สมุดบันทึกผู้หญิงชอบเที่ยว "ภัทรานิตย์" --www.patthanid.bloggang.com --

"เที่ยวเมืองไทยด้วยหัวใจ แล้วคุณจะรักเมืองไทยอย่างยั่งยืน"


 
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 มิถุนายน 2549
 

BKK - HONG KONG # 1 :: เที่ยวเกาะเกาลูน ถนนนาธาน เขตจิมซาโจ๋ย

ประมาณเมื่อปลายปีที่แล้ว เราได้มีโอกาสไป Present งานวิจัยที่ฮ่องกง เรียกว่าเป็นโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงเป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าไปทำภารกิจไม่ได้ไปเที่ยวเท่าไหร่นัก แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ได้ประสบการณ์ในต่างแดนที่ดีที่เดียว เอาเป็นว่ามาฟังเรื่องของเรากันดีกว่า

5 ธันวาคม 2548

เวลา 8.30 น. พวกเราทริปนี้อันได้แก่ เรา พี่พู่ นุ๊ก พี่ขาว พี่พูลสุข และดี้ ทุกคนมารวมตัวพร้อมกันที่ Gate 12 ตามเวลาเครื่องจะออก 9.25 น.แต่ก็ดีเลย์ไปเป็น 10.30 การเดินทางครั้งนี้เราเดินทางโดยสายการบิน Gulfair พวกเราเริ่มทะยานสู่ท้องฟ้าก็ราวๆ 11 โมง จากสนามบินกรุงเทพฯ ตามเวลาที่กำหนดไว้เราจะถึงฮ่องกงเวลา 13.00 น. เวลาที่นั่นแตกต่างจากบ้านเรา 1 ชั่วโมง หมายถึงว่าเร็วกว่าบ้านเราหนึ่งชั่วโมง เวลา 13.30 น. ก็ราว ๆ 14.30 พวกเราก็มาถึงสนามบินใหม่ฝั่งเกาะลันตาของฮ่องกง สนามบินสวยที่เดียวล่ะ หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พวกเราก็ช่วยกันหาป้าย KEN Travel เป็นทัวร์ฝั่งเกาะฮ่องกงที่จะมารับพวกเราไปยังโรงแรม

หลังจากที่หากันอยู่ตั้งนาน ดิ๊ก็เป็นคนแรกที่เจอ ซึ่งแบบว่ายืนอยู่ไกลผู้คนมาก จากนั้นพวกเราก็ออกมายังจุดรอรถเพื่อรอรถไปส่งโรงแรม เท้าก้าวแรกที่ก้าวผ่านประตูพวกเราก็เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โอ้..ในเว็บบอกว่าอากาศช่วงต้นเดือนธันวาคมไม่หนาวมาก ใส่เสื้อแจ็คเก็ตบางๆ ได้ เนี่ยนะใส่เสื้อแจ๊คเก็ตบางได้ แทบจะเป็นลม 9 องศา หนาวชะมัด



พวกเราใช้เวลาจากสนามบินไปยังโรงแรมอิมพีเรียล ฝั่งเกาะเกาลูนประมาณครึ่งชั่วโมง ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีแต่ตึก และก็ตึกไม่ค่อยมีบ้านชั้นเดียวสักเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นเกาะเล็กๆ ต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด ดังนั้นจึงทำให้สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกและตึก ยังกับแฟลตคลองจั่นบ้านเราหรือเมืองทองบ้านเราก็ว่าได้ แต่สองข้างทางที่ผ่านร้านค้าหลากหลายแบรนด์ เพราะว่าฮ่องกงเป็นเมืองแห่งการช็อปปิ้ง



ไม่นานนักพวกเราก็เดินทางมาถึงที่พักย่านเกาะเกาลูน ที่พักของเราครั้งนี้คือโรงแรมอิมพีเรียลใกล้กับสถานที่สัมมนาคือโรงแรมเชอราตัน พวกเราเข้าไป Check in แล้วก็เก็บข้าวข้องเข้าที่พัก แทบไม่น่าเชื่อว่าห้องเล็กมาก ผิดกับความคาดหวังเพราะโรงแรมอิมพีเรียลบ้านเราถือว่าไม่น้อยหน้าใคร แต่ที่ไหนได้ที่ฮ่องกงยังกะโรงแรมสองดาวบ้านเรางั้นล่ะ เสียดายที่ไม่สามารถนำรูปโรงแรมมาลงให้ดูได้เพราะอัดเป็นวีดีโอ แต่ไม่เป็นไรไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไหร่ มันสำคัญตรงที่ตอนนี้อยากไปเดินดูข้างนอกแล้วล่ะ



ผู้คนที่นี่เยอะมากๆ ดูแล้วเวียนหัว ที่นี่คนไม่นิยมขับรถนิยมเดินเสียมากกว่า ด้วยความที่เมืองเค้ามีรถสาธารณะอำนวยความสะดวกค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถไฟฟ้า รถเท็กซี่ ถนนที่นี่ทางม้าลายเยอะมาก เรียกว่าเดินไปประมาณ 100-200 เมตรก็เจอแล้ว เสียงสัญญาณไฟน่ารักดีต๊องแหน่ง ต๊องแหน่ง รัวเลยล่ะ เราว่าไปเที่ยวฮ่องกงประมาณ พ.ย - ธ.ค เนี่ยกำลังดีนะ แต่ถ้าขาช็อปล่ะก็แนะนำให้ไปก่อนหน้านี้นะจ๊ะ เพราะตอนที่ไปไม่มี Sale เลยล่ะ แต่ที่นี่แบนด์ Outlet จะเป็น ESPRIT กะ BOSSINI ล่ะ เรียกว่ายังกับ PENA บ้านเราเลยล่ะ ขอบอกว่าถูกมาก สำหรับใครที่ต้องการโทรศัพท์กลับบ้านล่ะก็ขอแนะนำให้ซื้อ Card ของ กสท. ที่สนามบินดอนเมืองไปจะดีกว่า จะเป็นประโยชน์มาก เพราะ Card โทรศัพท์ของที่นั่นโทรติดยากมาก กว่าพี่ขาวจะโทรกลับบ้านรายงานตัวได้เล่นเอาเหนื่อยเชียวล่ะ โปรดสังเกตุหน้าเธอจากรูป เอาล่ะเราไปเดินเที่ยวกันต่อดีกว่า



เดินดูของกันได้สักพักชักเริ่มหิว เข้าไป Seven สมตามคำเล่าลือว่า ของที่ฮ่องกงไม่ถูกเลยล่ะ ม่าม่าราว 10 เหรียญ (อย่าลืมคูณอีกประมาณ 5 บาทได้นะจ๊ะ) น้ำอัดลมกับน้ำเปล่าราคาเท่ากันเลยล่ะ ทุกอย่างเริ่มที่ 10 เหรียญ เชื่อไหมว่าผ้าอนามัยนะตกราวๆ 150 ไทยล่ะ สุดท้ายก็ซื้อแต่น้ำออกมาหาอย่างอื่นกินกันดีกว่า เดินเลือกกันอยู่ตั้งนานก็มาลงตัวที่ร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง มื้อแรกของวันนี้จึงเป็นบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง อุตส่าห์มาฮ่องกงทั้งที่ต้องลองกันหน่อยเดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึงฮ่องกง ราคาก็ราว 16 เหรียญ แต่ปริมาณแน่นมาก บะหมี่ราวๆ สามก้อนเห็นจะได้ กับเกี๊ยวกุ้งก้อนโตอีกสี่ลูก (จากภาพ) ตอนแรกก็นึกว่ามันน้อยๆ โห ที่ไหนได้ หนักเอาการเลยล่ะ แต่ร้านนี้รสชาติอร่อยนะ รสชาติเดียวกับเกี๊ยวกุ้งที่โรงแรมเชอราตันเลยล่ะ แต่ว่าไม่ได้ดูชื่อร้านไว้ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง เอาแต่ภาพบรรยากาศในร้านมาให้ดู หลังจากอิ่มหน่ำสำราญกับอาหารมื้อแรก เราก็เริ่มเดินกันต่อ ผู้คนที่นี่เยอะมากๆ ทางม้าลายอันใหญ่มาก แต่ที่เราติดใจคงเป็นเสียงสัญญาณให้คนข้ามถนน ถ้าเป็นสีแดงจะดังต่องเหน่ง ต่องแหน่ง หมายถึงยังข้ามไม่ได้ ต้องรอสัญญาณสีเขียวดังต่องเหน่ง ต่องเหน่งยาวๆๆ ถึงจะข้ามถนนได้



เดินไปเดินมากันสักพัก จากหกคนก็เริ่มจะหลงกันทีละคู่ ก็เหลือเรากับพี่พู่ เราเลยเดินกันต่อไปเรื่อยๆ โดยยึดเส้นทางถนนนาธานเป็นหลัก เพราะโรงแรมเราอยู่บนถนนนาธาน เดินกันไปเรื่อยๆ เราก็เจอตลาดเล็กตลาดน้อย ไม่น่าเชื่อว่าคนที่นี่ชอบดูดวงด้วย จะเป็นโซนการดูดวงเลยทีเดียว จากนั้นเราก็เจอตลาดที่ขายหยกเป็นดงเลยล่ะ เดินไปอีกสักหน่อยก็จะเจอร้านอาหารที่วิลลี่ถ่ายให้ดูในรายการเกี่ยวกับฮวงจุ้ย หอยที่นี่ตัวใหญ่มาก ย่านนี้เรียกว่าย่าน Man Ming Lane ใกล้เที่ยงคืนแล้วเราก็ยังเดินหน้าต่อไป เดินไปเดินมา เจอสถานีรถไฟฟ้าชื่อ Yau Ma Tei เราเดินมาสุดปลายทางถนนนาธาน ข้ามจากถนนนาธานไปอีก เราก็เจอถนน Soy Street ผู้คนเดินกันยังกับมด เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยก็จะเจอตลาดเป็นแถวยาว เดินดูของกันสักพัก ของแถวนี้คล้ายกับเมืองไทย สักพักอาการล้าก็เริ่มมาเยือน ชักไม่ไหวแล้วตีหนึ่งกว่าแล้วด้วยกลับที่พักกันก่อนดีกว่า และแล้วเราก็ได้ใช้บริการรถแท็กซี่ จากถนน Soy Street มาถึงที่พักโรงแรมอิมพีเรียลก็ราว ๆ 26 เหรียญ



6 ธันวาคม 2548

หลังจากที่เมื่อคืนนอนดึก ทำให้เช้านี้นอนนานกันหน่อย พอตื่นขึ้นมาเรากับพี่พู่ก็ดูแผนที่ที่เอามาจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ขอแนะนำให้หยิบแผนที่เกี่ยวกับถนนคนเดินในแผนที่จะดูได้ง่ายและค่อนข้างละเอียดมาก พวกเราก็เริ่มกางแผนที่เริ่มเดินกันใหม่ อ่านไปอ่านมากลายเป็นว่าเมื่อวานที่เราเดินเป็นเขตเหย่ามาเต๊ยและมงก๊ก ตลาดหยกที่เราเจอเค้าเรียกว่า “Jade Market” ถัดมากอีกหน่อยที่เราเห็นเป็นตลาดยังกับคลองถมคือ “Temple Street Night Market” ข้ามฝั่งนาธานตรงถนน Soy Street คือ Ladies’ Market ย่านมงก๊ก อ้าว..งั้นเมื่อวานเราก็เดินกันหมดแล้วสิวันนี้พวกเราจึงเปลี่ยนที่กันดีกว่า เพราะเวลาเที่ยวของพวกเราน้อย ดูไปดูมาก็เลือกเอาที่ Harbour City เขตจิมซาโจ๋ย (Tsim Sha Tsui) นี่ล่ะเป็นจุดหมายแรกของวันนี้ เพราะเป็นห้างห้าห้างติดกัน พวกเราเริ่มเดินจากโรงแรมตรงไปยัง Jade Market



หลังจากที่เดินในห้างกันสักพักใหญ่ ก็ไม่ค่อยมีอะไรสนใจเพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ช่วงนี้ไม่ Sale และอีกอย่างสินค้าในห้างส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ราคาแพงแทบทั้งสิ้น ขาช็อปจตุจักรอย่างพวกเราเลยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายนัก พวกเรา (ลืมบอกไปว่าหลงกันอีกแล้วครับท่าน ก็กลายเป็นว่าทริปนี้เรากะพี่พู่เป็นปาท๋องโก๋ไปโดยปริยาย) จึงเดินออกจากห้างเพื่อเดินต่อไปยังท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่



ตรงจุดนี้เป็นจุดข้ามเรือเพื่อไปยังเกาะฮ่องกง คนค่อนข้างเยอะพอสมควร ที่นี่เราเจอคนไทยด้วยล่ะ ตอนแรกก็เห็นเค้าถ่ายรูปกัน ภาษาคุ้นๆ นะ คนไทยเหมือนกันเลยขอให้เค้าช่วยถ่ายรูปคู่กับพี่พู่ตรงท่าเรือ คนไทยเรามีน้ำใจอยู่แล้วก็ตามธรรมเนียมเราก็ถ่ายรูปให้กลุ่มเค้าเหมือนกัน สักพักเหลือบไปเห็น Mc Donald ไม่รอช้าขอซะหน่อยสิ เอารสชาติบ้านเราหน่อย เข้าไปก็สั่งชุด Set มากินกันสองคน 22.3 เหรียญ ที่นี่ไก่ชิ้นเล็ก แต่มีเครื่องปรุงให้ด้วยซองเป็นรูปผู้หญิง รสชาติก็อร่อยดี



มาดูวิวอีกมุมที่ท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่ดีกว่า ว่ารอบๆ อากาศเป็นอย่างไร รูปที่ถ่ายปิดแฟลซถ่ายจะเห็นบรรยากาศของวันนั้นได้ชัดเจนทีเดียว



จุดเป้าหมายต่อไปของเราก็คือหอนาฬิกา น่าเสียดายที่ตอนนี้กำลังปิดปรับปรุง รูปออกมาเลยไม่สวยเท่าไหร่นักเพราะมีการก่อสร้างด้านล่างของหอนาฬิกา



ในโซนนี้จะมีที่ท่องเที่ยวอยู่หลายจุดเช่นศูนยวัฒนธรรมแห่งใหม่ของฮ่องกงเป็นลักษณะเหมือนโดม พิพิธภัณฑ์อวกาศ และนอกจากนี้ยังมี Avenue of Star เป็นอีกจุดที่น่าสนใจเพราะเป็นสถานที่ที่ฮ่องกงใช้เป็นจุดขายเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่กลางคืนจะมองเห็นแสงไฟของฝั่งเกาะฮ่องกงได้อย่างชัดเจน ถ้าใครดูรายการพี่วิลลี่ล่ะก็จะจำได้ว่าจุดเป็นจุดที่ฮ่องกงทำฮวงจุ้ยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวล่ะ



ซึ่งจากจุด Avenue of Star พวกเราถ่ายรูปกันกระหน่ำมากๆ เพราะเก็บทุกจุดตรงนี้มีฝ่ามือของดาราคนดังและรูปปั้นเกี่ยวกับแวดวงบันเทิงไปตลอดแนวฝั่ง ลองมาดูภาพกันเอาเองดีกว่า









มุมนี้ของเกาะเกาลูน เป็นอีกมุมหนึ่งที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดเด็ดขาดหากได้แวะมาเยี่ยมเยือนฮ่องกง พวกเราวันนี้ถ่ายรูปกันเยอะมาก แต่กลับไม่เหนื่อยเลยเพราะตลอดทางมีสิ่งที่ดึงดูดใจ ใกล้กับ Avenue of Star ก็จะเจอกับห้างอีกแห่งหนึ่งที่ถือว่าถูกอยู่เหมือนกันคือ New World Centre เพราะมีโปรโมชั่นเยอะโดยเฉพาะน้ำหอม



จากห้างนี้ไม่ไกลนักก็ถึงโรงแรมเชอราตัน เรียกว่าเดินวนไปวนมาก็กลับมาที่เดิม ที่นี่ไม่มีสะพานลอย แต่มีสะพานข้ามแบบใต้ดิน ก็ต้องหาที่ลงจากอีกฝั่งไปอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อกลับที่พักเพราะใกล้เวลาเริ่มงานเลี้ยงของ ICEB2005 แล้ว และที่สำคัญวันนี้อาจารย์เดินทางมาถึงแล้ว ไปก่อนนะเดี๋ยวไม่ทัน ..


Create Date : 24 มิถุนายน 2549
Last Update : 20 พฤษภาคม 2554 14:21:59 น. 5 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
รออ่านอยู่นะคะ
เพราะเราก็กะจะพาคุณแม่ไปเหมือนกันค่ะ
 
 

โดย: กระดูกหมู วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:19:17:51 น.  

 
 
 
เธญเธขเธฒเธเธฃเธนเน‰เธงเนˆเธฒken travel เน€เธ›เน‡เธ™เธ—เธฑเธงเธฃเนŒเธเธฑเนˆเธ‡เน‚เธ™เน‰เธ™เน€เธ›เน‡เธ™เน„เธ‡เธšเน‰เธฒเธ‡เธ„เนˆเธฐ
เธ•เธญเธšเธ”เน‰เธงเธข
 
 

โดย: wikky IP: 125.24.215.197 วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:22:18:09 น.  

 
 
 
ชอบไปมากๆเลย เพราะเป็นสถานที่ช๊อปปิ้งที่เพลิดเพลินสุดๆไปเลย ชอบมากจ๊ะ
 
 

โดย: Noy IP: 222.123.117.44 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:13:42:43 น.  

 
 
 
เราจะเดินทาง2พ.ค.52ไปมาเก๊าก่อนวันที่3พ.ค.52จึงไปฮ่องกงจะลองเดินตามที่เขียนไว้
 
 

โดย: อ้อย จ้ะ IP: 124.121.51.57 วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:20:33:14 น.  

 
 
 
เคยไปทานเกี๊ยวกุ้งมาครั้งนึงตอนไปฮ่องกงครั้งแรก..อร่อยมากค่ะมีแต่เกี๊ยวไม่มีหมู..จำได้ว่าอยู่ที่เกาลูน..ไปอีกทีหาร้านไม่เจอแล้วอยากไปทานอีกจะเดินทางไป24-26 นี้ค่ะ..ถ้าพอจำทางได้รบกวนบอกหน่อยได้มั๊ยคะ..ขอบคุณค่ะ
 
 

โดย: เปิ้ล IP: 112.143.24.9 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:03:45 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
BlogGang Popular Award#10


 
patthanid
 
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




: การท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ
: คืออีกก้าวของประสบการณ์
: ทุกๆ ก้าวที่ก้าวเดิน
: มีจุดหมายที่อยากสัมผัส
: โลกใบกลมๆ ใบนี้

Email :: patthanids@hotmail.com

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดโดยนำภาพถ่าย
รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึง
ข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้
ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัว
หรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

Flag Counter

New Comments
[Add patthanid's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com