|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
ไปปฏิบัติธรรมที่ + ตาณัง เลณัง +
วันนี้จะพาไปทัวร์ธรรมะกันจ๊ะ พอดีช่วงที่ผ่านมาเราเกิดเบื่อ ๆ อยากจะเข้าวัดเข้าวานั่งสมาธิสวดมนต์ฟังเทศน์ ฟังธรรมบ้าง เหมือนอย่างที่เราเคยทำเมื่อซักห้าหกปีที่แล้ว ช่วงหลัง ๆ นี่ไม่ค่อยได้ทำเลย คิดถึงสิ่งดี ๆ เหล่านั้น พยามมองหาสถานที่ที่จะไปอยู่หลายแห่ง โทรหาเพื่อนให้ช่วยหาให้หน่อย เขาก็บอกว่าที่เชียงใหม่มีปฏิบัติธรรมนะช่วงนี้เป็นคอร์สเข้มข้นขังเดี่ยวเอาไหม เราตอบตกลงทันทีบอกให้เพื่อนจองห้องไว้ให้เลย


เรามาถึงที่นี่วันที่ 14 ก.ย ช่วงเช้าถึงสามโมงเย็นเที่ยวเชียงใหม่ตลอดทั้งวัน มาถึงที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมห้าโมงเย็น ก็สมัครเข้าปฏิบัติธรรมเลย ที่นี่สวยมากผิดกับที่เราคิดไว้ทุกอย่าง เรานึกว่าจะเป็นวัดหรือสถานที่เล็ก ๆ แต่ที่ไหนได้ใหญ่โตสวยหรูจังเลย เป็นเหมือนรีสอร์ท และการจัดการเหมือนกับโรงแรมแบบนั้นเลย เจ้าของเขาศรัทธามากเลยทุ่มทุนสร้างงบประมาณ 300 ล้านบาท มีกุฏิอยู่ 91 หลัง เราอยู่ที่นี่รวม 17 คืน 18 วัน ตอนแรกนึกว่าจะถูกขังเดี่ยวแบบส่งปิ่นโต แต่ที่ไหนได้ไม่ได้เป็นอย่างที่ได้ข้อมูลมาเลย การปฏิบัติของที่นี่ค่อนข้างจะเคร่งคัดมาก กฎมีมากมายเยอะแยะ ห้ามพูดคุยกันเด็ดขาด ห้ามมองหน้ากัน ห้ามสบตากัน ใครพูดกันถ้าเจ้าหน้าที่เห็นแล้วตักเตือนหลายครั้งจะถูกเชิญออก และจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาที่นี่อีก

ห้ามมองหน้ากันด้วยนี่สิ ทำลำบากเหมือนกันนะ ถ้าใครเดินแล้วสายตาอยู่ในระดับเส้นขนานใบหน้าล่ะก็จะถูกมองว่าเป็นคนไม่เอาไหน แย่ สายตาจะต้องทอดลงต่ำเสมอไม่เกิน 4 ศอก ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอน ทำแบบนี้จนกว่าจะหลับ เนื่องจากว่าถ้ามองหน้ากัน อาจจะเกิดความคิดขึ้นมา เช่น อุ้ยคนนั้นสวยจัง คนนี้หล่อจัง แล้วก็คิดไปต่าง ๆ นานา ทำให้เกิดอกุศลทางจิต หรือมองวิวมองนั่นมองนี่ก็จะทำให้เกิดความคิดขึ้นได้ ถ้ามองต่ำแค่สี่ศอก(เห็นแต่พื้นนี่)จะไปมีความคิดอะไรได้ ความคิดก็จะเกิดขึ้นน้อย

ถ่ายจากห้องนอนเรา แอบทำผิดกฎระเบียบอิอิ ถ่ายตอนมาใหม่ ๆ น่ะ กลัวว่าจะไม่มีรูปมาให้เพื่อน ๆ ชม
การปฏิบัติที่นี่จะต้องทำช้าทุกอย่าง เดินก็ให้เดินช้า ๆ เหมือนเต่าแบบสโลโมชั่น ทำอะไรก็แล้วแต่ทำแบบไม่ให้เสร็จ เอ๊ะเพื่อนเข้าใจกันหรือเปล่าเนี่ยทำแบบไม่ให้เสร็จ อิอิ ก็ทำช้า ๆ ไง ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่นเดินยังไงไม่ให้ไปถึงที่หมายก็ต้องเดินช้า ๆ นั่นแหละ ทานข้าวยังไงไม่ให้หมดจาน ก็ต้องทานช้า ๆ ใช่ไหม ตอนแรกเรารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเพราะเป็นคนไฮเปอร์ ทำอะไรรวดเร็วมาก เป็นคนกระฉับกระเฉง เดินเร็ว ใครเดินกับเราต้องได้วิ่งตามเสมอ พอมาเดินช้า ๆ เราก็เซนะสิ เซจะล้มบ่อย ๆ พอหลัง ๆ มาสำรวจว่าทำไมเราเซน๊าก็รู้ทันทีว่ากำหนดไม่ละเอียด ช่วงที่เซเพราะขาดสติไงเล่า และที่นี่กราบพระสามครั้งใช้เวลากราบนานมาก ๆ เราลองจับเวลาเรากราบดูว่ากี่นาที ให้เพื่อน ๆ ทายสิว่าเรากราบนานแค่ไหน เรากราบพระใช้เวลาตั้ง 10 นาที โอพระเจ้า เพื่อน ๆ คงจะงงเอามากว่ากราบแบบไหน ก็กราบแบบช้า ๆ ไง อยากสาธิตให้ดูเหมือนกัน อิอิ มีคนทำลายสถิติกราบ 3 ครั้ง ใช้เวลา 45 นาที 555 ทำไปได้ไง

บริเวณข้าง ๆ ศาลาปฏิบัติธรรม

ต้องกำหนดอิริยาบถอยู่ตลอดเวลา เช่น จะดื่มน้ำ กว่าจะดื่มได้ต้องกำหนดแบบนี้ อยากดื่มน้ำหนอ ยกหนอ ยื่นมือไปจับแก้วพอมือโดนแก้ว กำหนดว่าถูกหนอสัมผัสว่าแก้วเย็นร้อนอ่อนแข็ง(รู้ที่ใจ) จากนั้นรู้ที่ใจว่า อยากเทน้ำหนอ เทหนอ ยกลงวางหนอ เห็นหนอ อยากดื่มหนอ ยกหนอ ๆ ๆ ถูกหนอ (แก้วถูกปาก) เย็นร้อนอ่อนแข็งรู้ที่ใจ ยกหนอ เทหนอ (เทน้ำเข้าปาก) อมหนอ อยากกลืนหนอ กลืนหนอ ความจริงมันละเอียดกว่านี้มากแต่เราเอามาบอกแบบไม่ละเลียดน่ะ พอให้เพื่อน ๆ รู้คร่าว ๆ ว่าลักษณะของการกำหนดอิริยาบถเนี่ยมันเป็นยังไง พฤติกรรมทุกอย่างจะต้องกำหนดหมดเลยเพื่อที่จะไม่ให้ใจสอดส่ายไปคิดเรื่องอื่นได้ ถ้าทำจริง ๆ ไม่มีช่องว่างที่จะให้จิตคิดได้เลยแหละ จะเดินก็กำหนด จะนั่งก็กำหนด จะนอนก็กำหนด เข้าห้องน้ำก็กำหนด แล้วก็ต้องทำช้า ๆ ด้วยนะเพื่อที่จะให้รู้อาการเคลื่อนไหวของร่างกาย ละเอียดยิบเลย การทำแบบนี้เขาเรียกว่าการปฏิบัติธรรมแบบวิปัสสนากรรมฐาน เป็นทางสายเอกสายเดียวเท่านั้นที่จะเดินไปสู่มรรคผลได้ ส่วนเส้นทางอื่น ๆ ไปไม่ถึงนิพพานจ๊ะ คือทุกวินาทีทุก ๆ ขณะจิตเราจะต้องกำหนดอิริยาบถตลอด เพื่อไม่ให้จิตมีช่องว่างเกิดกิเลสได้ ในเมื่อไม่มีกิเลสเกิดขึ้นในใจเลยก็หมดสิทธิ์จะมาเกิดได้อีก แล้วใครกันเล่าจะทำได้ทุกวินาทีขนาดนั้นนอกจากพระอรหันต์
กุฏิที่เราพัก สวยไหมจ๊ะ

ทางเดินจงกรมในกุฏิล่ะ ที่นี่จะต้องถือร่มตลอดเพราะแดดจัดขืนไม่กางร่มผิวไหม้แน่เลย เดินช้าเหมือนเต่าแบบนั้น ฝนก็ตกเกือบทุกวัน

ของใช้มีให้ครบครัน มีบริการซักผ้าให้ด้วย ชุดละ 10 บาท
 
เตียงนอนเล็ก ๆ กลิ้งไปมาก็ไม่ได้

กลับมาอาบน้ำเพื่อเตรียมไปปฏิบัติรอบเย็น

ผ่านไปอีกวัน เช้าวันใหม่พระอาทิตย์โผล่มาแล้ว

เช้าวันที่ 4 ของการปฏิบัติธรรม หลังทานอาหารเช้าเรียบร้อย เราเลยเข้าไปนอนพักอยู่ในกุฏิ แล้วอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกซะดังลั่นเลย เสียงนั้นเป็นเสียงที่เราคุ้นเคยมาก ไม่ได้ยินเสียงนี้มาสิบปีแล้ว เสียงนั้นก็คือเสียงของพ่อเราเอง พ่อมาเรียกเราซะเสียงดังเชียว เราเลยลุกจากที่นอนเดินไปเปิดกระจกหน้าต่างเลื่อนออกและชะโงกหน้าไปออกไปมองหา ไม่เห็นมีใครซักคน ในความรู้สึกตอนนั้นดีใจมากเลยที่ได้ยินเสียงพ่อและอยากจะเจอหน้าพ่อมาก เราลืมไปว่าพ่อเราได้ตายจากเราไปตั้งสิบปีแล้ว รู้สึกคิดถึงพ่อจับใจ พ่อคงจะรู้ว่าเรามาทำบุญและคงจะมาขอส่วนบุญกับเรา หลังจากวันนั้นเราก็เริ่มตั้งใจปฏิบัติธรรมมากขึ้นกว่าเดิม กำหนดสติให้ต่อเนื่องมากขึ้น
ตอนเช้า ๆ ก็จะมานั่งกำหนดสติตรงนี้แหละ ดื่มน้ำดื่มนม เขียนสภาวะธรรมไว้เพื่อเอาไปรายงานพระอาจารย์

วันเวลาผ่านไปผลการปฏิบัติธรรมของเราก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จะสังเกตได้ว่าช่วงแรก ๆ ที่ปฏิบัติธรรมเราฟุ้งซ่านมาก คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้แค่เดินขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ ง่าย ๆ แค่นี้ยังก้าวขาผิดเลย (ใจลอยไปหาใครก็ไม่รู้) อิอิ หาเพื่อนในบล็อกนี่แหละ พอนั่งสมาธิก็คิดซะจนเพลินไม่ดูอาการท้องพองยุบเล๊ย อยากคิดก็คิ๊ดๆ ๆๆ ไปเรื่อยจนหมดเวลา อ่าน่ะ เพลินจังเลย 5555 ไม่ได้อะไรจากการนั่งสมาธิเลย ไม่มีอาการใด ๆ เกิดขึ้นซักอย่าง
โรงอาหาร

อาหารของที่นี่อร่อยมาก ๆ ถูกปากเราทุกอย่าง คิดดูนะเราอยู่ที่นี่ตั้งสิบแปดวันอาหารแทบจะไม่ซ้ำกันเลย มีซ้ำไม่กี่มื้อ ไม่มีเนื้อสัตว์ จะบอกว่าไม่มีก็ไม่ใช่สิ มีอยู่สองมื้อที่มีน่องไก่กับแหนมหมู พอไม่ได้ทานเนื้อสัตว์หลายวัน มาทานอีกทานไม่ได้แฮะมันจะอวก เรานี่เขี่ยทิ้งเลย เขาให้กำหนดอิริยาบถในการรับประทานอาหารเพื่อไม่ให้ติดในรส เราก็กำหนดเหมือนกันแต่กำหนดแบบเร็ว ๆ ถ้ากำหนดช้าอาหารจะไม่อร่อย อิอิ เคี้ยวหนอ ๆๆๆๆ กลืนหนอ แทนที่เราจะกำหนดว่า เคี้ยวหนอ เคี้ยวหนอ เคี้ยวหนอ ช้า ๆ อาหารเนี่ยเต็มปาก maxpal เคี้ยวตุ้ย ๆ ๆ พอมองดูชาวบ้านเขากำหนดแบบเรียบร้อย เคี้ยวช้า ๆ ที่นี่ต้องทานอาหารอย่างน้อย 30 นาที ถ้าคนที่เขากำหนดดี ๆ จะทานประมาณชั่วโมงครึ่งอาหารถึงจะหมด เราเล่น 15 นาทีเอง อายในพฤติกรรมตัวเอง วันหลัง ๆ เลยปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง อิอิ
พอเวลาไปสอบอารมณ์กับพระอาจารย์ จะได้พูดก็ตอนนี้แหละ คือพระอาจารย์จะต้องสอบอารมณ์นักปฏิบัติทุกวันว่าไปถึงไหนแล้ว ถึงเวลาสอบอารมณ์นี่เราจะวิตกจริตมากเลย เพราะว่าพระอาจารย์จะรู้ว่าเราตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เขามีวิธีถาม แล้วเราก็ต้องตอบด้วยจะโม้ก็ไม่ได้เพราะถือศิลอยู่มุสาได้ไงล่ะ ถ้าไม่ตั้งใจพระอาจารย์ก็จะดุเอา เพราะต้องสอบอารมณ์ทุกวันเราเลยต้องพยามให้มากขึ้นทุกวันจะได้มีอะไร ๆ ไปบอกพระอาจารย์บ้าง ก็คนที่มาปฏิบัติธรรมที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะเป็นนักปฏิบัติไง แต่ละคนนี่จะเล่าอาการต่าง ๆ ที่เกิดให้พระอาจารย์ฟังเป็นชุด ๆ เลย แล้วเราล่ะมีอะไรมารายงานบ้าง แง่ว...อายจังเลย

ขำผู้หญิงคนนึงนะเขามักจะมานั่งสมาธิและเดินจงกรมใกล้ ๆ เรา พอนั่งสมาธิทีไรก็หลับทุ๊กที สัปหงกง๊ก ๆ หัวเนี่ยหมุนหน้าหมุนหลังอยู่นั่น ไอ้เราก็ไม่สำรวมสายตาพอเห็นเท่านั้นแหละเราก็ขำขึ้นมาทันที แทนที่เราจะกำหนดว่าเห็นหนอแล้วจบไป กลับคิดเป็นตุเป็นตะไปซะงั้น นึกถึงตอนที่เราปฏิบัติธรรมใหม่ ๆ นะ เราก็แย่พอกัน นั่งสมาธิเมื่อไหร่ก็หลับตลอด คอนี่หมุนไปรอบทิศทาง และยิ่งแย่ไปกว่านั้นถ้าไม่หลับก็นั่งได้ซัก 5 นาทีก็แอบหนีไปนอนใต้ต้นไม้บ้างล่ะ พอจะหมดเวลาเราก็แอบย่อง ๆ คลาน ๆ เข้ามาห้องปฏิบัติธรรม ก็จะเห็นเรานั่งตัวตรงเด๊ะซะสง่างามเลย อิอิ พฤติกรรมแบบนี้ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาดนะ ไม่ดี ไม่ดี

ห้องน้ำที่นี่สะอาดมาก

อ่ะเล่าต่อ ก็ตอนสอบอารมณ์เนี่ยจะมีนักปฏิบัติไปกันครั้งละ 5 คน พอถึงคิวน้องคนนี้ เขาก็รายงานไม่เป็นไง พระอาจารย์ก็ถามนั่นถามนี่เขาก็พูดเกี่ยวกับสภาวะไม่ถูก พอพูดขึ้นมาเป็นหลักการหน่อยก็ตลกมาก เขาบอกว่า หนูนั่งสมาธิพอเกิดเวทนา(ความเจ็บปวด) หนูก็หลับค่ะ เรานี่สติแตกทันที ขำก๊ากซะลั่นห้องสอบอารมณ์เลย แทนที่เราจะกำหนดว่าได้ยินหนอ แต่ปล่อยเฮออกมาซะนั่น เรานี่ช่างไม่เอาไหนซะเลยคนอื่นเขาเงียบหมด พอเราหัวเราะแบบหยุดไม่ได้เพื่อนนั่งข้างหน้าเลยปล่อยเฮออกมาเหมือนกัน พระอาจารย์ก็ขำ ยัยติ๊งต๊อง(เราคิดในใจ) เวลามีเวทนาเกิดหนูหลับค่ะ พูดออกมาได้ไง เวลาปวดขามันจะหลับลงได้ยังไงเล่า ของเรานะปวดขาทีนี่เนื้อแทบจะฉีกเป็นชิ้น ๆ เส้นเอ็นแทบขาด เจ็บปวดทรมานจะตายชักแล้วเธอหลับได้ยังไงจ๊ะ ตลกในคำบอกเล่าจริง ๆ

ที่นี่จะนั่งสมาธิโดยที่ห้ามขยับขาเด็ดขาดจนกว่าจะหมดเวลา ปวดก็ปวดไปต้องทนให้ได้ เรานี่หน้าบิดหน้าเบี้ยวเลยแหละเวลามีเวทนา ก็มันเจ็บปวดเกินบรรยาย อยากให้หมดเวลาเร็ว ๆ จะได้เปลี่ยนขาซักที เรานั่งได้ 30 นาทีแค่นั้นแหละจากนั้นเวทนาก็เกิดแล้ว อีก 30 นาทีคือความทรมาน ที่นี่ต้องนั่งสมาธิ 1 ชั่วโมงนะ บางทีก็ชั่วโมงครึ่ง ห้ามขยับด้วย

