Deus Ex: Mankind Divided - ไซบอร์กคีอานู รีฟสมานฉันท์ (ไม่สปอยล์)


หมายเหตุ: ภาพประกอบในเกม แคปเจอร์จากโน้ตบุค Lenovo Y410p ซึ่งเซ็ทโดยรวมได้ระดับ High และลด Detail of Level ลงเป็น Low กับตัด Motion Blur ออก 

ถ้าให้สรุป Deus Ex: Mankind Divided แบบง่ายๆ ก็ต้องบอกว่า "รู้สึกเหมือนเป็น Metal Gear Solid V: The Phantom Pain ของปีนี้ ไอเดียดี เนื้อเรื่องใช้ได้ ตอนจบน่าผิดหวัง
 แต่เนื้อหาของไซด์เควสท์ใน Mankind Divided นั้นน่าสนใจมาก และโดยรวมแล้ว นี่เป็นประสบการณ์ที่สุดเหวี่ยงไปเลย!"



เนื้อเรื่องเกิดขึ้นหลังเกม Deus Ex: Human Revolution สองปี แต่ทางผู้สร้างเกมพยายามบอกว่า "เล่นภาคนี้ได้เลย โดยไม่ต้องเล่นภาค Human Revolution ถ้ากลัวไม่รู้เรื่อง ก็ดู recap หรือสรุปเนื้อเรื่องแบบย่อๆได้เลย!"... 

อืม เอาเป็นว่าเหตุการณ์ในตอนท้ายของ Human Revolution เกิดความยุ่งเหยิง กลุ่มผู้อัพเกรดอวัยวะเทียมเกิดคลุ้มคลั่งเพราะแผนการของตัวร้ายจนทำให้สังคมมนุษย์ปั่นป่วน กลายเป็นการแบ่งแยกชนชั้นระหว่าง "คนเทียม (Aug)" กับ "คนแท้ (No aug/Natural)" 

ในปี 2029 อดัม เจนเซ่นมาเยือนกรุงปรากพร้อมกับเหตุการณ์ระเบิดที่สถานีรถไฟ เขากับ Task Force 29 หน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบผู้ก่อการร้าย (ที่ส่วนใหญ่เป็นมนุษย์แท้) จึงต้องออกสืบหาตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังการระเบิดครั้งนี้ให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งของสังคม






แง่บวก

Smiley มันมีฉากที่เปิดกว้างกว่า Deus Ex: Human Revolution มาก และฉากก็ดีไซน์ได้สนุก มีอะไรให้สำรวจมากมายจนสงสัยว่า ไอ้คนที่เล่นจบภายในสิบกว่าชั่วโมงเนี่ย... จะรีบเล่นให้จบไปทำไม? ผมใช้เวลา 40 ชั่วโมงในการจบรอบแรก เอาจริงๆยังเก็บไซด์เควสท์ไม่หมดด้วยซ้ำ (แต่ก็เกือบแล้ว)




Smiley โลกรอบตัวคือส่วนหนึ่งของเรื่องราว ทั้งข่าว อีเมล โปสเตอร์ นิตยสาร คำพูดของพลเมือง ถ้าใช้เวลาไปกับโลกรอบตัวสักนิดจะรู้สึกได้เลยว่ามันมีรายละเอียดอะไรให้ค้นหาเยอะมาก จนผมไม่อาจจะอ่านได้หมด ต้องแคปเจอร์ภาพมาอ่านทีหลัง





Smiley ระบบเกมคล้ายกับของ Human Revolution แต่มีการปรับปรุงให้ไหลลื่นขึ้นอีกนิด เพิ่มความท้าทายขึ้นอีกหน่อย เช่น แถบพลังแบตเตอรี่ต้องพึ่งพา Biocell ในการคืนพลัง ฉะนั้นเวลาใช้ต้องคิดให้ดีๆ ถ้า Biocell หมดก็ใช้สกิลต่างๆไม่ได้ (แต่เกมก็มีระบบคราฟท์ของมาให้ เผื่อยามฉุกเฉิน) ระบบในการ "ลอบเร้น" ก็ทำให้ง่ายขึ้น ผมเล่นเวอร์ชั่น PC จึงสามารถใช้เมาส์กำหนดการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้ง่ายมาก




Smiley วิธีการไปถึงเป้าหมาย มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้ผู้เล่นต้องสำรวจสภาพแวดล้อมมากขึ้น หลายๆครั้งผมต้องโหลดเซฟเดิมเพื่อลองหาหนทางในการไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ ทำให้ใช้เวลาในการเล่นมากขึ้นอีก





Smiley วิธีการเคลียร์เควสท์มีหลากหลายขึ้น ถ้าอัพเกรดสกิลในการ "พูด" หลายครั้งจะคลี่คลายปัญหาได้โดยไม่ต้องพึ่งความรุนแรง หลายเควสท์มี "เส้นทางเลือกอื่น" ให้คนเล่นลองไปตรวจสอบดูก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ "เส้นทางเลือกอื่น" มักจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะคนที่คิดจะเล่นแบบไม่ฆ่าใครเลย แน่นอนว่าเกมนี้มีคนเล่นจบได้โดยไม่ต้องฆ่าใครสักคน แม้กระทั่งบอส ซึ่งเป็นสิ่งที่ Human Revolution ขาดไป! (ภาคนั้นเราถูกบีบให้สู้กับบอส)




Smiley ผมเลือกเล่นแบบ "ฆ่าแหลก" ซึ่งก็มีความยากความง่ายแตกต่างกันกับแบบ "ลอบเร้น" ศัตรูในเกมนี้มี A.I. ค่อนข้างน่าประทับใจ ผมพยายามกำจัดตำรวจในแมพๆหนึ่ง แต่ต้องตายหลายหนเพราะบางคนมันอ้อมหลังมารุมผมที่หลบซ่อนอยู่ คือการสู้กับศัตรูเกมนี้สนุกมาก เสียดาย ถ้าไปเอาระบบ "ศัตรูอัพเกรดตามสไตล์ผู้เล่น" ของ Metal Gear Solid V มาใช้ จะดีมาก




Smiley การเล่นที่ผมรู้สึกชอบและสนุกที่สุด (ทั้งเกมนี้และเกมอย่าง Metal Gear Solid V) ก็คือการเป็น "Hitman (มือสังหาร)" หรือ "เจมส์ บอนด์"! ทันทีที่ผมได้ "กระบอกเก็บเสียง" มาติดปืนพก 9 มม. ผมก็ได้เล่นในสไตล์แบบที่ตัวเองชอบ คือแอบลอบเร้นแล้วพยายามฆ่าให้หมดแมพ ถ้าศัตรูรู้ตัวก็ฆ่าทิ้งให้หมด! การเล่นแบบนี้ ทำให้ผมต้องพึ่งพาการยิงแบบเฮ้ดช็อตเพื่อประหยัดกระสุน แต่เกมนี้หลังๆศัตรูใส่หมวกป้องกัน ทำให้การยิงเฮ้ดช็อตแบบเงียบๆในครั้งเดียวไม่ได้ผล ต้องยิงกระหน่ำไปสองสามนัด ซึ่งก็เสี่ยงทำให้ศัตรูรอบข้างรู้ตัวอีก ถ้าอยากยิงให้ตายแบบง่ายๆ ก็ต้องใช้กระสุนเจาะเกราะ แต่ปืนที่ผมติดกระบอกเก็บเสียงมีแค่ปืนพกกับปืนกล ดังนั้นผมจึงตัดปืนลูกซองทิ้งไปในรอบนี้ แล้วพยายามใช้ปืนแค่สองกระบอกที่ติดกระบอกเก็บเสียงเท่านั้น... ฟู่... สรุปง่ายๆคือ คนเล่นอยากเล่นในสไตล์แบบไหน ก็เชิญเลือกเล่นได้ตามสบายเลย





Smiley ความบันเทิงอีกอย่างสำหรับผมคือ การแฮ็กป้อมปืนแล้วสั่งให้ป้อมปืนยิงศัตรูทุกตัวที่ขวางหน้า! สะใจเป็นบ้า





Smiley อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตายบ่อยคือ ผมพยายามเล่นเป็น Grand Theft Auto แปลว่าว่างๆก็ลองยิงตำรวจในเมืองเล่น โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆเกมก่อนไคลแม็กซ์ที่กรุงปรากอยู่ในกฎอัยการศึก ช่วงนี้ตำรวจเป็นศัตรูกับเราอย่างชัดเจน พยายามสู้ด้วยปืนกลกับปืนพกและปืนสไนเปอร์แล้ว เป็นได้จบเห่ทุกที!





Smiley ศัตรูอีกประเภทที่น่าหงุดหงิดแต่ก็ท้าทายอยู่ในทีก็คือ พวกหน้ากากทองนี่แหละ มันจะมีเกราะ TITAN ซึ่งเป็นความสามารถที่เรามีเหมือนกัน ทำให้กระสุนธรรมดายิงไม่ค่อยเข้า ถ้าไม่ลอบเร้นแล้วยิงเฮ้ดช็อตก่อนเกราะเหล็กเหลวจะทำงาน ก็ต้องใช้กระสุนเจาะเกราะ (หรือไม่ก็แฮ็กป้อมปืน)





Smiley ระบบการแฮ็กมีเพิ่มความท้าทายขึ้น การแฮ็กแบบระยะไกลก็ทำให้เพลินดี นอกจากนี้ยังมีเพิ่มระบบคราฟท์ของขึ้นมาด้วย ซึ่ง... ก็มีประโยชน์ในการอัพเกรดอาวุธพอสมควร ทำให้อาวุธยิงแรงขึ้นได้ หรือยิงรัวขึ้นได้




Smiley เกมนี้เล่นได้หลายรอบ รอบแรกเราอาจเล่นสไตล์หนึ่ง แล้วอีกรอบหนึ่งก็สามารถลองเล่นอีกสไตล์ดูได้ New Game+ เอื้ออำนวยให้คนเล่นสามารถเล่นรอบสองได้หลากหลายขึ้น


Smiley ถึงจุดๆหนึ่งเกมจะให้เลือกระหว่างเส้นทางสองเส้นทาง เช่น ต้องช่วย A แต่ทอดทิ้ง B ทำให้เรารู้เนื้อเรื่องส่วนหนึ่ง แต่ไม่รู้เนื้อเรื่องอีกส่วนหนึ่ง ทำให้มีค่าในการเล่นอีกรอบมาก


Smiley สังคม "การแบ่งแยกมนุษย์" ระหว่าง "คนที่ติดอวัยวะเทียม" กับ "คนปกติ" เป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก มันเหมือนกับการแบ่งแยกคนผิวสี หรือการแบ่งขั้ว "เหลือง-แดง" ทางการเมือง 




Smiley ไซด์เควสท์ของเกมนี้น่าสนใจมาก เอาจริงๆคือ เนื้อหาของไซด์เควสท์บางไซด์เควสท์ ดีกว่าเนื้อหาหลักเสียอีก


Smiley การกระทำผ่านเควสท์ของเรา มีผลต่อโลกระดับหนึ่ง และมีผลต่อเควสท์หลังๆในบางเควสท์ด้วย




Smiley ฉากกรุงปรากสวยมาก! งานดีไซน์หลายอย่างดีมาก ทั้งเกราะของตำรวจและอุปกรณ์ต่างๆ จนผมต้องสั่งซื้อหนังสือ The Art of Deus Ex Universe เลย!







แง่ลบ

Smiley ไอเดียเรื่องสังคมแบ่งแยกมนุษย์นั้นน่าสนใจ เสียดายที่พล็อตเรื่องโดยรวมค่อนข้างจะเฉยๆ คือมันสนุก แต่จะน่าผิดหวังถ้าเทียบกับ Human Revolution หรือ Deus Ex ภาคปี 2000 คือสเกลของเนื้อหาภาคนี้มันมีขนาดเล็กไปหน่อยหากเทียบกับภาคก่อนๆ โดยเฉพาะในตอนจบของทั้งสองภาคที่กล่าวอ้างมา คุณจะรู้สึกเหมือนเป็น "ผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์" แตกต่างจาก Mankind Divined โดยสิ้นเชิง อีกทั้งเกมยังผูกปมที่น่าสนใจมากมาย แต่กลับไม่ได้รับการคลี่คลายหรือพาไปถึงจุดสูงสุดในหลายๆประเด็น เช่น เนธาเนียล บราวน์ ถ้าเป็นภาคอื่นๆ อาจถูกนำเสนอในแง่มุมที่กำกวมด้านศีลธรรมกว่านี้ หรือปมอดีตเกี่ยวกับตัวอดัม เจนเซ่น เป็นต้น หนำซ้ำฉากจบยังน่าผิดหวัง จบแบบชนิดที่คนเล่นต้องอ้าปากค้าง เหมือนอารมณ์ของเนื้อเรื่องกำลังทะยานขึ้นสูง แล้วอยู่ดีๆก็ตัดฉับทิ้ง... ปล่อยให้คนเล่นได้แต่เงียบกริบ... เอ่อ มันจบแล้วเหรอ? แบบนี้เนี่ยนะ? อะไรทำนองนี้




Smiley เอาจริงๆแล้วพล็อตค่อนข้างตามสูตรสำเร็จ มันคล้ายๆกับของ Human Revolution คือ มันมีกลุ่มๆหนึ่งทำอะไรสักอย่าง แล้วเอาจริงๆมันมีคนอยู่ระดับสูงสักคนอยู่เบื้องลึกเบื้องหลัง บลาๆๆๆ ทำให้พล็อตบางจุดค่อนข้างจะเดาได้ง่ายทีเดียว


Smiley ทุกการกระทำ ทุกตัวเลือกที่เราเลือกหรือทำผ่านภารกิจต่างๆ สุดท้ายจะไปสรุปที่รายงานข่าวในตอนจบ ซึ่ง... ค่อนข้างจะน่าผิดหวังนิดหน่อย เลือกไม่ถูกเลยว่าตอนจบแบบ Human Revolution ที่จบแบบพระเอกมาพูดๆๆๆๆ กับจบแบบนี้ อันไหนดีกว่ากัน...




Smiley ตัวเลือกจากการทำเควสท์มีผลต่อโลกในกรุงปรากก็จริง แต่การกระทำอื่นๆในตัวเกมแทบไม่ได้มีผลอะไรต่อโลกเป็นพิเศษ ซึ่งน่าเสียดายมาก เช่น ถ้าผมฆ่าคนในแก๊งยกฝูง หรือฆ่าตำรวจยกแมพ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน สุดท้ายผมก็เดินลอยนวลตามพื้นที่ต่างๆได้โดยที่พวกแก๊งหรือตำรวจไม่ทำอะไรผมเลย ในเกม Fallout New Vegas กลุ่มหลายๆกลุ่มจะชอบหรือจะเกลียดเราแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา ถ้าผมฆ่าคนในแก๊งลีเจี้ยนมากๆจนแก๊งเกลียดผม มันจะส่ง "นักฆ่าระดับตำนาน" มาฆ่าผมเลยทีเดียว แล้วตัวเลือกจะมีผลต่อเควสท์ที่จะพาไปสู่ตอนจบของเกมที่แตกต่างกันในภายหลังด้วย! ลองจินตนาการดูสิครับ ถ้าเกม Mankind Divided เป็นแบบนั้นบ้าง มันจะเจ๋งขนาดไหน จะทำให้การเล่นหลายๆรอบ มีความสนุกมากขึ้นขนาดไหน โลกของ Deus Ex เต็มไปด้วยองค์กรมากมายและกลุ่มคนที่มีเป้าหมายแตกต่างกันไป มันเอื้อให้ทำอะไรแบบนี้มาก 




Smiley ระบบการคราฟท์ มีประโยชน์จริง แต่เพียงน้อยนิด... ถ้าในด้านการอัพเกรดอาวุธละก็ มีประโยชน์มาก แต่พวกของอื่นๆ อย่างเช่น Biocell ผมคราฟท์เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น เพราะของพวกนี้หาได้ตามปกติ สงสัยว่าต้องเล่นแบบยากๆ ระบบคราฟท์ของถึงจะมีประโยชน์ขึ้น


Smiley ผมเกลียดท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละครมาก หลายครั้งหลังพูดจบ มักจะทำท่าทางอะไรแปลกๆเป็นการตบท้าย จังหวะการลิปซิงก์ก็แย่ การเคลื่อนไหวปากของตัวละครดูตกยุคมาก




Smiley โหลดนานมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเครื่องโน้ตบุ๊กผมหรือเปล่า แต่การขึ้นรถไฟแล้วโหลดพื้นที่ใหม่ มันใช้เวลาโหลดนานจนต้องหยิบมือถือมาเล่นฆ่าเวลาเลยทีเดียว




Smiley ถนนในบ้านเมืองเหมือนกับ Human Revolution คือมีรถยนต์ แต่ไม่มีคันไหนวิ่งเลยสักคัน แปลกมาก!






สรุปแล้วผมให้ Deus Ex: Mankind Divided...

8/10

ซึ่งเท่ากับ Human Revolution 

พูดก็พูดเถอะ ถึง Square Enix จะบอกว่าเล่นเกมนี้ได้โดยไม่ต้องไปเล่นภาคก่อนหน้านี้ แต่ผมก็ยังแนะนำให้คนที่ไม่เคยเล่น ไปหาภาค Human Revolution มาเล่นกับตาตัวเองเถอะ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน





Create Date : 30 สิงหาคม 2559
Last Update : 2 กันยายน 2559 12:02:52 น.
Counter : 605 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog