12 วัน 12 หนัง Star Trek : Day 7 - Generations


นี่คือ "12 วัน 12 หนัง Star Trek" เป็นการเอาหนัง Star Trek กลับมาดูอีกรอบรวดเดียว 12 ภาค (ยกเว้น Insurrection กับ Nemesis ที่นับว่าเป็นการดูครั้งแรก) แล้วอัพบล็อกแบบ "1 วันต่อ 1 ภาค" หลายๆภาค เมื่อเอากลับมาดูอีกรอบ จะรู้สึกยังไงกันนะ?

อนึ่ง#1 ไม่นับ Star Trek Beyond ซึ่งยังอยู่ในโรงภาพยนตร์และมีเขียนเอาไว้แล้ว
อนึ่ง#2 คะแนนที่ให้เป็นแค่ความชอบส่วนตัว หาได้เป็นตัวกำหนดความคลาสสิคหรือความนิยมไม่




Star Trek 
Generations (1994)



[เรื่องราวเป็นแบบไหน]

ในปี 2371 ยานเอนเตอร์ไพรส์-D ที่นำโดยกัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ดได้รับสัญญาณแจ้งเหตุร้ายจากหอสังเกตการณ์ในวงโคจรของดาวฤกษ์อามาร์โกซ่า ที่หอสังเกตการณ์นั่นเอง ทีมของพิคาร์ดได้พบผู้รอดชีวิตคือด็อกเตอร์ทอเรียน โซราน และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับแถบพลังงานปริศนาและสถานที่ประหลาดที่เรียกว่า "เนกซัส" ห้วงมิติประหลาดที่ราวกับเป็นสรวงสวรรค์ของมนุษย์ ลองได้เข้าไปครั้งหนึ่งก็ไม่อยากจะออกมาอีกเลย! 

และแน่นอนว่า มันมีคนบางคนวางแผนชั่วร้ายเพื่อเพียงแค่จะเข้าไปในเนกซัสนั่น ต่อให้จะต้องทำลายระบบดาวทั้งระบบก็ไม่สน!



Smiley

[มันเป็นยังไง]

Generations เป็นหนัง Star Trek ที่อิงกับทีวีซีรีส์ชุด Star Trek: The Next Generation ซึ่งเป็นซีรีส์ที่ต่อจาก Star Trek: The Original Series ของทีมกัปตันเคิร์ก แต่ The Next Generation เปลี่ยนเป็นกัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ดแทน เรื่องราวนี้จะเกิดขึ้นในศตวรร์ที่ 24 (ของเคิร์กคือศตวรรษที่ 23) ส่วนเนื้อหาของหนังภาค Generations ก็ต่อจากทีวีซีรีส์เช่นกัน

Generations ได้รับเสียงวิจารณ์ค่อนข้างจะคละเคล้ากัน ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ทำรายได้ค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากฐานแฟนของซีรีส์ The Next Generation ที่มีค่อนข้างมาก



Smiley

[รายได้]
75.6 ล้านเหรียญสหรัฐ

Smiley

[คะแนนส่วนตัว]
6/10

Smiley

[ความเห็นของข้าพเจ้า]

ผมไม่เคยดูซีรีส์ The Next Generation ดังนั้นผมจึงค่อนข้างชื่นชมในตัวคนสร้าง ที่ทำให้คนไม่เคยดูทีวีซีรีส์มาก่อน สามารถเข้าใจตัวละครหลักๆได้ง่ายเท่าที่หนังเกือบสองชั่วโมงกว่าจะทำได้ 



ผมได้เห็นว่าพิคาร์ดเป็นกัปตันมีบุคลิกที่ค่อนข้างแข็งกร้าว แต่ก็มีโมเมนต์ที่อ่อนแออยู่ในที แตกต่างจากกัปตันเคิร์กที่คุ้นเคยมาตลอด หนังแนะนำบุคลิกของพิคาร์ดผ่านสถานการณ์ในหลายๆสถานการณ์ ทั้งตอนบัญชาการ และเรื่องครอบครัวของพิคาร์ด รวมถึงความรู้สึกของพิคาร์ดที่จะต้องแบกรับชื่อของวงศ์ตระกูลเอาไว้ เป็นต้น



ในขณะเดียวกัน หนังก็แนะนำตัวละครสำคัญอย่าง "เดต้า" แอนดรอยด์ที่พยายามจะทำความเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์ และสุดท้ายก็ตัดสินใจจะฝังชิป "อารมณ์" ลงไปสมองกล ผมอาจไม่รู้เรื่องของเดต้าลึกเท่ากับคนที่เคยดูซีรีส์ แต่ก็เข้าใจได้มากพอจะติดตามหนังภาค Generations ได้ไม่มีปัญหาเช่นกัน 



พวกลูกเรือคนอื่นๆ ที่เพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรก ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดูให้สนุกแต่อย่างใด

ในความเห็นของผม Generations เป็นหนัง Star Trek ที่ดูสนุก พล็อตน่าสนใจ แล้วก็มีสิ่งที่สุดยอดมากๆอยู่ด้วย

ผมรักฉากที่ยานเอนเตอร์ไพรส์สู้กับยานคลิงก์ออน รวมไปถึงฉาก "ยานเอนเตอร์ไพรซ์ถึงคราวหายนะ" ที่สุดยอดที่สุดเท่าที่ผมเคยดู Star Trek ภาคหนังโรงมา มันทำให้ผมต้องกลั้นหายใจเลยทีเดียว แล้วเมื่อความหายนะจบลง ผมแทบร้องว่า "สุดยอดดดดดดดดด" 

มันเจ๋งขนาดนั้น!





อย่างไรก็ตาม ผมมีปัญหากับบางประเด็นใน Generations มาตั้งแต่การดูครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน 

ครึ่งเรื่องแรกน่าสนใจมากถึงมาถึงสุด แต่พอมาถึงตอนกลางเรื่องเป็นต้นไป ผมมีคำถามเต็มไปหมด เช่น ในเชิงหลักวิทยาศาสตร์ (ภายในโลก Star Trek) แล้ว ไอ้ "แถบพลังงาน" นั่นมันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วทำไมมันถึงได้ "เลือกปฏิบัติ" คือยานที่เข้าใกล้มันจะพังหมด แต่ถ้ามันพุ่งผ่านด้วยตัวของมันเอง ก็จะเข้าไปในโลกเนกซัสได้... มันเป็นแบบนั้นด้วยหลักการอะไรกันแน่? หรือว่าแถบพลังงานนั่นมีความนึกคิดเป็นของตัวเอง? จริงๆมันเป็นสิ่งทรงปัญญา? หรือกำลังจะเล่นประเด็นเชิงปรัชญาเรื่อง "สวรรค์" ผ่านเนกซัส เหมือนอย่างเรื่อง "พระเจ้า" ใน The Final Frontier?



แล้วโลกเนกซัสตอบสนองต่อความรู้สึกของมนุษย์ได้ยังไง? แล้วหลังจากนั้น พอมีการเปิดเผยว่าเนกซัสไม่ขึ้นตรงต่อ space-time พิคาร์ดสามารถออกจากเนกซัสไปยังช่วงเวลาไหนก็ได้ตามใจ ถ้าพิคาร์ดสามารถออกมาจากเนกซัสได้โดยการ "กำหนดเวลาที่อยากจะออกได้เอง" (พูดง่ายๆคือ ย้อนเวลาผ่านเนกซัสนั่นแหละ)... ก็แล้วทำไมพิคาร์ดจะต้องย้อนเวลาไปก่อนหน้าที่ผู้ร้ายจะเริ่มแผนการร้ายเพียงแค่นิดเดียวล่ะ? ถ้าย้อนเวลาได้ ทำไมไม่ย้อนไปก่อนหน้าที่ผู้ร้ายจะได้เริ่มแผนการให้มันนานกว่านั้นอีก? 

แล้วเมื่อพูดถึงย้อนเวลา หลักการย้อนเวลาผ่านเนกซัสนี่มันเป็นยังไงกันแน่? พอพิคาร์ด B ออกมาจากเนกซัส แล้วพิคาร์ด A ก่อนที่จะเข้าเนกซัสมีชะตากรรมยังไงล่ะ? หายตัวไป? ถ้าการเข้าออกเนกซัสไม่ทำให้เกิดพาราด็อกซ์ขึ้น แบบนี้พิคาร์ดก็ย้อนไปตอนที่เจอผู้ร้ายครั้งแรกได้เลยน่ะสิ!? ถ้าย้อนไปยังช่วงครึ่งแรกของหนังได้ จะไม่จัดการกับสถานการณ์ได้ง่ายกว่านี้หรอกหรือ?






สรุปแล้ว ผมชอบไอเดียเรื่องเนกซัส, อารมณ์และความรู้สึกจากความสูญเสีย และโลกในอุดมคติที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่มนุษย์ต้องการ แล้วพิคาร์ดก็ต้องเลือกระหว่าง "ความจริงที่เศร้าหมอง" หรือ "โลกในอุดมคติที่จอมปลอม" ซึ่งประเด็นนี้จะเล่นผ่านเรื่องความสูญเสียคนในครอบครัวของพิคาร์ด และเรื่องชิปอารมณ์ของเดต้า 




แต่ไอ้หลักการของแถบพลังงาน, มิติเนกซัส และการย้อนเวลาของเรื่องนี้น่ะสิ... มันน่าผิดหวังเอาเรื่องเลยนะ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... แม่เจ้า! ไอ้ฉากยานเอนเตอร์ไพรซ์สู้กับยานคลิงก์ออนแล้วจบที่การระเบิดนั่นมันสุดยอดของสุดยอดจริงๆนะ!


[บล็อกที่เกี่ยวข้อง]


Smiley Star Trek Generations (1994) <----You're here.
Smiley Star Trek: First Contract (1996) <---- 15 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek: Insurrection (1998) <---- 16 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek: Nemesis (2002) <---- 17 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek (2009) <---- 18 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek Into Darkness (2013) <---- 19 สิงหาคม 2559




Create Date : 03 สิงหาคม 2559
Last Update : 15 สิงหาคม 2559 5:13:41 น.
Counter : 265 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog