ร่วมด้วยช่วยกันอ่านนะคะ

 
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 สิงหาคม 2550
 

นานิยายเรื่อง ผู้ดี ของดอกไม้สด

นวนิยายเรื่อง ผู้ดี


บทประพันธ์ของ ดอกไม้สด


วิมลเป็นลูกสาวของพระยาอมรรัตน์ ราชสุภิชา เป็นลูกสาวที่ท่านบิดารักใคร่ยกย่องเชิดชูด้วยความภาคภูมิใจ แม้วิมลจะมีมารดาเลี้ยง แต่มารดาเลี้ยง

ของวิมลก็ประเสริฐกว่ามารดาเลี้ยงของใครทั้งหลาย แทนที่วิมลจะสูญเสียความรักของบิดาไปเพราะมารดาเลี้ยง วิมลกลับได้รับความรักจากบิดาเพิ่มขึ้นอีก

และได้รับความทะนุถนอมด้วยความเอาใจใส ห่วงใยจากมารดาเลี้ยงอย่างยิ่ง คุณแส มารดาเลี้ยงเป็นสตรีที่ฉลาด สุขุมมี เหตุผล และมีใจอ่อนโยน

จึงเป็นบุคลที่มีคุณสมบัติอันดีเลิศของสตรีผู้เป็นมารดา จึงนับได้ว่า วิมลเป็นหญิงสาวที่มีโชคดียิ่งนัก วิมลมีมารดาคือคุณหญิงวงค์แต่หญิงสาวมักให้ความผูกพันธ์กับแม่เลี้ยงมากก่วา

ส่วนคุณหญิงวงก็ไปเอาใสใส่แต่พี่ชายของหล่อน อาจปนความน้อยใจบางเล็กน้อยที่บุตรสาวเอาความสนใจไปให้แม่อีก คนคุณวงนั้นแทบจะไม่ได้เลี้ยงดูหญิงสาวเลยแต่วิมลก็รักแม่มากพอๆกับรักคุณแส

หญิงสาวหลายคนออกอิจฉาว่า ทำไม วิมลจึงโชคดีนัก? บางคนรู้สึกว่า ตนเองก็มีความงามไม่น้อยกว่าวิมล

ฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่ด้อยกว่าวิมล แต่ทำไมจึงอาภัพนักในเรื่องของความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของมิตรสหาย หรือความรักในวัยหนุ่มสาว

วิมลมีดีอะไรหรือจึงมีเสน่ห์นัก? อันที่จริงก็น่าจะลองคิดดู

เมื่อวิมลอยู่ในวัยเยาว์ วิมลดื้อบ้าง ซนบ้าง ตามวิสัยของเด็ก และแสนงอนบ้างตามวิสัยของเด็กผู้หญิง แต่วิมลก็จดจำถ้อยคำของคุณแสมารดาเลี้ยงได้พร่ำสอนไว้ว่า

เด็กผู้หญิงต้องมีกิริยามารยาทอ่อนโยน และที่สำคัญที่สุด เด็กผู้หญิงต้องรู้จักรักนวลสงวนกาย นอกจากบิดาแล้ว มิควรให้ชายใดได้ถูกเนื้อตัวเป็นอันขาด

ในเมื่อไม่ถึงเวลาอันสมควร วิมลอาจจะไม่เข้าใจนักว่า คำตักเตือนของมารดาเลี้ยงหมายความว่าอย่างไร แต่วิมลรู้และจำได้ว่า "ผู้ดี" ต้องมีสัจจะ "ผู้ดี" มีเกียรติ

ที่การรู้จักรักษาคำมั่นสัญญา เมื่อมารดาเลี้ยงเชื่อใจไว้ใจว่า วิมลลูกสาวน้อยย่อมรู้จักรักนวลสงวนกายดังที่เคยอบรมสั่งสอนไว้ ฉะนั้น

แม้วิมลอยู่ในวัยที่กำลัง "เห่อ" อยากจะมีคู่รักเหมือนเด็กสาวทั้งหลาย แต่ความรู้สึกของวิมลก็เพียงแต่อยากจะมี "แหวน" ไว้ใส่ที่นิ้วเพื่ออวดเพื่อนๆให้มองดู "โก้" เท่านั้นเอง ถ้าหากว่าจะถามระหว่าง "อุดม" คู่รักกับ "แหวน" ที่อุดมให้

อย่างไหนจะมีความสำคัญต่อวิมลมากกว่ากัน? วิมลคงจะตอบว่า "แหวน" มีความสำคัญ เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่วิมลสามารถนำไปอวดใครๆได้โดยไม่ต้องอึดอัดลำบากใจ แต่ถ้าใครจะถามถึง "อุดม" กับวิมล

วิมลก็คงจะอธิบายไม่ได้ว่าอุดมมีความสำคัญอย่างไรต่อตน? เพราะโดยแท้จริงนั้น ความสำคัญของอุดมยังไม่ได้ฝังใจวิมลแต่อย่างใดเลย

ฉะนั้นสิ่งที่อุดมได้รับจากวิมลก็คือ การที่วิมลยอมสวมแหวนของตน แต่แหวนนั้นก็มิได้มีความหมายใดมากไปกว่ามีไว้เพื่อเป็นเครื่องประดับความโก้?


เมื่อวิมลเติบโตเป็นสตรีสาว ในฐานะลูกสาวเอกของท่านบิดาและในฐานะของ "คุณ" แห่งบ้าน ซึ่งจะต้องดูแลภรรยาบ่าวและลูกน้อยของท่านบิดาแทนพี่ชายที่ถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ

อันการปกครองคนที่มีคุณธรรมนั้นมิเป็นการยากประการใด แต่การปกครองคนที่หยาบในความรู้สึกนึกคิดเป็นการยากอย่างยิ่ง และวิมลซึ่งเพียงจะย่างเข้าสู่วัยบรรลุนิติภาวะก็ย่อมจะต้องยากขึ้นเป็นทวีคูณ

แต่เพราะวิมลรำลึกได้จากคำพร่ำแนะนำของคุณแส มารดาเลี้ยงว่า "ผู้ดี" ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มี "หลัก" ไม่ใช่ผู้ใหญ่ "เหลาะแหละ" ฉะนั้น วิมลจึงพยายามบังคับตัวให้เป็น "หลัก" ด้วยการตัวไม่ให้ "หลง" ในถ้อยคำเยินยอและในของล่อใจ

วิมลทำให้คนที่อยู่ในปกครอง "เกรง" ด้วยการให้ความเป็นธรรม ด้วยการยกย่องในโอกาสอันควร และเว้นเสียซึ่งการเหยียบย่ำให้ได้อาย ฉะนั้น "วิมล" จึงเป็นสาวน้อยที่เปรียบเสมือนกุหลาบงามที่มีหนามคม
"สุดใจ" ญาติสาว ผู้มีแต่ความน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาของตน และพร้อมกันนั้นก็เกิดความรู้สึกว่า โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยความอยุติธรรมเสียเหลือเกิน

วิมลมีดีอะไรจึงเกิดมาในกองทอง? นึกอะไรได้สิ่งนั้น ปราถนาสิ่งไรก็ได้สมประสงค์ แล้วสุดใจชั่วที่ตรงไหน จึงต้องทนทุกข์ทรมานเหนื่อยยาก เช่นนี้?


เมื่อชีวิตพลิกผันพาโชคชะตาของวิมลให้เปลี่ยนกลับจากความที่เคยเหลือเฟือมาเป็นความขาดแคลน หลังจากอนิจกรรมของท่านบิดา

ก็ปรากฎว่า ท่านมิได้เหลือทรัพย์สมบัติไว้ให้วิมลดังที่ใครคาดคิด ตรงกันข้ามท่านกลับเหลือปัญหาไว้ให้วิมลขบ นั่นคือ พี่ชายที่กำลังศึกษาวิชาอยู่ที่ต่างประเทศนั้น จะสามารถศึกษาต่อจนได้สำเร็จละหรือ? ในเมื่อท่านบิดาไม่ได้เหลือสิ่งใดไว้ให้ นอกจากตึกที่อยู่หลังเดียว กับผู้คนรวมทั้งภรรยาบ่าว และลูกน้อยของเขาไว้ให้เป็นภาระของวิมลที่จะหาทางแก้ต่อไป

คุณแสกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่ท่านเจ้าคูณยังไม่เสียเพราะทนการมีภรรยามากของสามีไม่ได้
พอๆกับคุณหญิงวง ที่ย้ายไปอยู่บ้านเดิมของท่านที่อัมพวา

วิมลที่เคยร่ำรวยกลับยากจนเสียแล้ว วิมลที่เคยโก้กลับหมดรัศมี สุดใจยังอยากอิจฉาวิมลอยู่อีกหรือ? จังหวะนี้แหละเป็นจังหวะชีวิตที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เพราะทรัพย์จึงทำให้วิมลเด่น เพราะตระกูลทำให้วิมลโก้ เพราะความสวยจึงทำให้ชื่อเสียงของวิมลหอมฟุ้ง หรือว่า...เพราะอะไรกันแน่?
วิมลตัดสินใจทันทีตามวิสัยของผู้หญิงที่อยู่ในวัยสาว วิมลอพยพตนเองและน้องๆมาอยู่ที่เรือนคนใช้ และยกตึกใหญ่หลังนั้นให้เช่าในราคาที่พอจะทำให้วิมลมีเงินพอที่จะส่งพี่ชายได้ศึกษาต่อไปโดยไม่ต้องกลับเสียกลางคัน

วิมลไม่ยอมฟังคำคัดค้านของญาติผู้ใหญ่ที่ว่าจะลำบาก ไม่ฟังคำคัดค้านของน้องสาวชอบโก้ ที่ยังไม่ตื่นตัวว่าช่างน่าละอายที่ลดตัวไปอยู่เรือนคนใช้

วิมลเห็นว่า "ค่าของคนที่แท้จริงอยู่ที่ตัวคน อยู่ที่ความประพฤติ และการกระทำของบุคคล" ไม่ได้อยู่ที่สิ่งประกอบภายนอก ฉะนั้น จะกลัวอะไรกับบ้านที่ไม่สะสวยโก้หรู

วิมลก็จัดแจงซ่อมแซมให้พออยู่ไม่ขัดตาและเพราะรายได้ลดลง วิมลก็ลดคนใช้ที่เคยรับใช้ให้ความสะดวกสบายแก่ตัวเองเสีย งานบ้านแค่นี้ไม่หนักหนาอะไร วิมลทำเองได้ทั้งนั้น

แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะวิมลไม่ได้ไปทำให้ใครอื่น แต่ทำให้ตัวเองและน้องๆ ก็เหมือนกับวิมลเป็นนายตนเอง มีอิสระแก่ตัว วิมลปรับตัวเองให้เข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสภาพแวดล้อมของตนได้อย่างน่าชม และชวนให้ใครยกย่องนับถือ

วิมลเป็นอิสระแก่ตัวเอง เพราะวิมลไม่ได้ทำตัวให้เป็นที่น่าสงสารสมเพชของใครทั้งหลาย เมื่อครั้งที่วิมลอยู่ในฐานะมั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน วิมลก็ไม่เคยโลภหลงจนลืมตัว และเมื่อมาอยู่ในฐานะที่ค่อนข้างอัตคัด

วิมลก็ไม่ได้เวทนาสงสารตัวเอง เพราะอย่างน้อย วิมลก็ยังคิดได้ว่า วิมลยังโชคดีกว่าคนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก หญิงสาวมีที่ยึดเหนียวใจคือคุณแสที่มักจะเขียนจดหมายปรึกษาและให้กำลังใจลูกสาวคนนี้เสมอ ทำให้หญิงสาวมีกำลังใจและดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง


"สุดใจ" สิ้นอิจฉาวิมลแล้วหรือ! หามิได้ เมื่อก่อนนี้ สุดใจอิจฉาความสมบูรณ์พูนสุขของวิมล มาบัดนี้สุดใจอิจฉาความมีอิสระของวิมล ที่สามารถทำอะไรก็ทำได้ไม่เหมือนสุดใจที่ต้องคอยพึ่งพ่อแม่และอยู่ในความดูแลของพ่อแม่ตลอดเวลา

มีอยู่ครั้งหนึ่งสุดใจเคยเอ่ยปากขอเสื้อของวิมล หญิงสาวหญิงสาวไม่ได้หวงเสื้อมากนักแต่อยากจะลองใจญาติสาว จึงให้สุดใจกล่าวคำพูดตามตนว่า "ก็คนมันหน้าด้านขอใครจะหน้าด้านพอที่จะไม่ให้" สุดใจกล่าวตามวิมลแต่โดยดีโดยที่ไม่ได้คิดตามทำให้หญิงสาวได้คิดอย่างนึงว่าความอยากได้มันทำให้คนหน้ามืดตามัวได้จริงๆ ตามที่บิดาของเธอเคยสอนไว้

มนุษย์เรานั้นก็มีความอยากเป็นกิเลสกันอยู่ทั่วหน้า มากบ้าง น้อยบ้าง แต่คนที่มีกิเลส ความอิจฉานั้น เห็นจะเปรียบเทียบได้กับโรคร้าย เช่น มะเร็ง ที่จะกัดกินซอกซอน จนกระทั้งเจ้าของกิเลสนั้นพ่ายแพ้ภัยตัวเองไป

เป็นของธรรมดาที่จะให้วิมลเป็นสุขพร้อมเหมือนในยามที่อยู่ในความสุขสมบูรณ์ไม่ได้ แต่วิมลก็ไม่ได้มีความรู้สึกเดือดร้อน

วิมลไม่ได้คิดว่า ความจนเป็นสิ่งที่น่าเกลียดจนเกินไป หรือเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ฉะนั้นวิมลจึงยังคงผ่องใสงดงาม เพราะใจที่เป็นสุขไม่มั่วสุมอยู่กับความทุกข์ ด้วยเหตุนี้ แม้ในยามจนวิมลก็คงยังเป็นที่รักและปรารถนาของบุรุษอีก ไม่น้อยคนและในบรรดาบุรุษเหล่านี้

พระยาพลวัตฯ ดูเหมือนจะเป็นบุคลที่ออกจะมีโชคกว่าบุคคลอื่น เพราะเป็นผู้ที่วิมลมีโอกาสได้มองเห็นคุณธรรมความดีได้ใกล้ชิด

พระยาพลวัต ชายวัยสามสิบ ได้เข้ามาเช่าตึกใหญ่ที่วิมลเคยอยู่หลังจากหญิงสาวประกาศให้เช่าเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและส่งให้พี่ชายที่เรียนอยู่ต่างประเทศ พระยาพลวัตมีภรรยาที่ขี้โรคแต่ท่านก็รักและดูแลภรรยาอย่างดี

คุณหญิงเป็นบุคลที่หน้ากลัวเธอซ่อนความคิดร้ายกราดตามแบบภรรยาที่หวงสามีไว้ภายใต้ความดีงามอย่างไม่หน้าเชื่อตามแบบบุคคลที่ป่วยจนฟุ้งซ้าน

แต่ก็พบแสงสว่างเมื่อได้พูดคุยกับบุคลที่มีความเป็นผู้ดีเต็มตัวอย่างคุณแสคุณแสมีความสามารถพูดชักจูงให้คุณหญิงเห็นแจ้งในสิ่งต่างๆได้โดยหน้าแปลกใจ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีและทำให้สามีของท่านพอใจและยกผู้สูงวัยไว้เป็นบุคลที่หน้าคบหาและเคราพนับถือที่สุด

เมื่อพี่ชายเรียนจบวิมลก็เหมือนหมดภาระอันยิ่งใหญ่ลงเธอยอมเสียความสุขส่วนตัวเพื่อพี่ชายที่รักทั้งที่หญิงสาววัยอย่างเธอไม่ต้องทำก็ได้แต่เป็นเพราะการอบรมสั่งสอนที่ดีทำให้หญิงสาวมีความเป็นผู้ดีอยู่เต็มตัว ผู้ดีที่ไม่ใช่มีแค่ตระกูลดีเพียงอย่างเดียวแต่ต้องดีพร้อมทุกด้านด้วย


วิมลสะท้อนภาพชีวิตให้เราได้เข้าใจในความหมายอันแท้จริงของคำว่า "ผู้ดี" ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะเป็น "ผู้ดี" ได้เท่าๆกัน

เพราะความเป็นผู้ดีนั้นมิได้อยู่ที่ตึกใหญ่ๆ รถยนต์คันยาว เงินฝากธนาคารนับหมื่นแสน หรือวงศ์ตระกูลเก่าแก่ที่รู้จัก





Create Date : 07 สิงหาคม 2550
Last Update : 8 สิงหาคม 2550 8:16:29 น. 5 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
เรื่องนี้หน้าอ่านมากค่ะ อ่านแล้วเราจะได้ข้อคิดอะไรดีๆจากการสั่งสอนของคุณแสที่สอนวิมลและการดำเนินชีวิตของคุณแสและตัวละครหลายๆตัวที่แตกต่างกัน ที่แรกฟังชื่อเรื่องแล้วไม่อย่ากอ่านแต่พอได้อ่านแล้ววางไม่ลงเลย
 
 

โดย: ศิริรำไพร วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:8:25:33 น.  

 
 
 
เคยอ่านเรื่องนี้สมัยยังสาวค่ะ จำได้ว่าชอบมากๆเลย
ได้อ่านอีกทีก็ดีเหมือนกัน หลังจากลืมเลือนไปนานแสนนานแล้ว
ขอบคุณนะคะที่โพสต์ไว้
 
 

โดย: une playful pizzicato วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:1:59:29 น.  

 
 
 
ดีจังเลยค่ะ ที่ได้มาอ่านเรื่องย่อ สมัยนี้คำนี้เริ่มห่างหายไปจากสังคมแล้ว ไม่มีใครตระหนัก ยังจำได้ว่า บอกกับเพื่อนว่า ไม่ควรพูดให้ผู้อื่นเก้อเขิน ในที่สาธารณะ เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้ดี เพื่อนขำกลิ้งเลยค่ะ บอกว่าไม่เคยรู้เลย และไม่คิดว่าจะเรียนรู้ด้วย ซะงั้น
 
 

โดย: vlovethai วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:8:35:35 น.  

 
 
 
ค่ะคนเราสมัยนี้ลืมคำว่าผู้ดีไปหมดแล้วบางคนคิดว่าผู้ดีคือคนที่มีชาติตระกูลสูงเท่านันแต่ไม่จริงเลยค่ะพวกที่มีชาติตระกูลสูงบางคนก็ไม่มีความเป็นผู้ดีเลย ใครๆก็เป็นผู้ดีได้ค่ะถ้าเป็นคนดี แต่คนสมัยนี้หาได้อยากมากจนหน้ากลัวว่าต่อไปข้างหน้าจะเป็น อย่างไร
 
 

โดย: ศิริรำไพร วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:9:24:22 น.  

 
 
 
ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องดีๆ ที่นำมาให้อ่านกัน
 
 

โดย: young_angle วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:6:51:18 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
ศิริรำไพร
 
Location :
อ่างทอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากเป็นนักเขียนค่ะให้กำลังใจเด็กบ้านนอกตัวเล็กๆด้วยนะคะ
[Add ศิริรำไพร's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com