น้ำตกห้วยหลวง .. ภูจองนายอย ..

ไปดูกุ้งกันเถอะ..
.. คุณน้องชายจองคิวไว้ (คนดังก็งี้แหละค่ะ .. คิวไม่ค่อยว่าง.. ) .. วันนัดหมายเลื่อนแล้วเลื่อนอีกตามดินฟ้าอากาศ สุดท้าย.. ก๊วนที่ชวน ๆ กันไว้ ก็มาลงตัวที่ คุณน้องชาย ซินเดอเร่อร่า..(แห่ง ทริปทุ่งไทรทอง) และเพื่อนของซินเดอเร่อร่า.. 4 ชีวิตมุ่งไปสู่ อ.น้ำยืน อันเป็นแหล่งของกุ้งเดินขบวน Unseen of Ubon
ฤกษ์ไม่ค่อยดีแต่เช้า คุณน้องชายลืมโน่นลืมนี่.. ไปรอเอาของ และแวะซื้อไฟฉาย.. ไปจับกุ้ง กว่าจะเคลื่อนทัพออกจากตัวเมืองอุบลได้ก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวัน
จากอำเภอเมืองอุบลราชธานี ระยะทาง 110 กิโลเมตรมุ่งหน้าสู่อำเภอน้ำยืน ไปตามทางหลวงหมายเลข 24 อุบลราชธานี-อำเภอวารินชำราบ-อำเภอเดชอุดม ตามทางหลวงหมายเลข 2192 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2171 เข้าเขตอำเภอน้ำยืน หรือดินแดนสามเหลี่ยมมรกตซึ่งเป็นอำเภอของอีสานตอนใต้สุด

เรามุ่งไปน้ำตกบักเตว หรือน้ำตกห้วยหลวงก่อนโดยไม่แวะเที่ยวตามรายทาง เราเลือกเส้นทางจากเดชอุดมไปน้ำยืน แทนเส้นทางจากเดชอุดมไปนาจะหลวย เพราะคาดว่า.. ถนนน่าจะดีกว่า และระยะทางสั้นกว่า..
อันนี้เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพราะว่า.......... มีที่ให้ประทับใจมากมาย
ผ่าน บ.บุเปือย อ.น้ำยืน ซึ่งเป็นเขตปลูกพืชเศรษฐกิจ มีสวนผลไม้หลากชนิด เช่น น้อยหน่า มะขามหวาน มะม่วง เงาะ ลำไย ฝรั่ง ชมพู่ มะกอกฝรั่ง กล้วยน้ำเตี้ย มะกอกน้ำ มะพร้าวน้ำหอม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวน และซื้อผลไม้ตามฤดูกาลของเกษตรกรได้ในราคาย่อมเยา

เราหาจุดชมวิว ต.บุเปือย บนเส้นทาง 2171 ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของอำเภอน้ำยืนจะเห็นแนวเทือกเขาพนมดงรักที่ทอดยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา กั้นแนวเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาไม่พบ ได้แต่ชะลอรถและถ่ายรูปตามข้างทาง
ถึงสามแยกน้ำยืน เราแยกเข้าถนนหมายเลข 2248 เพื่อไปอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย อันเป็นที่ตั้งของน้ำตกห้วยหลวง

บรรยากาศตามข้างทาง ดูสิคะ ว่าน่ารื่นรมย์ขนาดไหน .. งานนี้ท่านน้องชายไม่ได้รูป.. เพราะว่าเป็นคนขับ.. และ.......????.......... เดี๋ยวมาเฉลย..
จากตัวอำเภอน้ำยืน 12 กม. เรา mark จุดทางเข้าสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าอุบลราชธานี บ้านหนองขอน ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่ายอดโดม อันเป็นจุดดูกุ้งเดินขบวนไว้ก่อน .. ไว้ค่ำแล้ว เราจะวกกลับมา
จากทางแยก อ.น้ำยืน ไป อ.นาจะหลวย ประมาณ 16 กม. เราจะพบทางแยกเข้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ชัดเจน (แต่รูปไม่ชัดนะคะ โดนบังคับให้ถ่ายแบบไม่ทันได้ตั้งตัว) .. เลี้ยวไปเลยค่ะ ..

เก็บดอกไม้ริมทาง.. ข้างหลังน่ะ ราชรถของคุณน้องชาย ที่พาเรามา

เราก็งงว่า ท่านน้องชายทำไมไม่ลงจากรถมาถ่ายรูปด้วยกัน.. ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าพลาด..
กลับขึ้นรถ.. เห็นคุณชายนั่งหน้าหงิก.. แล้วก็ได้บทเฉลยว่า......... ทำไมคุณน้องชาย ไม่ได้ถ่ายรูป........... คุณท่านไม่ได้เอาแบตเตอรี่กล้องที่ชาร์ตไว้มาด้วยค่ะ....... อาวุธที่ไร้แสนยานุภาพ.. เพราะขาดแหล่งพลังงาน .. เอิ๊กกกกกกก ลืมจนหยดสุดท้าย..
รอดชีวิตมาอัพ blog ก่อนพี่สาวได้เพราะแบตเตอรี่สำรองของคุณพี่สาว ที่ชาร์ตไว้เต็มที่..

พอถึงตัวน้ำตกห้วยหลวง.. ฟ้าที่ปลอดฝนเมื่อตะกี้.. ก็แปลเปลี่ยน ฝนตก.. แรงขึ้น ๆ .. เป็นชั่วเวลาที่เราจัดการกับอาหารเที่ยงตอนบ่ายสอง.. เสร็จสิ้น..
กินเสร็จ ฝนซา.. ลุยต่อเลยค่ะ..

น้ำตกห้วยหลวง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกบักเตว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่คลอบคลุมถึง อ.น้ำยืนและ อ.บุณฑริกบางส่วน
ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และงดงามที่สุดของภาคอีสานตอนล่าง ไหลตกจากหน้าผาสูงชัน ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ และลานหินหาดทราย ด้านล่างมีบันไดทางลงจากศาลาชมทิวทัศน์สู่น้ำตกด้านล่าง นอกจากนี้ ยังมีน้ำตกอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกทลายแห่ง เช่น น้ำตกเกิ้งแม่ฟอง น้ำตกถ้ำบอน น้ำตกจุ๋มจิ๋ม น้ำตกห้วยทรายใหญ่ (แก่งอีเขียว) เป็นต้น

มีตำนานเล่าขานกันต่อๆ มาว่า นายเตว กับพวก 2 3 คนได้เข้ามาตีผึ้งที่ผาน้ำตกแห่งนี้ โดยออกอุบายนำเถาวัลย์มาพันเป็นเชือกหย่อนลงไปเบื้องล่างของน้ำตก นายเตวอาสาโรยตัวลงไปเพื่อตีผึ้ง ซึ่งมีรังผึ้งเกาะติดอยู่กับหน้าผาหลายร้อยรัง โดยมิได้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ในระหว่างที่นายเตวกำลังตีผึ้งอยู่นั้นได้เกิดอาเพศขึ้น เพื่อนที่อยู่ด้านบนมองเห็นเถาวัลย์เป็นงูขนาดยักษ์เลื้อยพันขึ้นมา ด้วยความตกใจกลัวจึงใช้มีดตัดฟันลงไปตรงเถาวัลย์ขาดสะบั้นทำให้ร่างของนายเต วที่ห้อยโหนอยู่นั้นร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างของน้ำตกเสียชีวิต ยังผลให้น้ำตกแห่งนี้ได้ชื่อเรียกในเวลาต่อมาว่า น้ำตกบักเตว
ต่อมาได้มีการประกาศจัดตั้ง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ขึ้นในปี 2530 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวน้ำตก และมักจะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตจากการลงเล่นบริเวณน้ำตกแห่งนี้ จนกระทั่งมีญาติของผู้เสียชีวิตมาเล่าว่า ผู้เสียชีวิตได้มาเข้าฝันแล้วบอกว่า นายเตวไม่ต้องการให้ใครมาเรียกชื่อน้ำตกแห่งนี้ว่า น้ำตกบักเตว เนื่องจากเป็นคำไม่สุภาพและได้ให้เปลี่ยนชื่อน้ำตกแห่งนี้เสียใหม่ ในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2535 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อ น้ำตกบักเตว เป็น น้ำตกห้วยหลวง ตามชื่อของลำห้วยซึ่งไหลพาดผ่านน้ำตกแห่งนี้

นี่เรามองจากด้านบน ยังไม่ได้เดินลงบันได 272 ขั้น ไปชมน้ำตกอย่างใกล้ชิดเลยนะคะ

ว่าแล้ว.. ก็ไปกันเหอะ..

ขาลงน่ะ ไม่เท่าไหร่หร๊อก........ แต่รอดูขาขึ้นสิ.. มีเรื่อง..
แวะไปตลอดทาง.. ดูสิ ว่าน่าแวะขนาดไหน..

ถึงแล้ว..




สาว ๆ ลั่น..ล๊า..



เด็ก ๆ เริงร่า..

คนบ้า.. สุขใจ เอ๊ย.. ม่ายช่าย.. กลอนพาไป..

น้ำยังไม่เยอะค่ะ ระดับน้ำไม่สูง

คนเที่ยวเยอะพอสมควร แต่ไม่ถึงกับพลุกพล่าน.. เพราะทัวร์ทัศนศึกษาของเด็ก ๆ นักเรียนเพิ่งจากไปตอนเรากำลังหม่ำส้มตำน้ำตก..

ดูน้ำตกสวย ๆ อีกรอบ.. ให้ดูฟ้าค่ะ ไม่ใช่หน้ากล้องที่มีแต่ละอองน้ำ.. (ลืมเช็ด)

คณเจ้าหน้าที่ท่านนี้.. กระตือรือร้นที่จะนำทางเราไปเที่ยวน้ำตกเล็ก ๆ .. ลูกหลานของน้ำตกห้วยหลวง..

ไม่เห็นมีบทของ ซินเดอเร่อร่า... เลย
พูดไม่ทันขาดคำ... น้องหนูซินเดอเร่อร่า.. ก็ปฏิบัติการ.. ตุ๋ม.........จ๋อม...
อะไรตกน้ำ.. กล้องเล็ก Canon Ixus ของคุณน้องชายที่ให้สาว ๆ ถ่ายเล่นแก้เบื่อคอยคนเล่นกล้องใหญ่.. ตกน้ำป๋อมแป๋ม
เงียบ............. งัน............ และ............. ทำใจ .......... ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง..
ต้องเดินป่าไปอีกหน่อยค่ะ .. ไม่ไกล..
นี่คือต้นยาง.. ที่บักเตว.. เอ๊ย.. ชาวบ้าน เค้าขึ้นไปตีผึ้ง..ค่ะ .. มืดไปหน่อย มองไม่เห็นไม้ที่เค้าตอกตะปูบนต้นยาง ไว้เหยียบเวลาขึ้นไปตีผึ้ง..

ถึงแล้วค่ะ น้ำตกจุ๋มจิ๋ม หรือที่ได้ชื่อใหม่อย่างเพราะพริ้งว่า .. โพนละออ..


เราอยู่ที่น้ำตกโพนละออได้ไม่นานค่ะ .. ฟ้าเริ่มมืดมาอีกครั้ง.. ฝนเริ่มเท.. คุณเจ้าหน้าที่เลยรีบอัญเชิญเราให้กลับ..
กลับออกมา ไม่เหลือใครแล้วค่ะ เค้าไปกันหมดแล้ว..
ถึงเวลาที่เราต้องจัดการกับบันไดขึ้นไปข้างบน 272 ขั้น สูง 45 เมตร.... ชันดิ่ง.. ขึ้นไปเลย..
ต้องรีบเดิน เพราะฝนเทมาไม่ได้หยุด.. เพิ่งรู้ตัวว่า สังขาร ไม่ให้ก็ตอนนี้แหละค่ะ.. พอขึ้นมาถึงพื้นราบด้านบน......... ลม........ จับ
อาการขาดออกซิเจนกำเริบทันที เพราะหายใจไม่ทัน..
เลยเกิดอาการวูบหน้ามืด.. ตัวซีดขาว เป็นลมให้น้องนุ่งตกใจเล่น .. พอพักซักหน่อยค่อยหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปทัน .. โซซัดโซเซกลับรถ..
คุณน้องชายเหรอคะ วิ่งโกยอ้าว.. ไปสำรอกอาหารมื้อบ่ายออกเกลี้ยง.. โทรมโดยถ้วนหน้า..
ออกจากน้ำตกห้วยหลวงตอนสี่โมงเย็น .. แต่บรรยากาศมืดครึ้มเหมือนซัก 6 โมงเย็น.. กว่าจะถึงเวลาที่กุ้งเริ่มออกเดินขบวน.. ราว ๆ หนึ่งทุ่มเป็นต้นไป.. เราจะทำอะไรดี..
... มาลุ้นกันต่อตอนหน้านะคะ...
ใครใจร้อน อยากกินกุ้งเต้นก่อน..
เชิญที่ blog คุณน้องชาย..Sleeping_prince นะคะ
| Create Date : 13 กันยายน 2553 |
| Last Update : 19 ธันวาคม 2553 17:27:35 น. |
|
38 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
โดย: NET-MANIA วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:21:00:58 น. |
|
|
|
โดย: poongie วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:21:07:31 น. |
|
|
|
| โดย: คุณน้องขา IP: 112.142.110.98 วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:21:20:18 น. |
|
|
|
โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:21:38:50 น. |
|
|
|
| โดย: คุณเพื่อนขา IP: 112.142.100.151 วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:12:51:34 น. |
|
|
|
โดย: tifun วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:15:16:29 น. |
|
|
|
โดย: ต่ายจิ (NENE77 ) วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:20:09:17 น. |
|
|
|
โดย: pim(พิม) วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:20:30:10 น. |
|
|
|
โดย: lastmoon วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:22:11:52 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:7:04:13 น. |
|
|
|
โดย: jamaica วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:7:30:05 น. |
|
|
|
โดย: poongie วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:8:05:58 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:8:20:31 น. |
|
|
|
โดย: the fivedog วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:17:41:45 น. |
|
|
|
โดย: poongie วันที่: 19 กันยายน 2553 เวลา:11:00:07 น. |
|
|
|
โดย: ibozla วันที่: 23 กันยายน 2553 เวลา:7:39:19 น. |
|
|
|
| โดย: ต้นไผ่ IP: 61.19.121.50 วันที่: 1 ตุลาคม 2553 เวลา:14:41:40 น. |
|
|
|
| โดย: ใหม่ IP: 192.168.10.143, 202.28.50.61 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:17:55:39 น. |
|
|
|
| โดย: อภัย อบบุญ IP: 192.168.1.28, 110.164.167.2 วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:20:01:11 น. |
|
|
|
| โดย: ชาย น้ำยืน IP: 192.168.1.177, 110.164.38.206 วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:15:33:28 น. |
|
|
|
|
|
|
...การท่องเที่ยว คือกำไรของชีวิต.. ช่วงนี้เลย .. หัด .. ค้ากำไร .. เกินควร
ถึงรูปจะไม่สวย เรื่องจะไม่เด่น
แต่ขอสงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อกนะคะ

 Create your own visitor map!
|
| |
|
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|