12 วัน 12 หนัง Star Trek : Day 3 - The Search for Spock


นี่คือ "12 วัน 12 หนัง Star Trek" เป็นการเอาหนัง Star Trek กลับมาดูอีกรอบรวดเดียว 12 ภาค (ยกเว้น Insurrection กับ Nemesis ที่นับว่าเป็นการดูครั้งแรก) แล้วอัพบล็อกแบบ "1 วันต่อ 1 ภาค" หลายๆภาค เมื่อเอากลับมาดูอีกรอบ จะรู้สึกยังไงกันนะ?

อนึ่ง#1 ไม่นับ Star Trek Beyond ซึ่งยังอยู่ในโรงภาพยนตร์และมีเขียนเอาไว้แล้ว
อนึ่ง#2 คะแนนที่ให้เป็นแค่ความชอบส่วนตัว หาได้เป็นตัวกำหนดความคลาสสิคหรือความนิยมไม่




 Star Trek III:  
The Search for Spock (1984)


[เรื่องราวเป็นแบบไหน]

ผลจากการต่อสู้กับข่าน นูเนียน สิงห์ ทำให้สป็อกต้องสละชีวิตตัวเอง และร่างของสป็อกถูกส่งไปยังดาวเจเนซิสซึ่งถือกำเนิดจากการต่อสู้ครั้งนั้นเช่นกัน ทว่าเคิร์กมารู้เอาทีหลังว่าจิตวิญญาณของสป็อกได้มาอยู่ที่ในตัวหมอแม็คคอย เคิร์กกับลูกทีมจึงต้องหาทางไปเอาร่างสป็อกกลับมาทำพิธีกรรมที่ดาววัลแคนให้ได้ แม้จะต้องฝ่าฝืนคำสั่งของสตาร์ฟรีทก็ตาม

ในขณะเดียวกัน กลุ่มคลิงก์ออนที่ทำโดยครูจ ก็วางแผนจะเอาเทคโนโลยีเจเนซิสมาใช้เพื่อเป็นอาวุธทำลายล้างขั้นสุดยอดด้วย



Smiley

[มันเป็นยังไง]

ความสำเร็จของ The Wrath of Khan ทำให้พาราเมาต์เดินหน้าโปรเจคท์ภาคต่อทันที ส่วนลีโอนาร์ด นีมอย (ผู้แสดงเป็นสป็อก) แม้ตอนแรกตั้งใจจะเล่นเป็นสป็อกครั้งสุดท้ายใน The Wrath of Khan แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาเล่นเป็นสป็อกอีกครั้งพร้อมกับรับตำแหน่งกำกับภาคนี้ไปด้วย

ความสำเร็จของ The Search of Spock ทั้งในด้านรายได้และคำวิจารณ์ไม่เท่ากับ The Wrath of Khan แต่ก็ถือว่าเป็นแง่บวกอยู่



Smiley

[รายได้]
76.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

Smiley

[คะแนนส่วนตัว]
7/10

Smiley

[ความเห็นของข้าพเจ้า]

จำได้ว่าตอนดู The Search for Spock ครั้งแรก ผมไม่ค่อยชอบภาคนี้เท่ากับ The Motion Picture หรือ The Wrath of Khan ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสป็อกไม่ค่อยมีบทบาท อีกส่วนคงเป็นเพราะเนื้อเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจในความรู้สึกของตอนนั้น

พอกลับมาดูอีกรอบตอนที่คุ้นเคยกับพล็อตสไตล์ไซไฟแบบฮาร์ดคอร์ และได้รู้วิทยาศาสตร์มากขึ้น ถึงได้รู้สึกว่า The Search for Spock เป็นหนังที่ดูสนุกและน่าสนใจกว่าที่เคยคิด

ธีมของ The Search for Spock นั้น ส่วนหนึ่งคือการเจาะลึกลงไปในมิตรภาพระหว่างเคิร์ก, สป็อก และแม็คคอย ทรินิตี้แห่งเอนเตอร์ไพรส์ แต่ในบรรดาการเจาะลึกด้านคาแร็กเตอร์ สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือเคิร์ก เป็นอีกครั้งที่เคิร์กจะได้พบกับความสูญเสีย และเป็นอีกครั้งที่ "อารมณ์" ของเคิร์กจะกลายเป็นแรงผลักดันในการเอาชนะอุปสรรคในทุกๆอย่าง จะพูดว่า "เคิร์กโกงความตายอีกแล้ว" ก็ว่าได้



ธีมอีกส่วนหนึ่งเป็นการเล่นเรื่องเกี่ยวกับ "ชีวิต ความตาย และการฟื้นคืนชีพ" ในขณะที่ The Wrath of Khan เล่นประเด็นเรื่อง "การให้กำเนิด" ผ่านอุปกรณ์ "เจเนซิส" ตามคัมภีร์ไบเบิล คราวนี้เป็นการเล่นเกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพซึ่งก็ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ไบเบิลอีกเช่นกัน 

ผมชอบไอเดียที่ศพของสป็อกได้รับอิทธิพลจากคลื่นของเทคโนโลยีเจเนซิส ทำให้ร่างกายเกิดการ "สร้างใหม่" ขึ้นอีกครั้ง สป็อกถือกำเนิดใหม่กลายเป็นเด็ก และด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ร่างกายของสป็อกก็ได้เชื่อมโยงกับดาวเจเนเซิส เมื่อดาวเจเนซิสใกล้ตาย ร่างกายของสป็อกก็เติบโตเร็วผิดปกติตามไปด้วย จริงๆจะด่าว่านี่เป็นแค่ plot device ที่ทำให้ตัวละครยอดนิยมกลับมาอีกครั้งก็ได้ แต่อย่างที่บอก ผมว่ามันเข้าท่า




และผมค่อนข้างจะสนใจเรื่อง "จิตวิญญาณ" ในแง่มุมของวัลแคนอยู่เหมือนกัน มันเป็นการตั้งคำถามในลักษณะเดียวกับปรัชญา-วิทยาศาสตร์ว่า "วิญญาณคืออะไร" มันคือความคิดหรือจิตใจทางด้านสมองหรือเปล่า ชาววัลแคนมีความสามารถในการหลอมรวมจิตใจกับคนอื่น (mind-meld) และสป็อกได้ฝาก "ความทรงจำ" ของตัวเองให้กับแม็คคอยผ่านความสามารถดังกล่าว ทำให้แม็คคอยมีสภาพเหมือนกับ "ถูกผีสป็อกเข้าสิง" เกือบตลอดเรื่อง 

ในมุมหนึ่งมันเหมือนเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็คือประเด็นในแบบนิยายวิทยาศาสตร์ที่เผ่าพันธุ์หนึ่งมีพลังจิตในการโยกย้ายความทรงจำ (วิญญาณ) ของตัวเองไปสู่คนอื่นด้วย นั่นแปลว่าในแง่มุมของชาววัลแคนแล้ว วิญญาณมีจริงผ่านความรู้สึกนึกคิดอย่างนั้นหรือ? ก็สมเหตุสมผลสำหรับชาววัลแคนที่เน้นเรื่องตรรกะดี




ธีมสุดท้ายที่ The Search for Spock เล่นคือเรื่อง "จริยธรรมของวิทยาศาสตร์" เดวิด มาร์คัส ลูกชายของเคิร์กสารภาพว่าในกระบวนการสร้างเจเนซิส เขาใช้อนุภาคที่ไม่เสถียรเป็นองค์ประกอบสำคัญ ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในการสร้างดาวสักดวงขึ้นมาได้ แต่มันก็แปรปรวนจนกลายเป็นว่าดาวเจเนซิสต้องตายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และเทคโนโลยีเจเนซิสที่เคยใช้สร้างชีวิตใน The Wrath of Khan ก็กลับกลายเป็นอาวุธร้ายได้เช่นเดียวกัน





สรุปแล้ว ถึงแม้จะรู้สึกขัดใจกับฉากบางฉาก เช่น ฉากการสูญเสียครั้งที่สองของเคิร์ก หรือฉากไคลแม็กซ์ที่ค่อนข้างจะเฉยๆ หรือตัวร้ายค่อนข้างจะขาดความน่าสนใจ แต่มันก็เป็นหนัง Star Trek ที่ดูสนุก (ถ้าวัดกับบรรดาหนัง Star Trek ภาคเก่าๆนะ) มันเป็นหนังที่เล่นกับตัวละครได้ดีพอๆกับ The Wrath of Khan ในความเห็นของผม




[บล็อกที่เกี่ยวข้อง]


Smiley Star Trek III: The Search for Spock (1984) <----You're here.
Smiley Star Terk IV: The Voyage Home (1986) <---- 11 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek V: The Final Frontier (1989) <---- 12 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek VI: The Undiscovered Country (1991) <---- 13 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek Generations (1994) <---- 14 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek: First Contract (1996) <---- 15 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek: Insurrection (1998) <---- 16 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek: Nemesis (2002) <---- 17 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek (2009) <---- 18 สิงหาคม 2559
Smiley Star Trek Into Darkness (2013) <---- 19 สิงหาคม 2559




Create Date : 01 สิงหาคม 2559
Last Update : 11 สิงหาคม 2559 5:27:47 น.
Counter : 137 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog