Hardcore Henry : ประสบการณ์ดุจเมาเหล้า





Hardcore Henry เป็นประสบการณ์เหมือนกับกระดกเหล้าเมาได้ที่แล้วลุกไปทำอะไรบ้าๆ พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ปวดกะโหลกตุบๆ

มันเป็นหนังที่มีพล็อตง่ายๆ ค่อนข้างบันเทิง อัดกระหน่ำความสุดโต่งแบบไม่ยั้ง แต่... ภาพรวมของหนังทำให้ผมต้องขมวดคิ้วอยู่หลายครั้ง

เนื้อเรื่องของมันคือ...

เฮนรี่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสภาพของไซบอร์ก และต้องช่วยคนรักของตัวเองจากกลุ่มคนร้ายติดอาวุธที่มีบอสเป็นผู้มีพลังจิต

เรียบง่ายดีเนอะ



หนังมีวิธีการนำเสนอแบบ First Person หรือบุคคลที่หนึ่งไปตลอดเรื่อง ซึ่งเห็นว่าบางคนดูแล้วมึนหัว...

ในฐานะที่เป็นคนเล่นเกม First Person Shooter (เกมบุคคลที่หนึ่ง) ผมไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับการดูหนังที่ใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่งแบบนี้เท่าไหร่...

เอาจริงๆก็มีปัญหาอยู่นิดหน่อยน่ะนะ เพราะกล้องใน Hardcore Henry ค่อนข้างสั่นและเขย่าอยู่เกือบตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาวิ่ง ในขณะที่เกม FPS หลายเกมจะไม่เขย่าขนาดนี้ แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ถึงกับมึนหัวอะไรมากมาย รู้สึกทึ่งกับเทคนิคการถ่ายทำอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นสไตล์ที่สุดยอดอะไร



เอาเป็นว่าวิธีการนำเสนอด้านภาพไม่ใช่ประเด็นใหญ่ของหนังเรื่องนี้ ดังนั้นผมจะขอตัดประเด็นเรื่องงานด้านภาพไป แล้วหันไปพูดถึง 3 สิ่งที่ผมชอบ และ 3 สิ่งที่ผมไม่ชอบแทน



3 สิ่งที่ชอบ :

1) ความสุดโต่ง

หนังเรื่องนี้จุดเด่นคือความสุดโต่งในทุกๆด้าน แอ็กชั่นแบบอัดกระหน่ำตั้งแต่ต้นยันจบ ตัวละครสุดโต่งทั้งตัวเอก ตัวประกอบ ตัวร้าย วิธีการต่อสู้หลากหลายรูปแบบก็อัดกระหน่ำแบบบ้าคลั่ง ประมาณว่าบทหนังเรื่องนี้ถูกเขียนด้วยโจทย์ว่า "จะให้เฮนรี่ฆ่าศัตรูแบบไหนดี" ซึ่ง... ไม่ใช่เรื่องน่าสรรเสริญอะไร แต่ก็ค่อนข้างจะเป็นความบันเทิงอยู่เหมือนกัน 

มันมีฉากแอ็กชั่นเจ๋งๆอยู่มากมาย แน่นอนว่าคนที่ไม่เวียนหัวกับมุมกล้องแบบบุคคลที่หนึ่งอาจได้รับความเพลิดเพลินจากฉากพวกนี้อย่างเต็มที่ ส่วนคนที่ดูแล้วเวียนหัว ก็ต้องทรมานเป็นของธรรมดา

นอกจากฉากแอ็กชั่นแล้ว มุกตลกก็มีส่วนช่วยทำให้หนังเรื่องนี้ดูสนุก ยอมรับว่าขำอยู่หลายฉากเหมือนกัน แม้ฉากนั้นจะรุนแรงมากแค่ไหนก็ตาม



2) ชาร์ลโต้ โคเพลย์

ชาร์ลโต้ โคเพลย์ (Sharlto Copley) นั้น ถ้าใครเคยดูหนังอย่าง District 9, Elysium, The A-Team ก็คงคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง ในเรื่องนี้ชาร์ลโต้เล่นเป็น "จิมมี่" คนที่โผล่ออกมาช่วยเฮนรี่อยู่ตลอดเวลา

ตอนแรกๆคาแร็กเตอร์ของจิมมี่ค่อนข้างน่ารำคาญ แต่พอดูไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่า... นี่เป็น "การแสดง" มากที่สุดในหนังเรื่องนี้แล้ว... จริงๆนะ

สุดท้ายแล้วจิมมี่คือตัวละครเพียงหนึ่งเดียวที่สร้างความบันเทิงและรู้สึกผูกพันด้วยอย่างแท้จริง



3) บอสของเรื่อง

ผมไม่ชอบคาแร็กเตอร์ของตัวร้าย แต่ผมชอบพลังของมัน

คือมันเจ๋งตรงที่บอสของเรื่องมีพลังจิตนี่แหละ พอเอาพลังจิตของตัวร้ายมาบวกกับแอ็กชั่นแบบสุดโต่งพร้อมด้วยมุมกล้องบุคคลที่หนึ่ง ผมรู้สึกว่ามันเป็นส่วนผสมที่เข้าท่าดีพิลึก





3 สิ่งที่ไม่ชอบ :

1) เล่าเรื่องได้ชวนเมายิ่งกว่างานด้านภาพ

หลายคนมีอาการเมากับมุมมองภาพของหนังเรื่องนี้ แต่เมาวิธีการเล่าเรื่องของมันมากกว่า

ผมเข้าใจพล็อตมันนะ

แต่วิธีการนำเสนอของมันทำให้ผมรู้สึก "เมา" มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นบนจออย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวมีไอ้นี่โผล่มา เดี๋ยวมีไอ้นั่นโผล่มา หลายๆอย่างชวนให้ผมร้องในใจระหว่างดูว่า "WTF!?" จังหวะการตัดต่อสับสนอลหม่านไปหมด วิธีการเข้าออกของตัวละครก็ไปไวมาไวชนิดที่สมองยังไม่ทันจะได้ทำความเข้าใจสักเท่าไหร่ 

รู้สึกเหมือนกำลังเมากัญชาหรือไม่ก็เมาเหล้าแล้วมาดูหนังอย่างบอกไม่ถูก... ใครเคยดูหนังขณะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำเริบน่าจะเข้าใจนะ?



2) พระเอกขาดคาแร็กเตอร์ที่น่าสนใจ

พอมาถึงช่วงเฉลยตอนท้าย ผมเข้าใจแล้วว่าการใช้ภาพแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องยังไง ผมเข้าใจว่าทำไมพระเอกถึงได้ดูขาดคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนแบบนี้

แต่... ด้วยความที่พระเอกขาดคาแร็กเตอร์ ผมเลยไม่รู้สึกอะไรกับตัวเอกมาก บางครั้งก็ตั้งคำถามในหัวว่าทำไมพระเอกถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงทำแบบนั้น ไม่มีความผูกพันอะไรกับคาแร็กเตอร์ตัวเอกเลยสักนิด จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง อะไรแบบนั้น

"ใครต้องการคาแร็กเตอร์ดีๆในหนังแอ็กชั่นบ้าดีเดือดแบบนี้กัน?" อาจมีคนตอกผมกลับแบบนี้

แต่หนังแอ็กชั่นที่สนุก มันก็มาพร้อมกับคาแร็กเตอร์ของตัวเอกที่ดีๆได้ไม่ใช่หรือ? มันมีหนังแอ็กชั่นขายความบันเทิงที่พระเอกดูน่าสนใจ ดูจับต้องได้ แล้วทำให้คนดูรู้สึกลุ้นไปกับเขาตั้งแต่ต้นยันจบอยู่ไม่ใช่หรือ?

ข้อโต้แย้งนั้นจึงเป็นอันตกไป



3) มันเหมือนดูคนเล่นเกมชั่วโมงครึ่ง

มันมีความแตกต่างระหว่างการนั่งดูคนเล่นเกมกับเล่นด้วยตัวเอง

เล่นด้วยตัวเองยังไงก็สนุกกว่าการนั่งดูคนอื่นเล่นอยู่แล้ว ยกเว้นแต่รายการอย่าง Game Center CX หรือพวก Let's play ตาม Youtube เพราะพวกนั้นจะมีคาแร็กเตอร์ของคนเล่นเข้ามาสร้างความบันเทิงด้วย (อย่างอาริโนะคะโจว หรือ Pewdiepie เป็นต้น)

Hardcore Henry เหมือนเอาไอเดียจากวิดีโอเกมมาดัดแปลงเป็นหนัง แต่แทนที่เราจะได้ควบคุมตัวละครเอง กลับเป็นฝ่ายนั่งดูตั้งแต่ต้นยันจบ ฉะนั้นมันจึงมีอารมณ์เหมือนกำลังนั่งดูคนอื่นเล่นเกม

สนุกดี แต่ถ้าได้ควบคุมตัวละครเอง คงจะสนุกกว่านะ! 





โดยรวมแล้วผมให้ Hardcore Henry...

6.9/10

ในฐานะคนเล่นเกม ผมชอบไอเดียเรื่องไซบอร์กออกบู๊ล้างผลาญ, มีบอสเป็นผู้ใช้พลังจิต

ในฐานะคนดูหนังแอ็กชั่น ผมชอบฉากแอ็กชั่นแบบสุดโต่งที่ดูเพลินตั้งแต่ต้นยันจบ บันเทิงไปกับการสรรหาวิธีฆ่าผู้ร้ายของเฮนรี่

ผมไม่มีปัญหากับภาพแบบบุคคลที่หนึ่งมากนัก 

แต่ผม "เมา" กับวิธีการเล่าเรื่องของมัน

หลังจากดูหนังจบ ผมจึงรู้สึกเหมือนคนดื่มเหล้าเมาแล้วตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเมาค้าง ระลึกได้ว่าเมื่อคืนนี่สนุกสุดเหวี่ยงเลยว่ะ

แต่ขอกาแฟดำแก้ว!!






Create Date : 28 พฤษภาคม 2559
Last Update : 28 พฤษภาคม 2559 22:42:40 น.
Counter : 477 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog