Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
กุ้ยหลิน ที่เมืองจีน



16-21 กันยายน 2552
กุ้ยหลิน ประเทศจีน


คราวนี้มาไกลหน่อยนึง ไปจีนกัน พอดีแม่เที่ยวบ่อย
เวลาเขาจัดรายการเที่ยว จะมีโปรชัวร์ส่งมาบ้านบ่อยๆ
เห็นว่าไม่แพงมาก ก็เลยจอง 3 ที่นั่ง แม่ พี่ชาย และเรา (...พ่อเฝ้าร้าน)
วันแรกก็ 16 กย. 52 ไม่มีอะไรมาก เดินทางทั้งวัน
ตั้งแต่โคราชไปถึงจีนเลย นั่งรถนั่งเครื่องบินเมื่อยเลย ถึงจีนประมาณ 19.50 น.
พักที่ Guilin Forture International Hotel ก็นอนเลย
เหนื่อย แต่ตาก็เล็งๆ ไปที่ของขายที่โรงแรม อิอิ

ไกด์สาวชื่อ "น้องไหม" น่ารักมาก สูงประมาณ 155 ซม. พูดไทยเก่งมาก
จะอธิบายหลายเรื่องได้ดี เคยเรียนที่เมืองไทยด้วย (เป็นทุนของรัฐบาลจีน)
คือคนจีนจะนิยมเรียนภาษาไทย เพราะคนไทยมาเที่ยวบ่อย ได้ใช้บ่อย
คำว่า "กุ้ยหลิน" แปลได้ว่า ป่าอบเชย แปลตามตัวก็คือ กุ้ย=อบเชย หลิน=ป่า
ต้นอบเชยจะออกดอกได้หลายสี เช่น ทอง(เหลือง) เงิน(ขาว) น้ำตาล ...
ซึ่งเมืองกุ้ยหลิน มีต้นอบเชยประมาณ 2 ล้านต้น

อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ เต้าหู้ยี้ เหล้า ยาแตงโม ขนม น้ำพริกเผา
ลูกพลับ แห้ว ส้มจี๊ด เห็ดหอม(ขายถูกมาก ชั่งนึง 200-600บาท)
คนจีนจะขายของเป็นหน่วยชั่ง ไม่ใช่กิโลกรัมแบบเมืองไทย
โดยที่ 1 ชั่ง = 600 กรัม
เพราะฉะนั้นอาจจะมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ หรือโกงได้เช่นกัน


รูปภาพ 1.พี่แจ๊คกับที่นั่งหมูอู๊ดๆ 2.รูปปั้นเด็กจีน 3.ผนังแกะสลักประวัติราชวงศ์จีน
4.สวนสาธารณะ 5.เจดีย์เงินเจดีย์ทอง 6.ชิมชาขึ้นชื่อ
7.บู๊ธโชว์ชาแบบต่างๆ 8.ก้อนเจดีย์ชา


17 กย. 52
ชมเจดีย์เงิน เจดีย์ทอง เทียบได้เป็นพระจันทร์กับพระอาทิตย์
ตั้งอยู่บนพื้นน้ำสองแม่น้ำ สี่ทะเลสาปภายในเมือง
เพิ่งสร้างได้ประมาณ 4 ปี รัฐบาลจีนลงทุนเยอะมาก
เรื่องการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองจีน
เพราะเชื่อว่าจะทำให้กุ้ยหลินเจริญและดีขึ้น (ก็คงคล้ายเสริมโหวงเฮง)
และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนทั่วไปด้วย

พามาชิมชาขึ้นชื่อของกุ้ยหลิน จะมีสาวๆ มาชงชาให้ดื่ม
โดยใน 1 คนจะเป็นคนที่พูดไทยได้ เพื่ออธิบายให้คนไทยฟัง
ชาแต่ละชนิดมีวิธีการดื่มแตกต่างกันด้วย เพื่อให้เข้าถึงรสชาติของชาชนิดนั้นๆ
เช่น ชาโบตั๋น จะออกรสหวาน เวลาดื่มต้องจิบทีละนิดและทำปากจั๋บๆๆ ถึงจะหวาน
ชาอูหลงจะดื่มอร่อย ต้องชงที่น้ำร้อน 90 องศา เวลาดื่มต้องซดดังๆ ถึงจะอร่อย
ส่วนชาขมหรือชาหิมะ จะมีรสชาติขม แต่ทำให้ชุ่มคอดี
ชากระปุกละ 100-300 หยวน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการทำ
ชาบางชนิดใช้ผู้หญิงเก็บเท่านั้น จึงแพงมาก
ชาบางชนิดถ้าเก็บไว้หลายปี รสชาติก็ต่างกัน ราคาก็จะแพงขึ้นด้วย


กล่องขนมเค้กที่ซื้อในซุปเปอร์มาร์เกต

ระหว่างชิมชา จะมีขนมที่ใช้ทานคู่กับน้ำชา ที่นี่เรียกว่า Cake
ลักษณะคล้ายก้อนไก่คนอร์บ้านเรา แต่เนื้อละเอียดกว่า
จะทำมาจากถั่วเขียว (เหมือนขนมลูกชุบบ้านเรา)
แต่เนื้อขนมจะมีส่วนผสมและรสชาติที่ต่างกันด้วย
มีทั้งงาดำ อบเชย เกาลัด ถั่วเขียว แห้ว ต่างกันเช่นไรบ้าง
ถ้าผสมอบเชยขนมก็จะหอมกว่า ถ้าผสมเกาลัดก็รสคล้ายเกาลัด ฯลฯ
ขนมกล่องใหญ่ขาย 3 กล่อง 100 หยวน (ตกที่ 500 บาทไทย)
ถ้าตามร้านทั่วไป ซุปเปอร์มาร์เกต กล่องเล็ก จะตกที่ 6-9 หยวน
แต่นุ้ยลองชิมแล้ว อร่อยสู้แบบในโรงชิมชาไม่ได้อะจ้า ...
ไกด์ไทยแนะนำว่าถ้าชอบก็ซื้อ เพราะบางทีข้างหน้ามันไม่มียี่ห้อนี้ ซึ่งก็จริง


9.Under Waterworld 10.เต่ายักษ์ที่นิ่งมาก บางคนนึกว่าตายแล้ว
11.แม่กอดกับพระสังคจาย 12.ห้องพักใน Hotsping Hotel
13.ภูเขาสวย และนาแห้วในกุ้ยหลิน 14.บรรยากาศตอนเช้า รอบๆ Hotsping Hotel


ตอนบ่าย ไปที่ Under Waterworld เป็นแหล่งรวมสัตว์น้ำหลากชนิด
ทั้งหายากและใกล้สูญพันธุ์ เป็นแหล่งศึกษาของประชาชนทั่วไป
มีเต่าแปลกๆ และปลาแปลกๆ มีโชว์การให้อาหารปลาฉลาม
อาจจะไม่ใหญ่โตเท่าบ้านเรา แต่ก็โอเคระดับนึง
เพราะเด็กๆ เมืองจีน บางทีไม่เคยไปทะเลเลย ก็จะมาดูที่นี่แทน


โชว์ลี่ผู่ การสู่ขอชาย เพื่อแต่งงาน

ตอนค่ำพักที่ Hotsping Hotel บรรยากาศดีมาก
หลังอาหารค่ำ มีโชว์ลี่ผู่ เป็นประเพณีขอแต่งงานของชนบทนี้
คือผู้หญิงจะถูกแม่สอนให้หัดทำลี่จ่วง สาวทุกคนต้องทำเป็น
เพราะเมืองถึงโอกาสแสดงว่าชอบผู้ชายคนไหน ต้องให้ลี่จ่วงชายคนนั้น
ถ้าผู้ชายคนใดรับลี่จ่วงจากสาวนั้น ต้องแต่งงานกับสาวคนนั้นเลยนะจ้ะ
เพราะฉะนั้นถ้าไม่ชอบ ก็ห้ามรับลี่จ่วง ......
เมื่อรับลี่จ่วงแล้วผู้ชายต้องไปทำนา 3 ปีที่บ้านผู้หญิง
แล้วจึงจะมีพิธีแต่งงานกันต่อไป พูดง่ายๆว่า แต่งงานแล้วผู้ชายต้องเข้าบ้านฝ่ายหญิง
โซนล็อบบี้โรงแรม จะมีพวกผ้า เสื้อ กระเป๋า แท่นตราประทับขาย
แนะนำให้ซื้อกระเป๋าที่นี่ เพราะราคาไม่แพงมาก และดูง่ายด้วย
เพราะเขาเรียงกระเป๋ากันเป็นรุ่นๆ สะดวกหยิบ
ราคาสามารถต่อรองได้ ยิ่งซื้อเยอะจะต่อได้เยอะ


15.แม่กับต้นไม้ที่ผูกคำอถิษฐานต่างๆ 16.ร้านขายของพวกแห้วเชื่อม
17.ศาลเจ้าบนเชิงเขา 18.เจ้าแม่กวนอิม 19.ถ้ำเทียนกง 20.หินย้อยในถ้ำเชียงกง


18 กย. 52
ล่องเรือที่แม่น้ำหลีเจียง ชาวเรือจะเลี้ยงนกจับปลาไว้หลายตัว
ที่คอและเท้าจะมีเชือกผูกไว้ นกทุกตัวจะต้องถูกฝึกมาเพื่อหาปลามาให้ชาวเรือ
มันจะว่ายลงไปในน้ำ แล้วจับปลาขึ้นมา
เจ้าของจะเอาปลาออกจากปากแล้วนำไปกินหรือขาย
อากาศค่อนข้างร้้อนมาก ล่องเรือเสร็จจะมีทางเดิน เพื่อชมไร่แห้ว ไร่มันของชนบท
มีแห้วเชื่อมขาย 1ไม้จะมีแห้วเสียบไว้ 4-5 ลูก รสหวานมากเลย อร่อยดี
นั่งเรือมังกรต่อไปอีกนิดนึง เดินขึ้นเขาไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม
ชมวิวแม่น้ำหลีเจียง มีภูเขาเยอะมาก สวยมาก และเข้าถ้ำเทียนกง
หินงอกหินย้อย สวยมาก ทางเดินทำดีกว่าเมืองไทยเยอะเลย เดินสะดวก
อากาศเย็นสบายมากๆ มีบริการถ่ายรูปด้วย
พอเดินออกจากถ้ำจะมีเห็ดเปาหือ เห็ดหอม น้ำผึ้งให้ชิม
เห็ดอร่อยดี และถูกด้วย มีคนซื้อไปเต็มเลย แต่บ้านเราไม่ได้ซื้อ เพราะไม่นิยมทำ
และมีของแปลกคือ ยาดองตัวต่อ...... ไม่กล้ากินอ่ะจ้า


รูปที่ระลึกจากการแด๊นซ์กระจาย

คือช่วงเช้าจะนั่งเรือ 2 ครั้งคะ ครั้งแรกก็นั่งแปบเดียว ลงเรือไป
เดินดูธรรมชาติแถบนั้น แล้วก็นั่งเรืออีกรอบนึง
พอขึ้นเรือปุ๊บ โดนจับใส่หมวกดอกไม้ปั๊บ...
จับมือกันล้อมเป็นวงกลม .... ร้องเพลงและเต้นรำกันนั่นเอง อิอิ
จะมีช่างกล้องอยู่กลางวง 2 คน คอยถ่ายรูปนักท่องเที่ยว
ถ้าใครอยากได้รูป ก็รูปละ 15 หยวน แม่เราซื้อมา 2 รูป
รูปจะเป็นกระดาษPhoto แล้วเคลือบพลาสติกให้คะ ขนาด A5
การที่อุดหนุนสินค้าและรูปภาพของเขา เขาก็จะมีรายได้ด้วย


21.หน้าถ้ำผีเสื้อ 22.หินรูปผีเสื้อในถ้ำ 23.หินรูปคล้ายผู้หญิงผู้ชายยืนกอดกัน

ถ้ำผีเสื้อ ระหว่างทางจะมีเขาวงพระจันทร์ด้วย บนเขาจะมีรู 1 รู
ตามถนนจะมีจักรยานให้เช่าขี่ด้วย จึงเห็นชาวฝรั่งมาปั่นจักรยานกันเยอะ
เพราะอากาศดี ล้อมรอบด้วยภูเขามากมาย ในถ้ำผีเสื้อ จะมีหินรูปคล้ายผีเสื้อด้วย
นอกจากนั้นก็มีหินงอกหินย้อยมากมาย และมีหินรูปร่างคล้ายผู้หญิงผู้ชายยืนกอดกัน
มีตำนานเล่าว่า ลูกสาวเศรษฐีมีเงิน ปลอมตัวเป็นชาย เพื่อไปเรียนหนังสือชายล้วน
ในโรงเรียนก็มีผู้ชายที่ตนแอบชอบอยู่ด้วย วันนึง พ่อแม่ฝ่ายหญิงจับลูกสาวแต่งงาน
กับชายอื่นที่มีฐานะเท่าเทียมกัน เมื่อฝ่ายชายรู้ จึงเศร้าใจมากมาฆ่าตัวตายที่ถ้ำนี้
ฝ่ายหญิงรู้ก็เลยมาฆ่าตัวตายที่ถ้ำนี้เช่นกัน ....
ทางออกของถ้ำมีพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อ ใส่กรอบเรียงโชว์ไว้หลายร้อยตัว
ภาพประดับบ้านที่ทำจากปีกผีเสื้อ ทำสวยมากเลย ........

ตอนบ่าย แวะไปทานกลางวันและเก็บของที่ Yangshou Li River Hotel ที่เมืองหยางซั่ว
กลับมายังมีแรงอยู่ ไปเดินถนนฝรั่ง ต่อเลย มีของขายเยอะแยะดี
เสื้อผ้า กิ๊บ หวี กระเป๋า พัด ตราประทับ ขนม ชุดพู่กันจีน เครื่องเงิน ฯลฯ
ก็คล้ายๆ ตรอกข้าวสารที่กทม.นั่นแหละคะ แต่ของขายต่างกันเท่านั้นเอง
มาที่นี่ต้องระวังเรื่องเงินปลอม และขโมยด้วย กระเป๋าต้องไว้ด้านหน้าตลอด
ขโมยเยอะมาก เวลาไปเดินช้อปปิ้ง ต้องช่วยกันดูแลกันและกันคะ ^^/



ตอนค่ำ ชมการแสดงโชว์หลิวซานเจี่ยที่กำกับโดยจางอีโมว
(เป็นคนกำกับการแสดงโชว์พิธีเปิดโอลิมปิค)
การแสดงใช้คน 600 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
ค่าบัตร 1 คน : 250 หยวน ( 1300 บาท)
เป็นการแสดงเกี่ยวกับชนเผ่ายง ผู้หญิงจะตัดผม 1 ครั้งในชีวิตเท่านั้น
คนที่เห็นผมคนแรกคือสามีเท่านั้น ตั้งแต่เกิดจะมวยผม แล้วเอาผ้าโพกไว้บนศรีษะตลอด
อายุ 16-18 ปี จะมีพิธีตัดผม 1 ครั้ง เพื่อไปแต่งงาน ในช่อผมบนศรีษะนั้น จะมีผม 3 มัด
มัดแรก คือผมที่ตัดตอน 16-18 ปี มัดที่สอง คือผมที่ร่วงในแต่ละวัน
และมัดสุดท้ายคือผมของตัวเองที่มีอยู่ ไกด์จีนบอกว่า
เคยมีผู้หญิงแก่ๆ โชว์ผมให้ดู ผมยาว 2เมตรกว่าๆ ...


24.ร้านขายภาพวาดพู่กันจีน 25.หมู่บ้านริมแม่น้ำหลีเจียง 26.แผงขายของ
27.แผงขายของเก่า 28.โครงพัด 29.ร้านขายพัดและภาพวาด
30.เรือ 31.ภายในเรือ 33.บรรยากาศรอบแม่น้ำหลีเจียง


19 กย. 52
นั่งรถบัสไปลงชนบทหลีเจียง ชาวบ้านจะมีแผงขายของอยู่หน้าบ้านตนเอง
หรือมีห้องแขวนภาพวาด พัด ก็จะไม่มีแผงหน้าบ้าน
เพราะจำเป็นต้องใช้ผนังแขวนโชว์ชิ้นงาน
ของที่นำมาขายมีอะไรบ้าง ? มีพัด ภาพวาดพู่กันจีน หนังสือเก่า ของเก่าปลอม
เครื่องเงิน เครื่องรางต่างๆ รองเท้าถักไหมพรม(ทำมือ) และหนังสือโป๊ก็ยังมี...
รองเท้าไหมพรมคู่เล็ก 15 หยวน ถ้าคู่ใหญ่ คู่ละ 20 หยวน
ไกด์ไทยบอกว่า ถักได้วันละ 1 ข้าง ...
แต่ในความรู้สึกเรา ดูๆ แล้วรู้สึกเหมือนถักได้วันละ 1 คู่มากกว่านะ

เมื่อเดินถึงท่าเรือ ก็ต้องล่องเรือแม่น้ำหลีเจียงชมธรรมชาติ
ไกด์จีนเล่าว่า ในสมัยก่อน จะมีแม่น้ำเส้นเดียวคือแม่น้ำหลีเจียง
แต่จำเป็นต้องส่งอาหารให้ทหารที่เมือง?? จึงสั่งให้คนขุดแม่น้ำขึ้นอีก 1 สาย
เพื่อใช้ส่งข้าวสารให้ทหาร ทำให้มี 2 แม่น้ำมาบรรจบกัน เรียกว่า "เชียงเกียง"
ที่กุ้ยหลินจะมีคำกล่าวที่ว่า
"กุ้ยหลินเป็นดินแดนแห่งขุนเขาที่แปลกสวยงาม และมีแม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก"


46.ถนนฝรั่ง 47.ร้านเสื้อผ้า 48.ชายแขนด่วน วาดภาพภู่กันบนพัดขาย
49.ร้านขายผ้าทอ จะมีสาวมาทอผ้าโชว์หน้าร้านทุกวัน 50.กำลังช่วยกันยืดน้ำตาล เพื่อทำสายไหม
51.ร้านขายเครื่องสำอาง


ตอนบ่ายเป็นเวลาอิสระ แต่ยังพักที่โรงแรมเดิม
ก็ต้องไปเดินถนนฝรั่งอีกรอบ กะว่าจะเอากระเป๋าสักใบ ก็ไม่ได้อ่ะ
เลยได้เสื้อโปโลสีชมพูอ่อนมา 1 ตัว ราคา 40 หยวน
พี่โยต่อราคาให้นานมาก เพราะพ่อค้าจะขาย 50 หยวน ...
เดินจนหน้าดำ ตัวแดง เพราะแดดแรงมากมาย ฮาๆ
แต่ได้กระจกมาทั้งหมด 5 ชุด ราคาชุดละ 15 หยวน
เวลาซื้อของที่นี่ต้องต่อราคานะจ้ะ ไม่งั้นคุณจะได้ราคาแพง
เพราะฉะนั้น ให้เอาเครื่องคิดเลขไปด้วย
หรือปากกา+กระดาษไว้เขียนต่อรองราคากันก็ได้
ส่วนภาษาจีน จะพูดจีนกลาง ถ้าใครจะท่องไปก็ดี เพราะคนจีนไม่พูดอังกฤษจ้ะ
จะพูดได้แค่บางร้านเท่านั้นเอง ส่วนมาก 98% พูดจีนกลาง นอกนั้นอังกฤษไม่ได้เลย


34.สภาพการจราจร 35.ตึกรามบ้านช่องในกุ้ยหลิน
36.การแสดงโชว์หมู่บ้านหลิวซานเจี่ย 37.ป้ายทางเข้า
38.พิพิธภัณฑ์หยก 39.ตู้โชว์พระสังคจายในท่าต่างๆ (ทำจากหยก)

20 กย. 52
ทานข้าวเช้าเสร็จ ไปดูการแสดงโชว์หมู่บ้านหลิวซานเจี่ย
ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องเพลงรักชาวเรือ ก็จะเข้าใจว่าหมู่บ้านนึง
ชาวบ้านจะร้องเพลงกันเป็นประจำ แล้ววันนึงพวกพ่อค้าเขารำคาน
เขาเลยมาขึ้นภาษีแพง ชาวบ้านจ่ายไม่ไหว จึงขอลดภาษี
พ่อค้าบอกว่า ลดให้ได้แต่ตลอดชีวิตต้องเลิกร้องเพลงเลยนะ
ชาวบ้านไม่ยอม เพราะเขาร้องเพลงกันมาตั้งแต่อดีตแล้ว
จู่ๆ จะมาให้เลิกร้้องได้อย่างไร .... จึงเกิดการดวลต่อเพลงกัน
พวกพ่อค้าก็จ้างโจโหงวมาร้องเพลงแข่งกับชาวบ้าน
แต่ว่าร้องแพ้ ..... ก็เลยต้องลดภาษีลงตามที่กล่าวไว้

ชมการแสดงเสร็จ ก็ไปโรงงานหยก หยกที่นี่สวยมาก จะมีพิพิธภัณฑ์ให้ดู
ประวัติความเป็นมาของหยก ตั้งแต่หิน แล้วเจียระไนเป็นอะไร
หยกจะมีหลายสี ถ้าหยกสีขาวล้วนจะแพงเป็นพิเศษ
หยกสีเขียวล้วน ก็มีหลายเฉดเช่นกัน หยกสีชมพูอ่อนก็มี
หยกสีแดงน้ำตาล จะเรียกว่า "หมาเน่า"
กำไลหยกที่นี่จะไม่แพง ตกที่ 60 หยวน (300 บาทเอง)
ตอนแรกว่าจะซื้อมาเล่นๆ แต่ที่บ้านไม่นิยมใส่
จะซื้อมาฝากคนอื่น ก็มีปัญหาเรื่องข้อมือแต่ละคนก็ขนาดไม่เท่ากันด้วย
พวกของตกแต่งบ้านก็มี เป็นแกะสลักรูปเทพต่างๆ เช่น
เจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู มังกร ปี่เซี่ย เสือ ฯลฯ
จะถ่ายรูปมา แต่เขาไม่ให้ถ่ายอะจ้า ก็เลยได้แต่มองดู


52.แม่กับป้ากำลังเดินเข้าถ้ำดาวเดือน 53.เทพของคนเกิดปีคศ.1919, 1979
54.หินในถ้ำดาวเดือน จะมีแสงสีติดไว้ เพื่อให้เห็นชัดๆ
55.เจ้าหน้าที่โชว์การผ่าหอยไข่มุก 56.ไกด์จีนกำลังตกลงขอผงไข่มุกไปลองใช้


แล้วมาที่ถ้ำดาวเดือน จะมีหินงอกหินย้อยสวยงาม
การมาเที่ยวถ้ำ เราจะต้องมีจินตนาการ ถึงจะดูถ้ำได้สวยนะจ้ะ
หินมีรูปร่างคล้ายอะไร จีนเขาจะตั้งชื่อไว้เลย
เช่น 8 เซียนต้อนรับ , ตาเฒ่ามองน้ำตก, นกเหินเวหา เป็นต้น

...วันนี้ไปหลายที่ ไปดูโรงงานไข่มุกกันต่อ จะผ่าหอยไข่มุกโชว์
เจ้าหน้าที่จะให้ทายว่า มีไข่มุกกี่เม็ดในหอยตัวนี้
ใครทายถูกได้ไปเลย ไข่มุกที่มีในหอยตัวนี้ พี่เราทาย 29 เม็ด แล้วถูก
แต่พี่ใจดีจัด บอกว่าแจกให้ึคนละ 1 เม็ดไปเลย ...เขาก็เลยหยิบเม็ดใหญ่ๆ กันไป
เราได้เม็ดเล็กๆ มานิดหน่อย ToT~
เข้ามาด้านใน จะมีเครื่องประดับไข่มุกขาย เยอะแยะเลย
มีครีมไข่มุก ผงแป้งไข่มุก โฟมล้างหน้า และสกินแคร์อื่นๆ ที่มีไข่มุกผสม
......รูดบัตรเครดิตได้ ก็เลยสบายใจไป
แต่พนักงานทุกคนหน้าใสกริ๋งๆ และหน้านิ่มด้วย อย่างงี้ต้องลอง คิคิ



ตอนบ่าย นวดฝ่าเท้า และหมอดูลายมือว่าป่วยเป็นโรคอะไร
จะเสียเงินกันเยอะก็ตรงนี้ เพราะเมื่อหมอตรวจแล้ว ก็จะบอกเป็นโรคนั้น
ต้องเอายาตัวนี้ไปกิน จะช่วยบรรเทาอาการได้ ราคายาค่อนข้างแพง
เช่น น้ำมันนวดขวดละ 150 หยวน ใช้ทาตรงที่ปวดเมื่อยเพราะมันจะร้อนๆ
หรือเป็นผงสมุนไพรใช้ผสมน้ำแล้วแช่เท้า กล่องละ 250 หยวน(มี 40ซอง) ฯลฯ
ยังมียาอื่นอีกเยอะ เราจำชื่อไม่ได้อ่ะ ไม่ได้จดมา
ส่วนตอนนวดฝ่าเท้าเนี่ยะ ใครพูดจีนกลางได้ก็ได้เปรียบตอนนี้แหละ
นวดไปคุยไป... ไอ้เรานั่งมองหน้าเด็กที่นวดให็ สงสารก็สงสาร
เพราะเราเท้าใหญ่กว่าผู้หญิงทั่วไป ผลมาจากตอนเด็กใส่รองเท้าหลวม
(ถ้าใครมีลูก ก็ดูเรื่องรองเท้าให้ดี อย่าให้ใส่หลวม ไม่งั้นเท้าโตแบบเรานะจ้ะ)
นั่งมองไปก็เห็นมันนั่งถอนหายใจ ดูเวลากี่โมงแล้ว น่าสงสาร -*-


40.ภูเขางวงช้าง 41.ทิวทัศน์รอบแม่น้ำหลีเจียง 42.นกจับปลาที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้
43.ผ้าห่มที่ทำจากไหม 44.ไกด์จีนอธิบายคุณสมบัติของไส้ผ้าห่มที่ทำจากไหม
45.สาธิตว่าไหมดึงอย่างไรก็ไม่ขาด
**เสื้อสีเขียวเหลืองที่แม่ใส่ ซื้อใกล้ๆ Yangshou Li River Hotel ตัวละ 19 หยวน (100 บาท)


21 กย. 52
ช่วงเช้า เรานั่งเรือแม่น้ำหลีเจียง ชมเขางวงช้าง ถือว่าเป็นไฮไลท์ของกุ้ยหลิน
ถ้าใครไม่ได้เห็นเขางวงช้าง ถือว่ามาไม่ถึงกุ้ยหลิน... วิวสวยมาก
แต่วันนี้ทำไมฝนตกไม่รู้ เราก็นอนน้ำมูกไหลตั้งแต่ตี 4
เพราะพี่แจ๊คมันเปิดแอร์ 10 องศา .... อ่านไม่ผิดหรอก 10 องศา
เราก็ยิ่งขี้หนาวอยู่ มาเจอแบบงี้นอนไม่ได้เลย น้ำมูกไหลตลอด
ทิชชู่นี่เป็นกองๆ ที่หัวเตียง .... นอนฟืดฟาดๆ อยู่แบบงั้น
จนพี่แจ๊คมันถามว่าเป็นอะไร -*- พอ 7 โมงกินข้าวเช้าเลยฟ้องแม่เลย ก๊าก
พี่แจ๊คมันเลยโดนสวดไป 1 ยก สมน้ำหน้ามัน....

แล้วก็แวะไปที่โรงงานผ้าไหม ถือเป็นโปรแกรมบังคับอีกรายการหนึ่งของไกด์จีน
จะต้องพาไปโรงงานอะไรบ้างในการเที่ยวที่นี่...
ที่นี่ก็จะอธิบายเรื่องไหม ว่ารังไหมจะมีหนอน 1-2 ตัว
ถ้ารังไหมไหนมีหนอน 1 ตัว จะถูกนำไปทอเป็นผ้า
แต่ถ้ารังไหมมีหนอน 2 ตัว จะถูกนำไปทำเป็นไส้หมอน/ผ้าห่ม
คุณสมบัติพิเศษของไหมที่นี่ คือ ใส่สบาย ไม่ร้อนหรือไม่หนาว
ถ้าเป็นผ้าห่มที่ใช้ห่มเมืองไทย ความหนาจะระดับ 2
เวลาห่มหน้าร้อน จะเย็นสบาย ส่วนห่มหน้าหนาวจะอบอุ่นกำลังดี....
ว่าจะซื้อ แต่เห็นราคาแล้วปวดตับ ขนาดเตียงเดี่ยวยัง 1050 หยวน
ส่วนขนาด 5ฟุต 1150 หยวน และ 6 ฟุต ก็ 1250 หยวนจ้ะ คูณกันเองละกัน
ลังเลว่าจะซื้อแหละ แต่ไปๆ มาๆ ไม่ได้ซื้อ แม่เขาบ่นว่าแพง เราเลยไม่ซื้อจ้ะ
รอเรารวยก่อน เดี๋ยวเรามาเหมานะจ้ะ ... แต่ชอบลายผ้าห่มมากเลย สวยๆ ทั้งนั้น


57.ไม่รู้นัดกันใส่หรืออย่างไร อิลูกแดงอีแม่เขียว 58.ทำเวลาในการช้อปปิ้ง
59.ร้านไหมพรม เอามาฝากสำหรับคนชอบงานฝีมือ 60.เขาขายกันแบกะดินก็มี
61.พี่ปิ่นภูมิใจเสนอ รองเท้าสีเหลืองสดที่ได้จากตลาดใต้ดินกุ้ยหลิน


ตอนบ่าย ให้เวลา 2 ชั่วโมง ช้อปปิ้งที่ตลาดใต้ดินกุ้ยหลิน
บ่นกันหลายคน เวลาไม่พอ มันต้องเดินเป็นวันอ่ะ
แล้วเราก็เสียเวลาเดินย้อนไปมาด้วย แม่จะเอานั่นเอานี่
เจอแล้วไม่ยอมซื้อเลยไง เสียเวลามาก แล้วก็มาทะเลาะกัน
ตอนขากลับ จำทางไม่ถูก ร้อนก็ร้อนเหนื่อยก็เหนื่อย
ส่วนคนรักงานฝีมือ ถามว่ามีร้านขายไหมพรมมั้ย
คำตอบคือ มีคะ แต่เดินหาให้เจอนะค่ะ เพราะเราไม่ได้เป็นคนเจอร้านนี้
พี่ชายเราเดินถ่ายรูป (คือเดินแยกกับเรา) แกบอกว่าอยู่ในลืบๆ
เราเดินแค่โซนเดียว ยังเหนื่อยเลยคะ ปวดหัวกะคุณนายแอ๋วมาก
คนจีนนิยมปักครอสติชกันมากเลย เห็นหลายร้านขาย
แล้วก็เป็นงานอดิเรกของแม่ค้าในตลาดกุ้ยหลินเลยคะ
ผู้ชายก็มีหน้าที่ใช้สีเมจิกจิ้มลายบนผ้าครอสติชด้วยนะ ส่วนผู้หญิงจะนั่งปักผ้าไป

ตอนหัวค่ำ ก็ไปสนามบินกุ้ยหลินแหละ กลับถึงไทยประมาณ 4ทุ่มกว่า
นั่งรถตู้ถึงบ้านโคราช ตี 3 กว่าๆ เกือบตี 4 จ้า
........แล้วก็จบทริปกุ้ยหลินละกันนะจ้ะ ไว้โอกาสต่อไปค่อยมาอ่านกันใหม่

ตอนท้ายจะแถมเรื่องที่ควรรู้ไว้เพิ่มเติมละกันเน๊อะ
เวลาซื้อของ ควรเอากระดาษกับปากกาไปคะ
เพราะเคยเจอร้านนึง ถามราคาเขา เราไม่แน่ใจ 3.5 หยวน หรือ 35 หยวน
เราจิ้มเครื่องคิดเลขให้ดู 3.5 หยวน เขาบอกอือๆ ใช่
เขามองไม่เห็น จุดเล็กๆ อ่ะคะ พอมาถามอีกทีใช้ปากกากับกระดาษ
ให้เขาเขียนให้ดู เป็น 35 หยวน ไม่ใช่ 3.5 หยวน.....
แล้วก็เรื่องลดเปอร์เซ็นต์ ที่นี่จะลดมีจุดทศนิยมด้วย
เช่น 8.8% จะไม่ใช่ 8% แบบบ้านเรานะค่ะ

ส่วนการท่องๆ ภาษาจีนคำไหนบ้าง ก็เป็นตัวเลขอะจ้ะ
ไว้ต่อราคากะแม่ค้า แล้วก็ท่องพวกประโยคที่ใช้ถามบ่อยๆ เวลาซื้อของ
เช่น มีสีอื่นมั้ย? มีไซส์อื่นมั้ย? มีลายอื่นมั้ย? มีตัวใหม่มั้ย? แพงไปลดหน่อยสิ?
อะไรทำนองนี้อะจ้ะ ส่วนใครที่พอพูดจีนกลางได้ก็ได้เปรียบอ่ะ สบายไปเลย
แต่พูดถึงภาษาจีน รู้ไว้ไม่เสียหายนะ เพราะถือว่าสำคัญพอๆ กับอังกฤษอ่ะ
อันนี้เราจดไว้ เพราะเราถามไกด์จีนมานะจ้ะ มีนิดหน่อย แต่ก็โอเคน๊า...
ราคาเท่าไร? -> ตัวเส่าเฉียน?
มีตัวใหม่มั้ย? -> เยียวสินเต๋อมา?
มีสีอื่นมั้ย? -> เยียวฉีทาเยียนเซ่อมา?
มีลายอื่นมั้ย? ->เยียวฉีทาควาเซ่อมา?
แพงจัง ->กุ้ย (ทำหน้าประกอบด้วย ว่าแพงจังเลย)

ส่วนการช้อปปิ้ง ควรถือถุงผ้าหรือถุงหูหิ้วไป เพราะถ้าซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต
ถ้าคุณให้เขาใส่ถุงด้วย จะโดนคิดเงินเพิ่มทันทีเลยนะ 2 เหมาบ้าง 3 เหมาบ้าง
แล้วแต่ขนาดถุงอะจ้ะ (1 หยวน มี 10 เหมา)


แปะภาพคุณนายแอ๋วไว้ก่อนอำลา

โปรแกรมทัวร์ของ Weekend Tours ราคา 13900 บาท
ไกด์สาว ชื่อไทย น้องไหม : ชื่อจีน ถังซัน
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ไทย 5.2 บาท / จีน 1 หยวน






Create Date : 23 กันยายน 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 6:34:34 น. 12 comments
Counter : Pageviews.

 
ได้ความรู้ดี ครับ ชอบ


โดย: wildbirds วันที่: 23 กันยายน 2552 เวลา:18:48:01 น.  

 
ไม่มีอะไรนอกจากอีดดฉา

อ่านแล้วเหมือนได้ไปเองเลยอ่ะ ไว้รอมาอ่านต่อนะ


โดย: JeSsy IP: 124.121.124.212 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:9:09:26 น.  

 
....


โดย: Artshu IP: 124.188.112.56 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:20:53:28 น.  

 
ไม่ต้องอิจฉาจ้า เดี๋ยวก็ได้ไปอ่ะพี่เจสอ่ะ


โดย: PandaNana วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:20:54:34 น.  

 
ฝากถึงคุณแม่นิดจ๊ะ...สวยตลอดเลยค่ะ ไม่ยอมตกเทรนเลยน้า ^^
จุ๊ๆๆอย่าบอกเจ้าของ blog นะ..คิดว่าเพื่อนสาว 2 คนจูงมือกันไปซะอีก อิอิ


โดย: My Mind IP: 202.91.23.4 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:9:36:05 น.  

 
ปล่อยคนจ่ายตังค์ให้เฝ้าร้านซะงั้น อิอิ

แม่สาวมาก ฝากบอกด้วยนะ ^^


โดย: ต๊ะ IP: 124.109.28.30, 117.121.208.2 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:11:15:30 น.  

 
ตามมาอ่านแร้ว เด๋วต้องพาลูกกะปรั๋วไปเที่ยวมั่งแระน้องนุ้ย..


โดย: amyy IP: 58.8.54.150 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:7:02:29 น.  

 
อิจฉา รู้ไหม ฉันอิจฉาจริงๆ แง้ๆๆๆ อยากไปเที่ยวบ้างงงง


โดย: yxoxy วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:9:16:17 น.  

 
ชอบๆ รูปสวยดี


โดย: porous IP: 202.44.8.100 วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:16:31:52 น.  

 
แก้ไขเืรื่องราคาถุงนิดนึง
ไม่ใช่ 2-3 หยวน
แต่เป็น 2-3 เหมา
แล้วแต่ขนาดถุง
(1หยวน มี 10 เหมา)


โดย: porous IP: 125.24.36.69 วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:2:46:29 น.  

 
แก้แล้วพี่แจ๊คกลม


โดย: PandaNana วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:6:35:02 น.  

 
โฮ แยกไม่ออก คุณแม่-คุณลูก
มีเบอร์ weekend tour ไหม๊ครับ ผมจะไปบ้างครับ ....


โดย: Jeab IP: 192.168.182.13, 124.120.111.161 วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:21:25:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
PandaNana
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่โลกแพนด้านานา


นุ้ยเลิกขายไหมพรมแล้วนะคะ
เนื่องจากไม่สะดวกไปส่งของที่ปณ.

27 กค. 54 นุ้ยทำหมวดบล๊อคเพิ่มแล้ว
สำหรับถักหมวกพระเลยนะคะ
จะได้เข้าไปดูได้ทุกคน
ถ้าใครถักหมวกถวายพระ
นุ้ยขออนุโมทนาบุญด้วยทุกคนเลยจ้า


ขอตอบคำถามโดยรวม เพื่อมือใหม่ทุกท่านคะ
(ขอบอกก่อนว่า เราก็ไม่เก่งนิตติ้งอะไรเท่าไหร่นะ
แต่ถือว่าเอามาบอกต่อๆ กันเนอะ)
ไม้นิตที่นิยมถักหมวก จะมีตั้งแต่ 4.5 มม. - 6 มม.
แล้วแต่ขนาดเส้นไหมที่ใช้ในการถักครั้งนั้นๆ
แต่ 6 มม. นิยมมากกว่าคะ เพราะงานจะเสร็จไวกว่า
ส่วน 4.5-5.5 มิลเนี่ยะ จะเอาไว้ถักขอบหมวก.
ที่เราชอบถักเป็นลายลูกฟูกกันนั่นละคะ
เพราะมันจะได้ยืดหยุ่นดี

มักใช้ไหมพรมยี่ห้ออะไรบ้าง ไม่ได้ยึดติดเรื่องยี่ห้อเท่าไรนะ
แล้วแต่สะดวกซื้อจะดีกว่าเนอะ
แต่ส่วนใหญ่มักใช้อีเกิ้ลกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะมันนิ่ม
ดาหลาก็นิ่ม แต่หาซื้อยากมาก และแพงกว่าด้วย
ส่วนวีนัสเนี่ยะ ก็ใช้ได้ หาซื้อง่ายด้วย
แต่ถ้าถักแล้วรู้สึกหมวกมันบางไปเราก็เพิ่มเส้นไหมได้
โดยปกติเรามักจะใช้ 2 เส้นควบใช่มั้ยคะ?
เราก็เพิ่มเป็น 3-4 เส้นควบก็ได้ แล้วแต่ชอบเลยคะ
หมวก 1 ใบใช้ไหมพรมประมาณ 1.5-2 กลุ่ม
แล้วแต่น้ำหนักมือของแต่ละคน กับลายที่ถักด้วย
อย่างลายเกลียวก็อาจจะใช้มากหน่อย

Youtube เทคนิคนิตติ้ง
การขึ้นห่วงไม้นิต
หัดทำหมวกนิตติ้งอย่างง่ายๆ
เปลี่ยนสีไหมพรม (ถักสลับสี)
ถักสลับสีแบบไร้ตะเข็บรอยเชื่อม(ไม้นิตวงกลม)
วิธีจบงานนิตติ้ง
ถักถุงเท้าใส่เอง!! (ไม้เซท)
ถักถุงเท้าใส่เอง!! (ไม้นิตวงกลม)


Friends' blogs
[Add PandaNana's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.