บุญทานสร้างบาป? เดือดร้อนคนอื่น


การทำบุญทำทาน เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ถ้าเต็มใจและอยากทำใช่หรือไม่?

เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากในออฟฟิตจะมีพนักงานคนหนึ่งที่มักจะเรี่ยไรเงินทองเพื่อนๆพนักงานคนอื่นๆเสมอ ในบริษัทจะมีพนักงานแค่ร้อยกว่าคนแยกตามแผนกต่างๆ ทุกคนจะรู้จักกันหมด อยู่กันเหมือนเพื่อน พี่ น้อง ซึ่งเวลาบ้านใครมีงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ น้ำท่วม ไฟไหม้ กฐิน ผ้าป่าอะไรก็ตาม ทุกคนก็จะช่วยกันทำบุญเรี่ยไรกันตามกำลังศรัทธา ซึ่งข้อนี้เราก็ไม่ได้ขัดอะไรถือว่าเป็นเรื่องปกติของคนในสังคม บางช่วงที่ทอดผ้าป่าหรือกฐินตามเทศกาล ซองจะเยอะมากๆ เป็นภาษีสังคมที่ทุกคนจะต้องจ่ายทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ เต็มใจคือ ไม่มีปัญหา อยากทำบุญอยู่แล้ว ไม่เต็มใจคือ ไม่ได้อยากจะทำบุญ ไม่มีเงินใส่ หรืออะไรก็ตามแต่ บางคนก็จะหลบหน้าบ้าง ทำยุ่งๆ ทำคุยโทรศัพท์บ้าง บางคนไม่ค่อยมีใครในบริษัทชอบก็มักจะไม่ได้รับซอง บางคนเป็นระดับผู้ใหญ่ หรือเป็นคนที่อัธยาศัยดีหน่อยก็จะได้รับซอง แล้วอย่างที่บอกคือ ทุกคนรู้จักกันหมด การจะไม่รับ ไม่ใส่ซองทำบุญก็ดูไม่เหมาะสม ซึ่งการใส่ซองนั้น ถ้าเป็นระดับผู้ใหญ่ก็มักจะห้าร้อยถึงหนึ่งพันบาท เพราะจะโดนให้เป็นประธานหรือรองประธานเสมอ บางคนด้วยฐานะตำแหน่งในสังคมก็จำเป็นต้องใส่เรทราคาที่กล่าวนี้ แต่พนักงานคนอื่นๆโดยส่วนใหญ่ที่ได้ซองก็จะเป็นตำแหน่งกรรมการของงานนั้นๆ เรทราคาคือหนึ่งร้อยบาท แล้วคิดดูเงินเดือนพนักงานไม่ได้มากมายอะไร ถ้าได้รับซองซักห้าซอง ก็ห้าร้อยบาทเข้าไปแล้ว พวกผู้ใหญ่ไม่ต้องพูดถึง เป็นพันๆบาทแน่นอน

ทีนี้อย่างที่กล่าวว่าการทำบุญใส่ซองมันเป็นเรื่องของศรัทธา เป็นการเชื่อมสัมพันธ์กับพนักงานคนอื่น ถ้อยทีถ้อยอาศัย อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของสังคม เราก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ทีนี้พนักงานที่กล่าวถึงข้างต้นจะเป็นลักษณะของการเรี่ยไรเงินทำบุญของทุกๆงานที่มีในและนอกบริษัท ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานอะไรของใครก็ตาม เช่น ถ้าเป็นงานของผู้บริหาร ก็จะเอาซองมาแจกให้พนักงานและรอเก็บไปเลย ตามมารยาทจะแจกแผนกละซองก็ยังไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ เพราะแต่ละแผนกคนก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก น้อยสุดคือ 4 คน มากสุดคือ 15 คน แต่พนักงานคนนี้จะแจกซองให้พนักงานทุกคน ย้ำ!ว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานผู้ใหญ่หรือเด็กก็ตาม ปากบอกว่าใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามกำลังศรัทธา แต่พอแจกคนละซอง น้องๆเด็กๆพนักงานก็อึ้งๆไม่กล้าปฏิเสธ ก็ต้องใส่อย่างน้อยคนละร้อยบาทต่อซอง แล้วแจกทุกคนไม่พอ ยังมีซองรวมของแผนกอีก และมีขันใหญ่ๆสำหรับเรี่ยไรเงินอีก บางครั้งเราเห็นก็เคยพูดขัดไปว่า ทำไปแล้วค่ะ หรือถ้าเราเจอจะเอาซองมาให้รายคน เราก็จะบอกไปว่า ขอซองเดียวพอค่ะ ใส่ทั้งแผนก พนักงานคนนี้ก็จะไม่ค่อยกล้าอะไรมาก น้องๆในแผนกก็จะค่อยโล่งอก ใส่คนละสิบบาทยี่สิบบาทก็สบายใจดูไม่น่าเกลียดอะไร เพราะน้องๆเด็กๆก็ไม่ค่อยมีเงินกันทั้งนั้น บางคนได้รับซองมารายคนมีบางครั้งเราเห็นน้องแอบเอาไปฉีกทิ้งแล้วบอกว่าเดี๋ยวเอาไปให้ทีหลัง พอโดนทวงก็บอกให้ไปแล้วก็มี

และพูดถึงงานนอกบริษัท ไม่ว่าจะมีไฟไหม้ น้ำท่วม หรืออะไรก็ตามที่ทางโทรทัศน์รับบริจาคเรี่ยไร พนักงานคนนี้ก็จะเป็นตัวตั้งตัวตีมาถือขันเรี่ยไรเงินคนทั้งออฟฟิต พอเห็นถือขันมาทุกคนจะก้มหน้าก้มตาทำยุ่ง แกล้งรับโทรศัพท์บ้างเพราะไม่อยากใส่เงินแล้ว คือเค้ามาบ่อยมากๆ มีงานทำบุญเรี่ยไรไม่หยุดหย่อน แต่งานประจำกองเต็มโต๊ะ เพราะเรี่ยไรเวลางาน แต่เค้าก็ไม่สนใจนะ ถ้ามาแล้วไม่ว่างไม่เจอเค้าก็จะเดินมาใหม่ ปากบอกตามกำลังศรัทธา แต่ก็คอยตามจี้ตลอด บางคนก็ต้องควักใส่ไปยี่สิบบาทพอไม่ให้น่าเกลียด แล้วแบบนี้ทำบุญไปจะได้อะไร? ในเมื่อคนทำไม่เต็มใจทำ คนเรี่ยไรได้หน้าแต่คนโดนเรี่ยไรเหม็นขี้หน้า

บางงานที่รับบริจาคสิ่งของ พนักงานคนนี้ก็จะรับบริจาคจากนั้นก็เอาไปส่งไปรษณีย์แล้วก็มาบ่นว่าเดือดร้อนเพราะค่าส่งแพง เงินทองก็ไม่ค่อยมี จนมีคนได้ยินเค้าบ่นก็สงสาร ต้องเอาเงินมาช่วยเค้าอีก เป็นงั้นไป

บางทีเราก็คิดนะ ทำบุญเพราะแค่ไม่ให้น่าเกลียดหรือเสียหน้าแล้วจะได้บุญมั้ย? ทั้งที่ในใจก็ไม่ได้อยากจะทำ ไม่ค่อยมีเงิน หรือไม่ได้ศรัทธา ณ ขณะนั้นก็ตาม บางทีการจะทำบุญทำทานมันควรไม่ทำให้คนอื่นและตัวเองเดือดร้อนไม่ใช่เหรอ นี่เดือดร้อนกันไปหมด

การมองโลกในแง่ร้ายกับการมองโลกด้วยความเป็นจริงก็กั้นเพียงแค่เส้นบางๆเท่านั้นแหละ ก็ขึ้นอยู่กับคนว่าจะมองในมุมไหน





Create Date : 24 มกราคม 2560
Last Update : 24 มกราคม 2560 11:16:18 น.
Counter : 186 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
panaejon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Friends Blog
[Add panaejon's blog to your weblog]