สมุดบันทึกผู้หญิงชอบเที่ยว "ภัทรานิตย์" --www.patthanid.bloggang.com --

"เที่ยวเมืองไทยด้วยหัวใจ แล้วคุณจะรักเมืองไทยอย่างยั่งยืน"


<<
กุมภาพันธ์ 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
27 กุมภาพันธ์ 2560
 

สูงวัยไปด้วยกัน ตอนที่ 1 เมื่อชีวิตผกผันให้มาใช้ชีวิตกับสูงวัย




ตอนที่เราเป็นเด็กเราจะคุ้นเคยกับชีวิตการอยู่กับพ่อแม่ พอเริ่มโตขึ้นก็ต้องไปเรียนต่างถิ่นจากนั้นพอเข้าสู่วัยทำงานก็จะมีความฝันของแต่ละคนและนำมาสู่การแยกกันอยู่ในที่สุด ตามรูปการณ์มันก็น่าจะเป็นแบบนี้นะสเตปชีวิต ดังนั้น จขบ.จึงได้สร้างบ้านไว้ให้พ่อกับแม่อยู่เอาจริงๆ นะไม่มีความคิดว่าจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย เพราะความสบายและชินกับการอยู่คอนโดในเมืองกรุงจนเพื่อนๆ ทักว่าไม่กลับบ้านนอกเหรอแก 

"โนจ๊ะ" ชั้นมีความสุขกับชีวิตเมืองกรุงดิ้นรนและแข่งกันมีความบันเทิงทุกรูปแบบ คิดดูแล้วกันว่าบ้านที่สร้างยังไม่มีห้องให้ตัวเองเลยเหอะคือไม่คิดจะมาอยู่แน่ๆ แต่จนแล้วจนรอดฟ้าก็ประทานงานมา เปลี่ยนงานค๊าหลังจากทำงานในเมืองกรุงมากว่าสิบปี มาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกครั้งในตำแหน่ง "เซลบ้านนอก" นั่งคำนวนทุกสิ่งอย่างแล้วเอาวะไม่มีอะไรจะเสี่ยงไปมากกว่านี้แล้วชีวิต 

ทุกทีเลยสิน่าไม่ชอบสิ่งไหนมักจะได้สิ่งนั้นเช่นกัน ไม่ชอบชีวิตบ้านนอกเอาเสียเลยอ่ะแล้วเป็นไงต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกสไตล์จะรอดไหมวะตรู  จำได้ว่าวันที่อพยพจากเมืองกรุงมาสู่บ้านนอกสไตล์แม่เจ้านี่อิช้านซื้อสมบัติอะไรไว้เยอะนักหนาวะเนี่ย บทเรียนแรกของการย้ายบ้านทำให้รู้ว่า "อะไรที่ไม่ใช้ท้ายที่สุดก็คือขยะ" ทิ้งสิคะจะรออะไรไม่คุ้มค่าขนย้าย ของอะไรไม่จำเป็นถังขยะโลด นึกในใจจะเก็บไว้ทำไมเนี่ยตรู 

ทุกท่านเชื่อไหมว่าการได้มาอยู่บ้านนอกสไตล์ทำให้เราได้รู้ว่ามนุษย์พ่อและมนุษย์แม่ตอนยามชราแล้วมักจะไม่เหมือนคนเดิม มันจริงนะท่านๆ เรามีความรู้สึกว่าพ่อขี้โวยวายกว่าเดิม แม่ก็ขี้หงุดหงิด โอ้ยชีวิตตรูนี่มันอะไรกันนี่คือเราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทุกคนมีความอินดี้หมดเรียกว่าชั้นจะทำในสิ่งที่ชั้นพอใจเท่านั้น "การยอมกัน" คืออะไร?? 

เพิ่งรู้เหมือนกันว่าคนแก่สองคนที่ไม่ยอมกันนี่มันเวียนหัวมาก ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากันด้วยความที่ชินกับชีิวิตในเมืองกรุงฯ จะคุยโทรศัพท์ตอนไหนก็ได้แต่พอมาอยู่บ้านทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์นานจะมีซาวมาไกลๆ "เมื่อไหร่จะวางนานแล้วนะ" เป็นความอึดอัดแรกที่รู้สึกพ่อแม่มักจะไม่ชอบให้คุยโทรศัพท์นานๆ แล้วจะมีวิธีการกดดันที่ทำให้รู้สึกว่าต้องวางโดยการเดินไปวนมา โอ้ยยอะไรกันเนี่ยยยชีวิตเราควรจะเคารพสิทธิ์ของกันและกันนะอีกอย่างโตแล้วเปล่าว้าา 

ปัญหาต่อมาของการอยู่กับพ่อแม่คือ "ออกไปไหนลำบากมาก" ด้วยความที่พอมาอยู่ในบ้านเดียวกันจะไปไหนก็จะมีคำถาม "ไปไหนกลับกี่โมงไปกะใคร" โหมาเป็นชุดนี่เราอยู่โรงเรียนประจำตอนอายุสามสิบป่ะวะ ด้วยความที่หน้าที่การงานเราต้องออกตลาดทุกวัน เวลาออกไปไหนก็จะมีมนุษย์แม่โทรตามตลอดเวลาเมื่อไหร่จะกลับ บลาๆๆ  บางทีการทำงานมันไม่ได้ราบรื่นนะมันต้องมีติดพันกันบ้างอีกอย่างเราทำงานไม่เป็นเวลา ไปทำงานข้างนอกมาก็ต้องมาเคลียงานตอนดึกๆ ซึ่งมีปัญหาตามมาอีก "รีบนอน" เอิ่มมมม !!

แต่ละวันผ่านไปอย่างอึดอัดจนเริ่มไม่อยากอยู่บ้าน เพื่อนก็ไม่มีเพราะความที่บ้านที่สร้างเราไม่ได้เคยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กเราจึงไม่มีเพื่อนที่นี่เลย เวลามีปัญหาก็ไม่รู้จะคุยกับใครงานก็ทำอยู่คนเดียว มันทำให้เครียดมากในระยะแรกจนทำให้เกิดอาการเหวี่ยงสุดพลัง เครียดหนักๆ ไมเกรนแดกอีกทำให้สถานการณ์ความอึดอัดหนักเข้าไปอีก ถึงบอกว่าตอนเป็นเด็กเราอยู่กับพ่อแม่ได้ แต่พอโตขึ้นมาเวลามันเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนตามเวลา พ่อแม่ก็เช่นกัน

หากมองในฝั่งพ่อแม่เค้าจะไม่คิดว่าลูกค้าโตแล้วเค้าจะคิดว่าลูกค้าเป็นเด็กตลอดเวลา พอได้มาอยู่ด้วยกันทุกอย่างต้องอยู่ในสายตาไม่มีคำว่า "ยืดหยุ่น" มันเลยทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาเพราะความอึดอัด เชื่อไหม่ว่าบางวันเครียดมากกรี๊ดแม่งในห้องน้ำเลยให้มันระบายๆ ความเครียดออกไปมั้ง เพราะไหนจะเครียดเรื่องที่ทำงานมาเจอบ้านอีกหนักกันไปใหญ่จนทำให้คิดว่าจะอยู่ต่อไปได้ป่ะวะ

เวลาอยู่กับพ่อแม่อย่างที่รู้กันพอสูงวัยก็เริ่มอยากมีความสัมพันธ์อยากเล่านั่นเล่านี้ เชื่อไหมว่าเราเคยฟังเรื่องเดียวกันหลายรอบมาก พอบอกว่าหลายรอบแล้วก็โกรธเอ้าผิดอีก มนุษย์พ่อเราก็ใช่ย่อยชอบหาเรื่องเข้าบ้านตลอดเวลาไม่เม้าท์คนนั้นก็เม้าส์คนนี้ จนต้องห้ามว่าไม่ควรนะฟังไหมไม่จ๊ะ สว.มักจะไม่ชอบฟัง "ถูกเสมอ" คือสโลแกนของ สว. บางเรื่องที่ไม่อยากฟังก็ต้องมานั่งฟังมนุษย์แม่เล่าเรื่องคนอื่นไปไหนก็ตามเล่า เวลาบอกว่าไม่อยากฟังก็โกรธอีกเป็นงั้นไป 

หลังจากจุดที่มันทำให้ความรู้สึกดูแย่ลงไปนั้น มันก็มีวิถีของมัน จุดเปลี่ยน!! นึกถึงคำของพระพุทธเจ้า "การพ้นทุกข์ก็คือการเริ่มปล่อยวาง" ไม่รู้ว่าไปอ่านอะไรมาเหมือนคนเรากำมือไว้ตลอดเวลามันก็เมื่อยมือ ถ้าเราแบมือเราก็ไม่ต้องกำมันมันก็ไม่เมื่อยไง?? เมื่อเริ่มคิดได้ก็เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คุณเชื่อไหมว่าบางทีถ้าเรารอให้คนอื่นเปลี่ยนมันยาก เปลี่ยนที่เราก่อนเลย คิดใหม่ทำใหม่ในเมื่อเราต้องอยู่ร่วมกันต้องกำหนด "ข้อตกลง" ไว้ให้ สว. เมื่อเห็นลูกปรับพ่อแม่ก็จะปรับตามมันเลยทำให้ความตึงเครียดทั้งหลายเปลี่ยนมาเป็นความสุข 

การอยู่ในบ้านที่มีความสุขมันเป็นอะไรที่ดีมาก ทำไมพ่อแม่ต้องปรับเหตุเพราะก็ไม่อยากเห็นลูกเครียด ในฐานะลูกก็เช่นกันบางอย่างเราก็ต้องยอมโดยไม่มีเหตุผล เพราะเถียง สว.ไปเค้าก็ไม่รู้สึกผิดหรอก บางทีชีวิตเราไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไปแพ้บ้างก็ได้ไม่ได้ผิดอะไรหนักหนาจริงม๊ะ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของกับมาอยู่กับพ่อแม่ต้องเห็นหน้ากันทุกวันเดินอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อะไรยอมได้ก็ต้องยอม บทเรียนแห่งการยอมทำให้เราเป็นคนใจเย็นขึ้น คิดบวกมากขึ้นเพราะชีวิตถ้าคิดแต่ลบมันจะก็มีความกดดันในใจ หากเราคิดบวกเราก็สบายใจ 

หากใครเป็นเหมือนเราลองยอมๆ ดูบ้าง สว.เค้าไม่ชอบผิดเพราะเค้ามีกติกาที่เค้าต้องถูกเสมอ เคยเจอป่ะล่ะมนุษย์แม่มักจะกล่าวเสมอเวลาเราไม่ฟังสิ่งที่เค้าพูดเพราะฟังมาหลายรอบแล้ว มนุษย์แม่จะบอกว่า "ทำไมอ่ะทีตอนเล็กๆ ยังฟังได้ตั้งหลายรอบ" เอิ่มเป็นไงล่ะเจอประโยคนี้เงิบแดกเลย เอาวะฟังก็ฟังก็ฟังผ่านหูไป พอไม่เถียงมันก็ไม่มีเหตุไงจบนะ 




Photo and Story By




Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 1:18:14 น. 2 comments
Counter : 293 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
 
 
 
ฮ่าๆๆ อ่านแล้ว โดนมากค่ะ เขียนได้สนุกและน่าคิด นึกภาพออกเลย
บอกตรงๆว่า บางครั้ง ก้อรู้สึกว่าอยู่ห่างกัน ก้อดีเหมือนกัน เวลาคุยโทรศัพท์ ยังพอ ตัดสัญญาณ แล้วโยน บทโหด ให้ บริษัทสื่อสาร ฮิๆ แม่ๆ พายุเข้า ลมแรง มันตัดไปเฉยเลย เหอๆ บาปก้อยอมวะ หูจจะเน่า ฟังเรื่องเดิมๆ มาจนแทบจะเล่าแทนได้ แล้ว เฮ้อๆๆ
 
 

โดย: แม่น้องหยก IP: 188.165.240.145 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:3:01:16 น.  

 
 
 
อ่านแล้วคิดถึงแม่จัง ... แม่เราก็ชอบเล่าเรื่องเก่าซ้ำ ๆ ให้ฟัง
แต่พวกเรา ... หมายถึงพี่ ๆ น้อง ๆ ก็จะทำตลกขำขันไปกับแม่ด้วย
บางครั้งเราก็จะแซวกันเอง แย่งกันเล่าให้แม่ฟัง ได้เห็นแม่หัวเราะชอบอกชอบใจ เราว่าสนุกดีออก

อยากบอกว่า ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังมีพ่อแม่อยู่ด้วย ยังมีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณท่าน
ดีกว่่ามาโหยหาเมื่อท่านจากไปแล้ว ทำบุญอุทิศไปให้ก็ไม่รู้ว่าได้รับหรือเปล่านะคะ

 
 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:8:17:44 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
patthanid
 
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]




: การท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ
: คืออีกก้าวของประสบการณ์
: ทุกๆ ก้าวที่ก้าวเดิน
: มีจุดหมายที่อยากสัมผัส
: โลกใบกลมๆ ใบนี้

ติดต่อผู้เขียน
Email :: patthanids@hotmail.com
ID Line :: patthanid
Facebook :: Patthanid Cheang
Fanpage :: โสดเที่ยวสนุก

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดโดยนำภาพถ่าย
รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึง
ข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้
ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัว
หรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

New Comments
[Add patthanid's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com