Star Wars : The Force Awakens ขอบคุณ! ขอบคุณ! ขอบคุณ! (No spoilers)


แม่เจ้า... 16 ปีนับตั้งแต่ Episode I : The Phantom Menace (1999) ออกฉาย... 16 ปีที่ผมรอคอย “ภาคต่อที่ดีของ Star Wars”... 16 ปีนี่มันช่าง... 

ผมรู้สึกดีใจเหลือเกินที่เจ.เจ.อบลัมส์มาคุมบังเหียนแทนจอร์จ ลูคัส... ขอโทษนะ จอร์จ ลูคัส ผมยกย่องคุณในฐานะผู้ให้เนิดหนัง “ไซไฟ-แฟนตาซี” ระดับตำนาน ผมยกย่องไอเดียอันล้ำเลิศของคุณ แต่ผม... ไม่ชอบวิธีการเล่าเรื่องของคุณเลยจริงๆ!

ผมดู Episode IV , V, VI มาสิบกว่ารอบ ผมไม่ได้เกลียด Episode I, II, III แต่ก็มีอะไรหลายอย่างที่ขัดใจมาก ดังนั้นจึงขอฟันธงตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า The Force Awakens ดีและสนุกกว่า I, II, III มากมายเหลือเกิน

ผมชอบในสิ่งที่ The Force Awakens ทำกับซีรีส์ Star Wars  มันมีพล็อตที่คล้ายกับ Ep. IV : A New Hope มันมีมุกตลกมากมายที่แฟน Star Wars จะเก็ต แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สร้างทิศทางใหม่ๆให้กับซีรีส์ด้วย

เท่าที่ผมเห็น The Force Awakens เหมือนเอาทั้งสองไตรภาคมายำรวมกันจนเกิดเป็น “สองรูท (ศัพท์เกมน่ะ)” 

รูทที่หนึ่งคือรูทแบบลุค สกายวอล์กเกอร์ (IV, V, VI) ฝ่ายตัวละครที่เดินทางสู่ด้านสว่างหรือเจได

รูทที่สองคือรูทแบบอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ (I, II, III) ฝ่ายตัวละครที่เดินสู่ด้านมืดหรือซิธ

The Force Awakens เป็นการ “เซ็ตอัพ” สองรูธนี้เพื่อทั้งสองฝ่ายจะได้มาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในภาคต่อๆไป (ไม่ได้สปอยล์แน่นอน ไม่เอาน่า เรารู้กันอยู่แล้วว่านี่คือ “ไตรภาคใหม่ - VII, VIII, IX” และไคโล เรนก็ถูกเซ็ตอัพมาให้เป็นดาร์ธเวเดอร์แบบเห็นๆกันอยู่!!) และอาจจะมีเรื่องหักมุมในภาคหลังๆก็เป็นได้

จะว่าไปตรงนี้ก็เหมือนหนังจีนกำลังภายในดีนะ ตัวละครตัวหนึ่งไปฝึกด้านธรรมะ ตัวละครอีกตัวไปฝึกด้านอธรรม เข้าท่าดีแฮะ!


ผมชอบตัวละครภาคใหม่ใน The Force Awakens ทุกตัว มันมีพัฒนาการที่น่าสนใจในแบบที่ไตรภาค I, II, III ขาดหายไป

เรย์ – ผมชอบความเข้มแข็งของเธอ ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนแอซ่อนอยู่ภายใน ตัวละครของเธอส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องสีหน้าและการกระทำ เอาเป็นว่าถ้ามองกันถึงแค่ภาค The Force Awakens เรย์เป็นตัวละครที่ผมชอบมากสุดในบรรดาตัวละครใหม่ไปแล้ว (หลังจากนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง)



ฟินน์ – ตัวละครตัวนี้ผิดคาดมาก ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะชอบอะไรนักหนา พอได้ดูจริงๆกับรู้สึกดีกว่าที่คิด ฟินน์เป็นตัวละครเสริมความตลกแต่ไม่ไร้สาระ บทที่ต้องจริงจังก็ทำได้ดีไม่แพ้ตอนที่ต้องการความขำ ผมรู้สึกสนใจว่าในอนาคต ฟินน์จะถูกพัฒนาต่อไปในทางไหน



ไคโล เรน – ผมชอบวิธีการจัดการกับตัวละครตัวนี้ ผู้สร้างเหมือนรู้อยู่แล้วว่าไคโล เรนคือตัวร้ายประจำไตรภาคใหม่ที่จะมาแทนดาร์ธเวเดอร์ แต่ยังไงก็ไม่มีทางจะเทียบรัศมีอันน่าเกรงขามของดาร์ธเวเดอร์ได้อยู่แล้ว จึงออกแนวเป็นผู้ร้ายที่ต้องการจะแข็งแกร่งเหมือนดาร์ธเวเดอร์ ต้องการจะสืบสานเจตนารมณ์ ดังนั้นเมื่อเวลาไม่ได้ดังใจ บางครั้งเราจะเห็นการระเบิดอารมณ์อยู่บ่อยครั้ง

และในความเห็นของผม ตัวละครของไคโล เรน น่าสนใจกว่าอนาคินใน I, II, III เยอะมาก! ผมไม่เคยชอบเรื่องการเข้าด้านมืดของอนาคินใน I, II, III มันน่าผิดหวังว่า "เฮ้ย นี่คือต้นกำเนิดของผู้ร้ายระดับตำนาน ดาร์ธเวเดอร์หรือ?" 

แต่กับไคโล เรน ผมมีความรู้สึกสนใจในทิศทางตัวละครของเขามาก... ก็นะ หนทางยังอีกยาวไกล ยังสรุปอะไรไม่ได้มากจนกว่าจะได้ดูภาค VIII และ IX นั่นแหละ



บีบีเอท – นี่คือ Wall-E!! คือไม่เหมือนร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่บีบีเอทเป็นหุ่นที่เหมือนได้อานิสงค์จาก CG ที่ดีกว่ายุคสมัยก่อนบวกเข้ากับความเป็นดิสนีย์เข้าไป มันเลยแสดงความรู้สึกได้อย่างน่ารักน่าชัง ผมคิดว่าบีบีเอทเป็นหุ่นที่น่าสนใจสำหรับไตรภาค VII, VIII, XI แต่จะทัดเทียม R2-D2 หรือไม่ หนทางเท่านั้นที่จะเป็นข้อพิสูจน์





ในด้านการเล่าเรื่อง เจ.เจ.อบลัมส์ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเขาอยู่ได้เสมอ เช่น แอ็กชั่นที่ตัดต่อฉับไว มีความโกลาหลในซีนแอ็กชั่นอยู่บ่อยครั้ง มีทั้งมุกตลกและความจริงจังผสมกัน เขาเป็นผู้กำกับที่เล่าเรื่องได้ค่อนข้างเก่งอยู่แล้ว และที่ผ่านมายังไม่มีประวัติในการทำหนังแย่ ใน The Force Awakens ก็ยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อยู่เหมือนเดิม

The Force Awakens เป็นหนังที่สมบูรณ์หรือไม่?

ไม่ใช่เลย 

มันมีบางช่วงกลางๆเรื่องที่รู้สึกว่าการเล่าเรื่องดูจะติดขัดอยู่พอสมควร โดยเฉพาะซีนที่เกี่ยวกับฮาน โซโลและเลอา แถมขณะดูก็รู้สึกว่ามีคำถามผุดขึ้นในหัวมากมาย เช่น ทำไมอันนั้นถึงเป็นงั้น ทำไมอันนี้ถึงเป็นงี้ รู้สึกเหมือนมี “ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์” ที่ขาดหายไป ไม่แน่ใจว่ามันไปอยู่ในหนังสือการ์ตูนหรือนิยายที่เชื่อมโยงระหว่างภาค VI กับ VII หรือเปล่า หรือบางอย่างเราจะต้องรอการเฉลยใน VIII หรือ XI?

อย่างไรก็ตาม The Force Awakens คือ Star Wars ที่แฟน Star Wars สมควรจะได้รับมาตั้งแต่เมื่อ 16 ปีก่อนแล้ว มันมีการเล่าเรื่องที่สนุก ดูเพลินได้อย่างต่อเนื่อง และมีตัวละครที่น่าสนใจ มันอาจไม่สมบูรณ์เพราะเป็นเหมือน “การเซ็ตอัพ” ที่จะพาไปสู่ภาค VIII (2017), XI (2019)

ในความเห็นของผม หากนับกันที่ภาค I-VII มันไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุด แต่เป็นภาคที่ “ดูสนุกที่สุด” 

อย่างน้อยผมก็รู้สึกมีความหวังกว่าตอน The Phantom Menace (Ep. I) ออกฉายเยอะ!

โอ้ ขอบคุณ! ขอบคุณ! ขอบคุณ!


จัดอันดับขำๆ นับตั้งแต่ภาค I ถึง VII (ตามความเห็นส่วนตัว)

อันดับตามคุณภาพ 

อันดับ 1 : The Empire Strikes Back
อันดับ 2 : A New Hope (การเล่าเรื่องอาจจะอืดๆ แต่มันลงตัว เพราะมันดู “จบในตัว”)
อันดับ 3 : The Force Awakens
อันดับ 4 : Return of the Jedi
อันดับ 5 : Revenge of the Sith
อันดับ 6 : The Phantom Menace
อันดับ 7 : Attack of the Clones



อันดับฉากสู้ระหว่างไลท์เซเบอร์ 

อันดับ 1 : ไควกอน, โอบีวัน VS ดาร์ธโมล (The Phantom Menace)
อันดับ 2 : ลุค VS ดาร์ธเวเดอร์ I (The Empire Strikes Back)
อันดับ 3 : ลุค VS ดาร์ธเวเดอร์ II (Return of the Jedi)
อันดับ 4 : อนาคิน VS โอบีวัน (Revenge of the Sith)
อันดับ 5 : โยดา VS พาลพาทีน (Revenge of the Sith)
อันดับ 6 : เรย์  VS ไคโล เรน (The Force Awakens) (*ปาดเมาส์ตรงสีแดงเพื่ออ่านสปอยล์)



อันดับตัวละครฝ่ายเจได-ซิธ

อันดับ 1 : ดาร์ธเวเดอร์ (IV, V, VI นะ!)
อันดับ 2 : ไควกอน (I – ผมชอบตัวละครตัวนี้ถึงขนาดพยายามไว้ผมยาวแล้วมัดผมตามอยู่พักหนึ่ง)
อันดับ 3 : โยดา (II, III, V)
อันดับ 4 : โอบีวัน (I, III, III, IV – ผมชอบทั้งสองเวอร์ชั่น ทั้งตอนหนุ่มตอนแก่)
อันดับ 5 : ลุค (IV, V, VI, VII)
อันดับ 6 : เรย์  (VII) (*ปาดเมาส์ตรงสีแดงเพื่ออ่านสปอยล์)
อันดับ 7 : ดาร์ธโมล (I)
อันดับ 8 : พาลพาทีน-จักรพรรดิ (III, VI)
อันดับ 9 : ไคโล เรน (VII)







Create Date : 20 ธันวาคม 2558
Last Update : 20 ธันวาคม 2558 1:17:29 น.
Counter : 618 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog