พฤษภาคม 2554
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
27 พฤษภาคม 2554
 

เรื่องเล่าของเด็กหญิงคนหนึ่ง

มีเรื่องเล่าของเด็กหญิงคนนึง ที่มีชีวิตแสนจะธรรมดา

เทอเป็น คนต่างจังหวัด อยู่ในอำเภอเล็กๆของจังหวัดที่เล็กเช่นกัน
เทอเริ่มเข้าเรียนโรงเรียนประถมประจำหมูบ้านของเทอเองตั้งแต่ชั้นอนุบาล
เมื่อเทอ อยู่ ชั้น ป.3 แม่ของเทอ ก้เสียชีวิต จากครอบครัวที่มีพ่อ แม่ พี่ชาย และ ตัวเทอ
ก้เหลือเพียง 3 ชีวิต ในช่วงนั้นเอง พี่ชายของเทอเริ่มทำงาน หลังจากที่เรียนจบวุฒิ ปวส.
ด้วยกับทางบ้านเทอเป็นร้าน ขายของชำ และก็ทำนาปีด้วยซึ่งเป็นปกติของการใช้ชีวิตตามต่างจังหวัด

แต่หนึ่งปีให้หลัง หลังจากที่เทอ สุญเสียแม่นั้น เทอก็ต้องสูญเสียพี่ชายที่กำลังจะเป็นเสาหลักของบ้านของเทอไปอีกคน
ด้วยอุบัติเหตุ ขณะเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ ทำให้ชีวิตเทอตอนนั้นเหลือ เพียง เทอกับพ่อ
จากที่มีพี่ชายทำงานช่วยทางบ้าน ก็กลายเป็นไม่มี ร้านขายของชำก็เริ่มเล็กลง ลดปริมาณของขาย
หลังจากที่ลดลงแล้วเมื่อแม่เทอเสีย แต่ก็ยังมีเบี้ยประกันชีวิต ที่พี่ชายเทอทิ้งไว้ให้
ในการทำประกันได้ไม่ถึงปี กับเงิน 6 แสนบาท ในขณะนั้น ( 14 ปีที่แล้ว)

เนื่องจากเหลือกันเพียงสองคนพ่อลูก บรรดาญาติ เลยเริ่มให้การช่วยเหลือ
ญาติคนนึงเป็นคนดูแลช่วยในการฝากเงินก้อนนั้น เผื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับเทอ
และใช้จ่ายเมื่อจำเป็นของครอบครัว

บ้านที่เทออาศัยตั้งแต่เกิดนั้น เป็นบ้านมรดกของแม่เทอ เมื่อเหลือเพียง 2 คน พ่อลูก
พ่อเลยตัดสินใจ ย้ายบ้าน ไปปลูกใกล้ๆ บ้านย่าของเทอ ซึ่งตอนนั้นย่าอายุมากแล้ว
เพื่อให้ท่านสบายใจมีลูกหลานอยู่ใกล้ และเทอก้ต้องย้ายโรงเรียนจากโรงเรียนในหมูบ้าน
ย้ายไปเรียนโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง (แต่บ้านที่เทอย้ายไปก็อยู่ต่างอำเภอเช่นเดิมเพียงแต่คนละตำบล)
โรงเรียนที่เทอย้ายไป แน่นอนเป็นการแนะนำของญาติๆเทอนั่นเอง ซึ่งเป็นคนเดวกับที่ดูแลเรื่องเงินฝาก

จากเด็กที่เรียนโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ซึ่งในตอนนั้นโรงเรียนรัฐบาลกว่าจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง
ก็คือ ป.5 แน่นอนว่าเทอยังไม่เคยเรียน แต่ยังดีที่ขณะที่พี่ชายเทอมีชีวิตอยู่ ได้ซื้อหนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็กให้เทอบ้าง
อาจจะแค่ดูรูป จำศัพท์ง่ายๆ แต่มันก้ช่วยเทอได้เป็นอย่างมากในการเข้าเรียนที่ใหม่ และซัมเมอร์ก่อนเปิดเรียน
ขอก็คะยั้นคะยอขอพ่อเทอเรียนกวดวิชาใกล้บ้าน ทำให้เทอเริ่มเรียนรู้มากขึ้น สามารถรับมือกับการเรียนที่ใหม่ของเทอ

ด้วยความที่เทอเป็นคนเข้าใจอะไรได้ง่าย เทอสามารถเข้ากะเพื่อนๆได้ดี การเรียนดีในระดับหนึ่ง
เทอทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เทอต้องเริ่มรีดชุดนักเรียนด้วยตัวเอง (โรงเรียนเดิมนั้นเป็นโรงเรียนระดับหมู่บ้านซึ่งแน่นอนว่า
น้อยคนนักจะรีดชุดนักเรียน) ตื่นแต่เช้าด้วยตนเอง(แต่บางครั้งไม่ตื่นพ่อของเทอก้ช่วยปลุกเทอบ้าง :))
เพื่ออาบน้ำแต่งตัวรอรถซึ่งต้องเช้ามากเนื่องจากเทออยู่ต่างอำเภอ จากเด็กที่เรียนรอบนอก ไปเจอสังคม ความเจริญที่มากขึ้น
เทอปรับตัวได้ดี โดยการสังเกต จดจำและเรียนรู้ เทอเรียนติดอันดับ Top 10 ตลอดถึงแม้หลังๆ(อยู่อันดับ 9 ก็ตาม^^)
จนกระทั้งจบ ป.6 ขณะนั้นมี สอง ทางให้เทอเลือก ซึ่งเป็นทางเลือกที่เทอตั้งเอง และเลือกเอง เพราะพ่อเทอเองก็เปนชาวบ้านธรรดาคนนึง
ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มาก ทางเลือกของเทอคือ สอบเข้าโรงเรียนชื่อดังของจังหวัด(ซึ่งมีอยู่ 2 โรงเรียน) และอีกทางคือ
เรียนต่อที่เดิม(ขณะนั้นมีถึง ม.3 แต่กำลังจะเปิดให้ถึง ม.6) ในตอนนั้นเทอจึงคิดว่าสอบไม่ได้ก็เรียนที่เดิม เทอจึงเลือกสอบเข้า ม.1
และเลือกโรงเรียนประจำจังหวัดที่ใหญ่ที่สุด เพราะเทอคิดว่าคนไม่ค่อยกล้าเลือกบางที่อาจเหลือพื้นที่ให้เทอบ้าง
เพราะถึงไม่ติดก้เรียนต่อที่เดิมนั่นแหละ

ในการตัดสินใจของเทอครั้งนั้น เทอไม่ได้ปรึกษาใครแต่อย่างใด เทอไปรับใบสมัครกับเพื่อนของเทอ
เทอจึงกลับมาบอกกับญาติๆ ว่าจะสอบซึ่งทุกคนก็บอกให้ลอง แล้วในวันสมัครเทอก้เดินทางไปด้วยตัวเอง
ไปในตัวอำเภอโดยรถโดยสารซึ่งตอนนั้นเทอเองเพิ่งเคยไปที่นั้นเป็นครั้งแต่สอง เข้าไปยื่นไปสมัครด้านในโรงเรียน
โดยการสอดส่องสายตา อ่านป้ายทุกป้ายที่ติดจนถึงตึกที่ยื่นไปสมัคร ตอนนั้นเทอรู้สึกว่าแคว้งมาก มองไปทางไหนก็ไม่รู้จักใครเลย
เทอจึงตัดสินใจเข้าไปทำความรู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนึงที่มาสมัครเช่นกัน และเมื่อถึงเวลายื่นใบสมัคร อาจารย์ก็ถามเทอขึ้นมาว่า
"ให้ผู้ปกครองเซนต์ตรงนี้นะครับ"(พร้อมกับชี้ไปส่วนท้ายใบสมัคร" เทออึ้งไปพักนึง แล้วหันไปหาเพื่อนใหม่เทอที่ต่อแถวอยู่หลังเทอนั่นเอง
"ขอพ่อเทอช่วยเซนให้เราหน่อยได้มั้ย" และเมื่อเทอได้ยินเสียงตกลงจากพ่อของเพื่อนใหม่เทอ เทอรู้สึกดีใจ และซึ้งใจมาก
จากนั้นมีเสียงถามจากอาจารย์มาอีกว่า "ไม่ทราบว่าเป็นพ่อของเด็กหรือเปล่าครับ" " อ่อ เป็นเพื่อนของพ่อครับ มาแทน" พ่อเพื่อนตอบ
"งั้นเขียนเป็นญาติละกันนะครับ" อาจารย์ใจดีมากเลย ^^ จากนั้นก็เข้าสู่การสอบถามเล็กๆน้อยๆจากอาจารย์

ในวันสอบเข้า เทอก็เดินทางมาด้วยตัวเองเช่นกัน เจอเพื่อนๆเทอบ้างก็ทักทายกัน แต่จะเจอไม่มากทีเดียว
เพราะโรงเรียนเทอเป็นเพียงโรงเรียนเอกชนเล็กๆ ที่ทั้งชั้น ป.6 มีประมาณ 160 คน และแน่นอนว่า เพื่อนร่วมรุ่นเทอมาสอบที่นี่
ไม่ถึงครั้งของจำนวนทั้งหมด เพราะวันสอบเข้าเป็นวันเดียวกับอีกโรงเรียนนึง(ที่เป็นอันดับสองของจังหวัด)
เมื่อสอบเสร็จก้เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆจะพูดกันเรื่องข้อสอบ เทอก้ฟังๆ ขณะนั่งรถโดยสารกลับบ้าน ซึ่งเทออึ้งกะเพื่อนๆ
ในหลายๆข้อที่เทอตอบไม่ตรงกับเพื่อนๆเลย เทอจึงคอยคิดเสมอว่า ไม่ติดก้เข้าที่เดิม ...

เมื่อถึงวันประกาศผล วันนี้เทอมากับพ่อของเทอ เพราะถ้าหากเทอสอบตืดต้องไปรายงานตัวพร้อมผู้ปกครองในวันนั้นทันที
เทอเดินเข้าโรงเรียนด้วยความหวังอันน้อยนิด(หวังขอให้ติด แต่ก็พยายามเตือนตัวเองเผื่อใจไว้)
เทอเดินเข้าไปยังไม่ถึงบอร์ดประกาศดีนัก ได้พบกับเพื่อนเทอคนนึง เทอจึงถามเพื่อนของเทอ
"เป็นไงบ้าง ได้มั้ย" เทอรู้สึกเศร้ากับข่าวร้ายของเพื่อน
"ไม่ได้น่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอกเด๋วรอสอบอีกรอบ" (หากมีคนสละสิทธิ์ไปจะมีการสอบรับเพิ่ม)
"เอ้อ แต่เราเห็นชื่อเทอน่ะ น่าจะสักอันดับ 100 นี่หละ ลองไปดูสิ" รู้สึกดีใจมาก แต่ก็ยังกลัวไม่ใช่เพราะเพื่อนอาจดูผิดไป
เทอจึงกล่าวขอบคุณเพื่อนแล้วพาพ่อเทอไปที่บอร์ด ดีที่เพื่อนของบอกว่าเห็นชื่อเทอประมาณที่ 100 เทอจึงเริ่มจากบอร์ดนั้นทันที
และก็เห็นชื่อของเทอในอันดับที่ 101 เทอกับพ่อดีใจมากเลยทีเดียว แล้วก็พากันไปมอบตัวเข้าเรียน

เทอใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนที่ได้ชื่อว่าดังที่สุดในจังหวัด ซึ่งเทอดำเนินชีวิตด้วยตัวเองมาตลอดดูแลตัวเองไม่ว่าจะเรื่องเรียน
การแต่งตัว งานต่างๆ โดยมีพ่อของเทอให้การสนับสนุนตามสมควร แต่เทอก็มีนิสัยที่ไม่ดีในบางเรื่องคือ
เทอไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่เทอจะจำและทำความเข้าใจในขณะที่เทอสอน ทำให้การเรียนในเทอมสุดท้ายของระดับ ม.ต้น ลดลงไปมาก
ด้วยความคิดที่ผิดๆ ที่คิดว่า โรงเรียนรับเด็กเก่าเรียน ม.ปลายอยู่แล้ว เทอจึงไม่ให้ความสนใจในการเรียนมากนัก

เมื่อจบ ม.3 ก้ถึงคราวตัดสินใจอีกครั้งของเทอในการเลือกสายเรียน เอ๊ะหรือจะไปต่อสายอาชีพดี
มีช้อยส์เพิ่มมาในความคิดเทออีกหนึ่ข้อ แต่มีเปอร์เซนต์น้อยมาก และสุดท้ายเทอก้เลือกสายวิทย์
เพราะคิดว่าอาจจะเลือกต่อได้หลากหลายกว่า ด้วยความที่ยังไม่รู้ว่าอยากทำอะไรเป็นอะไรในตอนนั้น

เริ่มเรียน ม.4 การเรียนเทอก็อยู่ในระดับดีพอสมควร เทอก็เริ่มคิดหรือจะเรียนเภสัชดีเนอะ บลาๆๆ
แต่เข้าเทอมต่อๆไปการเรียนเทอเริ่มลด เพราะด้วยความที่เทอไม่ชอบอ่านหนังสือนั่นเอง
บวกกับความขี้เกียจหลายๆด้านครอบงำเทอ เพราะเทอเคยทำมาแล้ว ตอนม.3 เทอมสุดท้าย ^^
จนเทอเรียน ม.6 เป็นธรรมเนียมที่สุดคนต้องสอบโควต้าของมหาวิทยาลัยในภาคตัวเอง
เทอต้องเลือกคณะเรียน!! เทอคิดเรื่องนี้ทุกวัน ได้แต่ถามตัวเองอยากเป็นอะไร แล้วก้เรียนแล้วจะได้มั้ย
เรียนวิชาอะไรบ้าง ชอบรึเปล่า เพราะเทอรู้ตัวเองดีว่า ถ้าไม่ชอบ เทอก้จะไม่เปิดใจ เปิดสมองรับมัน(ไม่ดีมากๆ ข้อนี้)
และเทอก้ค้นพบว่า เทอไม่ชอบการท่องตำรามากๆๆเลย (มันแน่อยู่แล้ว) ตัดพวกสังคมทั้งหมดไป
วิชาชีวะ ก้เป็นหนึ่งในการท่องจำด้วยสำหรับความคิดเทอ เทอหาๆ คณะที่ไม่ต้องเรียนชีวะ จนค้นพบคณะวิศวกรรมศาสตร์
เทอต้องเลือกสาขาอีก เทอลังเลใจแต่ในตอนนั้น เทอชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์มาก(ความจริงมันไม่น่าเป็นส่วนในการตัดสินใจ)
เทอเลือกลงวิศวฯคอมพ์ฯ ทั้งที่ไม่รู้เลยรายละเอียดมากว่าเรียนอะไรบ้าง แต่ที่รู้แน่ๆไม่มีชีวะ มีฟิสิกส์ เคมีบ้าง
(ทั้งที่เกรดวิชาเหล่านี้เทอได้น้อยกว่าชีวะซะอีก) แต่ปรากฎว่าเทอได้เพียงโควต้ามหาลัยที่ใหม่ที่สุดในภาค
ทำให้เทอต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ ว่าจะสละสิทธิเพื่อ เอนทรานซ์ หรือเรียนที่นั่นเพราะจะได้ไม่ต้องสอบให้วุ่นวาย
เทอถามเพื่อนๆ ถามหลายๆความเหน และก็ได้คำตอบต่างๆกันไป ซึ่งส่วนใหญ่บอกว่า รอสอบใหม่ดีกว่าเพราะนี่แค่ครั้งแรก
ยังมีโอกาสอีกเยอะ แต่เทอก็ได้คุยกับเพื่อนในห้องคนนึงที่ได้โควต้าที่เดวกับเทอ เพื่อนคนนั้นก้ลังเลเหมือนกัน
ซึ่งคุยกันพักนึง แล้วสุดท้ายจึงตัดสินใจว่า ไปก็ไปว่ะ ไปด้วยกันน่ะ

เทอใช้ชีวิตการเรียนมหาวิทยาลัยอย่างสบายๆ และติดเสียนิสัยคือ ไม่ชอบอ่าน เทอจบมาด้วยผลการเรียนกลางๆ
แต่ยังดีที่ยังสามารถไปสมัครสอบเข้าภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจได้ และเทอเริ่มโตขึ้น เทอกลับไปคิดเรื่องราวต่างๆ
เทอรู้สึกว่าเทอคิดถูกที่เรียนด้านนี้มา ทั้งที่ไม่รู้ว่าต้องเรียนเน้นอะไร มันเป็นเอกที่เน้นคณิต ตรรกะ ในความคิดเทอตอนนี้
และเทอชอบสิ่งเหล่านี้ เพราะเพียงแค่เราคิดเป็น และเข้าใจมัน ไม่ต้องท่องจำอะไรเลยแค่คิดให้เป็นลำดับ
เข้าใจเหตุและผลของมัน เทอรู้สึกว่าตัวเองได้เลือกถูกอล้ว ถึงแม้บางทีหากเลือกทางอื่นอาจจะดีกว่านี้
แต่นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ณ ตอนนี้ เทอยังไม่ได้ทำงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจใดๆ ด้วยความคิดว่าเทอยังมีโอกาสกอบกวยเงินเดือนที่สูงกว่าจากบริษัทเอกชน
เทอทำงานเปนโปรแกรมเมอร์ ของโรงงานในนิคมแห่งหนึ่ง ซึ่งเงินเดือนก้เป็นที่น่าพอใจสำหรับเทอ ที่พอจะส่งให้ทางบ้านบ้าง
ใช้จ่ายประจำวัน และเกบออมบ้าง อ่อ ตอนนี้เทอยังมีน้องชายที่เทอต้องส่งเรียนอีก 1 คน (ป.6) หลัจากเทอกับพ่อย้ายบ้าน
พ่อเทอได้มีครอบครัวใหม่ แต่ชีวิตตอนนี้เทอก็มีความสุข ดี จนกระทั่ง...(วันต่อไป ค่ะ :))




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2554
0 comments
Last Update : 27 พฤษภาคม 2554 13:27:06 น.
Counter : 910 Pageviews.

 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

PHz_Plaiiz
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add PHz_Plaiiz's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com