[บันทึกสปอยล์เนื้อหา] Transistor --- รักฝังดาบ


Transistor เป็นเกม Sci-fi, Action-RPG จากทีมผู้สร้าง Bastion เกมเล็กๆที่ได้รับความนิยมไม่น้อยอีกเหมือนกัน นับตั้งแต่ออกขายในปี 2014 ที่ผ่านมา Transistor ได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่บวกท่วมท้น ทั้งในด้านการดีไซน์, คอนเซปท์อาร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงประกอบ

เนื้อเรื่อง Transistor มีความละเอียดซับซ้อนสำหรับเกมความยาว 5-6 ชั่วโมง มันมีประเด็นที่น่าสนใจรวมถึงโทนที่โศกเศร้า พอเล่นจบแล้วรู้สึกประทับใจ แต่ปัญหาของมันก็คือ "วิธีการเขียนบทพูด" ซึ่งดูเหมือนกำลังเอื้อนเอ่ยบทกวีมากกว่าจะเล่าเรื่อง จึงอาจรู้สึกจะเข้าใจได้ลำบากอยู่บ้าง บางครั้งก็เหมือนพูดอะไรเรื่อยเปื่อย เลื่อนลอย ดูเพ้อเจ้อ แต่กำลังพูดเรื่องสำคัญอยู่

และนี่คือการสรุปเนื้อหาของเกมเล็กๆ แต่เนื้อเรื่องลึกซึ้งไม่เบาเลยทีเดียว



Smiley เรด นักร้องสาวผู้มีพรสวรรค์พบศพชายผู้หนึ่งถูกดาบปักและดาบนั่นก็พูดกับเธอโดยตรง ดาบนั่นคือ Transistor ซึ่งใช้ควบคุมสิ่งที่เรียกว่า “Process” หรือ “การดำเนินงาน” และมีความสามารถในการ “ดาวน์โหลด” Trace หรือก็คือวิญญาณของผู้คนให้กลายเป็นฟังก์ชั่นในตัวดาบ 


(Smileyฉากเปิดเกม)



Smiley คลาวด์แบงก์คือเมืองล้ำยุคที่ทุกคนในเมืองจะมีสิทธิ์ในการโหวตให้มีการเปลี่ยนแปลงเมืองได้ตามใจชอบตลอดเวลา Process หรือ “การดำเนินงาน” เป็นกระบวนการปกติของชาวเมืองคลาวด์แบงก์ อาทิ ต้องการเปลี่ยนสีท้องฟ้าหรือสภาพอากาศ เป็นต้น เมื่อมีการโหวตเรียบร้อยแล้ว พวกหุ่นยนต์จะเริ่มทำการปรับเปลี่ยนเมือง 


(Smileyขั้นตอนการดำเนินงานของเมือง หุ่นยนต์จะเปลี่ยนให้เป็น "กระดานที่ว่างเปล่า" หรือ blank slate)


(Smileyมีให้ร่วมโหวตในเรื่องต่างๆ อาทิ การสร้างสะพานเพื่อเชื่อมไปสู่แฟร์วิว)


(Smileyโหวตให้เปลี่ยนได้แม้กระทั่งสีท้องฟ้า)


(Smileyสภาพเมืองที่ถูก "ดำเนินงาน" อยู่ในสภาพว่างเปล่าเพื่อเตรียมใส่ข้อมูลใหม่)



Smiley กลุ่มคาเมราตะ (The Camerata) ที่มีสมาชิกสี่คนคือแกรนท์ (ผู้ใช้ Transistor ในตอนแรก), ซีบิล, แอชเชอร์ และรอยซ์ ต้องการควบคุม “การดำเนินงาน” ให้เป็นในแบบที่ตัวเองต้องการ พวกเขาไม่พอใจที่ชาวเมืองเปลี่ยนเมืองไปมาตามใจชอบ รู้สึกว่ามันไร้สาระเมื่อใครสักคนต้องการเปลี่ยนสีท้องฟ้าเพราะเพียงแค่ไม่ชอบ 


(Smileyแอชเชอร์ หนึ่งในกลุ่มคาเมราตะอธิบายถึงเหตุผลการกระทำของกลุ่ม พวกเขาเองก็รักเมืองนี้เหมือนกัน แต่ไม่ชอบที่เมืองถูกเปลี่ยนตามใจชอบชนิดรายวันหรืออาจจะชั่วโมง เพราะเพียงแค่เบื่อหรือไม่ถูกใจอะไรสักอย่าง)


(Smileyรอยซ์ หนึ่งในกลุ่มคาเมราตะอธิบายว่าเมืองมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เดี๋ยวก็สะพาน, สวน หรือทางด่วนผุดขึ้นผุดลงตามความเพ้อเจ้อของชาวเมือง)



Smiley พวกเขารู้ว่าวิธีการเดียวที่จะควบคุมการดำเนินงานโดยไม่ต้องผ่านผลโหวตก็คือการใช้ Transistor ดังนั้นจึงใช้มันออกรวบรวม Trace หรือวิญญาณจากคนที่มีพรสวรรค์ในหลายๆด้าน รวมถึงคนที่เข้ามาขัดขวางพวกเขาด้วย ให้สรุปง่ายๆคือ พวกเขาเห็นกระบวนการ “ดำเนินงาน” เป็นผืนผ้า และเห็นข้อมูลของ Trace หรือดวงวิญญาณของพวกที่มีพรสวรรค์เป็นพู่กัน สำหรับใช้พัฒนาเมืองคลาวน์แบงก์ในแบบของพวกเขาเอง แต่หลังจากกลุ่มคาเมราตะโจมตีเรด Transistor ก็ดันไปตกอยู่ในมือเรดก่อนจะได้ใช้ควบคุมเมืองให้เป็นไปตามที่ต้องการ


(Smileyเรดพบคนที่ถูกดำเนินงาน และ Transistor สามารถ "ดาวน์โหลด" Trace หรือดวงวิญญาณเข้าไปเป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นของดาบได้ กลุ่มคาเมราตะออกใช้ดาบตามล่าฟังก์ชั่นพวกนี้)


(Smileyหลังเก็บ Trace หรือดวงวิญญาณ ก็จะมีฟังก์ชั่นให้ Transistor ใช้ต่อสู้ได้หลากหลายขึ้น)



Smiley ซีบิล หนึ่งในกลุ่มคาเมราตะดูเหมือนจะหลงใหลในตัวเรด ทว่าปัจจุบันเรดมีคนรักเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ซีบิลเกิดอิจฉาริษยาจึงได้วางแผนจัดการชายหนุ่มโดยบอกพวกคาเมราตะเกี่ยวกับเรด ด้วยเหตุนั้นกลุ่มคาเมราตะจึงตั้งใจจะใช้ Transistor “ดาวน์โหลด” วิญญาณเธอเข้าไปในตัวอุปกรณ์ แต่ชายหนุ่มได้กระโดดเข้ามาปกป้องเรดตามที่ซีบิลคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด (สรุปคือซีบิลวางแผนยอกย้อน เป้าหมายแท้จริงคือชายหนุ่ม แต่ใช้อันตรายของเรดเป็นตัวล่อโดยที่ไม่ต้องการให้เรดตาย)


(Smileyซีบิล ผู้ที่หลงใหลในเรด และอิจฉาริษยาชายหนุ่ม)


(Smileyซีบิลวางแผนให้กลุ่มคาเมราตะจัดการเรด โดยรู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมายจริงๆของเธอจะเข้ามารับการโจมตีแทนเรด)



Smiley ผลคือดวงวิญญาณของชายหนุ่มถูกดาวน์โหลดเข้าไปอยู่ในดาบ ส่วนเรดนั้นถึงแม้จะรอดพ้น ทว่าผลกระทบจากการถูกโจมตีทำให้เสียงของเธอเข้าไปอยู่ในดาบด้วย เสียงที่คอยพูดคุยอยู่กับเรดตลอดก็คือชายหนุ่มคนนั้น ส่วน Transistor มีฟังก์ชั่นที่แปลกไปจากปกติเพราะได้รับอิทธิพลจากชายหนุ่ม ซึ่งไม่มีประวัติบันทึกใดๆบันทึกอยู่เลย เหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ค่อยได้เข้าสังคม ไม่ค่อยได้ใช้เน็ต หรือเป็นส่วนหนึ่งในการโหวตใดๆในเมือง และที่เรดได้ยินเสียงชายหนุ่ม ก็เพราะบางครั้งคนที่อยู่ด้านนอกจะสามารถได้ยินเสียงคนที่ถูกขังอยู่ใน Transistor โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นคนที่รู้จักหรือผูกพัน


(Smileyในตอนต้นเกม Transistor มีสองเวอร์ชั่นซึ่งเป็นผลจากตัวเรดและชายหนุ่ม)


(Smileyบทสนทนาในเกมที่ชายหนุ่มเป็นผู้พูดผ่าน Transistor เรดได้ยินเขาพูดก็เพราะทั้งคู่ผูกพันกันลึกซึ้ง)


(Smileyชายหนุ่มไร้ซึ่งข้อมูลใดๆ จึงทำให้ Transistor แปลกไปกว่าทุกที และเสื้อที่เรดใส่ตลอดเกมเป็นของชายหนุ่มนั่นเอง)



Smiley เวลามีการดำเนินการ พวกหุ่นยนต์จะเปลี่ยน “ทุกสิ่งทุกอย่าง” ให้กลายเป็น “กระดานที่ว่างเปล่า (blank slate)” รวมถึงประชากรในเมืองคลาวด์แบงค์ก็ด้วย ซีบิลที่กลายเป็นบอสสู้กับเรส คือเวอร์ชั่นที่ถูกดำเนินงานแบบไม่สมบูรณ์เนื่องจากถูกเรดขัดขวาง


(Smileyสภาพเวทีก่อนและหลังการดำเนินงาน)


(Smileyซีบิลเองก็ถูก "ดำเนินงาน" เหมือนกัน แต่ถูกขัดขวางเสียก่อน จึงยังไม่สมบูรณ์)



Smiley กลุ่มคาเมราตะไม่อาจควบคุม “การดำเนินงาน” ได้เพราะสูญเสีย Transistor ไป แม้จะพยายามหยุดยั้งโดยไม่ใช่ Transistor แล้วก็ยังไม่สำเร็จ เป็นผลให้แอชเชอร์สารภาพบาปทั้งหมด และแอชเชอร์กับแกรนท์ก็ชิงฆ่าตัวตาย ดูเหมือนว่าทั้งสองจะมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ อาจเป็นคนในสายเลือดเดียวกัน หรือไม่ก็มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง 


(Smileyแอชเชอร์สารภาพออกสื่อว่ากลุ่มคาเมราตะเป็นผู้รับผิดชอบเหตุหายนะที่ควบคุมไม่อยู่ทั้งหมด)


(Smileyแอชเชอร์กับแกรนท์ชิงฆ่าตัวตายคู่หลังภารกิจล้มเหลว)



Smiley ดังนั้นตอนท้ายจึงเหลือแค่รอยซ์ ซึ่งรอยซ์บอกกับเรดว่า ยังไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วภายใน Transistor มีใครหรืออะไร แค่รู้ว่ามันใช้ทำงานแบบไหน Transistor จำต้องเชื่อมต่อกับแหล่งกำเนิดเพื่อจะสามารถควบคุมกระบวนการดำเนินงานได้สมบูรณ์ พูดง่ายๆคือที่ผ่านมา Transistor เปรียบเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ทนั่นเอง เป้าหมายตอนท้ายของเรดคือ เอา Transistor ไปเชื่อมต่อกับแหล่งกำเนิดเพื่อหยุดยั้งกระบวนการดำเนินงาน


(Smileyเรดมุ่งหน้าไปหารอยซ์ คนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ของกลุ่มคาเมราตะ)


(Smileyเพื่อจะควบคุมการดำเนินงาน เรดต้องเอา Transistor กลับไปเชื่อมต่อกับแหล่งดั้งเดิมของมัน)



Smiley ผลของการที่เรดเชื่อมต่อ Transistor กับแหล่งกำเนิด ทำให้เรดกับรอยซ์หลุดเข้าไปในตัว Transistor และต่อสู้กันเพื่อจะออกไปนอก Transistor พร้อมกับควบคุมพลังในการเปลี่ยนเมืองให้เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องการ สถานที่ที่ทั้งคู่สู้กัน มีบล็อกซึ่งเก็บดวงวิญญาณของใครต่อใครอยู่ด้วย


(Smileyรอยซ์ใช้พลังแบบเดียวกับเรด หลังหลุดเข้าไปในโลกของ Transistor ทั้งคู่ บล็อกด้านล่างคือ Trace หรือดวงวิญญาณของผู้คนที่ถูก "ดาวน์โหลด")



Smiley หลังปราบรอยซ์ได้ เรดหลุดออกมาจาก Transistor และเปลี่ยนเมืองให้กลับมาเป็นแบบตามที่ต้องการ ทว่าชายหนุ่มของเธอก็หาได้ฟื้นคืนชีพแต่อย่างใด รวมถึงเสียงของเธอก็ไม่ได้กลับมาด้วย ดังนั้นเพื่อจะได้อยู่กับชายของเธอ เรดจึงใช้ Transistor แทงตัวเอง เพื่อดาวน์โหลดตัวเองเข้าไปในนั้น... Smiley


(Smileyเรดได้พลังในการควบคุมการดำเนินการมาครอบครอง จึงเป็นเหมือน "พู่กัน" ที่แต่งแต้ม "ผืนผ้าว่างเปล่า" ได้)


(Smileyแต่พลังดุจพระเจ้าก็ไม่อาจทำให้คนที่เธอรักฟื้นขึ้นมาได้ จึงตัดสินใจ "ดาวน์โหลด" ตัวเองเข้าไปใน Transistor)


(Smileyภาพความทรงจำระหว่างที่ตัวเรดถูกดาวน์โหลดเข้าไป)



Smiley และแล้วดวงวิญญาณของเรดได้เข้าไปอยู่กับชายคนรักของเธอ... ตลอดไป... Smiley


(Smileyทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้งในโลกอันแสนสดใส)

---THE END--- SmileySmileySmileySmileySmileySmileySmileySmiley



Create Date : 11 เมษายน 2558
Last Update : 11 เมษายน 2558 12:41:11 น.
Counter : 1738 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog