[เกมรำพัน] Mass Effect รอบสาม : ฉิ่งฉับกระชับจักรวาล






ครานี้ข้าพเจ้าจะรำพันถึง Mass Effect (2007) เกม Action-RPG แนวไซไฟอันยอดเยี่ยมที่เปิดให้ผู้เล่นสร้างตัวละครในแบบของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง และออกบุกตลุยกาแล็กซี่ทางช้างเผือกเพื่อทำภารกิจเพื่อช่วยจักรวาลให้พ้นภัย

ข้าพเจ้าทุ่มแรงใจและแรงกาย (นอนน้อย) ทั้งเดือนพฤษภาคมเพื่อเคลียร์ Mass Effect รอบสามทั้งสามภาค เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 ข้าพเจ้าสามารถปลดเปลื้องภารกิจได้สำเร็จ

ข้าพเจ้ากลับมาเล่นรอบสามด้วยความตั้งใจหลายประการ

ทว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจกลับบังเกิดขึ้นในรอบนี้...

มันกลายเป็นความรักระหว่าง "หญิงXหญิง" ไปได้อย่างไรกันหนอ?





ข้าพเจ้ามองเกม Mass Effect ภาคแรก ผ่านสายตาของเชพพาร์ดเวอร์ชั่นผู้หญิง นามที่ตัวเกมได้ให้มาก็คือ "เจน เชพพาร์ด"



มันเป็นโลกในปี 2183 ดวงดาวต่างๆในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกถูกเชื่อมกันด้วย Mass Relay (เครื่องส่งมวลสาร) ซึ่งเกิดจากค้นพบวิธีใช้ Mass Effect Field (สนามพลังแมสท์เอฟเฟกต์) ทำให้มนุษย์สามารถเดินทางข้ามดวงดาวและร่วมมือกับเผ่าพันธุ์ต่างๆภายในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกได้



ผู้การเชพพาร์ดกับลูกทีมถูกส่งไปยังดาวอีเดนไพรม์เพื่อตรวจสอบสัญญาณของชาวโพรเธียน มนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์โบราณที่สาบสูญไปจากจักรวาลแล้ว ทว่าที่นั่นเอง ผู้การเชพพาร์ดต้องเผชิญหน้ากับกองทัพเผ่าพันธุ์หุ่นยนต์ที่เรียกว่า "เกธ (Geth)" ซึ่งบัญชาการโดย "เซเรน (Seren)" อดีตสเปคเตอร์ผู้เคยทำงานให้กับสภาซิทาเดล




ดูเหมือนว่าแผนการร้ายของเซเรนกับพวกเกธ จะเกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของทุกชีวิตในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกเสียแล้ว!

เชพพาร์ดจึงต้องร่วมมือกับมนุษย์ต่างดาวหลายเผ่าพันธุ์เพื่อช่วยจักรวาลให้พ้นภัย!!



ทันทีที่เริ่มเกม

ข้าพเจ้าจะได้เลือกว่าจะเล่นเป็นเชพพาร์ดชายหรือเชพพาร์ดหญิง รวมถึงสามารถปรับแต่งหน้าค่าตาให้เป็นอย่างที่ใจต้องการได้ด้วย หรือจะใช้ใบหน้าที่เกมกำหนดมาให้ก็ได้

สองรอบที่แล้ว ข้าพเจ้าเล่นเป็นเชพพาร์ดชาย รอบสามจึงตั้งใจทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้มานาน นั่นคือการเล่นเป็นเชพพาร์ดหญิง... เป็นเจน เชพพาร์ด และใช้ใบหน้าที่เกมกำหนดมาให้

จากนั้นข้าพเจ้าจะได้เลือกว่าจะเล่นอาชีพไหนจากทั้งหมด 6 สายอาชีพ

รอบแรกข้าพเจ้าเล่นสาย Soldier (ทหาร) รอบสองข้าพเจ้าเล่นสาย Infiltrator (แทรกซึม) รอบสามนี้ข้าพเจ้าตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะเล่น Vanguard (ทหารกองหน้า) สายอาชีพที่ว่ากันว่า "ถึกสุดๆ"

นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังต้องเลือก "ประวัติของเชพพาร์ด" จาก 3 ตัวเลือก เช่น เกิดบนโลก หรือเกิดบนโคโลนี บลาๆๆ 

เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อย การเล่นรอบสามของข้าพเจ้าก็เริ่มต้นขึ้น






เกม Mass Effect เป็นแอ็กชั่นผสม RPG ข้าพเจ้าสามารถควบคุมตัวละครได้อย่างอิสระและใช้ทักษะการยิงเพื่อสู้กับศัตรูเหมือนเกมแอ็กชั่น

ในขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็สามารถควบคุมเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนผ่านฟังก์ชั่นพิเศษ สามารถระบุได้ว่าจะให้เพื่อนร่วมทีมไปประจำตำแหน่งอยู่ตรงไหน จะหยุดรอหรือจะให้ตามหลังมา จะให้ใช้พลังอะไร จะให้ใช้อาวุธแบบไหน



เช่นเดียวกับเกม RPG หลายเกม มันมีการเลเวลอัพแล้วเอาค่าตัวเลขมาเพิ่มทักษะที่ตัวเองต้องการ หรือจะเลือกให้เกม auto level up ให้ก็ได้ ซึ่งข้าพเจ้าทำแบบนี้กับเพื่อนร่วมทีมทุกคน ยกเว้นตัวเชพพาร์ดหญิงของข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าเลือกอัพเกรดสกิลด้วยตัวเอง

หลังจากที่เชพพาร์ดออกปฏิบัติภารกิจไปสักระยะ จะได้เพื่อนอีก 6 คนมาร่วมทีม เพื่อนร่วมทีมแต่ละคนจะมีจุดเด่นจุดด้อยไปตามสายอาชีพ แต่ละเผ่าพันธุ์จะมี "สกิลพิเศษ" ที่เผ่าพันธุ์อื่นไม่มีแม้จะเป็นสายอาชีพเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการเลือกเพื่อนร่วมทีมจึงค่อนข้างสำคัญ โดยตามปกติจะต้องเลือกให้สมดุลกัน ไม่เน้นหนักไปทางสายใดสายหนึ่งมากนัก แต่บางครั้งข้าพเจ้าก็จะเน้นไปทางสายใดสายหนึ่งเพื่อความเมามันโดยเฉพาะ เช่น เน้นสายต่อสู้ หรือเน้นสายไบโอติก (พวกใช้พลัง)

จุดเด่นของระบบต่อสู้ใน Mass Effect คือ เพื่อนแต่ละคนล้วนมีประโยชน์ในแบบของตัวเอง ถ้าเลือกลูกทีมผิดอาจจะสู้ลำบาก แต่ถ้าเลือกลูกทีมได้ถูกต้อง จะเสริมความแข็งแกร่งให้กันและกันได้ดีมาก จึงไม่มีเพื่อนคนไหนที่เรียกว่า "ไร้ประโยชน์" อย่างแท้จริง

นอกจากการอัพเกรดด้านสกิลแล้ว เกมยังให้ข้าพเจ้าได้อัพเกรดชุดเกราะ, อาวุธ และอุปกรณ์เสริมอีกมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป

ข้าพเจ้าเล่นสาย Vanguard ซึ่งเน้นความถึกด้วยสกิล ดังนั้นชุดเกราะจึงสามารถใส่ได้แค่ระดับ medium บางชุดเกราะเน้นไปที่ค่า HP บางชุดเกราะเน้นไปที่ความทนทาน Shield และในชุดเกราะ ข้าพเจ้าสามารถเลือกใส่อุปกรณ์เสริมเข้าไปได้อีก เช่น ทำให้ HP ฟื้นฟู หรือทำให้ทนทานต่อการโจมตีแบบใดแบบหนึ่งมากขึ้น

สำหรับอาวุธ อาชีพ Vanguard จะเน้นสกิลปืนพกกับลูกซอง จริงๆแล้วเกมนี้เปิดโอกาสให้ทุกอาชีพใช้อาวุธอะไรก็ได้ เพียงแต่การใช้อาวุธตรงสายอาชีพ จะช่วยขับเน้นสกิลของแต่ละสายอาชีพให้โดดเด่นขึ้นได้ อาวุธแต่ละชนิดจะมีให้เลือกบริษัทผู้ผลิตซึ่งแต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป บ้างก็เน้นยิงแรง บ้างก็เน้นที่การคูลดาวน์ของอาวุธ (ทำให้ไม่โอเวอร์ฮีทจนยิงไม่ออก) นอกจากนั้นยังติดตั้งอุปกรณ์เสริมเช่น เพิ่มการจู่โจมกับศัตรูที่มีเลือดมีเนื้อ หรือเพิ่มการจู่โจมกับศัตรูที่เป็นหุ่นยนต์



อาชีพ Vanguard เป็นอาชีพที่เล่นสนุกเมื่อเอาสกิลมาบวกกับประสิทธิภาพของอาวุธ ข้าพเจ้าเลือกจะเล่นปืนพกเป็นหลัก เพราะอาชีพ Vanguard จะมีสกิลเสริมความถึกและเพิ่มการโจมตีด้วยอาวุธเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมถ้าถูกศัตรูเข้าจู่โจมประชิดตัวก็ไม่กลัว เพราะ Vanguard "หมัดหนัก" กว่าสายอาชีพอื่น  เมื่อเอาอุปกรณ์เสริมของชุดเกราะกับปืนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามแต่สถานการณ์ ความสนุกของอาชีพ Vanguard ก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว




ยิ่งถ้าเลือกเพื่อนร่วมทีมดี ก็ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก!

แต่หัวใจสำคัญของ Mass Effect ไม่ได้อยู่ที่ระบบการต่อสู้เท่านั้น  "การเลือกคำพูดและการกระทำ" ก็มีผลสำคัญด้วย



เกม Mass Effect มีระบบให้ข้าพเจ้าเลือกคำพูดตอบโต้ได้ด้วยตัวเอง จะตอบดีหรือจะตอบเกรียนก็ได้ทั้งนั้น หลายคำตอบที่เลือก จะมีผลต่อค่า Paragon (พ่อพระ-แม่พระ) และ Renegade (เกรียนแตก) ซึ่งค่า Paragon กับ Renegade จะมีผลต่อตัวเกมไม่ใช่แค่ใน Mass Effect ภาคแรกเท่านั้น...

แต่ยังส่งผลไปถึง Mass Effect 2 และ 3 ด้วย!!

สองรอบแรก ข้าพเจ้าไม่ได้ทำไซด์เควสท์ "ชุดเกราะประจำตระกูล" ของเพื่อนร่วมทีมที่ชื่อ "เร็กซ์ (Wrex)" ดังนั้นเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงจุดๆหนึ่ง เร็กซ์จะทะเลาะกับข้าพเจ้าอย่างรุนแรง เมื่อถึงขั้นแตกหัก เร็กซ์จะต้องตาย... ซึ่งจริงๆแล้วเร็กซ์ไม่จำเป็นต้องตาย 



วิธีการช่วยเหลือเร็กซ์นั้น สามารถทำได้โดยการทำไซด์เควสท์ที่เกี่ยวกับเร็กซ์ และอัพค่า Charm (เสน่ห์) หรือ Intimidate (ข่มขู่) ไว้ให้เยอะๆ

นี่คือสาเหตุที่ทำให้ค่า Charm ของข้าพเจ้าเต็มแม็กซ์แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!



ค่า Charm แบบเต็มแม็กซ์กลับส่งผลดีต่อการเล่นของข้าพเจ้าอย่างยิ่งยวด เพราะเมื่อค่า Charm เยอะขึ้น ก็จะมีตัวเลือกของคำพูดให้ข้าพเจ้าสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น!!



ในรอบสามนี้ ข้าพเจ้าตั้งใจจะช่วยเร็กซ์ไว้ให้ได้ จึงทำไซด์เควสท์ของเร็กซ์และอัพค่า Charm เต็มแม็กซ์อย่างที่บอกมาข้างต้น 

ผลคือบรรยากาศมาคุที่เคยรุนแรงในสองรอบแรกบรรเทาลง เร็กซ์ยอมฟังเชพพาร์ดหญิงของข้าพเจ้า และสุดท้ายเร็กซ์ก็มีชีวิตรอดไปจนถึง Mass Effect 3!!

ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องอย่างที่สุด เพราะข้าพเจ้าชอบตัวละครของเร็กซ์มาก!!

แต่เรื่องตัวละครนี้ ข้าพเจ้าจะไปพูดถึงภายหลัง



ส่วนอีกตัวเลือกหนึ่งซึ่งถือเป็นจุดเด่นของเกม Mass Effect ภาคแรกนี้คือ การต้องเลือกระหว่างแอชลีย์ (Ashley) และไข่ดัน (เคย์ดัน - Kaidan) สองเพื่อนร่วมทีมของข้าพเจ้า

หนึ่งในสองตัวละครนี้จะต้องตาย ตายแล้วตายเลย หายลับไปจากทุกๆภาค ไม่มีทางช่วยให้รอดทั้งสองคน



การตัดสินใจอันหนักหน่วงนี้ กลายเป็นที่ชื่นชนในบรรดานักวิจารณ์หลายสำนักและผู้เล่นหลายคน เพราะเรากำลังเลือกว่าใครจะอยู่ใครจะตาย

แต่สำหรับข้าพเจ้าไม่ได้หนักใจอะไรนัก เพราะ... ข้าพเจ้าไม่ชอบไอ้ไข่ดันมาตั้งแต่แรก มันเป็นตัวละครอันแสนจะจืดชืด... ดังนั้นรอบแรกข้าพเจ้าจึงเลือกแอชลีย์ เล่นรอบสองก็เลือกแอชลีย์ เพราะภาค 3 แอชลีย์เซ็กซี่มาก การมีผู้หญิงเซ็กซี่อยู่ในทีมย่อมดีกว่าดุ้นอันจืดชืด

แต่รอบสาม ข้าพเจ้าลองเลือกให้ไอ้ไข่ดันมีชีวิตรอด ไม่มีเหตุผลอะไรอื่นนอกจากแค่อยากลองเปลี่ยนทางเลือก

แน่นอนว่าการเลือกระหว่างแอชลีย์กับไข่ดันนี้ มีผลกระทบไปถึงภาค 2 และ 3 อย่างชัดเจน 



หลังเชพพาร์ดของข้าพเจ้าถูกสภาซิทาเดลแต่งตั้งให้เป็นสเปคเตอร์ เจ้าหน้าที่พิเศษที่ขึ้นตรงต่อสภาสูงสุด ข้าพเจ้าก็จะสามารถออกตะลุยจักรวาลได้อย่างอิสระผ่านยานอวกาศ "นอร์มังดี (Normandy)"

ยานนอร์มังดีนั้นก็คล้ายๆกับยานเอ็นเตอร์ไพรส์ใน Star Trek เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ตัวยานจะกลายเป็นส่วนหนึ่งใน "ตัวละคร" ที่คนเล่นรู้สึกผูกพันด้วย



เมื่อได้ควบคุมยานนอร์มังดี ข้าพเจ้าจะสามารถเปิดแผนที่ "กาแล็กซี่ทางช้างเผือก" ขึ้นมาได้ 

ในกาแล็กซี่จะมีเนบิลลาหรือกลุ่มดาวอยู่กระจัดกระจาย


ในเนบิลลาหรือกลุ่มดาวจะมีระบบสุริยะแยกย่อยลงไปอีก



ในแต่ละระบบสุริยะจะมีหลายดวงดาวให้สำรวจ



บ้างก็สำรวจอยู่นอกวงโคจร ส่งโพรบ (probe) ลงไปสำรวจจนได้แร่ธาตุบ้างอะไรบ้าง



บ้างก็สามารถลงไปสำรวจบนพื้นผิวของดาวดาวได้ ซึ่งแต่ละดวงดาวก็จะมีภูมิทัศน์แตกต่างกันไป



บ้างก็เป็นดาวที่อยู่ติดกับดาวฤกษ์สองดวง



บ้างก็มีออกซิเจนจนไม่ต้องสวมหมวกอวกาศ



บ้างก็เป็นดวงจันทร์ที่อยู่ติดกับดาวเคราะห์




การสำรวจบนพื้นผิวจะใช้พาหนะที่เรียกว่า "มาโก้ (Mako)" ซึ่งการควบคุมมาโก้นั้น บางครั้งก็ชวนให้หงุดหงิด โดยเฉพาะกับดาวที่ขรุขระมากๆ หลายครั้งต้องกลิ้งแบบไถลเถลือกลงจากหุบผา 



บนพื้นผิวดาวบางครั้งก็มีอันตรายที่คาดไม่ถึง อย่างการเผชิญหน้ากับ "เทรเชอร์ มอล (Thresher Maw)" สัตว์ประหลาดยักษ์ที่ฝังกายอยู่ในทราย ข้าพเจ้าสามารถยิงปืนจากรถมาโก้ใส่มันได้ 



บนพื้นผิวของดาวดาว บางครั้งก็มีไซด์เควสท์ให้ทำมากมาย ทั้งสำรวจซากอะไรสักอย่าง ทั้งสำรวจแร่ธาตุ บางครั้งก็กลายเป็นไซด์เควสท์ที่สำคัญขึ้นมา



และนี่คืออีกหนึ่งจุดเด่นของ Mass Effect ที่ข้าพเจ้าชอบมาก

ในเกมภาคแรกนี้ แผนที่ทุกแผนที่ล้วนมีความสำคัญ ข้าพเจ้าไม่รู้สึกว่ามันเป็นแค่ "แมพของเกม" แต่มันคือส่วนหนึ่งของเรื่องราว มันขยายจักรวาลของ Mass Effect ให้กว้างขึ้นในทุกๆด้าน ไซด์เควสท์ทุกไซด์เควสท์เปรียบเหมือนกับการเก็บรายละเอียดจักรวาลของ Mass Effect

ข้าพเจ้าทึ่งกับรายละเอียดมากมายที่อยู่ในเกมนี้ มันมีตั้งแต่รายละเอียดของเผ่าพันธุ์ ความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ รายละเอียดของเทคโนโลยีที่ใช้ในเกม รายละเอียดของตัวละครที่มากหลาย ไปจนถึงรายละเอียดของสภาพดวงดาวหรือวงโคจรของดวงดาวทุกดวง!

ความสนใจในจักรวาลของ Mass Effect ทำให้รอบสามนี้ ข้าพเจ้าสำรวจอย่างละเอียดจนกระทั่งเคลียร์ไซด์เควสท์ในแบบที่สองรอบแรกไม่เคยคิดจะเคลียร์ได้สำเร็จ! 





แต่สิ่งที่ทำให้เกม Mass Effect เป็นเกมในดวงใจของข้าพเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่ระบบการต่อสู้ของเกมและระบบการสำรวจดวงดาวเท่านั้น

หัวใจสำคัญในส่วนนี้จะถูกแบ่งเป็นสามอย่างคือ "การเขียนบทพูดอันยอดเยี่ยม", "การเล่าเรื่องที่สนุก" และ "การนำเสนอแบบสไตล์ทีวีซีรีส์ทุนสูงระดับหนังฮอลลีวู้ด"


Smiley"การเขียนบทพูดอันยอดเยี่ยม"

ตัวละครทุกตัวมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง มีบทพูดที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง โอเค ข้าพเจ้าไม่ได้ชอบอะไรไอ้ไข่ดันนัก แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวแบ็กกราวด์ของมันก็น่าสนใจไม่น้อย

และนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ข้าพเจ้าชอบตัวละครเร็กซ์ เพราะการเขียนบททำให้เร็กซ์เป็นตัวละครที่ข้าพเจ้าฮามากที่สุด เร็กซ์จะชอบพูดจากวนโอ๊ยหรือประชดประชันอะไรไปทั่ว ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมักเอาเร็กซ์เข้ามาอยู่ในปาร์ตี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะจะชอบฟังมันคอมเม้นท์อะไรสักอย่าง




ใช่แล้ว ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเอาเพื่อนร่วมทีมลงภาคสนาม ตัวละครจะมีการคอมเม้นท์ตามแบบบุคลิกของตัวเอง

ยิ่งถ้าตัวละครตัวนั้นเกี่ยวข้องกับแบ็กกราวด์ของเควสท์แต่ละเควสท์ เราก็จะได้ฟังบทพูดพิเศษที่มีเฉพาะตัวละครนั้น

เช่น เราต้องสู้กับศัตรูที่เป็นชาวอาซาริ ถ้าเราเอาลีอาร่าที่เป็นลูกสาวของศัตรูตัวนั้นเข้ามาอยู่ในทีม จะมีบทพูดเสริมในแบบที่ตัวละครอื่นไม่มี

อย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าในการเขียนบทพูดสไตล์ Bioware ที่เป็นผู้ผลิตเกมนี้ก็คือ มันแบ่งคำพูดแบบ "พ่อพระ/แม่พระ" กับ "เกรียนแตก" อย่างชัดเจน ถ้าเลือกตอบมุมบนขวาของช่องคำพูด มันจะเป็นคำพูดที่ "โคตรจะดี" "โคตรจะพ่อพระ-แม่พระ" ออกมา ถ้าเลือกตอบมุมล่างขวาของช่องคำพูด จะกลายเป็นคำพูด "เกรียนแตก" ซึ่งฟังดูแล้วรู้สึกรำคาญพิลึก คำพูดและการกระทำจะเกรียนแตกเกินไป หรือไม่ก็ดูปากจัดจนเกินไป

ระบบคำพูดแบบนี้จึงถูกแบ่งออกเป็น "ดี" และ "ไม่ดี" อย่างชัดเจน ไม่มีสีเทาๆแบบ The Witcher 


Smiley"การเล่าเรื่องที่สนุก"

Mass Effect เป็นเหมือนกับการเอา Starwars มาผสมกับ Star Trek และตามด้วย The Matrix อีกหน่อย

เนื้อเรื่องเป็นการตามหาแผนร้ายของเซเรนและได้พบกับความจริงที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในชนเผ่าโบราณที่สาบสูญไปแล้ว จึงได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจมากมาย ยิ่งเล่นเกมทั้งสามภาคจบแล้วกลับมาเล่นอีกรอบ ก็ยิ่งเก็บรายละเอียดได้มากขึ้นกว่าการเล่นรอบแรกมากนัก



และไซด์เควสท์หลายไซด์เควสท์จะมีส่วนช่วยในการขยายเรื่องราวหลักให้สนุกยิ่งขึ้น!


Smiley"การนำเสนอแบบสไตล์ทีวีซีรีส์ทุนสูงระดับหนังฮอลลีวู้ด"

ทั้งมุมกล้อง การตัดต่อ เพลงประกอบ เสียงพากย์ พอทั้งหมดมารวมกันแล้ว ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนกำลังดูหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มยักษ์อยู่ก็ไม่ปาน แต่เนื่องจากมันมีไซด์เควสท์แยกย่อยมากมาย แต่ละไซด์เควสท์ก็จะมีซัพพล็อตเป็นของตัวเอง

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงลงความเห็นว่า Mass Effect ไม่ต่างอะไรกับทีวีซีรีส์ที่มีทุนสูงระดับเดียวกับหนังฮอลลีวู้ดอย่างที่ว่ามาข้างต้น



แต่ว่า... 

จุดเด่นของ Mass Effect ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง เป็นไฮไลท์ที่จะขาดไปไม่ได้เลยทีเดียว อาจสำคัญยิ่งกว่าเรื่องใดๆสำหรับผู้เล่นบางคน

นั่นคือเชพพาร์ดสามามารถสานสัมพันธ์กับลูกทีม จนนำไปสู่ฉากเซ็กส์ได้!

แล้วความสัมพันธ์ของเชพพาร์ดหญิงของข้าพเจ้า มันกลายเป็นแบบ "หญิงxหญิง" ไปได้อย่างไรกัน?



ในการเล่นรอบแรก ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าจีบเพื่อนร่วมทีมได้ จึงอดได้ฉากเซ็กส์ไป

ในการเล่นรอบสอง ข้าพเจ้าเลือกจีบอาซาริสาวชื่อลิอาร่า จึงได้ฉากเซ็กส์ระหว่างเชพพาร์ดชายกับลิอาร่ามา

ในการเล่นรอบสาม...

ข้าพเจ้าสารภาพว่าไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนว่ามันมีฉากเซ็กส์ของเพศเดียวกันอยู่ในภาคนี้ ข้าพเจ้านึกว่าจะมีแต่ Mass Effect 3 เท่านั้นที่จะมีฉากเซ็กส์ของเพศเดียวกัน ทั้ง "หญิงxหญิง" และ "ชายxชาย"

ข้าพเจ้านึกว่าในเกมภาคแรก ต่อให้เลือกคำตอบสานสัมพันธ์แค่ไหน ก็จะจำกัดอยู่ที่เพื่อนต่างเพศเท่านั้น ดังนั้นข้าพเจ้าจึงนึกว่าจะเป็นไอ้ไข่ดันเสียอีก

ไอ้ไข่ดันมาพูดจาจีบเชพพาร์ดหญิงของข้าพเจ้าอย่างออกนอกหน้า

ทว่าท้ายที่สุดไข่ดันก็ต้องแห้ว และข้าพเจ้าก็ต้องอึ้ง

ข้าพเจ้าดูถูกชาวอาซาริมากเกินไป

ชาวอาซาริมองว่าเพศมีแค่ส่วนสำคัญในการขยายเผ่าพันธุ์เท่านั้น

แต่มันไม่มีเรื่องเพศในด้านความรัก!

เมื่อความสมพันธ์ระหว่างเชพพาร์ดหญิงกับลีอาร่ามาถึงจุดหนึ่ง ไอ้ไข่ดันก็จะเริ่มพูดคำพูดประมาณว่า "กระพ้มได้ยินว่าลีอาร่าสนใจผู้การมากกว่าแค่การเป็นเพื่อนคุยเรื่องชาวโพรเธียนนะขะรับ"

ซึ่งตรงจุดนี้ข้าพเจ้าสามารถเลือกปฏิเสธได้ว่า "อ้อ ลีอาร่าก็แค่เพื่อนน่ะ"

แต่ว่า... ถ้าให้เลือกระหว่างฉากเซ็กส์ระหว่าง "เชพพาร์ดหญิงxไข่ดัน" กับ "เชพพาร์ดหญิงxลีอาร่า" แล้ว...

แน่นอนว่าข้าพเจ้าขอเลือกอย่างหลัง!

และถึงแม้จะปฏิเสธเรื่องความรักได้ทั้งหมด แต่ข้าพเจ้าก็อยากจะเห็นเซ็กส์ซีนระหว่าง "หญิงxหญิง" ใน Mass Effect สักครั้ง!




ข้าพเจ้าขำ 

แต่ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เพราะหัวใจของ Mass Effect เป็นเรื่องของความแตกต่าง เป็นการเรื่องของการรวมเผ่าพันธุ์ทั้งจักรวาลเพื่อสู้กับภัยร้าย

ดังนั้นถ้าจะรวมถึงการรักร่วมเพศเข้าไปด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

การเล่น Mass Effect รอบสามของข้าพเจ้า จึงกลายเป็น "ฉิ่งฉับกระชับจักรวาล" ไปในท้ายที่สุด!

เย้... (หรือเปล่า?)




Create Date : 29 พฤษภาคม 2559
Last Update : 30 พฤษภาคม 2559 15:33:52 น.
Counter : 652 Pageviews.

1 comments
  
ผมเคลียร์ยังไม่จบเลยคิดถึงสมัยนั้นจัง
โดย: เคยเล่น (สมาชิกหมายเลข 2294752 ) วันที่: 5 กรกฎาคม 2559 เวลา:9:59:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog