเพศต้องผ่านการรับรองจากนักจิตวิทยาสองคน สำหรับการแปลงที่คลินิก แนะนำไปที่ โรงพยาบาลพระราม 9 ได้วันภายในวันเเดียวเลยสองใบ เบ็ดเสร็จสองพันนิดๆ คำถามจะแนวๆเดิม เป็นมานานยัง พ่อแม่รู้มั้ย แต่งตัวเป็นผู้หญิงมานานเท่าไหร่ มีแฟนมั้ย ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการแปลงให้ เคยรู้สึกชอบผู้หญิงมั้ย กินฮอร์โมนตัวไหนอยู่ เคยทำพลาสติกมั้ย บลาๆ ถามไปงั้นแหละคะ เพราะเขาก็จะเขียนๆ ตามที่เราบอกคนที่เป็น transgender จริงๆก็จะผ่านง่ายมาก แนะนำให้ตอบอย่าเวิ้น อย่านางงามไม่มีสติ ตอบความจริง ตอบปัจจุบันถามใจตัวเองดีๆ

#ถ้าทำที่รัฐบาลไม่แนะนำ คำถามจิตวิทยามาก ถ้าพลาดคือ ต้องเข้าไปทำการทดสอบ ถึงหลายเดือน ได้ยินมาแว่วๆ ว่าแปด แต่ขอเล่าหน่อยนะกัน มิวเคยไปขอที่ ร.พ.จุฬา แล้วผ่านเลยภายในวันเดียว ทุกคนงงหมด พนง. ไม่เชื่อ หมอก็ไม่เชื่อ ต้อง โทรเช๊คคนที่เซ็นผ่านอีกที นี่ก็งง แต่จับจุดได้ว่า ตอบอย่าเวิ้น ตอบอย่ามโน
คำถามที่ถามมาสามคำถามคือ
1. ถ้าเราออกไปทำธุระนอกบ้าน พอกลับบ้านจะไขกุญแจเข้าบ้าน กุญแจหายจะทำยังไง เคสบังคับว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้านกว่าจะกลับอีกนาน
2. ถ้าเราเห็นไฟไหม้ในโรงหนังคนแรก เราจะทำยังไง
3. ถ้าเห็นจดหมายจ่าหน้าซองติดแสตมป์ เรียบร้อย เดินเจอ จะทำยังไงกับจดหมาย
ข้อหนึ่งที่ตอบไป คือ โทรตามช่าง (คืออย่าเวิ้นมากเดะไม่ผ่าน555)
ข้อสอง ที่ตอบคือ จะเดินไปตรงประตูทางออกก่อนคนแรก แล้วตะโกนบอก ให้สุดเสียงว่าไฟไฟม้!!! ตอนนั้นมีท่า 555 ถ้าเริ่มรู้แล้วแล้วให้เราวิ่งออกเป็นคนแรกเลย
ข้อสาม ถ้าตู้ไปรษณีย์อยู่ใกล้ก็จะเอาไปหย่อนให้ แต่ถ้ามองรอบตัวไม่เห็นก็จะเดินผ่านไป
มิวตอบไปตามนี้นะ ^^ อันนี้คือนอกเรื่อง 555 บอกไว้เผื่อเจอ

- วันผ่าตัด
วันผ่าตัดไปผ่าตัดที่ ร.พ.ราษฎร์บูรณะ ไปแต่เช้าประมาณ 6-7 โมง เพื่อไปเตรียมความพร้อมรอหมอ ได้ผ่าตัดจริงๆ ประมาณเที่ยง เริ่มตั้งแต่เปลี่ยนเสื้อผ้า โกนขนตรงอวัยวะเพศ โดยพยาบาลจะเป็นคนโกนให้นะ อยากจะบอกว่าอายมาก เพราะพยาบาลสองคนจับอวัยวะเพศเรา แล้วก็พยายามโกนขนไปถึงตรงรูทวาร โก้งโค้งแบบ…ต้องไม่มีขนซักเส้นจริงๆ (อ่านแล้วห้ามขำ 555) พยาบาลเลยคิดวิธีลดความเขินของเราด้วยการ เอาผ้าปิดตาเรา 555+ ตอนนั้นแบบไม่ไหวจิงๆ รู้สึกเฟลมากชีวิต แต่มันก็ลดความเขินได้มาก พยาบาลน่ารัก เป็นกันเอง งอแงได้ทุกอย่าง ตอนนั้นงอแงพอสมควร อ้อนทุกคน ฮ่า

พอโกนขนอะไรเสร็จก็ต้องโดนสวนทวาร คือพยาบาลใส่สายอุปกรณ์เข้าไปในรูทวารของเรา แล้วปล่อยน้ำที่ผสมยาของเขา ขวดคล้ายๆ ขวดน้ำเกลือแขวนไว้ตรงเสา มันจะรู้สึกว่าต้องอึ พอไม่ไหวก็บอกเขา แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ พอเข้าเสร็จพยาบาลก็ใส่สายเข้าไปต่อ ไม่ไหวก็ไปอึ ทำอย่างนี้หลายรอบ ห้าครั้งขึ้นไป โดยครั้งหลังๆ เขาจะขอเข้าไปดูสิ่งที่เราขับถ่าย เขาจะสั่งว่าไม่ต้องกดชักโครก สิ่งที่เราขับถ่ายมันจะจางขึ้นเรื่อยๆ จนใสมากๆ เพราะเราจะต้องไม่มีอะไรในลำไส้เลย เนื่องจากเราต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลา 7 วันโดยไม่ลุกจากเตียง ไปอึ

#คำเตือนห้ามกินแตงโม เพราะมิวกินแตงโมไป ต้องสวนทวารหลายครั้งกว่าปกติมาก เพราะมีเม็ดแตงโมตกค้าง เหมือนจะผ่านละถ้าเม็ดแตงโมมาเม็ดนึงก้ต้องสวนใหม่

ประมาณเที่ยงเตียงก็โดนเข็นไป รออยู่หน้าห้องผ่าตัด ความรู้สึกตอนนั้นตื่นเต้นมาก ถึงมากที่สุดรอ อยู่ประมาณ เกือบๆ ครึ่งชั่วโมง มีคนมาเช็คว่า ใส่ต่างหูมั้ย ใส่เหล็กจัดฟันมั้ย เพราะต้องเอาออก เดี๋ยวจะไปรบกวนเครื่องมือแพทย์

เข้าไปหมอก็ มาเช็คอวัยวะเราก็ถาม ว่าจะเอาความลึกเท่าไหร่ ที่บอกไว้เป็นแบบไหนนะ คือเหมือนมาทบทวน ส่วนความลึกขึ้นอยู่กับความยาวขององคชาติเรา หมอก็จะดึงให้ยืดสุดๆ (คุยกันไว้ตอนที่ไปคลินิกครั้งแรก) หมอก็พูดทวนๆ หลังจากนั้นเราก็เข้าไปที่ห้องผ่าตัด

#คนที่เคยขลิบอวัยวะเพศชายตอนเด็กๆ จะทำให้อวัยวะเพศหญิงของเรา มีแคมในที่ไม่ใหญ่มาก ต้องเข้าใจก่อนว่าการแปลงเพศชายเป็นเพศหญิง ไม่ใช่การตัดอวัยวะเพศชายออกไปอย่างที่ใครๆ เข้าใจ มันคือการแปลงทุกอย่างที่ของเราจากอวัยวะเพศชายให้กลายเป็นของผู้หญิง ซึ่งทุกส่วนสำคัญหมด

เข้าไปตื่นเต้นมากเพราะเป็นห้องผ่าตัดที่กว้างมาก ประหนึ่งอยู่ในหนังผีชีวะ คือ ต้องขึ้นขาหยั่ง กางแขน แล้วโดนเอาตัวหนีบที่เป็นเครื่องมือหมอ หนีบทุกนิ้วที่มี เครื่องอุปกรณ์ก็ยิ่งใหญ่ ผู้ช่วยหมอเยอะมาก มองด้วยสายตาประมาณแปดเก้าคนโดยประมาณ หมอก็คุยๆ จำไม่ได้คุยอะไรกัน ซักพักก็หลับ ตื่นขึ้นมาอีกทีคือสะลึมสะลืออยู่หน้าห้องผ่าตัด ลุกขึ้นไม่ได้พูดกับใครไม่ได้เหมือนโดนผีอำ 555 แต่ความรู้สึกคือ รู้สึกแฉะๆ ตรงอวัยวะเพศ อยู่ตรงนั้นนานมาก กว่าจะมีสติเปล่งเสียงออกมาได้ว่าตื่นแล้ว

พอตื่นขึ้นมาก็โดนเข็นเตียงกลับมาที่ห้อง ตอนนั้นจำได้เลยประมาณสี่ห้าทุ่ม คือการผ่าตัดนานมาก ตั้งแต่เที่ยง เจอแม่กับหลานอยู่ (แม่เป็นคนเฝ้า) ตอนเตียงเข็นเข้าไปในห้อง ทุกคนก็ช๊อคๆ เพราะพูดไม่รู้เรื่องกึ่งๆ คนละเมอ (หลานมาบอกทีหลังว่าตอนนั้นน่ากลัวมากพรึมพรำเสียงแมน 5555) พยาบาลก็ บอกว่าเจ็บมั้ย เจ็บระดับไหนอยู่ (มีห้าระดับถ้าจำไม่ผิด ระดับห้านี่คือ ทนไม่ไหวแล้ว เขาก็จะฉีดยาแก้ปวด แต่ถ้าปวดน้อยๆ เขาก็จะให้ยากิน เขาชี้แจงไปก่อนเข็นเตียงไปผ่าตัด) พยาบาลก็จะมาคอยถามทุกหกชั่วโมง ช่วงวันแรกๆ ต้องฉีดยา แต่หลังๆ ก็จะเป็นยากิน

#อาหารของ โรงพยาบาลก็อร่อยดีค่ะ ฟินระดับหนึ่ง แต่เตียงคือ ไม่สามารถหมุนให้มันเอนขึ้นมาเองได้ ต้องให้คนอื่นเอนให้ซึ่งคนนั้นคือแม่ ฮ่าๆ แม่ก็แอบบ่นๆ เพราะมิวลุกไปไหนไม่ได้ เจ็ดวัน ต้องนอนอ้าขา อย่างนั้น บางทีก็แอบพลิกเอียงซ้ายนะ แต่จะฉีกขา ให้กว้างๆ ไว้

#ลักษณะแผลคือเป็นผ้าก๊อตพันหนาแน่นหลายรอบ วนรอบขาซ้าย ขาขวา กาวแน่นมาก วันหลังๆ จะคันเนื่องจากขนขึ้น วันที่ห้า หก เจ็ด ก่อน เปิดแผลควรแกะผ้าก๊อตเล่นๆ ไปก่อน เพราะวันจริง จะได้ เหลือให้แกะน้อยๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะแกะไปถึงแผล เพราะไม่มีทางถึง มันหลายชั้นมากจริงๆ

#มีบริการสระผมให้ มิวได้สระประมาณวันที่สามหละ โล่งหัวมาก มีไวไฟให้เล่นฟรี พยาบาลน่ารักตามใจทุกอย่าง ต้องงดผัก งดนม เพราะจะทำให้เกิดการขับถ่าย

หมอจะมาหาตอนทุ่มสองทุ่ม ของทุกวัน มาถามว่าเป็นไงบ้าง รู้สึกไงบ้าง คุยแปปๆ แล้วก็ออก น่ารักดีค่ะ ระหว่างเจ็ดวันที่อยู่ที่ รพ. วันหลังๆ จะมีอาการจิตตก ไม่รู้คนอื่นจะเป็นป่าว แต่วันที่หก มิวจิตตกมาก รู้สึกเหมือนว่าโดนขัง ไปไหนก็ไม่ได้ และก็ไม่ได้กินของหวานมาก ระดับน้ำตาลในร่างกายน้อย มันจะจิตตก ร้องไห้ กับแม่ ฮ่า แม่ก็ร้องไห้เหมือนกัน คนที่จะไปทำเตรียมใจไว้เลย นะ หาคอมไปเล่น ไอแพด หนังสือ อะไรก็ได้อย่าให้ว่าง อย่าให้จิตตก

และวันสุดท้ายก็มาถึงวันที่ต้องเปิดแผล ตอนนั้นจำได้ว่าตื่นเต้นมาก พยาบาลหลายคนมาที่เตียงประมาณช่วงเกือบๆ เที่ยง เหมือนจะมาเกือบทั้งชั้น ทุกคนมายืนดูเหมือนต้องเรียนรู้อะไรด้วย และแล้วก็เปิดแผล ที่หนาแน่นมากก กาวแน่นมากกกกกกกกกกกกกกก ตอนเขาดึงไปชั้นในๆ ถึงชั้นสุดท้าย พยาบาลบอกกรี๊ดได้เลย พยาบาลก็ดึงแบบสุดจนออก นี่ก็กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ลั่นไปทั้งชั้น ความรู้สึกเหมือนแผลที่ยังไม่แห้งขนาดใหญ่ บวม แต่ต้องโดนอะไรดึงไป เหมือนตาย เหมือนคลอดลูก เหมือนอะไรไม่รู้ แต่เจ็บมากกก มากที่สุดในชีวิต กรี๊ด จนได้ยินทั้งชั้น เจ็บมากกกก เจ็บที่สุดในชีวิตตอนนั้น เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง แต่พอดึงออกไป ขาอะไรอ่อนหมด รู้สึกดี แต่ยังมีผ้าก๊อตที่ยัดอยู่ข้างในช่องคลอดอีก ดึงออกมาทีนี้จุก(เขายัดเพื่อไม่ให้แผลมันติดกัน) แต่ผ่านจุดเจ็บมาแล้วเลยแบบทำอะไรก็ทำไป ความรู้สึกเหมือนโล่งๆตอนเอาออก

ก่อนออกจาก ร.พ. ก็มีการให้กินน้ำแดง เป็นลิตรๆ เพื่อให้เราทดสอบว่าจะฉี่ได้มั้ยสองครั้ง ก็นั่งกินไปแบบจุกๆ เลย ตอนนั้นอยากกลับมาก เบื่อ ร.พ. แล้ว ฉี่ครั้งแรกเป็นเลือด แล้วก็ครั้งที่สองก็ค่อยจางเรื่อยๆ ในที่สุดผลปรากฏว่าปกติ ระหว่างฉี่จะรู้สึกหน่วงๆ คือทุกอย่างยังบวมอยู่ จะเกร็งๆ

#สำหรับคนที่กลัวว่าแปลงมาฉี่จะพุ่ง ถ้านั่งฉี่ปกติ ฉี่จะไม่พุ่ง แต่ถ้านั่งถ่างขามากๆจะพุ่ง ส่วนยืนจะไม่พุ่ง

#ช่วงที่จะลุกจากเตียงครั้งแรก ในระยะเวลาเจ็ดวัน เตือนเลยว่าไม่มีใครยืนได้ ต้องมีคนมาพยุงเท่านั้น อย่าทำเก่ง เพราะนี้เก่งมาแล้วเกือบล้ม มันเหมือนของเหลว ทั้งหมดในร่างกายปรับสมดุลไม่ได้ไร คือมันนอนกองอยู่เจ็ดวัน อยู่ดีๆ เปลี่ยนมายืน ขาจะอ่อนแรง และโลกจะหมุนเหมือนจะวูบ

- ลักษณะของอวัยวะ
บอกก่อนเลยทุกอย่างที่แปลงมาเหมือนของผู้หญิง ร้อยเปอร์เซ็นต์และมีขนาดแคมใหญ่ที่ค่อนขางจะอูมมาก คือหมอกะให้โหงวเฮ้งดีเลยคิดว่างั้น 555 ห้ามขำมันโหนกมาก ตอนแรกตกใจเหมือนกันช่วงแรกๆจะบวมหลังๆ จะลดๆ จนปกติ มีทุกอย่างครบเหมือนของผู้หญิงปกติ แคมใน แคมนอก คริสตอริส ก่อนออกจาก ร.พ. พยาบาลก็ความสะอาดให้ และเช็คว่ามีความรู้สึกเปล่า ผลคือนี่ร้อง ครวญ ตามนั้นไม่ต้องบอกว่ารู้สึกปล่าวกับเม็ดคริสตอริส 55555 หมอทำให้ดีมากแต่จะมีอย่างหนึ่งคือ ที่มิวเป็นมากกว่าคนอื่นคือ ผิวมิวเป็นแผลเป็นง่ายมาก และเป็นคีลอยด์ง่ายด้วย ซึ่งส่งผลให้มิวเป็นแผลเป็นคีลอยด์ที่รอยเย็บ ตัว V (นึกภาพตามๆ) แต่มันไม่น่าเกลียดมาก เพราะว่ามันอยู่ที่ง่ามขาพอดี ถ้าไม่แหวก ให้ดูจะไม่เห็น สำหรับมิวหมอบอกค่อนข้างเป็นหนัก บางเคสแผลก็หายสนิท ซึ่งมันแล้วแต่ผิวของเรา ระหว่างที่พบหมอหลังออกจาก ร.พ. ทุกอาทิตย์ หมอเทคแคร์ดี ช่วยฉีดยาลดคีลอยด์ แนะนำยาบ้าง แนะนำการใช้ชีวิตบ้าง

ความรู้สึกตอนนี้ 95 เปอร์เซ็นต์ จะมีส่วนที่เราเกาแล้วไม่มีความรู้สึก แต่แค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ไม่รู้เกิดจากอะไรนะ เคยคันแล้วเกา แต่เกายังไงก็เกาไม่โดน มันจะมีความรู้สึกนี้ คันแล้วเกาผิดที่ เพราะทุกอย่างมันถูกทำให้เปลี่ยนที่ไปหมดแล้ว

- ชีวิตหลังแปลง
คือหมอจะให้อุปกรณ์ในการโมมา ก็คือแท่งโม สองแท่ง แท่งแรกเส้นรอบวงเล็ก แท่งที่สองเส้นรอบวงจะใหญ่ สองแท่งนี้ทำด้วยเทียนสีขาว มีอุปกรณ์สวนล้าง (อุปกรณ์นี้มีหลายแบบ ถ้าเราเพิ่มเงิน ก็จะได้ฟังค์ชั่นดีๆ) ระบบทำงานเป็นพวกสูบน้ำแล้วพ้นเข้าไปในช่องคลอดสวนล้างพวกเจลที่ตกค้างข้างในสิ่งสกปรกทั้งหลาย

หลังออกจาก ร.พ. จะต้องโมทุกวัน เช้าเย็นช่วงแรกจะเป็น แท่งเล็ก สามสิบนาที ช่วงหลังผ่านหลายๆอาทิตย์หมอจะให้โมแท่งใหญ่ด้วย แบ่งกันให้เอาแท่งเล็กเข้าไปก่อน 15 นาที ตามด้วย แท่งใหญ่ อีก 15 นาที การใส่แท่งโม ต้องใส่ถุงยางอนามัยใส่แท่งโมไปก่อน และใส่เจลหล่อลื่น

#ถุงยางแพงมากและใช้ทุกวันแนะนำให้ไปขอแผนกครอบครัวที่ ร.พ. รัฐ จะได้เยอะมาก มีทั้งเจลมีทั้งถุงยาง น่าจะฟรีนะ แม่ขอมาให้ มันประหยัดเงินได้มากกกกกกก

#ตอนสอดแท่งโม ให้ดันเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนั้นจะทำให้ความลึกของช่องคลอดเราลึกตามที่ควรจะเป็น และอาจจะลึกกว่าที่เราคาดไว้ได้ถ้าดันสุดๆทุกครั้ง

การโมนี้ไม่ต้องพูดถึง โมครั้งแรกๆ นี่ก็งงๆ แล้วก็ไม่กล้า ตอนที่หมอให้ใช้แท่งใหญ่มาแจมด้วยเนี่ย ทุกครั้งที่โม ต้องกรี๊ดกัดเสื้อตัวเองอย่างนั้นเลย เหมือนเวรกรรม 555 เหมือนโดนข่มขืนแบบแรงมากๆ คิดถึงเวรกรรมขึ้นมาทันที TT

#ชีวิตตอนนั้นไม่ต้องทำอะไร โม กินข้าวสักพัก เย็นละก็โมอีก คือ โมครั้งนึงกว่าจะเข้า กว่าจะดันเข้าไปได้สุด กว่าจะครบเวลา กว่าจะเข้าไปสวนล้างด้วยอุปกรณ์ นี่ก็ปาเข้าไปเกือบสองชั่วโมงต่อครั้ง รวมอาบน้ำแต่งตัว กินข้าว ออดแอด วันนึง ไม่ต้องทำอะไรเลยจริงๆ

#ยาที่ผสมตอนสวนล้างจำชื่อไม่ได้ แต่ตระกูลเดียวกับเบตาดีน ขวดใหญ่

#หลังๆ จะมีเชื้อราเพราะระบบของกะเทยไม่มีการตกขาว ประจำเดือนที่คอยชะล้างทุกเดือน เพราะฉะนั้น จะต้องเป็นเชื้อรา แรกๆ จะเป็นบ่อยมาก ต้องใช้ยาสอด คาเนสเทน และก็ยาทาฆ่าเชื้อราภายนอกก็ให้มีไว้ วิธีใช้ไปถามเภสัชเอาคะแนะนำให้ซื้อแบบเม็ดเดียวเพราะได้อุปกรณ์สอดมาด้วย

#ช่วงออกจาก ร.พ. แรกๆ ก็ห้ามลง สบู่ด้วย ให้ใช้นำเปล่า จนกว่าไปพบหมอแล้วหมอจะบอกให้ใช้ได้ และถ้าใช้ได้แล้วก็อย่าล้างน้องสาวด้วยแลคตาซิก หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกวันเพราะจะเป็นเชื้อราได้ง่ายมาก มันไปฆ่าแบคที่เรียดีที่จะคุ้มกันให้หายไป ทำให้เชื้อโรคเข้าไปได้ง่าย

ความเจ็บจะอยู่กับเราไปประมาณสามเดือน เดินนานไม่ได้ ยืนนานไม่ได้ ต้องนั่งห่วงยางเด็กที่ทางคลินิกให้มา นั่งนานๆก็ปวด ควรนอน มิวออกข้างนอกบ่อยมากในช่วงสามเดือน แต่ออกได้ชั่วโมงเดียวก็ต้องกลับ เพราะอยู่ข้างนอกไม่ได้

ไม่ได้สำออยหรืออะไร แต่เพราะความเจ็บปวดจากแผลไม่ใช่แค่ที่เดียว ทั้งแผลข้างในช่องคอดไม่รู้กี่รอยเย็บ แผลข้างนอกที่เย็บส่วนต่างๆให้เป็น แคมนอก แคมใน ทั้งซ้าย ทั้งขวา และคริสตอริส มันเจ็บทุกอย่าง ปวด ตุบๆ แสบ จุก ที่พีคสุดคือ ตรงคริสตอริส อุปมาความเจ็บว่าเหมือนใครเอาเส้นด้ายร้อยปลายจู๋ไว้แล้ว ดึง ดึง ดึง อยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะโอดครวญให้กับตรงแผลไหนเลยทีเดียว 5555

พอผ่านสามเดือนไปได้จะเข้าโหมดปกติ มิวขี้เกียจโมมาก จะโมวันละครั้ง ทุกวันนี้ผ่านมา สองปีกว่าละ นานๆจะ โมสักครั้ง มิวไม่ได้หาหมอนานมากละ เพราะรู้ถ้าไปหมอต้องเอาแท่งโมใส่ ซึ่งมันจะเจ็บถ้าเราไม่ได้โมบ่อยๆที่บ้าน (ใครมีแฟนก็คือจบไม่ต้องคิดถึงเรื่องโมไปเลย 555 )

#ช่วงออกจาก ร.พ. หมอจะนัดถี่มาก อาทิตย์ละครั้ง สองอาทิตย์ครั้ง เพื่อตรวจดูแผลเรา ภายในภายนอก หมอใจเย็นและดีมาก พร้อมจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด รู้สึกทำกับหมอคนนี้แล้วไม่ผิดหวัง ^^

#ฮอร์โมนที่กิน คือโปรกีโนว่า 2 มิลลิกรัมวันละหนึ่งเม็ดเท่านั้น หมอบอกเพียงพอแล้ว แล้วก็ไม่ต้องกินแอนเดอคัว เพราะไม่มีฮอร์โมนเพศชายแล้ว ควรทำตามทุกอย่างเพราะการเทคยาเยอะๆในร่างกายที่ไม่มีฮอร์โมนแบบปกติอายุจะสั้น แล้วตอนแก่อาจจะต้องฟอกไต

การแปลงเพศเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ควรคิดให้ดี เพราะแปลงแล้วกลับมาเป็นอย่างเดิมไม่ได้ ไม่สามารถมีลูกได้ ใครที่อยากมีลูก ก่อนแปลงเพศก็หาที่ฝากสเปิร์มไว้นะ เผื่อในอนาคตหาคนตั้งครรภ์ให้ได้ เอฟเฟคหลังจากนี้ที่คนบอกว่าจะเอ๋อขึ้น จะขี้โรคมากขึ้น จะเรียนตก มันมีอยู่จริง แต่เราต้องรู้จักที่จะป้องกันนั่นคือการออกกำลังกายเพื่อให้เรามีชีวิตไม่สั้น สุดท้ายฝากไว้คนที่จะทำศัลยกรรมจะทำที่ไหนต้องศึกษาให้ดีมากๆ อย่าคิดว่าถูกแล้วไป ถ้ารู้ว่าตัวเองมีวิจารณญาณพลาดบ่อยๆ ให้ปรึกษาเพื่อน เพราะการศัลยกรรมครั้งนึง นั้นคือการที่เราเอาชีวิตเราไปเสี่ยงกับความตายนะ เราอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้ สิ่งสำคัญคือเลือกแพทย์และสถาบันที่เชื่อใจได้


*ถามเพิ่มเติมได้แต่!!! สำหรับน้องกะเทยที่มาแบบนี้จะไม่ตอบ…
1. ถามแบบงงถามทุกอย่าง คือแนะนำ ควรไปอ่านวิธีการแปลงเพศก่อน แล้วมาอ่านบทความนี้ ไม่ใช่อ่านตรงไหนไม่เข้าใจ ก็ถามแต่พี่ พี่เหนื่อย
2. อย่ามาถามว่าที่ไหนดีกว่ากันต่างกันตรงไหน พี่ไม่รู้พี่ไม่ได้เป็นกูรูด้านการเปรียบเทียบ พี่รู้แต่สิ่งที่พี่ทำ และเพื่อนพี่ก็ยังไม่มีใครแปลงเพศ พี่จึงให้คำตอบอะไรไม่ได้ พี่ถือเป็นคนแรกในเพื่อนๆ ที่แปลงเพศ ลองมาด้วยตัวเองประสบการณ์ล้วนจากตัวเองเท่านั้น
3. พี่จะไม่ให้ Line หรือ Contact ส่วนตัวกับใคร เพราะที่เขียนคือเกือบทั้งหมดที่ตัวเองรู้แล้ว ถ้าอยากรู้มากกว่านี้โทรไปปรึกษาที่คลีนิคเลยค่ะ
4. รบกวนโพสต์ถามแค่ใต้บล๊อคนี้เท่านั้น ไม่ไปถามในบล๊อคเรื่องอื่น

หวังว่าจะเป็นข้อมูลในการเตรียมใจอย่างละเอียดให้กับคนที่คิดจะแปลงเพศในภายภาคหน้านะคะ ^^




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 3 สิงหาคม 2559 10:53:21 น.
Counter : 28162 Pageviews.  


pinkdandilion
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pinkdandilion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.