ศาลาปฏิบัติธรรม นักบวชทุกคนต้องมาปฏิบัติกันที่นี่ ศาลาเปิดตีสาม ปิดสี่ทุ่ม แต่ปฏิบัติกันจริง ๆ ช่วงตีสี่ถึงสามทุ่ม เราเคยมาก่อนคนอื่นตอนตีสาม อยากขยันว่างั้นเถอะ แต่ปฏิบัติไม่ค่อยได้เพราะง่วง เลยมาตอนตีสี่กว่า ๆ ค่อยยังชั่วหน่อย

วันเวลาผ่านไปจนมาถึงวันที่ 27 ต.ค ธรรมะวิเศษของพระพุทธเจ้าก็บังเกิดขึ้นกับเรา เราเพิ่มความเพียรให้กับการปฏิบัติมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่นั่งสมาธิแค่หนึ่งชั่วโมงเราจะนั่งให้ได้ชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมงให้ได้ เรานั่งสมาธิตั้งแต่ 15.40 น. พอเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเรากัดฟันสู้ต่อในชั่วโมงที่สอง การนั่งสมาธิได้สติดีมาก เห็นอาการพองยุบได้ชัดเจน มีอาการทางวิปัสสนาเกิดขึ้นกับเรามากมายหลายอย่าง แต่เราไม่พูดให้ฟังหรอกนะเพราะว่าเพื่อน ๆ คงไม่เข้าใจ มันเป็นปัจจัตตัง(คือรู้ได้เฉพาะตน) อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราก็รู้และนั่งดูไปเรื่อย ๆ มาสิ้นสุดที่เกิดปีติน่ะสิ รู้ไหมว่ามันเป็นยังไง ไม่อยากจะเล่าเลย อายจัง คือเราเกิดปีติ น้ำตาไหล ร้องไห้ซะลั่นศาลาปฏิบัติธรรมน่ะสิ ร้องไห้เสียงดังมาก ๆ เคยเห็นเด็กสามขวบร้องไห้ไหมเวลาที่โดนแม่ตีหรือเวลาที่อยากได้อะไรแล้วไม่ได้เขาจะร้องแบบนั้นแหละ แล้วก็สะอึกสะอื้น เราเป็นแบบนั้นเลย สะอื้นซะดังเชียวร้องไห้แบบไม่เกรงใจพระ ชี นักบวช ทั้งนั้นแหละ เฮอ ๆ เราจำได้ว่าเราเคยร้องไห้แบบนี้ตอนซักอายุสามขวบเห็นจะได้ นี่เราย้อนกลับไปเป็นเด็กสามขวบได้ยังไงน๊อ กายร้องแต่ใจไม่ร้อง จิตเป็นผู้นั่งดูอาการนั้นอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกับบริกรรมว่า ร้องไห้หนอ ร้องไห้หนอ น้ำตาไม่รู้มาจากไหนเยอะจัง ไหลอาบสองแก้มลงไปที่คอ ลงไปที่อก ไหลไปจนถึงสะดือแน่ะ ร้องนานเหมือนกันนะ หลังจากนั้นซักพักก็หยุดร้อง และนั่งไปเรื่อย ๆ จนมีแต่เวทนาเกิดขึ้น โอยปวดเหลือเกิน ปวดหนอ ปวดหนอ เราก็เลยออกจากสมาธิ พอดูเวลา 18.40 พอดี โอ้นั่งไปได้ยังไงตั้งสามชั่วโมง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยนั่งได้เกินชั่วโมงเลยซักครั้ง ก็แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย รวมถึงเพื่อน ๆ ที่บล็อกแก๊งด้วย อิอิ ถึงไม่ได้มาด้วยกันก็ได้บุญกับเราทุกครั้งไปน๊า

ถ้าใครสนใจอยากจะมาปฏิบัติที่นี่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจนิดนึงนะ คือไปหัดนั่งสมาธิให้ได้ 1 ช.ม โดยที่ไม่เปลี่ยนขาเลย ห้ามขยับ แล้วก็เดินจงกรมให้ได้ 1 ช.ม เช่นกัน และก็ต้องมีความเพียรมาก อดทนสูงนิดนึงเพราะว่าต้องปฏิบัติทั้งวัน ไม่แนะนำคนที่ไม่เคยปฏิบัติธรรมเลยมาที่นี่ เพราะว่าอาจจะอยู่ไม่ได้ มีหลายคนที่หอบกระเป๋ากลับบ้านอยู่ได้แค่วันเดียวเอง คือว่ามันจะน่าเบื่อนะสำหรับคนที่ไม่มีใจ การปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องสนุก มันเป็นการมาหาความทุกข์ เคยได้ยินคำนี้ไหม ผู้ใดเห็นทุกข์ผู้นั้นเห็นธรรม และใครอยากจะเห็นพระพุทธเจ้าก็ต้องเห็นธรรมก่อน เคยได้ยินคำนี้ไหม ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต

พอถึงวันสุดท้ายของการปฏิบัติเรารู้สึกว่าเวลาของเราเหลือน้อยเต็มที เลยตั้งใจเต็มที่ไม่พักเลย หลังทานข้าวมื้อเพลแล้วคนเขาจะไปพักผ่อนที่กุฏิแต่เรามาปฏิบัติก่อนใคร ๆ จากที่เคยเดิน 1 ช.ม นั่ง 1 ชม. แล้วพัก 15 นาที เราเดินนั่งต่อเนื่องถึง 7 ชั่วโมงรวดเดียว ไม่รู้ทำไปได้ไงรู้สึกภูมิใจนิด ๆ ถ้าไม่ถึงเวลาฟังธรรมเราคงปฏิบัติต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะปิดศาลาโน่นแหละ เสียดายมาก วันที่ต้องลาสิกขา เราไม่อยากจะลาเลย อยากอยู่ต่อ นี่ถ้าไม่มีภาระต้องรับผิดชอบเราคงจะอยู่ต่อจนถึงออกพรรษาแน่ ๆ

ปิดท้ายด้วยธรรมะเรื่อง โทษจากการมอง
มาที่นี่ยังมีคนมาแอบปิ๊งเราด้วย 2 คน อิอิ มานั่งคอยตลอดทั้งขามาและขากลับกุฏิ นี่เธอจะมาปฏิบัติธรรมหรือมาหาแฟนเนี่ย เขาให้เก็บสายตาแล้วทำไมไม่เก็บ มองอยู่ได้ สายตานี่น่ากลัวนะ มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
มีพระอรหันต์รูปนึงท่านมีรูปงามสวยเหมือนผู้หญิง พระอานนท์(สมัยที่เกิดเป็นคนธรรมดา)ได้เห็นพระรูปนั้นเกิดความพอใจรักใคร่ขึ้นมาทันที และคิดในใจว่า ถ้าเราได้พระองค์นี้มาเป็นแฟนคงจะดี ผลของกรรมที่คิดอกุศลนั้นพระอานนท์ได้ไปเกิดเป็นกระเทย 500 ชาติ เห็นไหมว่าโทษจากการมองนั้นร้ายกาจขนาดไหน
มีอีกเรื่องสมัยพุทธกาลเหมือนกัน ในสมัยพุทธกาลมีภิกษุณีรูปหนึ่งกำลังเดินรอบเจดีย์แล้วก็มีภิกษุณีเดินตามหลังมา แล้วภิกษุณีรูปข้างหน้าก็ถ่มน้ำลายออกไปแต่ไม่พ้นทางเดิน ภิกษุณีที่เดินตามหลังมาเห็นน้ำลาย เลยอุทานขึ้นมาว่าหญิงแพศยา ผลของกรรมที่ท่านได้ด่าภิกษุณีรูปนั้นทำให้นางได้ไปตกนรก จำไม่ได้ว่ากี่ชาตินะ ลืมจด แล้วพอมาเกิดเป็นมนุษย์ก็ได้เกิดเป็นโสเภณีหกหมื่นชาติ ก็ภิกษุณีรูปนั้น(ที่ถ่มน้ำลาย)เป็นพระอรหันต์ไง เลยได้รับผลกรรมเยอะหน่อย แทนที่นางเห็นน้ำลายแล้วจะกำหนดว่าเห็นหนอแล้วจบไป แต่นางกลับด่า ด่าแค่นี้ได้รับกรรมเยอะขนาดนี้ โอน่ากลัวจริง ๆ ที่นี่ถึงต้องให้เก็บสายตาไงล่ะ ฝึกเอาไว้ให้ชำนาญ เคยเห็นพระพุทธรูปองค์ไหนบ้างที่ลืมตาหมด ไม่มีซักองค์มีแต่ทอดสายตาลงแค่ครึ่งเดียว นี่แหละโทษจากสายตา เขาถึงบอกว่านักปฏิบัติต้องให้ปิดทวารทั้งหก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ตา ไม่ควรมองสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เกิดประโยชน์ หู ไม่ควรไปฟังเรื่องไร้สาระ จมูก ไม่ควรไปดมกลิ่นที่ชื่นชอบ ลิ้น ไม่ควรไปลิ้มรสที่พึงพอใจ กาย ไม่ควรกระทำสิ่งไม่ดีไม่ถูกต้องแม้กระทั่งสัมผัสสิ่งที่น่าพึงพอใจ หลงใหลต่าง ๆ เช่น จับมือสาว แฮ่ ๆ ๆ ใจ ไม่ควรคิดเรื่องต่าง ๆ
รู้สึกว่าวันนี้เราจะพูดมากไปหน่อยนะ อิอิ อยากเขียนเยอะกว่านี้นะแต่เกรงใจคนอ่าน แต่ว่าเราคิดว่าจะเก็บไว้อ่านเองเป็นไดอารี่ของเรา ใครอ่านจบบ้างจ๊ะ ขอปรบมือให้สามแปะ
อ่ะแถมอีกนิดนึงสำหรับคนที่อยากมาปฏิบัติธรรมที่นี่ ถ้าจะมาให้โทรมาก่อน ไม่ควรหิ้วกระเป๋ามาเลยเพราะอาจจะไม่มีห้องให้นอน ที่นี่รับคนไม่เยอะ รับแค่พอกับกุฏิและยังไม่เปิดให้ปฏิบัติทั้งปี แต่ช่วงนี้ใครอยากจะไปก็ไปได้นะเพราะเขามีปฏิบัติกันจนถึงออกพรรษา ที่นี่เพิ่งสร้างและเปิดให้คนเข้าปฏิบัติพรรษาแรก คือช่วงเข้าพรรษาถึงออกพรรษา เราโชคดีได้มาฉลองเปิดศูนย์ปีแรก อิอิ เบอร์โทร 053-263550-1
เย้...เขียนเสร็จแล้ว โอ้ใช้เวลานานมาก ถึงเวลา Publish ซักที เฮ้อเหนื่อย ไม่ไหวละพรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยมกันนะง่วงแล้ว นอนเอาแรงก่อน
| Create Date : 14 ตุลาคม 2550 |
| Last Update : 23 มกราคม 2555 5:29:58 น. |
|
82 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
โดย: ปักเป้าจุด วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:3:41:43 น. |
|
|
|
โดย: ปลายฟากฟ้า วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:7:30:23 น. |
|
|
|
โดย: ostojska วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:9:36:41 น. |
|
|
|
โดย: kai %u0E04%u0E48%u0E30 thank ka... (aitai ) วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:9:59:37 น. |
|
|
|
โดย: Malee30 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:11:27:05 น. |
|
|
|
โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:11:45:15 น. |
|
|
|
โดย: เยี่ยมรุ้ง วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:12:45:39 น. |
|
|
|
โดย: b@rbOr วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:13:00:47 น. |
|
|
|
โดย: PearllyGirL วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:15:01:54 น. |
|
|
|
โดย: weraj วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:18:11:15 น. |
|
|
|
โดย: kayook วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:18:11:59 น. |
|
|
|
โดย: Alisara วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:18:43:21 น. |
|
|
|
โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:18:55:39 น. |
|
|
|
โดย: maxpal วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:19:48:08 น. |
|
|
|
โดย: VA_Dolphin วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:9:53:23 น. |
|
|
|
โดย: ปักเป้าจุด วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:14:04:57 น. |
|
|
|
โดย: จขบ.จ้า (maxpal ) วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:17:37:53 น. |
|
|
|
โดย: ไข่มุกน้อย วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:17:49:03 น. |
|
|
|
โดย: nzmum วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:20:50:38 น. |
|
|
|
โดย: Onc. วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:21:38:38 น. |
|
|
|
โดย: กิ๊ก (sweetez_g ) วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:9:26:35 น. |
|
|
|
| โดย: ตุ๊กตาไขลาน IP: 203.209.25.194 วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:9:51:17 น. |
|
|
|
โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:17:15:04 น. |
|
|
|
โดย: weraj วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:18:03:21 น. |
|
|
|
โดย: ^_^ (ดอกฝิ่นสีชมพู ) วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:22:53:23 น. |
|
|
|
โดย: janeko วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:23:23:43 น. |
|
|
|
โดย: IceIcy (lcelcy ) วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:1:32:10 น. |
|
|
|
โดย: ลมตะเภา วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:2:06:28 น. |
|
|
|
โดย: the Vicky วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:2:57:03 น. |
|
|
|
โดย: the Vicky วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:4:51:50 น. |
|
|
|
โดย: ชิงดวง วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:8:06:00 น. |
|
|
|
โดย: weraj วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:9:04:13 น. |
|
|
|
โดย: ปักเป้าจุด วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:16:11:57 น. |
|
|
|
โดย: maxpal วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:22:09:31 น. |
|
|
|
โดย: เรื่องเล่าของคนช่างฝัน (Imaginewing ) วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:0:19:05 น. |
|
|
|
โดย: the Vicky วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:2:45:19 น. |
|
|
|
| โดย: naigod IP: 124.121.16.135 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:8:44:36 น. |
|
|
|
โดย: weraj วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:11:31:01 น. |
|
|
|
โดย: kittymaew วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:14:12:29 น. |
|
|
|
โดย: kittymaew วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:14:18:24 น. |
|
|
|
โดย: kai (aitai ) วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:0:18:26 น. |
|
|
|
โดย: weraj วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:13:00:44 น. |
|
|
|
โดย: จขบ. จ้า (maxpal ) วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:19:22:51 น. |
|
|
|
โดย: the Vicky วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:3:35:29 น. |
|
|
|
โดย: weraj วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:12:32:38 น. |
|
|
|
โดย: เราสองคน (ฝากเธอ ) วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:13:48:28 น. |
|
|
|
โดย: ปักเป้าจุด วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:10:56:09 น. |
|
|
|
| โดย: ริมตลิ่ง IP: 202.183.204.119 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:03:17 น. |
|
|
|
| โดย: peace in mind IP: 118.173.95.166 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:3:41:03 น. |
|
|
|
| โดย: ทิพย์ IP: 125.26.43.227 วันที่: 25 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:43:48 น. |
|
|
|
| โดย: ปาน IP: 115.67.196.145 วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:06:07 น. |
|
|
|
| โดย: อ้อย IP: 10.0.101.92, 61.7.233.5 วันที่: 4 ธันวาคม 2552 เวลา:20:44:39 น. |
|
|
|
| โดย: จิ๋ง IP: 110.164.229.65 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:52:16 น. |
|
|
|
| โดย: ชุ IP: 124.121.173.81 วันที่: 2 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:35:10 น. |
|
|
|
| โดย: เล็ก เชียงใหม่ค่ะ IP: 117.47.44.147 วันที่: 31 สิงหาคม 2553 เวลา:9:43:24 น. |
|
|
|
| โดย: kwan IP: 117.47.127.108 วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:0:08:27 น. |
|
|
|
โดย: คนอ่างหิน วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:1:55:19 น. |
|
|
|
โดย: Birl Gig วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:13:06:57 น. |
|
|
|
| โดย: Golf IP: 183.88.249.6 วันที่: 12 มีนาคม 2554 เวลา:20:22:15 น. |
|
|
|
| โดย: ดวงใจแก้ว IP: 223.207.127.123 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:19:10:20 น. |
|
|
|
| โดย: tukky_wc IP: 110.168.40.126 วันที่: 26 มิถุนายน 2554 เวลา:21:55:31 น. |
|
|
|
| โดย: นาลันทา IP: 101.109.190.183 วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:07:29 น. |
|
|
|
โดย: ^^ (maxpal ) วันที่: 23 สิงหาคม 2554 เวลา:22:01:11 น. |
|
|
|
| โดย: นาลันทา IP: 182.53.39.53 วันที่: 30 สิงหาคม 2554 เวลา:19:06:42 น. |
|
|
|
| โดย: maxpal IP: 112.162.48.212 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:16:52:41 น. |
|
|
|
| โดย: นาลันทา IP: 125.25.101.253 วันที่: 16 ธันวาคม 2554 เวลา:22:34:13 น. |
|
|
|
| โดย: ^^ IP: 112.162.48.212 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:0:54:16 น. |
|
|
|
| โดย: พุทธพร IP: 110.169.244.116 วันที่: 21 มกราคม 2555 เวลา:14:05:45 น. |
|
|
|
| โดย: พุทธพร IP: 110.169.244.116 วันที่: 21 มกราคม 2555 เวลา:14:33:37 น. |
|
|
|
| โดย: มิ้น IP: 118.172.39.15 วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:0:01:34 น. |
|
|
|
| โดย: นัง IP: 113.53.214.117 วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:18:54:05 น. |
|
|
|
| โดย: มิ้น ธนะชัย IP: 125.26.155.130 วันที่: 30 มีนาคม 2556 เวลา:23:04:06 น. |
|
|
|
|
|
|
|
ทำอะไร คิดอะไร ก็ต้องกำหนดหมดทุกอย่าง
เคยคิดอยากไปสัก 15 วันแต่โอกาสไม่ให้ อีกอย่างใจมันวุ่นวายคงจะสอบอารมณ์ไม่ผ่านแน่
นึกถึงเวลานั่งปวดเหน็บที่ขาแทบตาย ก็ได้แต่กำหนดปวดหนอ เหน็บหนอ ความอดทนนั่งแค่ 20 นาทียังกับนั่งตั้งครึ่งวัน
เฮ้อ...ความพยายามมันน้อยไปหน่อยค่ะ เลยไม่ค่อยจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน