Ambo ธรรมาสน์ในศาสนาคริสต์



บทความนี้แปลมาจาก Catholic encyclopedia
http://www.newadvent.org/cathen/01381e.htm

อัมโบ (Ambo) หรือธรรมาสน์ที่ใช้ในศาสนาคริสต์นั้น มีที่มารากศัพท์จากภาษากรีก Bema มีความหมายถึงภูเขาหรือที่สูงในพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงยกพื้นเช่นนี้ไว้บ้าง เช่นกษัตริย์โซโลมอนทรงสร้างยกพื้นทองสำริด ไว้กลางลานใหญ่ ยาว 2 เมตรครึ่ง กว้าง 2เมตรครึ่ง สูง 1 เมตรครึ่ง เสด็จขึ้นบนยกพื้น ทรงคุกเข่าลงต่อหน้าชุมชนอิสราเอลและทรงอธิษฐานต่อพระเจ้า (2 พศด 6 : 12) และในหนังสือเนหะมีย์8 : 4 ได้กล่าวถึงเอสราอ่านพระบัญญัติของพระเจ้าบนยกพื้นไม้ซึ่งพระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 3 ได้ให้คำอธิบายไว้พระองค์ได้ใช้คำพูดของอิสยาห์ที่ว่า( 40 : 9) “ท่านผู้นำข่าวดีมายังศิโยนเอ๋ยจงขึ้นไปบนภูเขาสูงเถิด” นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับการที่พระคริสตเจ้าทรงเทศนาบนภูเขา“พระองค์เสด็จขึ้นไปยังภูเขา ประทับนั่งเผยพระโอษฐ์” (มัทธิว 5 : 1-2) อัมโบจึงเป็นโต๊ะยกพื้นหรือธรรมาสน์ที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคต้นของศาสนาคริสต์ใช้ในการอ่านพระคัมภีร์หรือขับบทภาวนา หรือใช้ในการประกาศต่อหน้าสาธารณชน แม้ว่าพระสังฆราชนั้นในสมัยโบราณจะนั่งเทศนาบนบัลลังก์ แต่บางท่านก็ยืนสั่งสอนบนธรรมาสน์ เช่นที่นักบุญยอห์นแห่งคริสซอสโตมทำเพื่อให้เสียงประกาศนั้นได้ยินทั่วกัน

โดยทั่วไปแล้วจะมีธรรมาสน์เดียวในวัดตั้งในโถงกลาง และมักมีบันไดทางขึ้นสองทาง ทางหนึ่งจากทิศตะวันออกด้านพระแท่นและบันไดอีกด้านทางทิศตะวันตก สำหรับทิศตะวันออกนั้นอนุสังฆานุกร (Subdeacon)จะเป็นผู้ใช้และหันหน้าเข้าพระแท่น ส่วนบันไดทางด้านตะวันตกนั้นสำหรับสังฆานุกร หันหน้าเข้าหาประชาชนขณะอ่านพระวรสาร การใช้ธรรมาสน์เดียวนั้นไม่ค่อยสะดวกนักดังนั้นหลายวัดจึงสร้างธรรมาสน์เพิ่มเป็นสองอันอีกอันหนึ่งนั้นมักจะตั้งอยู่ติดกับบริเวณนักขับร้องมีกำแพงเตี้ยๆกั้นออกไปจากส่วนโถงกลางตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเช่นที่วัดนักบุญคลีเมนท์ในโรมโดยมากธรรมาสน์มักจะมีเชิงเทียนถาวรติดไว้ด้วยในวัดนักบุญคลีเมนท์นั้นเป็นเชิงเทียนหินอ่อนสลักเกลียว ตกแต่งด้วยโมเสก สูง 12 ฟุตจากพื้น

เชื่อกันว่าอัมโบนั้นมีพัฒนาการมาจากยกพื้นสำหรับพวกรับไบในศาสนายิวยืนอ่านพระคัมภีร์ให้ประชาชนฟังและเริ่มใช้ในศาสนาคริสต์ในช่วงศตวรรษที่ 4 และแพร่กระจายไปในศตวรรษที่ 9และเริ่มประดับตกแต่งอย่างมากมายในศตวรรษที่ 12มีการตกแต่งด้วยหินอ่านแกะสลักฝังลายหินสี หรือประดับด้วยโมเสก อัมโบที่สวยงามมากที่สุดอันหนึ่งเป็นของถวายของจักรพรรดิจัสติเนียนให้แด่วัดซานตาโซเฟียในคอนแสตนติโนเปิลซึ่งมีบทกวีร่วมสมัยของ Paulus Silentiarius บรรยายไว้ ในหนังสือเรื่อง periktismaton ตัวอัมโบนั้นทำจากโลหะมีค่าหลากชนิดและฝังลายด้วยงาช้าง สลับลายเงินและบรอนซ์ แต่ธรรมาสน์ของจัสติเนียนชิ้นเอกนี้ถูกทำลายลงจากสงครามครูเสดในปี1203เพราะมันสวยงามล่อตาล่อใจเกินไปในวิหารนักบุญมารโกในเวนิสนั้นก็มีธรรมาสน์ลักษณะคล้ายคลึงกัน มีสองชั้นชั้นล่างสำหรับอ่านบทอ่าน และชั้นบนสำหรับอ่านพระวรสารและในมหาวิหารที่ราเวนนาในอิตาลี ก็มีอัมโบเก่าแก่ไปถึงศตวรรษที่ 6



อัมโบจากวัดนักบุญคลีเมนท์ ในโรม จะเห็นว่ามี 2 ฝั่ง





Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2560 22:30:40 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ปลาทองสยองเมือง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



New Comments