8 อันดับเกม PC ที่ผมอยากขอบคุณประจำปี 2015
ข่าวดี! ปีหน้าโน้ตบุคผมอาจรับมือกับเกมใหม่ๆได้ยากขึ้น! เย้!

ดังนั้นแทนที่จะมานั่งเสียดายหรือขวนขวายซื้ออะไรที่กำลังทรัพย์ยังไม่พร้อม...

ผมควรใช้เวลาทั้งหมดนี้เพื่อขอบคุณเกม PC ที่ผมเล่นในปีนี้จะดีกว่านะ!



อันดับ 8 :

Batman: Arkham Knight


(เนื้อหาส่วนที่ดีที่สุดของเกม)

ในฐานะแฟนแบทแมนทั้งหนังและหนังสือการ์ตูน ผมขอขอบคุณ Rocksteady ที่นำเสนอแบทแมนเวอร์ชั่นเกมได้อย่างยอดเยี่ยม, ขอบคุณในพล็อตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับแบทแมนและโจ๊กเกอร์ นี่เป็นการสำรวจความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่น่าสนใจและลึกซึ้งที่สุดในบรรดาทั้งสามภาค, ขอบคุณที่มีภารกิจไขคดีฆาตกรรมหรือสถานที่เกิดเหตุที่น่าสนใจ 

ถึงแม้ว่า...

การเปิดเผยตัวจริงของวายร้าย Arkham Knight น่าผิดหวังมากถึงมากที่สุด (อ้อ ไอ้หมอนี่เอง ตูว่าแล้วเชียว), การขับรถแบทโมบิลน่าหงุดหงิดในบางครั้ง และต้องไขปริศนาด้วยแบทโมบิลตลอด (อ๊ะ ปริศนา... อ้อ ต้องขึ้นแบทโมบิลอีกแล้วสินะ เฮ้อ), การต่อสู้ด้วยรถถัง รถถัง แล้วก็รถถัง (อ๊ะ เจอบอส... อ้อ ต้องโหมดรถถังอีกแล้วสินะ เฮ้อ) แล้วก็ตอนจบที่... น่าผิดหวัง (อะไรกัน จบแบบนี้อีกแล้ว ทำไมพักหลังๆใครๆก็ใช้มุกนี้กันเยอะฟะ? เพราะหนังแบทแมนของคริสโตเฟอร์ โนแลน?)


(อย่ามาแอ๊บ! ตูรู้ว่าเอ็งเป็นใคร! เหล้าเก่าในขวดใหม่ชัดๆ!)


อับดับ 7 : 

Life is Strange


(Episode 2 มีซีนที่ทรงพลังที่สุดของซีรีส์)

ขอบคุณเกมที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจ, ขอบคุณเกมที่มีอารมณ์แบบซีรีส์สุดโปรดอย่าง Twin Peaks, ขอบคุณเกมที่สร้างผลกระทบทางด้านอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม มีฉากดราม่าดีๆมากมาย, ขอบคุณระบบเกมที่ "ย้อนเวลาได้" ซึ่งทำให้ปริศนาในเกมดูสนุกขึ้น สามารถย้อนเวลากลับไปเลือกเส้นทางที่ตัวเองชอบได้เสมอ, ขอบคุณที่สร้างตัวละครดีๆอย่างแม็กซ์และโคลอี้ขึ้นมา, ขอบคุณตอนจบที่สะเทือนใจ

ถึงแม้ว่า

การดำเนินเรื่องจะค่อนข้างเอื่อยๆในบางครั้ง, ปริศนาไม่ได้ยากหรือท้าทายมากมาย, EP5 โดยรวมน่าผิดหวัง, ทางเลือกในทุก Episode ไม่มีผลต่อตอนจบ สุดท้ายเป็นเหมือน Mass Effect คือจะดีจะเลวขึ้นอยู่กับตัวเลือกก่อนจบ 

(whYYYYYYYYYYYYYYYYY!?)




อันดับ 6 :

Her Story


(นี่แหละเกม อย่าเถียงน่า!)

ขอบคุณสำหรับเกมเล็กๆที่ผูกเรื่องได้ดีและสร้างสรรค์, ขอบคุณที่ “มีกึ๋น” พอจะสร้างเกมโดยไม่มีบทสรุปที่แท้จริง (แต่มีเงื่อนงำให้ผูกเรื่องราวได้เอง), ขอบคุณการเขียนบท “การสอบปากคำ” ที่น่าสนใจ, ขอบคุณที่ทำให้ผมเป็นเหมือนกับนักสืบคอยค้นหาความเป็นจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น, ขอบคุณ! ขอบคุณ! ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้สึกหลอนแม้เกมจะจบลงไปแล้ว!

ถึงแม้ว่า

ไม่ค่อยจะท้าทายเท่าไหร่เลยแฮะ


อันดับ 5 :

Metal Gear Solid V : The Phantom Pain


(คลาสสิค!)

ขอบคุณเกมเพลย์ที่ยอดเยี่ยมแห่งปี, ขอบคุณ A.I. ศัตรูที่ฉลาด ปรับกลยุทธ์ไปตามวิธีการเล่นของผม, ขอบคุณที่ทำให้ผมหมดเวลาไปกับการลอบเร้น ค้นหาทหารที่ถูกใจ และลักพาตัว...หมายถึง พากลับฐานมาเป็นพวก, ขอบคุณเวลาเป็นชั่วโมงๆกับการหาวิธีปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นด้วยวิธีที่หลากหลาย, ขอบคุณเทปคลาสเซ็ทเพลง 80 ที่ยอดเยี่ยม, ขอบคุณตัวละครไควเอท... อย่ามาแตะไควเอทตูนะเฟ้ย ไอ้พวกมือถือสากปากถือศีล!

ถึงแม้ว่า

โลกโอเพนเวิลด์จะแล้งๆน่าเบื่อ (ถ้าเทียบกับอะไรที่คล้ายๆกันอย่าง Far Cry) , เนื้อเรื่องที่น่าผิดหวัง (สำหรับเกมซีรีส์ MGS ที่มีจุดเด่นด้านเนื้อเรื่องมาตลอด), ภารกิจซ้ำๆไปมา โดยเฉพาะของ Chapter 2 ที่แม่งเอา Chapter 1 มาให้เล่นใหม่อีกรอบในโหมด Challenge เนี่ยนะ?, ต้องเล่นฉาก Prologue ใหม่ตั้งแต่ต้นเพื่อดูฉากจบที่แท้จริงเนี่ยนะ?, แบทเทิลเกียร์อุตส่าห์แนะนำอย่างเท่แต่ไร้ประโยชน์ต่อเกมโดยรวม?, มาเธอร์เบสกว้างไปเพื่อ?, การสู้กับบอสไม่สนุกเท่ากับภาคก่อนๆ, Chapter 51 ที่ถูกตัดไป... สรุปคือเกมมันไม่เสร็จนี่หว่า!! ฮ่วย!!


(แบทเทิลเกียร์ แนะนำอย่างเท่เพื่อ?)


อันดับ 4 :

Undertale


(หนึ่งในพัซเซิลที่กวนตีนมาก!)

ขอบคุณเกมเล็กๆที่สร้างสรรค์, ขอบคุณที่จิกกัด JRPG (เกมอาร์พีจีญี่ปุ่น) จนพรุนได้อย่างน่ารักน่าชัง, ขอบคุณระบบเกมที่มีอะไรพลิกล็อกทำให้ผมคาดไม่ถึง, ขอบคุณที่เส้นทางการเลือกของผมมีผลตลอดทั้งเกมชนิดที่เรียกว่าผลลัพธ์ตอนท้ายเกือบเป็นอะไรที่ขำไม่ออก, ขอบคุณความคลุมเครือทางด้านศีลธรรมที่ลึกกว่าเกมใหญ่ๆอย่าง Fallout 4 เสียอีก, ขอบคุณมินิเกมบ้าสุดโต่ง, ขอบคุณความ “กวนตีน” ของผู้สร้างเกมในระดับสุดยอด (ต้องใช้ว่า “ช่างกล้า”), ขอบคุณเพลงเพราะๆสำหรับเกมอินดี้เล็กๆ

ถึงแม้ว่า

การดีไซน์แมพมันจะโล่งๆแบบประหลาดๆ... เหมือนตัวแมพจะไม่ได้ถูกเน้นความสำคัญอะไรมาก

(ไอความบ้าคลั่งของบอสใหญ่นี่มันอะไรกัน!?)




อันดับ 3 :

Fallout 4


(บางอารมณ์ให้ความรู้สึกเหมือนคาวบอยท่องโลกกว้าง)

ขอบคุณเวลาเป็นชั่วโมงๆที่ผมได้เสียไปกับเกม “Action-Survival” เกมนี้, ขอบคุณที่ทำให้ผมได้สนุกกับการออกสำรวจโลก ค้นหาขยะ สร้างบ้านเป็นของตัวเอง อัพเกรดอาวุธด้วยขยะเล็กขยะน้อย, ขอบคุณที่ระบบยิงของภาคนี้อัพเกรดจากภาคก่อนๆเยอะจนสู้ได้สนุก, ขอบคุณที่ศัตรูมีความยากขึ้น หลบหลีกจนรู้สึกว่าน่ารำคาญ, ขอบคุณที่สร้างโลกซึ่งทุกๆอย่างพร้อมจะฆ่าผมให้ตายได้ทุกๆเมื่อ เช่น น้ำ แมลง โจร ซูเปอร์มิวแตนท์ หุ่นยนต์ ฯลฯ, ขอบคุณที่การสำรวจทุกอย่างให้ Exp หมดเหมือนภาคก่อนๆ ดีจัง!

ถึงแม้ว่า

โหลดนานนนนนเป็นบ้า หงุดหงิดเว้ย!, ความเป็น RPG ลดลงไปเยอะ (ถ้าเทียบกับ New Vegas กลายเป็นเกมแอ็กชั่น-เซอร์ไววัลไปแล้ว), บั๊กเยอะว่ะ, ระบบทางเลือกด้วยคำพูดบางครั้งก็ดี บางครั้งก็แย่, “เส้นทางเลือก” ของเราไม่ได้มีผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าผมจะเลือกเข้าข้างกลุ่มไหน พอถึงตอนจบก็จะลงท้ายที่อะไรคล้ายๆกันอยู่ดี (ไม่เอาน่า เกมเล็กๆอย่าง Undertale ยังทำได้ดีกว่าเลย!), A.I. ตัวละครบางครั้งก็งี่เง่า, บทพูดตัวละครซ้ำๆจนบางทีก็รู้สึกรำคาญ (พูดแบบเดิมอยู่นั่นแหละ ไอ้เวร! Shut up!)


(เฮ้อ ไม่ต้องกลัวว่าภาพนี้จะสปอยล์หรอก ฉากจบน่าผิดหวังจนไม่รู้จะสปอยล์ยังไง)


อันดับ 2 :

Grand Theft Auto V


(มินิเกมที่เล่นเพลินจนลืมเวลา!)

ขอบคุณเกมอาชญากรรมชั้นเยี่ยม, ขอบคุณสำหรับเวอร์ชั่น PC ที่ยอดเยี่ยม, ขอบคุณโลกโอเพ่นเวิลด์ที่น่าสนใจ มีอะไรเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นตลอด, ขอบคุณภารกิจที่หลากหลาย, ขอบคุณการเขียนบทที่แสบๆมันๆ, ขอบคุณมินิเกมที่มีตั้งแต่เล่นเทนนิส เล่นกอล์ฟ จนไปถึงปั่นจักรยานภูเขา! หรือหา “คุณตัว” มาแอบจู๋จี๋บนรถ (ได้ถึงสามยก!...)

ถึงแม้ว่า

ตัวละครแต่ละตัว โดยรวมแล้วจะค่อนข้างน่าสนใจน้อยไปนิด (ต้องอยู่รวมกันเท่านั้นถึงจะน่าสนใจ)


(บางครั้งเทรเวอร์ก็โรคจิตเกินความจำเป็น)


อันดับ 1 :

The Witcher 3


(ครอบครัวที่ไม่ปกติ พยายามเล่นบท "พ่อ,แม่,ลูก" แบบครอบครัวปกติ)

ขอบคุณเกม Action-RPG ที่มีระบบอันลุ่มลึก, ขอบคุณตัวละครที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ตัวเกรัลท์กับซิริ แต่รวมถึงตัวละครประกอบเล็กๆน้อยๆซึ่งเขียนบทได้ดีกว่าตัวละครใหญ่ๆใน MGS V : TPP เสียอีก!, ขอบคุณองก์สองของเกมที่ยอดเยี่ยมจนผมแทบน้ำตาไหล, ขอบคุณการที่ทำให้ผมได้สวมบทบาทเป็นเดอะวิชเชอร์ ท่องไปทั่วทั้งดินแดน รับฟังคำขอร้องจากคนนู้นคนนี้แล้วจึงออกปราบภูตผีปิศาจโดยต้องคอยเช็คประวัติของศัตรูว่ามันแพ้อะไร, ขอบคุณระบบตัวเลือกตลอดทั้งเกมที่มีผลต่อตอนจบ ไม่ใช่แค่ “สามตอนจบหลัก” เท่านั้น แต่ยังมี “ตอนจบย่อย” ที่หลากหลายไปตามการกระทำของผม, ขอบคุณเนื้อเรื่องที่แสนจะกินใจ เรื่องราวฉันท์พ่อลูกระหว่างเกรัลท์กับซิริทำให้ผมน้ำตาซึม, ขอบคุณโลกที่งดงาม, ขอบคุณ "วิชเชอร์เซนส์" ซึ่งทำให้ผมได้เล่นทั้งบทบาทของนักล่าปิศาจและเชอล็อกโฮลมส์ในเวลาเดียวกัน, ขอบคุณ DLC อันยอดเยี่ยม, ขอบคุณ CD Projeckt Red ผู้พัฒนายอดเยี่ยมแห่งปี คุณน่ารักมากในหลายเรื่องๆ

ถึงแม้ว่า

ระบบการต่อสู้จะรู้สึกน่าหงุดหงิดในบางจังหวะ, เกลียดบั๊กเสียงประหลาดๆ อย่างเสียงปรบมือเปาะแปะที่ไม่ค่อยเข้ากับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า, การต่อสู้กับบอสน่าผิดหวังไปหน่อย, องก์แรกเริ่มเรื่องช้าไปหน่อย ส่วนองก์สามแผ่วลงไปนิด


(บอสไวลด์ฮันท์น่าผิดหวัง)




Create Date : 30 ธันวาคม 2558
Last Update : 30 ธันวาคม 2558 23:46:30 น.
Counter : 1520 Pageviews.

1 comments
  
ปีนี้สำหรับผม

อันดับแรก Witcher 3 เลย ดีทุกๆด้านแทบจะ Perfect
อันดับสอง Life is Strange เนื้อหาแน่นสุด ทำให้เราอิน และหลงรักตัวละครในเกมได้อย่างง่ายๆเลย
อันดันสาม Fallout 4 ถึงจะ flop ในแง่ความเป็นซีรีส์ Fallout แต่ในแง่ RPG ผมว่ายังมีความเอนเทอเทนที่ให้ผู้เล่นได้สนุกกันยาวๆ

...

เอาจริงๆปีนี้ผม Hype Fallout 4 สุดล่ะ... เสียดายที่ Beteshda ตัดหลายๆส่วนดีของอันก่อนๆไปเยอะเลย แถมเควสต์ก็ค่อนข้างน้อยมากก ทำให้ระยะการเล่นน้อยลง ไม่เหมือน Skyrim
โดย: มำแดว วันที่: 6 มกราคม 2559 เวลา:2:20:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog