[I love this shit] Psychonauts : เกมดีที่ไม่ดัง!! Inception + Tim Burton!!


Psychonauts (2005) เป็นอีกหนึ่งเกมดีที่ไม่ดัง 

ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะ "หน้าตาเกม" มันไม่ชวนให้เล่น หรือเป็นเพราะการโปรโมทไม่ดีกันแน่ นักวิจารณ์ทุกสำนักต่างวิจารณ์ในแง่บวก คนเล่นยกนิ้วให้ว่า "เยี่ยม" กันเกือบทุกคน แต่กระแสเสียงทั้งจากนักวิจารณ์และคนเล่น ต่างไม่สามารถกระจายความดังของเกมได้มากไปกว่านี้ 

ผลสุดท้ายคือ เกมที่มีศักยภาพจะมีภาคต่อ กลับกลายเป็นหมันไปซะงั้น...

แต่คำแนะนำของผมตรงนี้คือ "ถ้ามีโอกาสก็จงหามาเล่นกันซะ!" (ใน Steam มีขายนะ)




+ลองนึกถึงหนัง Inception ที่ทิม เบอร์ตัน (Alice in Wonderland, Beetlejuice, Corpse Bride) กำกับ 
+แนวความคิดสร้างสรรค์ แต่ละด่านถูกดีไซน์ได้อย่างมีเอกลักษณ์
+สู้กับบอสสนุก
+เขียนบทได้ดี เนื้อเรื่องง่ายๆ แต่กลับน่าติดตาม

-มุมกล้องทำให้ตายโง่ๆหลายครั้ง 
-พลังบางพลัง พอจบด่านแล้วแทบไม่ได้ใช้ต่อเลย



Psychonauts เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกที่มีผู้ใช้พลังจิต เรื่องราวเกิดขึ้นในแคมป์ฤดูร้อนที่ใช้ฝึกเด็กๆผู้มีพลังจิต (Whispering Rock Psychic Summer Camp) ซึ่งก่อตั้งโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา 







ตัวเอกของเรื่องคือแรซปูติน อควอโต้ (ชื่อเล่นคือ "แรซ") ลูกชายเจ้าของคณะละครสัตว์ซึ่งหนีมายังค่ายฤดูร้อนแห่งนี้ เพื่อหวังจะฝึกวิชาพลังจิต แต่ครูผู้ฝึกจะไม่ฝึกแรซจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง จึงเลือกพ่อของเขามาที่ค่ายเพื่อรับตัวกลับ แรซจึงมีเวลาที่จะได้อยู่ในค่ายเพียงแค่สามวันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แรซได้รับอนุญาตให้เข้าฝึกในระดับเบื้องต้น อีกทั้งยังดูเหมือนว่าแรซจะมีพลังจิตในระดับที่ไม่ธรรมดา จึงได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ "ไซโคนอตส์" ผู้มีพลังจิตที่ทำงานให้กับรัฐบาล (คล้ายกับพวกสายลับอย่างเจมส์ บอนด์ หรือไม่ก็พวก FBI หรือ CIA) 





ในระหว่างการฝึกนั้นเอง แรซได้พบว่ามีเด็กถูกดร.โลโบโต้ขโมยสมองไป ในยามวิกฤติแบบนี้ กลับมีเพียงแต่แรซเท่านั้นที่จะช่วยพวกเด็กๆและค้นหาความจริงของเรื่องนี้!





Psychonauts ออกขายในปี 2005 ส่วน Inception ออกฉายในปี 2010 ดังนั้นแน่นอนว่า Psychonauts ไม่มีวันไปเอาไอเดียจาก Inception แน่ๆ มีแต่จะกลับกัน คือ Inception ไปเอาไอเดียมาจากอีกฝ่ายเสียมากกว่า... แต่ก็ไม่มีข้อยืนยันว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับ Inception จะไปเอาไอเดียของเกมนี้มาใช้

อย่างไรก็ตาม Psychonauts กับ Inception มีอะไรที่เหมือนกันอยู่ไม่น้อย

แรซจะสามาถเข้าไปในจิตใจของผู้คนได้ผ่านประตูบานเล็ก และใช้พลังจิตส่งจิตสำนึกของตัวเองเข้าไปในจิตใต้สำนึกของคนๆนั้น คล้ายๆกับที่ดอม คอบบ์ ใช้เครื่องสร้างฝัน ส่งตัวเองเข้าไปในฝันของคนอื่น ซึ่งความฝันใน Inception คือประตูของจิตใต้สำนึก สามารถขโมยข้อมูล หรือแม้แต่กระทั่งปลูกฝังความทรงจำหรือแรงบันดาลใจก็ได้



ทุกครั้งที่แรซเข้าไปในโลกจิตใจของผู้คน เขาจะได้เจอกับหลายๆอย่างที่เป็นภาพสะท้อนภายในจิตใจของคนๆนั้น เช่น สิ่งที่เกลียด, สิ่งที่สร้างเป็นปมของจิตใจ ฯลฯ รวมถึง "ตัวเซนเซอร์" ซึ่งคอยขจัดผู้ที่บุกรุกเข้ามาในจิตใจ เหมือนกับใน Inception ที่ภาพสะท้อนของผู้คนในความฝันจะสามารถรุมเข้ามาทำร้ายผู้บุกรุกได้



บางครั้งแรซต้องเจอกับโลกที่บิดเบี้ยว คล้ายกับที่ใน Inception มีฉากที่ตัวละครสามารถบิดเมืองให้พับขึ้นมาอยู่เหนือหัวได้



เพียงแต่แรซไม่ใช่หัวขโมยเหมือนดอม คอบบ์ เป็นแค่เด็กผู้มีพลังจิตที่ได้รับการฝึกโดยส่งเข้าไปในจิตใจของผู้คนเท่านั้น

ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะในโลกของจิตใจ เด็กสามารถฝึกใช้พลังได้โดยที่ไม่ต้องบาดเจ็บทางกายภาพ



ตรงจุดนี้เองที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราว เกมมีการเล่าเรื่องที่ดี และค่อนข้างสมเหตุผลในโลกของเกม

ตัวละครทุกตัวในเกมมีปมอยู่ในจิตใจ แม้แต่แรซเองก็มีปมเกี่ยวกับพ่อของเขา และโรคกลัวน้ำด้วย



หลังจากเกิดเรื่องราวที่ดร.โลโบโต้ขโมยสมองของเด็กไป แรซได้มีโอกาสเข้าไปในจิตใจของ "ปลายักษ์ที่ถูกดัดแปลงให้ใช้งานชั่วร้าย", จิตใจของพวกผู้มีปัญหาทางจิตในโรงพยาบาลบ้า, ตัวร้ายของเรื่อง, รวมถึงภายใจจิตใจของตัวแรซ

เมื่อเข้าไปในโลกของจิตใจ แรซสามารถสืบหาว่าอะไรคือปมภายในจิตใจของคนๆนั้น และเมื่อเขาหาทางแก้ไขปัญหา ก็จะเป็นการ "รักษาจิตใจ" ของคนๆนั้นด้วย



ให้พูดตรงๆคือ แทบจะไม่มีตัวละครไหนที่เรียกว่าชั่วร้าย แม้แต่ผู้ร้ายของเรื่องเองก็ตาม ถ้าจะมีตัวละครที่แทบไม่มีด้านดีอยู่เลย ก็มีเพียงแค่ดร.โลโบโต้ นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง... ไม่สิ เอาจริงๆเขาเป็นแค่หมอฟันสติแตกเท่านั้นแหละ... เป็นคนไข้โรคจิตที่ทำตามแผนการของ "คนร้ายตัวจริง" เท่านั้น ดังนั้นจะบอกว่า "ชั่วร้าย" ได้ไม่เต็มปากนัก แต่ที่ดูชั่วร้ายสุดๆ อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขาเหมือนคนอื่นๆ

นี่คือเสน่ห์ที่แท้จริงของ Psychonauts


นอกจากนี้เสน่ห์อีกอย่างของเรื่อง คงจะเป็น "โทน" และ "การดีไซน์" ของเกม

ตัวเกมมีโทนที่ค่อนข้างเหมือนการ์ตูนสำหรับเด็ก มีมุกตลกอยู่เต็มไปหมด และการดีไซน์ชวนให้นึกถึงหนังของทิม เบอร์ตัน อย่างเช่น Alice in Wonderland, Corpse Bride หรือแม้แต่หนังที่ทิม เบอร์ตันอำนวยการสร้างอย่าง The Nightmare Before Christmas 

อย่างไรก็ตาม บางทีนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

หนังหนังของทิม เบอร์ตัน บางคนก็มองว่ามัน "พิลึกกึกกือ" เกินไป และมันมีด้าน "มืดๆทึมๆ" อยู่เยอะ ตัวละครเรียกว่าน่ารักไม่ได้เต็มปาก บ้างก็ดูพิกลพิการ

พูดง่ายๆคือมัน "เซอร์เกินไป" นั่นเอง

และ Psychonauts ก็อาจมีหน้าตาของเกมที่ "แนวเกินไป, เซอร์เกินไป" เหมือนหนังของทิม เบอร์ตัน




ระบบเกมของ Psychonauts สนุกมาก 

เกมไม่ใช่ Open world แต่เรามีอิสระในการสำรวจแคมป์ฤดูร้อนได้อย่างอิสระ ภายในค่ายจะมีของให้ตามเก็บสะสม เช่น "หัวศรธนู" ซึ่งใช้แทนเงินภายในเกม, การ์ดสำหรับอัพเกรด




แรซสามารถใช้พลังจิตในการสำรวจอะไรหลายอย่าง อาทิ ใช้ลูกบอลพลังจิตทำให้กระโดดได้สองชั้นติดกัน หรือใช้มือพลังจิตฟาดของต่างๆได้ 

นอกจากนี้แรซยังสามารถอัพเกรดพลังจิตที่หลากหลายได้ด้วย วิธีการอัพเกรดคือมีทั้งการทำภารกิจตามเนื้อเรื่องและเลเวลอัพ



แต่ไฮไลท์จริงๆของเกมคือตอนที่เข้าไปในโลกของจิตใจ

โลกของจิตใจจะแตกต่างกันไปตามจิตใจของตัวละคร ดังนั้นการดีไซน์เรียกว่าหลากหลายมาก แต่ละคนมีปมไม่เหมือนกัน วิธีการแก้ไขปัญหาของแรซจึงแตกต่างกันไป บางครั้งแรซต้องเจอโลกที่บิดเบี้ยว, บางครั้งแรซต้องเป็นยักษ์ถล่มเมืองที่มี "ปลา" เป็นผู้อาศัย, บางครั้งแรซต้องเข้าไปในโลกของเกมกระดาน ทั้งย่อเข้าไปเป็นระดับเดียวกับโมเดล และขยายให้ใหญ่ขึ้นอีกนิด เพื่อจับตัวหมากให้เดินบนกระดาน






ภายในจิตใจของตัวละครจะมี "ภาพสะท้อนของจินตนาการ" ให้แรซสามารถสะสมได้ ถ้าสะสมครบ 100 ก็จะเลเวลอัพ (แรงค์อัพ) ได้





ระบบเกมมีปัญหาใหญ่อยู่ข้อเดียวเลยคือ มุมกล้อง

หลายครั้งผมตายเพราะมุมกล้อง

กำลังอยู่ในวิกฤติและจะกระโดด แต่มุมกล้องกลับสะบัดจนทำให้มุมการกระโดดเปลี่ยนไป ทำให้แทนที่จะลงบนพื้นที่ไหนสักแห่ง กลับวืดตกลงไปตายแทน! 

ให้ตายเถอะ นี่มันน่าหงุดหงิดมาก!



แล้วมุมกล้องของเกมนี้ยังค่อนข้างแคบ เช่นผมจะใช้เมาส์แพนมุมกล้องขึ้นไปดูด้านบน แต่พอเงยขึ้นไปได้นิดหน่อยกลับสะบัดกลับลงมา ต้องใช้ "ปุ่มหันหน้าเงยหน้า" แทน 

นอกนั้นเป็นปัญหาเล็กน้อย เช่น พลังบางพลัง ใช้ได้ดีแค่ในด่านๆหนึ่งเท่านั้น แต่หลังจากจบด่านนั้นไป ก็แทบไม่ได้ใช้อีก เช่น พลังในการมองผ่านสายตาของคนอื่น... แทบไม่ได้ใช้เลยอีกเลยหลังจากจบด่านๆหนึ่งแล้ว





โดยรวมผมชอบเกมนี้มาก อาจหงุดหงิดกับมุมกล้องที่ให้อิสระในการมองน้อยมาก หรืออยู่ดีๆก็สะบัดเปลี่ยนทิศทางเหมือนอย่างที่ว่ามา แต่นอกนั้น เกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่ดีจริงๆนั่นแหละ

น่าเสียดายที่ไม่มีเงินจะทำภาคต่อ อุตส่าห์ทิ้งท้ายไว้ได้อย่างน่าตื่นเต้นแล้วแท้ๆ

แต่อาจจะเป็นข้อดีก็ได้ เพราะไม่แน่ว่าภาคต่อจะสามารถทำได้ดีเท่าภาคแรกน่ะนะ







Create Date : 16 พฤษภาคม 2558
Last Update : 16 พฤษภาคม 2558 21:26:18 น.
Counter : 610 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog