[เกมรำพัน] Mass Effect 2 รอบสาม : ทีมเจ๊ต้องรอด (ไคลแม็กซ์สุดยอด!)


(หมายเหตุ : ปัญหาเรื่องเพื่อนคนไหนตายหรือไม่ตาย จะไม่ถือเป็นการสปอยล์ เพราะขึ้นอยู่กับคนเล่นแต่ละคนว่าไปทำยังไงให้ใครรอดใครตาย  เอาจริงๆแม้แต่ตัวเชพพาร์ดยังตายในตอนจบได้เลยด้วยซ้ำ ในตัวบล็อกแค่ชี้แจงถึงประสบการณ์การเล่นในแต่ละรอบ และเงื่อนไขของระบบเกมเท่านั้น ไม่ได้สปอยล์เนื้อเรื่องหลักแต่อย่างใด)

ต่อจาก Mass Effect ภาคแรก

ครานี้ข้าพเจ้าจะรำพันถึง Mass Effect 2 (2010) มันไม่มีดีแค่เพลงบรรเลงประกอบอันยอดเยี่ยม หรือฉากไคลแม็กซ์ที่เป็นหนึ่งในสุดยอดของประวัติศาสตร์วิดีโอเกม แต่มันยังให้ความสำคัญถึงคำว่าพวกพ้องด้วย

ข้าพเจ้าเล่นเกม Mass Effect ทั้งสามภาคเป็นรอบทั้งสามตลอดเดือนพฤษภาคม และเพิ่งปลดเปลื้องภารกิจลงเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 มิอาจปฏิเสธได้เลยว่า... หัวใจสำคัญของการเล่นรอบสามนี้ ทั้งหมดอยู่ที่ Mass Effect 2 นี่แหละ!

เป็นการเล่นที่จริงจังกว่าทุกภาคและทุกรอบที่ผ่านมา

ในรอบสามนี้ มีเป้าหมายคือเพื่อนๆต้องรอดกันทุกคน!






Mass Effect 2 เริ่มต้นต่อจากภาคแรกราวหลายสัปดาห์ หลังจากที่วายร้ายระดับจักรวาลชื่อรีปเปอร์ถูกเปิดเผยตัวและเตรียมจะกวาดล้างเผ่าพันธุ์ทั้งกาแล็กซี่ แต่ถูกหยุดยั้งด้วยฝีมือของเชพพาร์ดกับพรรคพวก

ขณะที่ยานนอร์มังดีของผู้การเชพพาร์ดกำลังออกปฏิบัติการ จู่ๆก็มียานยักษ์ปริศนาออกมาไล่ถล่มจนยานพังไม่มีชิ้นดี ส่วนผู้การเชพพาร์ดก็ตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต! 

ฮีโร่ผู้กำจัดวายร้ายกาแล็กซี่ในภาคแรก ตายตั้งแต่ต้นเกม!



หลังจากนั้นสองปีต่อมา เชพพาร์ดถูกทำให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งด้วยฝีมือขององค์กรชื่อ "เซอเบอร์รัส (Cerberus)" 

ข้าพเจ้าเล่นภาคแรกค่อนข้างละเอียด จึงจำได้ว่าเซอเบอร์รัสคือองค์กรที่ทดลองนู่นนี่นั่นในทางไม่ค่อยจะดี ส่วนใหญ่จะเป็นการทดลองที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นอะไรสักอย่าง ด้วยเป้าหมายที่ค่อนข้างจะคลุมเครือ และมีการปะฉะดะกันหลายครั้ง แค่ส่วนใหญ่จะเป็นไซด์เควสท์ ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก

ทว่าใน Mass Effect 2 เชพพาร์ดถูกชุบชีวิตด้วยองค์กรที่เคยเป็นศัตรูด้วยกันมาก่อน เป้าหมายก็คือ การค้นหาเบื้องลึกเบื้องหลังการหายตัวไปของโคโลนี่มนุษย์โลก และศัตรูในคราวนี้มีชื่อว่า The Collector!

เป้าหมายของ The Collector คืออะไร? เซอเบอร์รัสเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่? นี่คือ Mass Effect ที่มีเนื้อเรื่องและระบบเกมดีที่สุดในบรรดาทั้งสามภาค!







เมื่อเกมเริ่มขึ้น

ข้าพเจ้าสามารถเอาเซฟ Mass Effect ภาคแรกมาเล่นต่อได้ การตัดสินใจครั้งใหญ่ๆ อย่างเช่น เร็กซ์มีชีวิตอยู่หรือไม่, เป็นแอชลีย์หรือไข่ดัน (เคย์ดัน) ที่มีชีวิตอยู่, เลือกจะปล่อยราชินีแร็คไนไปหรือไม่ ทั้งหมดนี้จะมีผลต่อ Mass Effect 2 ทั้งนั้น



อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเชพพาร์ดเละเป็นโจ๊กตั้งแต่มูวีตอนต้นเกม ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสในการสร้างใบหน้าและสายอาชีพของเชพพาร์ดใหม่อีกครั้ง กระนั้นข้าพเจ้ายังคงยึดมั่นในเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มเล่นรอบสาม นั่นคือ

1. เชพพาร์ดต้องเป็นผู้หญิง (และใช้หน้าที่เกมกำหนดให้)

2. ต้องเป็น Vanguard สายอาชีพที่ว่า "ถึกสุด" ในเกม




เชพพาร์ดหญิงตื่นขึ้นพร้อมกับที่มีศัตรูบุกมายังห้องทดลองของเซอเบอร์รัส ตอนนี้เองที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ระบบเกมเพลย์ที่อัพเกรดจากภาคแรกมาก

ระบบเกมเพลย์ของ Mass Effect 2 ลดความเป็น RPG ลงไปจากภาคแรกมาก แล้วใส่ความเป็นแอ็กชั่นมากกว่าเดิม คราวนี้เราไม่ต้องพึ่งพากล่องพยาบาลแล้ว ระบบของเกมจะฟื้นฟูเลือดให้ข้าพเจ้าพร้อมกับ shield ป้องกัน 



สกิลส่วนใหญ่จะยังคล้ายเดิม แต่มีการอัพเกรดอะไรใหม่ๆขึ้นมากมาย ทำให้สายอาชีพ Vanguard แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก เช่น Vanguard ใน Mass Effect 2 สามารถพุ่งเข้าชนใส่ศัตรู แล้วอัพปืนหรือหมัดใส่ศัตรูได้ในระยะประชิด! 

ผังสกิลมีความซับซ้อนน้อยกว่าภาคแรก จากที่มีเป็นแถวยาวเหยียด จะเหลือเพียงแค่ไม่กี่แถวเท่านั้น อาวุธก็จะเป็นไปตามสายอาชีพ เช่น Vanguard จะใช้ได้แค่ปืนพก, ลูกซอง และปืนกลเล็ก ส่วนการโยนระเบิดในภาคแรก เปลี่ยนมาเป็นอาวุธหนัก อย่างปืนยิงจรวดมิสไซล์หรือเลเซอร์แทน

เอาเป็นว่า ระบบในภาคนี้ทำให้ข้าพเจ้าเลือกตัดสินใจอัพเกรดสกิลได้ง่ายขึ้น พะบู๊ได้เมามันขึ้น ซึ่งแฟนเกม RPG หลายคนไม่สบอารมณ์นัก แต่ข้าพเจ้าคิดว่าโอเค



นอกจากนี้อินเตอร์เฟสหรือระบบในการสั่งการเพื่อนร่วมทีมก็ยังง่ายขึ้นกว่าเดิม สายอาชีพแต่ละสายก็มีความโดดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้าพเจ้าเลือกใครมาลงทีมก็ได้ทั้งนั้น ถ้าเป็นทีมเน้นความพะบู๊ก็จะถล่มได้มันกว่าภาคแรก ถ้าเป็นทีมเน้นพลังไบโอติกก็อัดพลังเจ๋งๆได้อย่างต่อเนื่อง เรียกว่ามันกว่าภาคแรกอีกเช่นกัน ถ้าเป็นทีมที่เน้นความสมดุล ก็จะช่วยอุดช่องโหว่ทั้งในเรื่องสกิลและความสามารถในการใช้อาวุธได้ดี เช่น ข้าพเจ้าใช้ปืนกลเล็ก, เพื่อนอีกคนใช้ปืนลูกซอง แล้วเพื่อนอีกคนใช้ปืนสไนเปอร์ แบบนี้จะยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในด้านสกิล ข้าพเจ้าเป็นกึ่งไบโอติกกึ่งทหาร สามารถใช้พลังไบโอติกได้ เมื่อเอามาผสมกับเพื่อนที่มีสกิลเทค อย่างเช่น ปล่อยโดรนออกไปโจมตีศัตรูในระยะไกล กับเพื่อนที่เป็นสายทหาร มีสกิลโจมตีด้วยปืนแบบแรงๆ ก็จะช่วยทำให้ถล่มศัตรูได้มันมาก!




พูดถึงการอัพเกรด

การซื้ออาวุุธหรือชุดเกราะเปลี่ยนไป จากที่ซื้อมาแล้วลองใส่ได้เลย คราวนี้พอซื้อมาแล้วจะต้องขึ้นไปอัพเกรดบนยานนอร์มังดีหรือตามจุดที่กำหนด แล้วไม่ใช่ว่าแค่มีตังค์ก็อัพเกรดได้เลย แต่ต้องมีแร่ธาตุเพียงพอด้วย เนื่องจากเซอเบอร์รัสเป็นบริษัทเอกชน ไม่ใช่กองทัพแบบในภาคแรก การหาทรัพยากรเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรื่องนั้นเอาไว้พูดทีหลัง




และคราวนี้ข้าพเจ้าสามารถอัพเกรดยานนอร์มังดีได้ด้วย แถมการอัพเกรดยานนอร์มังดี จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับภารกิจสุดท้ายของเกม!

การอัพเกรดยาน = การรักษาชีวิตเพื่อนทุกคน!!



การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกอย่างคือค่า Paragon (พ่อพระ/แม่พระ) กับ Renegade (เกรียนแตก) 

ใน Mass Effect ข้าพเจ้าสามารถคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆได้ด้วยการอัพเกรดค่า Charm (เสน่ห์) กับ Intimidate (ข่มขู่) แต่ใน Mass Effect 2 ทั้งสองค่าถูกตัดไป ตัวเลือกที่เป็นทางเลือกเสริม (สีน้ำเงินกับสีแดง) จะปรากฏขึ้นตามความสูงของค่า Paragon หรือ Renegade

ระหว่างที่มีฉากการสนทนาเกิดขึ้น จู่ๆจะมีไอค่อนขึ้นมาให้ข้าพเจ้ากด

ถ้าขึ้นที่มุมล่างด้านซ้ายของจอ จะเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ Renegade

ถ้าขึ้นที่มุมล่างด้านขวาของจอ จะเป็นการแก้ไขปัญหาแบบ Paragon





ใช้อันไหนมาก แค่ Paragon/Renegade ก็จะขึ้นไปตามจำนวนการใช้ ฉะนั้นระหว่างดูฉากสนทนา จะมานิ่งนอนใจไม่ได้เลยจริงๆ

บทพูดและการกระทำแบบ Renegade ใน Mass Effect 2 ถูกปรับปรุงจากภาคแรกมาก แทนที่จะดูเป็นเกรียนแตกอย่างเดียว มันเหมือนจะเป็นกระทำที่เจ๋งๆแบบ "แอนตี้ฮีโร่ (Anti-hero)" เสียมากกว่า อารมณ์คล้ายๆกับหนังอย่าง Dredd หรืออะไรทำนองนี้น่ะ ฮีโร่โหด  บทพูดของ Renegade บางอันก็เจ๋งมาก อย่างตอนทำ Loyalty Mission ของทาลิ หนึ่งในเพื่อนคนสำคัญของกลุ่ม ถ้าคลี่คลายด้วยออพชั่น Renegade จะมีบทพูดเจ๋งๆออกมา 

พูดง่ายๆคือ มันมีการเขียนบทที่ดีกว่านั่นเอง

แต่ข้อเสียตามสไตล์ Bioware ยังมีอยู่ เกมไม่เปิดโอกาสให้เราอยู่ตรงกลางแบบสีเทาๆ ต้อง "ดีสุดๆ" หรือ "เลวสุดๆ" เท่านั้นถึงจะแก้ไขปัญหาบางอย่างได้ เช่นปัญหาระหว่างเพื่อนแต่ละคน ค่า Paragon/Renegade จะมาอยู่กลางๆไม่ได้เป็นอันขาด ต้องแม็กซ์สุดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงจะขึ้นออพชั่นที่แก้ไขปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ได้ 

เรื่องนี้มีใจความสำคัญเกี่ยวกับความเป็นความตายของเพื่อนเช่นกัน


สิ่งที่เปลี่ยนไปจาก Mass Effect ภาคแรกอีกอย่างก็คือ

คราวนี้ข้าพเจ้าจะได้บังคับทิศทางของยานนอร์มังดีด้วยมือตัวเอง ไม่ใช่ขยับเมาส์เลื่อนวงกลมไปยังแผนที่ แต่กดปุ่มข้างให้ยานนอร์มังดีเคลื่อนที่ไปบนแผนที่ได้อย่างอิสระ



ยานมาร์โก้ถูกตัดไป กลายเป็นการสำรวจจากวงโคจรของแต่ละดวงดาวแทน อย่างที่ข้าพเจ้าว่าไว้ก่อนหน้านี้ เซอเบอร์รัสเป็นบริษัทเอกชน การหาแร่ธาตุมาอัพเกรดจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก 

และในเกม Mass Effect ข้าพเจ้าสามารถสแกนดาวแล้วถลุงแร่ธาตุจน "ดาวเน่า" ได้ทุกดวง!

ข้าพเจ้าตระเวนไปตามแผนที่กาแล็กซี่อันใหญ่โต

ไปโผล่ตามระบบสรุิยะต่างๆแล้วถลุงแร่ธาตุจากดวงดาวได้จนกว่าจะพอใจ

เอาน่า ข้าพเจ้าเป็นฮีโร่กอบกู้จักรวาล กะอีแค่แร่ธาตุ ขอนิดขอหน่อยจะเป็นไรไป! อะไรนะ? สูบจนดาวเน่า? เอ๋า ระหว่างดาวเน่ากับถูกรีปเปอร์ทำลายล้าง จะเลือกอะไรล่ะ? ฮ่า!




ยานนอร์มังดีสามารถเดินทางข้ามระบบดาวฤกษ์ได้ตามใจชอบเหมือนเดิม แค่ว่าคราวนี้จะต้องมีการใช้เชื้อเพลิงด้วย ยิ่งเดินทางไกลก็ยิ่งต้องใช้เชื้อเพลิงมาก แต่จำนวนโพรบ (probe) สำหรับดูดแร่ธาตุยังมีจำกัดอีก ดังนั้นนอกจากจะเสียค่าอัพเกรดอาวุธหรือชุดเกราะแล้ว ข้าพเจ้ายังต้องเผื่อเงินมาเสียค่าเติมเชื้อเพลิงกับซื้อโพรบด้วย

เฮ้อ... เยอะจริง



การตระเวนไปยังแต่ละเนบิลลาแล้วสแกนดาวพร้อมดูดแร่ธาตุแต่ละดวงนั้น จำต้องใช้เวลาอยู่มากโข ตอนแรกข้าพเจ้าตั้งใจจะเอาให้การสำรวจภายในแมพเป็น 100% แต่... ตอนหลังถอดใจ ขอแค่สูบแร่ธาตุได้ตามต้องการก็จบเหอะ

เพราะว่ามันยังมีหัวใจสำคัญยิ่งกว่านั้นรออยู่

นั่นคือการช่วยเหลือเพื่อนทุกคน!



Mass Effect 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกพ้องอย่างแท้จริง

เพื่อนในภาคนี้เพิ่มจำนวนขึ้นกว่าเดิมมาก ภาคแรกมีหกคน แต่ภาคนี้มีถึงสิบคน แล้วยังมีอีกสองคนที่จะได้มาจาก DLC อีก กลายเป็นสิบสองคน!



การเขียนบทอันยอดเยี่ยมของ Mass Effect 2 ทำให้เพื่อนแต่ละคนมีซัพพล็อตที่น่าสนใจ จริงๆต้องบอกว่าตัวละครของภาคนี้ น่าสนใจที่สุดในบรรดาทั้งสามภาคเลยด้วย

ไม่มีใครเลยสักคนที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเนื้อเรื่องห่วย ทุกคนมีปมดีๆหมด




ในการเล่นรอบแรก ข้าพเจ้าเข้าไม่ถึงคุณความดีตรงนี้เพราะมัวแต่ตะบี้ตะบันเล่นให้จบท่าเดียว ไม่สนใจจะมาลงดีเทลเพื่อนแต่ละคน จนกระทั่งภารกิจสุดท้าย ภารกิจ Suicide Mission ที่ต้องบุกฐานของ The Collector มาถึงนั่นแหละถึงจะรู้ซึ้ง

การเล่นรอบ เพื่อนของข้าพเจ้าตายไปสี่คน... ในตอนจบแม้เชพพาร์ดจะรอดชีวิตมาได้ แต่มันมีฉากโลงศพของเพื่อนอยู่สี่คน... ข้าพเจ้ารู้สึกคาใจตรงนี้แหละ

ดังนั้นพอเล่นรอบที่สอง ข้าพเจ้าจึงต้องขวนขวายหาข้อมูลอย่างจริงจัง จึงได้เข้าใจว่า ระบบตัวเลือกในเกมนี้ฉลาดมาก ฉลาดกว่าทุกๆภาค

กลายเป็นว่าการที่เพื่อนสักคนจะมีชีวิตรอดในตอนท้ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของข้าพเจ้าตลอดทั้งเกม! มันไม่เหมือนกับเกมอย่าง Fire Emblem ที่เพื่อนจะตายในด่านที่ข้าพเจ้าเล่นอยู่ หากเพื่อนใน Mass Effect 2 ตาย ใช่ว่าแค่ย้อนกลับไปเล่นเซฟก่อนหน้านี้ก็จะแก้ไขปัญหาได้ ถ้าพลาดกันตั้งแต่เริ่ม มันหมายถึงข้าพเจ้าจะต้องเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ!

ความเป็นความตายของเพื่อนขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้


1) การอัพเกรดยาน

อย่างที่บอกตั้งแต่ต้น การอัพเกรดยานใน Mass Effect 2 สำคัญมาก ในการเล่นรอบแรก ข้าพเจ้าพลาดการอัพเกรดยานเพราะลองอัพเกรดดูแล้ว ไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไร ยานไม่ได้บินเร็วขึ้น อัพเกรดปืนก็ไม่รู้จะใช้ยิงอะไร เพราะบนแผนที่กาแล็กซี่ไม่มีศัตรูโผล่ออกมา แล้วจะอัพเกรดไปทำไม?

แต่พอมาถึงฉาก Suicide Mission ตอนที่ยานนอร์มังดีบุกฐาน The Collector ปืนที่ไม่ได้อัพเกรดทำให้ยิงศัตรูไม่ได้ ผลคือเพื่อนส่วนหนึ่งตาย... เกราะที่ไม่ได้อัพเกรดทำให้ทนทานต่อการโจมตีไม่ได้ ทำให้เพื่อนอีกส่วนหนึ่งตาย...

คนหนึ่งจำได้ว่าเป็น "เธน" ส่วนอีกคนไม่แน่ใจว่าเป็น "ซามารา" คุณแม่ยังสาวหรือเปล่า




ฉะนั้นการเล่นรอบสอง ข้าพเจ้าจึงอัพเกรดยานแบบทุกอย่างที่ขวางหน้า เช่นเดียวกับรอบสาม 

ผลลัพธ์เรื่องการอัพเกรดยาน ---> เคลียร์


2) Loyalty Mission

หลังจากที่ได้เพื่อนมาแล้ว เพื่อนบางคนจะขอร้องให้เชพพาร์ดพาไปเคลียร์ปัญหาอะไรสักอย่างของตัวเอง ภารกิจไซด์เควสท์พวกนั้นถูกเรียกว่า Loyalty Mission นั่นคือถ้าเคลียร์เควสท์พวกนี้ได้สำเร็จ นอกจากจะได้รู้เรื่องราวของเพื่อนคนนั้นๆมากขึ้น ยังจะเป็นการปลดล็อกพลังขึ้นมาอีกอย่างด้วย

ทว่าในการเล่นรอบแรก ข้าพเจ้าไม่ได้ใส่ใจเพื่อนทุกคน จึงไม่ได้พาไปทำ Loyalty Mission อย่างที่ว่ามา ผลคือ... เพื่อนที่ไม่มีค่า Loyal ติดอยู่ต้องตายใน Suicide Mission!

ค่า Loyal นี้มีใจความสำคัญที่ลึกซึ้งอีกอย่าง

ในเกม Mass Effect 2 จะมีอยู่สองคู่ที่ไม่ถูกกัน หากแก้ไขปัญหาไม่ได้ และต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายก็จะเสียค่า Loyal ไป และอาจตายใน Suicide Mission ได้!

มิรินดากับแจ็คไม่ถูกกัน เพราะแจ็คเกลียดเซอเบอร์รัส จึงเกลียดมิรินดาไปโดยปริยาย ในขณะที่มิรินดาเองก็ไม่ชอบแจ็ค

รอบแรกข้าพเจ้าไม่ต้องเลือกใคร เพราะไม่ได้ทำ Loyalty Mission ของแจ็ค จึงได้ฉากเซ็กส์กับมิรินดามาตามระเบียบแบบสบายใจ แต่แจ็คต้องตายในตอนท้ายภารกิจ...

รอบสองข้าพเจ้าตั้งใจจะได้ฉากเซ็กส์กับแจ็ค หลังทำ Loyalty Mission ของทั้งสองคนเสร็จ แจ็คกับมิรินดาจะทะเลาะกันโดยอัตโนมัติ ไม่มีตัวเลือกให้เข้าข้างทั้งสองฝ่าย เนื่องจากค่า Paragon (พ่อพระ/แม่พระ) ยังไม่สูงพอ และไม่สามารถข่มขู่ให้ทั้งคู่หยุดทะเลาะกันได้ เพราะค่า Renegade (เกรียนแตก) ก็ไม่สูงพออีกเช่นกัน ข้าพเจ้าจึงเลือกแจ็ค และสูญเสียค่า Loyal จากมิรินดาไป ตอนถึง Suicide Mission ข้าพเจ้าจึงต้องเลือกอย่างระวังเพื่อไม่ให้มิรินดาต้องตาย




อีกคู่คือทาลิกับลิเจี้ยน

ทาลิเป็นชาวควอเรียน ผู้สร้าง "เกธ (Geth)" หุ่นยนต์ที่เป็นศัตรูทั้งในเกมภาคแรกกับภาคสอง ส่วนลีเจี้ยนคือเกธที่แตกต่างจากเกธส่วนใหญ่ ถึงกระนั้นทาลิก็ยังไม่ชอบลิเจี้ยน

ในรอบแรก ข้าพเจ้าไม่ได้ปลุกลิเจี้ยนขึ้นมาจากการหลับใหล จึงไม่มีปัญหาในการรักษาค่า Loyal ของทาลิ ทาลิจึงรอดแบบสบายๆ

แต่พอรอบสอง หลังจากที่ทำ Loyal Mission ของทั้งคู่ครบ ทาลิกับลิเจี้ยนก็ทะเลาะกันในทันที เช่นเดียวกับมิรินดากับแจ็ค ค่า Paragon กับ Renegade ไม่สูงพอ จึงต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มันมีวิธีที่จะทำให้ค่า Loyal ของหนึ่งในสองคนกลับคืนมาได้ด้วยการตามไป "พูดโกหก" ในภายหลัง



ความสัมพันธ์ระหว่างทาลิกับลิเจี้ยนซับซ้อนมาก ผลลัพธ์จาก Loyal Mission ของทั้งคู่ส่งผลไปถึง Mass Effect 3 และเช่นเคย ข้าพเจ้าไม่รู้ข้อมูลถึงตรงนี้ สุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจเมื่อผลลัพธ์มันปรากฏขึ้นในภาค 3 นั่นเอง...

ดังนั้นในรอบสาม ข้าพเจ้าจึงมุ่งเน้นในการอัพค่า Paragon จนเต็มแม็กซ์ ก่อนที่จะทำ Loyal Mission ของทั้งสองคู่จบ! เมื่อค่า Paragon เต็มแม็กซ์ ก็ปรากฏออพชั่นที่แก้ไขปัญหาการทะเลาะกันของสองคู่นี้ขึ้นมาได้ พร้อมกับรักษาค่า Loyal ได้อย่างราบรื่น เย้!





ผลลัพธ์เรื่องปัญหาค่า Loyal ---> เคลียร์ (ติด Loyal กันทุกคน)


3) การวางหน้าที่ของเพื่อนใน Suicide Mission

Suicide Mission เป็นภารกิจที่ข้าพเจ้าลุ้นตั้งแต่เริ่มยันจบ จะเรียกว่าเป็นหนึ่งในไคลแม็กซ์ที่ยอดของประวัติศาสตร์ของวิดีโอเกมเลยก็ยังได้

เพลงประกอบสุดยอด การตัดต่อในฉากมูวีสุดยอด อย่างกับหนังฮอลลีวู้ดเกรด AAA เล่นสามรอบก็ต้องซี้ดปากสามรอบ น่าเสียดายมากที่คนทำเพลงประกอบของ Mass Effect 2 ไม่ได้กลับไปทำเพลงประกอบให้กับ Mass Effect 3




ข้าพเจ้าลุ้นตั้งแต่เริ่มเข้าฉากมูวีที่ยานนอร์มังดีมาโผล่หน้าฐานของ The Collectors แล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของฝ่ายศัตรู 

ตอนที่ยานนอร์มังดีใช้ปืนอัพเกรดยิงใส่โดรนของศัตรูจนพัง ข้าพเจ้าร้อง "เย้!" เพราะเพื่อนส่วนหนึ่งรอด 

ตอนที่ยานนอร์มังดีรับแรงกระแทกจากการถูกยิงสูง ข้าพเจ้าร้อง "เย้!" เพราะเพื่อนส่วนหนึ่งรอด

ตอนที่ยานนอร์มังดีเข้าไปในฐาน The Collectors ได้สำเร็จ ข้าพเจ้าร้อง "เย้" เพราะทุกคนรอด

แต่ยัง

ทุกอย่างยังไม่จบ!

ความเป็นความตายของเพื่อนยังอยู่ที่ฉากไคลแม็กซ์ขั้นสุดท้ายนี่แหละ! ในภารกิจสุดท้าย พวกเชพพาร์ดต้องมานั่งประชุมกัน และเลือกว่าใครจะทำหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ใครเป็นคนคุมทีมหนึ่งทีมสอง



รอบแรกข้าพเจ้าเลือกมั่ว บวกกับเพื่อนชื่อ "เจค็อบ" ไม่ได้ทำ Loyalty Mission เจค็อบจึงตายไปอีกหนึ่งคน เนื่องจากแจ็คไม่ได้ทำ Loyalty Mission พอสู้กับบอสเสร็จ แจ็คก็โดนหินท้บตายไปอีกหนึ่งคน 




รอบสองมิรินดาทะเลาะกับแจ็คจนมิรินดาไม่ได้ติดค่า Loyal แต่เลือกตำแหน่งหน้าที่ไว้ได้ถูกต้อง มิรินดาจึงรอด ลิเจี้ยนกับทาลิก็รอดเพราะการพูด "โกหก" จนคงค่า Loyal เอาไว้ได้ แต่ไปพลาดที่คาสุมิ ตัวละครเสริมจาก DLC ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่าไปพลาดตรงไหน หลายคนก็บอกว่าคาสุมิเหมาะกับตำแหน่งที่ข้าพเจ้าเลือก แล้วก็ได้ค่า Loyal มาแล้วด้วย แต่ทำไมถึงตาย?



ตอนจบของรอบสอง มีโลงศพหนึ่งโลง ทำให้ข้าพเจ้าเศร้าใจมาก และตั้งใจจะแก้คืนในรอบสามให้ได้

รอบสาม ข้าพเจ้าเคลียร์เรื่องเกราะ เรื่องความสัมพันธ์จน Loyal กันทุกคนไม่มีขาด ส่วนตำแหน่งเจ้าปัญหาที่เคยให้คาสุมิแล้วตาย ข้าพเจ้าก็เปลี่ยนมาให้ลิเจี้ยนแทน ซึ่งก็ได้ผล



หลังการคัดเลือกแบบรอบคอบ... ในที่สุด Suicide Mission ก็เคลียร์โดยที่ตอนจบไม่มีโลงศพเลยสักโรง

โอ้มายกอด!

โอ้ววววววววววหม่ายยยยยยยยยยยก๊ออออออออดดดดดดดดดดดด!!

สำเร็จแล้ว ในที่สุดก็รักษาชีวิตเพื่อนทุกคนไว้ได้

YESSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSSS!!

ข้าพเจ้าร้องออกมาลั่นห้องด้วยความดีใจ ความอึดอัดที่ผ่านการสูญเสียมาสองรอบ และความตั้งใจในรอบสาม มันมาประดังประเดกันอยู่ในตอนท้ายของเกม ดังนั้นเมื่อผลลัพธ์ออกมาแบบนี้...

โอ้ มัน perfect มาก! perfect มากจริงๆ!




ผลลัพธ์เรื่องการวางตำแหน่งเพื่อนใน Suicide Mission และฉากจบสมบูรณ์แบบ---> เคลียร์เคลียร์เคลียร์เคลียร์เคลียร์เคลียร์เคลียร์เคลียร์




แต่เดี๋ยวก่อน เรื่องที่ให้ลุ้นมันยังไม่จบ

ยังมีปัญหาของทาลิกับลิเจี้ยนที่จะต้องไปเคลียร์ใน Mass Effect 3 อีกเรื่อง!








Create Date : 29 พฤษภาคม 2559
Last Update : 4 มิถุนายน 2559 15:31:11 น.
Counter : 825 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog