12 วัน 12 หนัง Star Trek : Day 10 - Nemesis


นี่คือ "12 วัน 12 หนัง Star Trek" เป็นการเอาหนัง Star Trek กลับมาดูอีกรอบรวดเดียว 12 ภาค (ยกเว้น Insurrection กับ Nemesis ที่นับว่าเป็นการดูครั้งแรก) แล้วอัพบล็อกแบบ "1 วันต่อ 1 ภาค" หลายๆภาค เมื่อเอากลับมาดูอีกรอบ จะรู้สึกยังไงกันนะ?

อนึ่ง#1 ไม่นับ Star Trek Beyond ซึ่งยังอยู่ในโรงภาพยนตร์และมีเขียนเอาไว้แล้ว
อนึ่ง#2 คะแนนที่ให้เป็นแค่ความชอบส่วนตัว หาได้เป็นตัวกำหนดความคลาสสิคหรือความนิยมไม่



Star Trek: 
Nemesis (2002)


[เรื่องราวเป็นแบบไหน]

จักรวรรดิโรมูแลนมีดาวแม่คือ "โรมูลัส" แต่ดาวพี่ดาวน้องที่อยู่ใกล้ๆกันนั้น เป็นดาว "รีมุส" เป็นที่อยู่อาศัยของเผ่ารีแมนซึ่งเป็นทาสของจักรวรรดิโรมูแลน ทว่าวันดีคืนดี พวกรีแมนกลับคิดก่อกบฏกับชาวดาวโรมูลัส และผู้นำฝ่ายกบฏของรีแมนนั้นมีนามว่า "ชินซอน" ชาวโรมูลัสจึงต้องมานั่งคิดหนักว่าควรจะปรองดองกับชินซอนเพื่อยุติปัญหาหรือไม่ ทว่ายังไม่ทันไร ชาวโรมูลัสก็โดนเล่นงานด้วยอนุภาคประหลาดเข้าให้

ทางด้านหนึ่ง พิคาร์ดกับลูกเรือยานเอนเตอร์ไพรส์ได้รับภารกิจเชิงการทูต ให้ไปคุยกับชินซอนที่ต้องการจะเป็นมิตรกับทางสหพันธ์ และปลดปล่อยรีมุสให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสของดาวโรมูลัส ทว่าเมื่อไปถึง พิคาร์ดถึงกับต้องอึ้งเมื่อพบว่า จริงๆแล้วชินซอนคือโคลนของตัวเขาเอง!



Smiley

[มันเป็นยังไง]


Nemesis กลายเป็นการปิดฉากเวอร์ชั่นหนังของทีม The Next Generation แบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ นักวิจารณ์ไม่ชอบ คนดูไม่ชอบ นักแสดงออกมาด่าผู้กำกับว่า "งี่เง่า" และน่าจะไปหาซีรีส์ The Next Generation มาดูเพื่อทำความเข้าใจเสีย ที่สำคัญกว่าคือ รายได้ถือว่าต่ำสุดในบรรดา Star Trek เวอร์ชั่นหนังโรงทั้งหมด ทำให้หนัง Star Trek ต้องขาดหายไปจากจอเงินอยู่หลายปี




Smiley

[รายได้]
43.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

Smiley

[คะแนนส่วนตัว]
6/10

Smiley

[ความเห็นของข้าพเจ้า]

Nemesis คือหนึ่งในสองของหนัง Star Trek ที่ผมเพิ่งได้ดูเป็นครั้งแรก ผมเข้าใจว่ามันแย่ และพอจะเข้าใจว่าทำไมทั้งนักวิจารณ์และคนดูถึงไม่ชอบ

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผม ผมชอบที่ความบันเทิงของมัน ผู้กำกับ Nemesis คือสจ็วต แบร์ด (Stuart Baird) ผู้ที่เคยกำกับหนังแอ็กชั่นอย่าง Executive Decision กับ US Marshals ซึ่งเป็นหนังขนาดกลางๆด้วยกันทั้งคู่ 

ฉะนั้น Nemesis จึงได้รับผลพลอยได้ในแง่ของฉากแอ็กชั่นที่ดูเพลินๆมาด้วย โดยเฉพาะฉากประจัญบานกันระหว่างพิคาร์ดกับชินซอนในช่วงไคลแม็กซ์



ขณะเดียวกัน หนังก็พยายามจะใส่แง่มุมลึกๆของตัวละครอย่างพิคาร์ดกับเดต้าลงไปด้วย โดยให้พิคาร์ดกับเดต้าเป็นเหมือนภาพสะท้อนของกันและกันตลอดเวลา (จริงๆก็เป็นแบบนี้ทุกภาคนะ)

ศัตรูใน Nemesis คือชินซอน โคลนของพิคาร์ด ดังนั้นหนังภาคนี้จึงเล่นประเด็นไปที่ "อัตลักษณ์" ที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ 

นั่นคือ... ถึงแม้ว่าพิคาร์ดกับชินซอนจะเชื่อมโยงกันด้วยดีเอนเอเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่แตกต่างกันคือประสบการณ์ที่แต่ละฝ่ายได้เจอมานั่นเอง 

ภาพสะท้อนนี้ถูกย้ำอย่างชัดเจนอีกครั้งผ่านเดต้ากับบี-โฟร์ แอนดรอยด์รุ่นโปรโตไทป์ของเดต้าที่พวกพิคาร์ดไปเจอก่อนหน้านี้ ถึงทั้งคู่จะหน้าตาเหมือนกัน ถึงเดต้าจะถ่ายโอนข้อมูลและความทรงจำให้กับบี-โฟร์ แต่บี-โฟร์ก็คือบี-โฟร์ เดต้าก็คือเดต้า จะอย่างไรก็ไม่เหมือนกัน (ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะบี-โฟร์คือรุ่นโปรโตไทป์ ฟังก์ชั่นเลยไม่เจ๋งเท่าเดต้าก็เป็นได้)



มันมีคำพูดสำคัญของเดต้าอยู่ เดต้าบอกกับพิคาร์ดว่า สิ่งที่ทำให้พิคาร์ดกับเดต้าแตกต่างกับชินซอนกับบี-โฟร์ก็คือ ความพยายามที่จะเป็นคนที่ดีขึ้น และนั่นคือความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น เมื่อเวลาที่พิคาร์ดกับชินซอนเผชิญหน้ากันในตอนครึ่งท้าย พิคาร์ดจึงพยายามเกลี้ยกล่อมชินซอน ไม่ใช่แค่ในฐานะคนที่แชร์ดีเอนเอร่วมกัน หรือชินซอนเป็นภาพสะท้อนของตัวพิคาร์ดเองในวัยหนุ่ม แต่เพราะพิคาร์ดอยากจะเชื่อในความเป็นมนุษย์ที่ชินซอนมี



ในขณะเดียวกัน ชินซอนก็เหมือนเป็นภาพสะท้อนในด้านมืดของพิคาร์ด ใน First Contract เราได้เห็นด้านมืดของพิคาร์ดว่า ลงพิคาร์ดได้ตัดสินใจอะไรไปแล้ว นั่นคือความเด็ดขาด ไม่สนเรื่องถูกผิด เขาสามารถหมกมุ่นอยู่แต่กับแผนการและการล้านแค้นได้มากแค่ไหน เมื่อหน้ามืดตามัว พิคาร์ดก็ยอมสละชีวิตลูกเรือตัวเองได้ง่ายๆ 

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่พิคาร์ดคอยมีคนเตือนสติอยู่รอบข้าง มีเพื่อนที่ไว้วางใจได้ และคอยทำให้เขากลับมายืนอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ชินซอนกลับมีแต่ผู้ช่วยที่คอยเสี้ยมเรื่องแผนการร้ายเพียงอย่างเดียว




ประเด็นนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องฝาแฝด 

มีการวิจัยออกมา ดูเหมือนว่าฝาแฝดใช่ว่าจะต้องเหมือนกันไปหมดทั้งหน้าตาและบุคลิกหรือนิสัย มีฝาแฝดบางคู่ถูกจับแยกกันตั้งแต่เด็ก พอมาเจอกันอีกครั้ง ทั้งคู่กลับมีบุคลิกและนิสัยแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมที่ตัวเองได้ประสบมา ซึ่งก็เอามาใช้เรื่องพิคาร์ดกับชินซอนได้เช่นกัน 

เพียงแต่เวลาที่พิคาร์ดมองชินซอน จะอย่างไรก็เหมือนกับมองตัวเองอยู่ดี...



นอกจากนั้น ถ้ามองดูดีๆจะเห็นว่า Nemesis พยายามจะเล่นเกี่ยวกับ "ด้านตรงข้าม" อยู่ตลอดทั้งเรื่อง เช่น พิคาร์ด-ชินซอน, เดต้า-บีโฟร์, โรมูลัส-รีมุส

...เรียกได้ว่าจริงๆแล้วภาคนี้มีอะไรที่น่าสนใจอยู่



เพียงแต่โดยภาพรวมแล้ว หนังขาดอะไรไปหลายๆอย่าง มันมีฉากแอ็กชั่นน่าสนใจอยู่ก็จริง แต่ก็ไม่สามารถเรียกความสนุกจากคนดูได้ตลอดทั้งเรื่อง ผลสรุปคือ Nemesis เกือบทำให้หนัง Star Trek ต้องกลายเป็นหมัน จนกระทั่งเวอร์ชั่นรีบูทของเจ เจ อบลัมส์จะช่วยกู้ชื่อกลับคืนมาอีกครั้ง

แต่อย่างว่า ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้ถึงกับแย่อะไรมาก แค่ดูเพลินก็พอไหว... ล่ะมั้ง?




[บล็อกที่เกี่ยวข้อง]





Create Date : 04 สิงหาคม 2559
Last Update : 18 สิงหาคม 2559 5:19:06 น.
Counter : 134 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog