~* ~* ~* ~* ~* ~* ปิดทริปฮ่องกง (ซะที) รีพัลส์เบย์ วัดเชกุง และการเดินทางด้วย AE ~* ~* ~* ~* ~* ~*





สวัสดีค่ะ





หลังจากรีวิวเรื่องการเตรียมตัวสำหรับเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองไปแล้วที่ ลิงค์นี้ (คลิกเพื่ออ่าน)


การเดินทางว่าด้วย "การเดินทาง" ไปแล้วที่ ลิงค์นี้ (คลิกเพื่ออ่าน)


ฮ่องกงในอีกแง่มุม กับ Wetland Park Hong Kong (คลิกเพื่ออ่าน)


รู้จักฮ่องกงมากขึ้นกับ Hong Kong Museum of History และ Science Museum


พาไปเที่ยวกระเช้านองปิง พระใหญ่ วัดโปหลิน และดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง


จากนั้นก็ว่าด้วย การเดินทางจากสนามบินสู่ถนนนาธาน (Eaton Hotel) แล้ว


พาไปเที่ยว วัด Wong Tai Sin และ Nan Lian Garden แบบมีไกด์


พาไปเที่ยวชมความสวยงามยามค่ำคืนกับ SOL ใครเป็นใครที่ Avenue of Stars และ Mongkok แล้ว


พาไปสัมผัสทางเลื่อนที่ยาวที่สุดในโลกกับบางส่วนของโอเชี่ยนปาร์คแล้ว


และชมโชว์ที่โอเชี่ยนปาร์ค (ไอซ์โอดิสซี่) บ้านซานต้า และเดอะพีค แล้ว












และแล้ววันนี้ก็มาถึง

วันที่เราจะได้ประกาศอิสรภาพจากการรีวิวทริปฮ่องกง 6 วัน 5 คืนนี้สักที






รีวิวนี้เป็นรูปส่วนตัวล้วนๆ ซึ่งขอไม่ตอกย้ำเหตุผลแล้วว่าทำไม (เพราะคนอ่านคงได้อ่านจนเบื่อแล้วแหละ) เริ่มเลยแล้วกันค่ะ



วันนั้นเป็นวันที่ 14 ธ.ค. 51 (จะต้องกลับแล้วเหรออออ 6 วันผ่านไป ไวเหมือนโกหกจริงๆ ) วันนั้นเราสองคนตื่นสาย เพราะเมื่อคืนดึกพอสมควรเลยค่ะ



จากนั้นก็นั่งรถเมล์จากป้ายถนนนาธาน (ไม่แน่ใจว่าสาย 1 หรือเปล่า แต่ดูที่ป้ายเอาค่ะ คือนั่งรถทุกสายที่ขึ้นตรงหน้ารถว่า Star Ferry อะค่ะ ขึ้นได้ทุกคันเลย) ค่ารถ 4.2 เหรียญมั้ง แหะๆ ไปลงที่ท่าเรือ จากนั้นก็ไปขึ้นเรือ Star Ferry เห็นมีสองท่าค่ะ คือ Central กับ Wan Chai เราจะไป Causeway Bay ใกล้สุดก็ต้องไปลง Wan Chai ค่ะ


ค่าเรือหว่านจ๋ายคนละ 2.2 เหรียญ มีแต่ชั้นบน ไม่มีชั้นล่าง ใช้บัตรออคโทปุสได้นะคะ เราก็ต้องนั่งรอแถวๆ นั้นก่อน โดยเค้าจะมีป้ายบอกเวลาว่าอีกกี่นาทีค่ะ


พอใกล้ๆ เวลาปุ๊บ ก็ไปรอตรงประตูซึ่งจะเปิดให้ลงเมื่อถึงเวลา คือ ต้องรอให้คนที่มากับเรือจากฝั่งโน้น ขึ้นเรียบร้อยหมดก่อน เค้าถึงจะเปิดประตูให้เราลงค่ะ เรือลำใหญ่มากๆ ค่ะ บรรยากาศตอนเช้าๆ ก็ดีเชียว
















พอขึ้นท่าเรือปุ๊บ เราก็เดินหันหลังให้ทะเล หันหน้าแล้วเดินตรงดิ่งไปอย่างเดียว (จะมีทางเชื่อมระหว่างตึกต่อตึกค่ะ) ไปประมาณ 2 หรือ 3 บล็อก ไม่แน่ใจ เจอถนนที่มีรถรางปุ๊บก็ค่อยลงค่ะ

เพราะเป้าหมายเราวันนี้คือร้าน Chee Kee ค่ะ ซึ่งเป็นร้านที่เราชอบที่สุดแล้วของการตระเวนกินอาหารฮ่องกงรอบนี้ แล้วไปปิดมื้อเช้า (สาย) ด้วยของหวานที่ร้าน Hang Fa Lau สองร้านนี้รีวิวไปแล้วนะคะ





จากนั้นเราก็เดินกลับมา Percival ข้ามถนนไป เดินไปที่ Time Square ค่ะ ไปถ่ายรูปกับดิสเพลย์ต่างๆ หน้าห้างค่ะ


อยากโดนคาบเหมือนรูปนี้อ้ะ
















จากนั้นเราก็เดินไปที่ถนน Hennessy หันหน้าเข้าถนน Hennessy เลี้ยวซ้าย เจอซอยแรกชื่อ Tang Cung จะเจอท่ารถสาย 40 ไปรีพัลส์เบย์ได้ค่ะ

เป็นรถเมล์เล็กนะคะ (คนฮ่องกงเรียกไลท์บัสน่ะ) นั่งได้คันละ 16 คนเท่านั้น ค่ารถ 9 เหรียญ นั่งไปแล้วลงตึกโดนัทเหมือนสายปกติได้เลยค่ะ



สรุปแล้วมาคราวนี้ได้ใช้บริการขนส่งสาธารณะเกือบครบหมดเลยค่ะ (หนึ่งในความตั้งใจของทริปนี้ )

















จุดสังเกต ก่อนถึงตึกโดนัทนะคะ จะผ่านอ่าวน้ำลึกก่อน (ตอนที่ไปมีครอบครัวอยู่ตรงโซนที่เค้าอนุญาตให้ปิ้ง ปิคนิคกันเต็มเลย ควันโขมงเลยค่ะ) ตรงข้ามตึกโดนัท จะมีทางบันไดให้ลงไปที่หาด (ตรงที่ถ่ายรูปนี่แหละค่ะ)
หันหน้าเข้าทะเล ถึงหาดแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงดิ่งๆๆๆ อย่างเดียวก็จะเจอรีพัลส์เบย์แล้วค่ะ













หลังจากนี้เป็นต้นไป ข้อมูลที่รีพัลส์เบย์จะเป็นความเชื่อนะคะ ผู้อ่านควรมีวิจารณญาณด้วยตนเองเด้อค่ะเด้อ








ที่หาดรีพัลส์เบยนี้จะมีเทพเจ้าแห่งความโชคดี อยู่ตรงด้านหน้าเจ้าแม่กวนอิมค่ะ องค์เล็กๆ นะคะ ถ้าไปเช้าๆ จะเห็นชาวจีนต่อแถวยาวเลย (ให้ลูบแล้วเอามาใส่กระเป๋าตังค์)

ส่วนเจ้าแม่กวนอิม ก็จะมีจุดขอพรด้วยนะคะ เป็นสี่เหลี่ยมฝังไว้ที่พื้น ถ้าหันหน้าเข้าเจ้าแม่กวนอิม เราอยู่ประมาณ 5 นาฬิกาอะค่ะ เยื้องๆ จากด้านหน้าเจ้าแม่กวนอิมมาหน่อย

















ข้างๆ เจ้าแม่กวนอิมก็จะเป็นเจ้าแม่ทับทิม
(คนที่นี่จะนับถือมากๆ เพราะเมื่อก่อนฮ่องกงทำอาชีพประมงเป็นหลัก ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลอะค่ะ)


















นอกจากนั้นก็มีสะพานอายุยืน (ที่จริงก่อนถึง ก่อนที่จะเดินลงไปเดินขึ้นสะพาน สังเกตขวามือ จะมีเทพเจ้าแก่ๆ คนหนึ่ง ถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ให้เอาเลขที่บัญชีของสมุดธนาคารไปเขียนพร้อมกับเขียนชื่อนามสกุลเราค่ะ เงินจะไหลเข้าดีมากๆ เคยทำแล้ว เห็นผลทั้งสองครั้ง (แต่จะไหลออกหรือเปล่า ก็แล้วแต่คนนะคะ) อันนี้ไกด์ฮ่องกงคนหนึ่งบอกมา อิฉันก็ทำตามหมดแหะๆ)


สะพานอายุยืน ข้ามจากฝั่งนี้ไปแล้ว ห้ามข้ามกลับค่ะ ต้องเดินวนเอา แต่จะเดินวนมาขึ้นอีกหลายๆ รอบก็ได้นะคะ


ไกด์ฮ่องกงแรกๆ เคยบอกว่า ข้ามหนึ่งครั้งอายุยืน 3 วัน หลังๆ บอก 3 ปี ก็เลยงงแล้วค่ะ ไม่รู้อันไหนถูก เหอๆ

















ส่วนเทพเจ้าแห่งความรัก เค้าเชื่อว่าจะผูกด้ายแดงไว้ที่เท้าของคนที่เป็นเนื้อคู่กันค่ะ (ของญี่ปุ่นนี่ผูกนิ้วใช่ปะคะ?) เค้าให้ไปนั่งคู่กันแล้วอธิษฐาน หุๆ ตอนที่ไป ริบบิ้นแดงๆ ที่อยู่ข้างหลังนั่นมีคนเขียนชื่อตัวเองกับแฟนเต็มเลยค่ะ แล้วเอามาโยงไว้ มีชื่อคนไทยด้วย (แต่ไฟล์รูปที่ถ่ายไว้เสียนะคะ)



เรื่องสีของด้ายนี่ เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเจอ แต่จำได้ไม่หมดแล้วค่ะ

ประมาณว่า สีแดงคือบุพเพ สีดำคือความแค้น สีอะไรก็ไม่รู้คือความคิดถึง ประมาณนี้อะค่ะ แหะๆ

















ส่วนสมุดที่เทพเจ้าถือ ก็ให้เราเขียนชื่อเราและแฟน (ถ้าไปด้วยกัน) แต่ถ้ายังไม่มี ไปเขียน ท่านจะได้หาคู่ ตามมาให้ แต่ถ้ามีอยู่แล้ว แล้วไม่ได้ไปด้วยกัน อย่าเขียนนะคะ เพราะเขียนเราคนเดียว เกิดคนที่คบอยู่ไม่ใช่คู่ ท่านจะหาคู่ที่แท้จริงมาให้ คราวนี้แหละตายเลย เหอๆ



ตัวเทพเจ้าแห่งความรักนี่ ทุกวันที่ 7 เดือน 7 ของแต่ละปี (ตามปฏิทินจีนนะ) ที่ฮ่องกงจะจัดงานด้วยค่ะ เป็นงานวันแห่งความรักในแบบจีนๆ มีพวกประกวดโคมตามสวนสาธารณะด้วย อีกหนึ่งงานที่อยากไปสักครั้งค่ะ ไม่ได้ไปสักทีเลย

















รูปสุดท้าย ณ รีพัลส์เบย์ เป็นศาลาอายุยืนค่ะ อันนี้ไม่แน่ใจ เลือนแล้วเหมือนๆ ว่าแผ่นที่จารึกในศาลา ทุกคำมีความหมายว่าอายุยืนน่ะค่ะ เค้าให้ขอพรตรงกลางของศาลา (ที่มีตัวอักษรเขียนอยู่) เค้าบอกว่า ขอพรตรงนี้จะถึงสวรรค์โดยตรงนะคะ









หลังจากเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราเดินไปออกที่อีกทางค่ะ ซึ่งตรงนั้นจะมีมังกรให้ลูบลูกแก้วตามจุดต่างๆ รวมทั้งเทพเจ้าแห่งความโชคดีอีกองค์หนึ่ง แต่รูปช่วงนี้เสียหมดเลย เลยไม่ได้เอามาให้ดูกันนะคะ ซึ่งออกทางนั้นก็เดินเลาะๆ กลับไปรอรถตรงแถวเดิมได้เหมือนกันค่ะ (แต่จะไกลกว่าเดินเลาะริมหาดหน่อยหนึ่งนะคะ แหะๆ)














เรียบร้อยจากรีพัลส์เบย์ จุดหมายต่อไป ก็นั่งรถสายตระกูล 6 ลงที่ MTR Admirality ค่ะ แล้วก็นั่ง MTR ไปลง Tsim Sha Tsui ออก A1 เพื่อไปยังร้าน Lacoste เพราะต้องไปซื้อเสื้อให้คุณน้องชาย แต่พอโทรไปเช็คราคากับเพื่อนแล้ว ปรากฏว่า ไหงที่นี่แพงกว่าหว่า เลยซื้อมาเฉพาะรุ่น 75th Anniversary ค่ะ ตัวเดียวเลย (เป็นตัวสุดท้ายของร้านด้วย เหอๆ) รูดบัตรไปเลยค่ะ


สรุปแล้วสำหรับร้าน Lacoste ควรรอซื้อตอนเมกะเซลส์นะคะ ช่วงปกติไม่คุ้มค่ะ ไม่ถูกกว่าไทยค่ะ








ช้อปให้น้องเสร็จ ก็มุดดินอีกรอบ เดินไปทาง Tsim Sha Tsui East ค่ะ ไปนั่งเพื่อจะตรงดิ่งไปที่สถานี Tai Wai (ชื่อสถานีเหมือนๆ ไม่เป็นมงคลเลย แหะๆ) ออกทาง B ค่ะ

จากนั้นจะไปเจอท่ารถบัสเต็มเลย หันหน้าเข้าสถานีรถบัส เลี้ยวซ้าย เดินเลาะใต้ตึกจนเจอถนน หันซ้าย จะเจอห้องน้ำสาธารณะ มองเลยไปไกลๆ อีกฝั่งก็วัดเชกุงแล้วค่ะ






วัดนี้มีชื่อเสียงคือ มีการขุดค้นพบกังหันโบราณ ซึ่งคนฮ่องกงเค้าเชื่อว่า จะสามารถช่วยปัดเป่าสิ่งร้ายๆ สิ่งอัปมงคลให้ออกไปจากตัวเราได้ และช่วยพัดพาเอาสิ่งดีๆ มาให้เราค่ะ คนฮ่องกงมักจะมาหมุนกันในช่วงปีใหม่ เพื่อให้ชีวิตมีเรื่องดีๆ เข้ามาตลอดทั้งปีนะคะ

ถ้าใครเคยไปร้านจิวเวลรี่ที่ฮ่องกง ก็จะมีการทำกังหันที่มีจุดประสงค์เพื่อปัดเคราะห์ร้าย หมุนเวียนชีวิตให้ดีขายด้วย ก็คือเอามาทำพิธีที่วัดนี้แหละค่ะ






กังหันที่เราจะหมุนได้เป็นตัวจำลองค่ะ อยู่ในอาคารของท่านเชกุง (ในอาคารถ่ายรูปไม่ได้เลยค่ะ ห้าม) เป็นกังหันเล็กๆ อยู่ติดกับที่หยอดให้บริจาคด้วย เจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้ บอกให้หมุนครั้งเดียวค่ะ (เอ่อ..ได้ยินมาว่า 3 ครั้งนี่นา) แต่ก็ทำตามเขาค่ะ แล้วก็บริจาคเงินไป

ส่วนกังหันโบราณของจริงที่ขุดเจอ จะอยู่ในตู้กระจกตรงติดกำแพงฝั่งประตูเข้าอาคารนะคะ มีทั้งฝั่งซ้ายและขวาเลยค่ะ



เหลือรูปส่วนตัวแค่ที่เอามาแปะนะคะ






















จากนั้นก็ไปซื้อกังหันมาค่ะ 68 เหรียญ (อยากได้ตัวโลหะ แต่แพงมาก ตอนนั้นเงินสดติดตัวเหลือไม่ถึงแล้วค่ะ ลืมแลกเพิ่มอ้ะ )

กังหันที่ซื้อมาก็เลยได้แค่นี้ค่ะ ตามภาพเลย ซึ่งก็เอาไปให้เค้าทำพิธี แต่เค้าหยิบขี้ธูปจากกระถางเล็กค่ะ เราก็เลยขออนุญาตเอาจากกระถางใหญ่มาเพิ่ม (หิ้วขึ้นเครื่องเลย แหะๆ) เพราะไกด์เคยบอกว่ากระถางใหญ่ตรงกลางเวิร์คกว่า



เอามาตั้งที่บ้านแล้ว ก็ไม่รู้ว่ามันประกอบอย่างไร - ท่านใดทราบวานบอกด้วยนะคะ




















ไหว้พระจากวัดเชกุงเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปนั่ง MTR เหมือนเดิมค่ะ คราวนี้นั่งจาก Tai Wai ไปลงที่ Kowloon Tong แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีเขียวไปลง Yau Ma Tei เลย เพราะตอนนั้นเย็นมากแล้ว กะจะไปกินปิดท้ายที่ Mido Cafe ค่ะ ซึ่งก็รีวิวไปแล้วอีกเช่นกัน









หลังจากอิ่มจาก Mido Cafe แล้ว เราสองคนก็รีบตาลีตาลานไปที่โรงแรม Eaton ค่ะ เพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากเค้าไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า จะไปสนามบินยังไง ก็บอกว่าซื้อ AE ไว้จะนั่ง Free Shuttle Bus ของ AE เค้าก็บอกว่า มีสาย K1 ค่ะ จากนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่ไปส่งให้ที่ป้าย K1 ซึ่งก็แค่เดินข้ามซอยเล็กๆ ข้างรร.มาน่ะค่ะ

รถสาย K1 เป็น Free Shuttle Bus รับส่งจากข้างรร. Eaton มาที่ Kowloon Station เลยค่ะ ซึ่งชัตเติ้ลบัสฟรีนี้ มีบริการหลายเส้นทางนะคะ แล้วก็มีทั้งที่ Hong Kong Station ฝั่งฮ่องกง และ Kowloon Station ที่ฝั่งเกาลูนนี้ด้วยค่ะ















ซึ่งป้าย K1 เนี่ยจะอยู่ตรงข้ามกับประตูที่เข้าสู่บันไดเลื่อนขึ้น-ลงของรร. Eaton เลยนะคะ (ไม่ใช่ตรงลิฟท์นะคะ)

อยู่ตรงหน้า Tsui Wah Restaurant ร้านดังร้านหนึ่งของฮ่องกงเลยค่ะ


















สักพักรถ K1 ก็มาค่ะ ซึ่งบนรถก็มีที่วางกระเป๋าให้เรียบร้อยนะคะ



















ตอนเราขึ้นไปมีชาวตะวันตกนั่งอยู่ 2 คน แล้วพอรับเราเสร็จก็ตรงไปสถานีเกาลูนเลย ไปถึงสถานีก็เห็นป้ายเหมือนว่าที่นี่มีรับฝากกระเป๋าแล้วด้วย

เพื่อนๆ คนไหนไป ลองสอบถามหน่อยนะคะว่าฝากได้จริงหรือเปล่า ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รายละเอียดยังไง พอดีตอนเราไปนี่ เฉียดฉิวมากๆ แล้วเลยไม่มีเวลาทำอะไรเพิ่มเลยค่ะ (มัวแต่กินกันอยู่ เหอๆ)


















เดินเข้าไปก็เห็นเคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินต่างๆ ค่ะ (แต่โลว์คอร์สอย่างแอร์เอเชียทำไม่ได้ ) ค่อนข้างโอ่โถงกว้างขวางดีค่ะ ไม่พลุกพล่านนะคะ (หรือเพราะเวลาที่เราไปมันไม่ใช่เวลาที่คนเค้าจะเดินทางกันก็ไม่แน่ใจนะคะ)

















ช่วงนี้ชี้แนะ



สำหรับใครที่ซื้อตั๋ว AE ทั้งแบบ roundtrip (ไป-กลับ) และแบบขาเดียว สามารถที่จะมาเช็คอินทาวน์ที่สถานี Kowloon หรือ Hong Kong ได้นะคะ แต่ต้องเป็นสายการบินแบบไม่โลว์คอร์สเท่านั้น

การเช็คอินทาวน์คือ ท่านสามารถจะเช็คอินตั๋วเครื่องบิน ได้บอร์ดดิ้งพาสมาเลย พร้อมกับโหลดกระเป๋าไปก่อนล่วงหน้าได้ แล้วเมื่อเตร็ดเตร่ เที่ยว+ช็อปเรียบร้อยแล้ว ก็แค่ไปที่สนามบินแล้วก็ไปที่เกทให้ตรงเวลาได้เลยค่ะ ซึ่งสะดวกมากๆ เลย

ทั้งนี้ การเช็คอินทาวน์นั้น สามารถทำได้ตั้งแต่เช้าของวันที่ท่านจะเดินทางเลยค่ะ

ป.ล. สาวไกด์ยังไม่เคยใช้บริการตรงนี้นะคะ ถ้าใครมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็บอกกันได้ค่ะ
















เราก็ลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง เพื่อรอ AE ค่ะ

















ลงไปก็รอที่จะขึ้นรถไฟ ซึ่งตรงบนประตูเปิดให้ขึ้นรถไฟ ก็จะมีบอกว่าต้องผ่านกี่สถานีด้วยค่ะ (จากที่นี่ไป ก็แค่สองสถานีก็ถึงสนามบินค่ะ จะเห็นว่า ก่อนหน้าเรา ต้นสายนั้นจะเป็น Hong Kong Station นะคะ)

















นอกจากนั้นก็มีป้ายบอกด้วยว่า..สายการบินอะไรต้องลง Terminal ที่เท่าไหร่ (แต่ไม่ครบ เหอๆ)














ไม่นานเลยค่ะ รถไฟก็มา (มาจากสถานีฮ่องกง) มีคนบนรถไฟไม่เยอะค่ะ ที่นั่งว่างเยอะเชียว
















ซึ่งบนรถไฟก็จะมีที่วางกระเป๋าใกล้ประตูนะคะ สะดวกค่ะ
















แล้วก็จะมีบอกด้วยนะคะว่า พอถึงสถานี Airport แล้ว Terminal 1 ให้ลงฝั่งซ้าย Terminal 2 ให้ลงฝั่งขวาค่ะ












ที่นั่งเค้าก็ทำเก๋ ด้วยการเว้นที่ว่างข้างใต้ที่นั่งไว้ (ไม่มีเสาค้ำใต้ที่นั่งอ้ะ เก่งๆ) ให้วางกระเป๋าได้ด้วยค่ะ


















ในรถไฟ ยังมีไฟเตือนด้วยว่า ตอนนี้วิ่งจากสถานีไหนถึงสถานีไหนแล้ว (สุดยอด) เรียกว่า ถ้าช่างสังเกตนิดหนึ่ง ไม่มีหลง พลาด ลงผิดแน่นอนค่ะ

















แล้วที่จอ ก็มีย้ำอีกครั้งว่า สายการบินไหน ลง terminal ไหน เช็คอินเคาน์เตอร์อะไร (AL ของเราที่จะเสร็จจะมีขนาดนี้มั้ย อยากให้มีมากๆ จะได้เชิดหน้าชูตามั่งง่ะ)


















แถมย้ำอีกว่า T1 ลงซ้ายนะ T2 ลงขวา อย่าสับสน (ชอบมากมาย ระบบเค้าดีสุดๆ)



















พอถึงสถานี Airport เราก็ลงทางขวา (เทอร์มินอล 2 ) โอ้..เอารถเข็นมาตั้งเรียงรายรออีก (อะไรจะบริการดีขนาดนี้ )
















ได้รถเข็นมาก็เดินเข้าอาคารไปเลยค่ะ เค้าทำเป็นทางลาดลงไปหาเคาน์เตอร์ต่างๆ ที่เช็คอินนะคะ

















ลงปุ๊บ ก็เดินเข้าไปในสนามบินเลยค่ะ ไปเช็คอินที่ Row P น้ำหนักเกินนนนนนน เอาของออกๆๆๆ จนไม่เกินค่ะ



















ของเราเป็น P ที่อยู่ด้านในๆ ติดกับฝั่งร้านค้านะคะ จำเลขไม่ได้จริงๆ ขออภัย แหะๆ
















ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้วววววว (ที่นี่จะแปะ XPRESS BOADING ไว้ที่บอร์ดดิ้งพาสเลยนะคะ)




















ก่อนจะนึกออกว่า เฮ้ย..ยังไม่ได้เอาค่ามัดจำบัตร AE คืนเลย เลยเดินกลับไปที่สถานีใหม่ เอาไปคืนที่เคาน์เตอร์นี้ค่ะ










เค้าก็จะมีสลิปปริ๊นท์ให้ด้วยว่าแต่ละใบเหลือเงินเท่าไหร่ รวมมัดจำแล้วกลายเป็นเท่าไหร่























ตอนนั้นเวลาก็ฉิวเฉียดแล้วค่ะ แต่ก็ยังแวะเข้าห้องน้ำเล็กน้อย อยากให้สุวรรณภูมิเป็นอย่างนี้จังเลย สะอาดสะอ้าน ดูดีอ้ะ









แต่ละห้องมีเนื้อที่กว้างขวาง มีที่วางของ
















หน้าห้องน้ำ มีที่บริการน้ำดื่มด้วยค่ะ(ที่จริงน้ำก๊อกในฮ่องกงดื่มได้นะคะ เพราะไกด์ท้องถิ่นบอกเราเองแล้วตอนไปนี่ เราก็ดื่มนะคะ ใช้ทำกาแฟตอนเช้าด้วยค่ะแต่คนไทย..ชินยากอะค่ะ เนาะ กว่าเราจะกล้ากิน ยังต้องไปบ่อยๆ อะค่ะ)











ก็ปิดท้ายรีวิวแค่ตรงนี้แล้วกันนะคะ ถ้าใครอยากอ่านและดูภาพละเอียดๆ เกี่ยวกับการบินด้วยแอร์เอเชีย คลิกที่ลิงค์นี้แล้วกันค่ะ














สรุปแล้วสำหรับการท่องเที่ยวฮ่องกงครั้งนี้ ก็มีเรื่องที่ตามเก็บได้สมความตั้งใจได้แก่

1. ที่เที่ยวหลักๆ (พลาดไปแต่วัดนางชี)
2. การโดยสารสาธารณะทั้งหมดของฮ่องกง
3. ร้านอาหารที่ลิสต์ไปโดยมาก


และเรื่องที่พลาดไป
1. ร้านอาหาร Yung Kee หลี่หยุ่นหมุ่น และอื่นๆ
2. เล่นดิสนีย์ฯ ไม่ครบโซน
3. เมมกล้องโดนโทรจันรับประทาน ทำให้รูปหายไปครึ่งหนึ่ง ทำรีวิวไม่สมบูรณ์เอาซะเลย



แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นทริปที่ดีทริปหนึ่งค่ะ








ก็หวังว่า รีวิวทริปฮ่องกงนี้คงจะเป็นประโยชน์กับท่านที่คิดจะไปเที่ยวฮ่องกงกันบ้างนะคะ ซึ่งอย่างไรก็ยังแนะนำว่า นอกจากการหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต (ซึ่งควรอ่านหลายๆ เว็บ) แล้ว ก็ควรที่จะหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมด้วย เพราะข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตนั้น บางทีก็ไม่เพียงพอค่ะ (แต่ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตมีข้อดีคือ อัพเดทข้อมูลได้ไวกว่าหนังสือน่ะนะคะ)












ขอบคุณทุกท่านนะคะที่มาชมรีวิวค่ะ

308066/3911/327







Create Date : 27 มีนาคม 2552
Last Update : 27 มีนาคม 2552 8:25:23 น. 41 comments
Counter : 4741 Pageviews.

 
เจิมทันป่าวเนี่ย

ทริปนี้หวานแหววจังน้าดูจากรูปแล้วเนี่ย เก็บรายละเอียดเยอะดี เราไปเหมือนกันแต่จำไรไม่ค่อยได้ อยู่ที่ร้านที่เค้าเซลล์ เซลล์ เซลล์


โดย: Summer Flower วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:8:57:53 น.  

 
ตามมาจดข้อมูลยิก ๆ ตามเคย อิอิ ยิ่งดูรีวิวของพี่สาวไกด์แล้วก็อยากไปจังค่ะ

การเดินทางขนส่งของเค้าทำดีจังเนอะ ดูแล้วสบายใจไม่กังวลว่าจะหลงดีจังค่ะ ^^


โดย: :D keigo :D วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:9:02:20 น.  

 
พี่เก่งจังเลยค่ะ นั่งรถมินิบัสด้วย เวลาลงต้องบอกกะคนขับด้วย แล้วพูดภาษาอะหยังกะเค้าล่ะคะ

มาฮ่องกงคราวหน้าอย่าแวะมาหาหยิงอันด้วยนะคะ เราจะำได้กินไปเมาท์ไปไง


โดย: sailamon วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:9:44:14 น.  

 
ป้าขอทำlink เก็บไว้ที่บล๊อกป้านะจ้ะ เผื่อวันหน้า หยอดกระปุกเต็ม แล้วจะพาลูกไปเที่ยวมั่ง..


โดย: ป้าแก่ (elastigirl ) วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:9:59:21 น.  

 
ไปมาแล้วเหมือนกันครับ

อ่าวนี้เลย

ตามมาเที่ยวต่อนะครับ


โดย: chalawanman วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:10:28:41 น.  

 
อ๊ากกก ด้ายแดงเป็นกองทัพ
ถ้าเราจำไม่ผิด เรื่องสีของด้าย อยู่บนปกหนังสือคุณเบียร์ 55 หนังสือไม่อยู่กับตัวตอนนี้เลยบอกไม่ได้อะ
เมื่อคืนนั่งเขียน draft เรื่องของคินคะคุจิและอื่นๆ เอาไว้อยู่จ้า จันทร์หน้าำจัดไป อุอุ

เสาร์ถ้าพี่ ก มารับก็ไม่เป็นไรเด้อ เจอกันกลางวันก็ได้


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:11:14:12 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนคะ สวยน่าเที่ยวจัง


โดย: sawkitty วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:12:23:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ ..

กิกิกิ .. แล้วได้ผูกด้ายแดงหรือเปล่าคะ .. (น่ารักเนอะ)

ป.ล. ประเทศไทยใกล้มีรถไฟไปสนามบินแว๊ว .. กิกิกิ .. กร๊ากกกกกกกก ..


โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:12:24:17 น.  

 
อ่า อยากไปไหว้เทพเจ้าแห่งความรักบ้างเลยค่ะ หุหุ
แบบว่าจะได้มัดให้อยู่หมัดเลย 5555



เวลาไปเที่ยวนี่คุณสาวไกด์ต้องจดไว้เลยมั้ยคะ ว่าเดินไปทางไหนยังไง เพราะเขียนละเอียดมาก คือถ้าเป็นเราอ่ะนะ กลับมาบ้านก็คงลืมไปแระว่าเดินไปทางไหน 555555


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:12:27:44 น.  

 
ตามมาเที่ยวกับสาวไกด์อีกแล้วค่ะ เราจะมาบอกว่าเราก็จะไปเยอรมันแล้ว ฝากบ้านไว้กับสาวไกด์แล้วกันนะ อิ อิ


โดย: Jujastar วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:12:31:51 น.  

 
สวัสดีค่ะ ..

เดินกลับมาบอกอีกทีว่า ..

BCP จริงๆทำง่ายนะคะ ..

แต่ต้องวันที่ชิวๆ ว่างๆ อารมณ์ดีดีอ่ะค่ะ ..



โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:12:51:33 น.  

 
ขอโทษค่าคุณครู หนูพิมพ์รสชาติ เป็นรสชาด T^T

ตกภาษาไทยอย่างแรง ว่าแล้วเชียวว่าทำไมมันทะแม่งๆหว่า

แก้คำผิดแล้วนะคะ ขอบคุณพี่มากๆค่าที่ช่วยเตือน



โดย: sailamon วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:13:37:14 น.  

 
สวัสดีอีกรอบเด้อ

เออ..ใช่ หน้าจะหน้าปกหนังสือคุณเบียร์หละมั้งนะ

ลืมได้ไงเนี่ย


คัดคำว่า น่า-หน้า มาห้าสิบจบเลย เด็กหญิง ส.ก.

//วิ่งไปหลบในเงามืดใต้ตู้กะแมวแข มีพี่เต้ยยืนหน้าตู้ ถืออาวุธ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:13:48:44 น.  

 
ตามมาเที่ยวกะคุณสาวไกด์คับ ว่าแต่เอาอารายมาแปะหน้าไว้อ่ะคับ อยากแกะออกอ่ะ อิอิ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: maxpal วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:17:22:22 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ตามมาเที่ยวต่อก่อนนอนจ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:22:29:18 น.  

 
"ไกด์ฮ่องกงแรกๆ เคยบอกว่า ข้ามหนึ่งครั้งอายุยืน 3 วัน หลังๆ บอก 3 ปี ก็เลยงงแล้วค่ะ ไม่รู้อันไหนถูก เหอๆ"

^^ พี่เต้ย หนูสงสัยว่า คุณไกด์ฮ่องกงแรกๆ จะหมายถึง 3 วันของสวรรค์รึป่าว

คือ เคยอ่านเจอในหนังสือว่า คนจีนเชื่อกันว่าวันเวลาของสวรรค์กะโลกมนุษย์ยาวไม่เท่ากัน แต่เทียบได้ว่า 1 วันบนสวรรค์เท่ากับ 1 ปีบนโลกมนุษย์นะคะ (แต่บางตำนานเค้าว่าถึง 100 ปีโลกมนุษย์แน่ะ)

แต่ส่วนตัวหนูเชื่อที่ว่า 1 วันบนสวรรค์เท่ากับ 1 ปีบนโลกมนุษย์นะคะ เพราะว่าช่วงก่อนสิ้นปี คนจีนจะพากันเตรียมตัวไหว้ขอบคุณเทพเจ้า โดยเฉพาะเทพเจ้าเตาไฟซึ่งเชื่อกันว่าท่านสถิตอยู่ที่เตาไฟในครัวของทุกบ้านนี้จะมีพิธีการพิเศษ คือ เค้าจะเอาน้ำผึ้งทาที่ปากท่านค่ะ เพราะช่วงสิ้นปี เทพเจ้าท่านจะขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อรายงานต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ว่า มนุษย์คนไหนมีพฤติกรรมดี-ชั่วอย่างไร เพื่อบันทึกไว้รอตัดสินหลังจากที่จากโลกมนุษย์ไปแล้ว รายงานเสร็จแล้ว ท่านก็จะกลับลงมาสถิตที่เตาไฟต่อ เป็นอย่างนี้ทุกปีๆ เลย

คนจีนหัวใส (หรือว่าหัวเสธ. กันแน่) อยากให้ท่านรายงานแต่สิ่งดีๆ เลยเอาน้ำผึ้งทาปากท่านไงคะ (เรียกว่าติดสินบนก็ไม่ผิด อิอิ)


พอเอาตำนาน 2 เรื่องนี้มาคิดๆ เอาก็เลยเชื่อว่าน่าจะเป็น 1 วันบนสวรรค์= 1 ปีบนโลกมนุษย์ เพราะแสดงว่าเทพเจ้าท่านก็ทำงานหนักทุกวัน (ของสวรรค์) นะ แถมไม่มีวันหยุดอีกด้วย (คาดว่าคงไม่มีโบนัส/ขึ้นเงินเดือนเช่นกัน)



โดย: ThE BooK@HoLiC วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:23:54:30 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าคะ สาวไกด์ฯ มีความสุขในวันหยุดนะคะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: sawkitty วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:6:22:19 น.  

 
สนใจเรื่องเทพเจ้าแห่งความรักนี่แหละ เรื่องเดียว คราวหน้ามิพลาด


โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:7:57:10 น.  

 
ต่อป่ายจาป่ายปาเทกอาร่าย อิๆๆๆๆๆ

สงสังคุงสาวไกด์
เป็งแพนเค้กปลอมตัวมา
ถึงมิอาจเปิดเผยใบหน้าได้
อิๆๆๆๆ

เหมียนพ้มเยย
ไอซ์ ศรัญญู
ปลอมัวมา ก๊ากๆๆๆๆๆ

โจ กลับมาแว่ว เพิ่งตื่น จากฝันร้าย ขอบคุงที่ป่ายปลุก อิๆๆๆๆ



โดย: พลังชีวิต วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:11:05 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่สาวไกด์ฯ ... ปะการัง และโลกใต้น้ำไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยค่ะ เพราะไม่ได้เอากล้องลงน้ำง่ะ ไม่มีเกราะหุ้ม


โดย: :D keigo :D วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:15:25:25 น.  

 
แวะมาทักทายวันหยุดค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:18:21:20 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่สาวไกด์ฯ

เห็นรูปแล้วก็มิน่าหล่ะ รอตั้งนานอ่ะน้า แต่วันนี้ขอดูแต่รูปก่อนนะค้า แล้วจะมาอ่านต่อ แบบว่าปวดฟันมากมาย (ไปถอนฟันกรามมานะค่ะ คาดว่าคงต้องผจญเวรผจญกรรมกับฟันอีกหลายอาทิตย์)

วันนี้เลยแวะมาชวนไปทานมะม่วงด้วยกันที่บ้าน ถึงปวดฟันก็ต้องอัพบล็อกซะหน่อย ตั้งใจไว้แล้วนี่เนอะ (ละอายแก่ใจอ่ะน้า เห็นพี่ขยันอัพบล็อกแล้ว เหมือนโดนกระทุ้งให้เร่งมือ) อิอิ


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:21:40:43 น.  

 
สวัสดีค่ะ ..

วันหยุดอย่างนี้ไปเที่ยวลั้ลลาไหนเปล่าคะ ..

ตอนนี้ง่วงมากเลยค่ะ .. ช่วงนี้ง่วงบ่อย .. กิกิกิ ..

แต่นั่งดู The Star อยู่ เพลินๆค่ะ ..

Happy Happy นะคะ ..

ป.ล. กิกิกิ .. น่าจะผูกด้ายแดงไปด้วยนะคะ .. ไม่ต้องเขินหรอก ไม่มีใครรู้จักเรา .. คริคริ ..



โดย: บ้านอุ่นรัก วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:22:04:11 น.  

 
อ๊ากกกกกกกก!! ฮ่องกง ฮ่องกง คิดถึงๆๆ ไม่ได้ไปมากี่ปีแล้วเนี่ย มัวแต่ไปหลงหนุ่มญี่ปุ่น 555


ปล. หนูเอาการบ้านมาส่งแล้วนะคะ ขออภัยที่ช้าไปหน่อยนะคะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tukkatakailan&month=03-2009&date=28&group=3&gblog=22


โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:23:45:13 น.  

 
เมื่อไหร่จะได้ไปฮ๋องกงน้อ

แวะมาบอกว่าภูฎานตอน 6 มาแล้วนะคะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:21:49:12 น.  

 


แวะมาเยี่ยมค่ะ
มีความสุขมากๆ นะคะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:1:42:24 น.  

 
มารายงานตัว ว่าในที่สุดก็อัพบลอกแล้ว 55


โดย: rebel วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:7:19:23 น.  

 
ไม่ต้องซื้อ ซื้อเผื่อแล้วอ่ะ 55


โดย: rebel IP: 203.155.129.130 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:9:35:25 น.  

 
เอ๊ะ เอาเบอร์บัญชีธนาคารกับชื่อไปเขียนได้เลยเหรอคะพี่ ไม่มีโจรมาลอกไปนะ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสไปจะทำมั่ง
Photobucket

ส่วนด้ายเนี่ย ผูกเท้าคิดว่าดีกว่าผูกมือเนอะ เดี๋ยวอีกฝ่ายวิ่งหนีไปจะได้สะดุดแล้วเราจะได้ฉุดกลับมาทัน เหอๆ

แง้ว คนนี้เป็นอิสระไปแล้ว ของอป.พึ่งเริ่มมหากาพย์คันไซ

ปล.ขอบคุณที่ชักดาบตอนขากลับนะคะพี่(อืมม..เป็นการชักดาบที่แปลกจริงๆ) คราวหน้าไม่ยอมจริงๆด้วย แล้วก็ไปหาร้านอร่อยๆกันอีกเถอะ เย้!
ขอบคุณสำหรับหนังสือด้วยค่ะ


โดย: อป.พึ่งหายขี้เกียจ (apple_cinnamon ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:11:20:13 น.  

 
ตามไปด้วยค่ะ
ดีจังละเอียดละออเหมือนไปเองเลยค่ะ

Image hosting by UpPicth.com


โดย: vanilla_ole วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:12:34:57 น.  

 
ขอร้องคุณสาวไกด์ฯว่าต่อไปกรุณาเก็บรักษาไฟล์ภาพให้ดีเลยนะครับ เพราะการเอารูปส่วนตัวมาลงนั้น มันทำให้ผมเกิดความอิจฉามากกกกกกกก โอ้ นั่งเอาศรีษะอิงกันเกือบทุกรูป วงวิวเลยไม่ต้องไปดูกัน รัศมีความสุขมันแผ่กระจาย

จบทริปฮ่องกงซะทีเนาะ ตามอ่านจนเหนื่อยแล้วเหมือนกัน


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:12:40:10 น.  

 
มาทักทายค่ะ จะมาเก็บข้อมูลว่าคุณสาวไกด์ไปงานสัปดาห์หนังสือฯ มาหรือยัง เผื่อจะขอตามไปเก็บหนังสือที่น่าสนใจด้วย

อิจฉาคนไปเที่ยวฮ่องกงนะเนี่ยยย


โดย: CooKiiE วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:15:34:06 น.  

 
+ โอววว มหากาพย์ HK เดินทางมาถึงตอนอวสานแล้วรึนี่ ขนาดวัตถุดิบสาบสูญไปตั้งเยอะ ยังอุตส่าห์เอามาอัพบล็อกได้ยาวนานและละเอียดยิบขนาดนี้ สุดยอดดดด อ่ะครับผม สมเป็น(อดีต)ไกด์มืออาชีพเจงๆ

+ โห! เทพเจ้าเยอะแยะไปหมดเลย ตาลาย ไหว้ไม่ถูก เหอๆ

+ ชอบเก้าอี้ที่เหมือนเบาะลอยให้วางกระเป๋าได้ในรถไฟจังเลยจ้า ออกแบบได้เฉียบเนี้ยบเจงๆ

+ อ่านที่ครูเต้ยบรรยายมาแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสนามบินเช็คแล็ปก๊อกถึงได้ติดอันดับบริการดีต้นๆ ของโลก เพราะทุกอย่างมันสะดวกดายเยี่ยงนี้นี่เอง

+ เสียดายวันเสาร์ที่ผ่านมาพี่ดันมีนัดยาวตั้งแต่คืนวันศุกร์ รวมกันทั้งหมด 3 งานต่อกัน! (มีการนอนมาคั่นตรงกลาง) ตอนบ่ายวันเสาร์ ซักผ้า-ตากผ้าเสร็จ ก็เลยถึงคราวถ่านหมด ไม่มีแรงออกไปไหนต่อแว้ว อดเจอตะกละแก๊งเลยอ่ะจ้า แง้ๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:0:01:21 น.  

 
ทะมายเซนเซอร์เยอะจัง

แฮ่...


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:2:10:09 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะ ^^"

ปะการังสวยมาก ๆ เลยค่ะ เห็นเพื่อนบอกว่า ถ้าหอยเม่นเยอะ แสดงว่าสภาพธรรมชาติยังดีอยู่ ... ถ้าจริงก็ดีอ่ะค่ะ เพราะหอยเม่นเยอะมากมาย เล่นเอากลัวไม่กล้าลอยตัวไปใกล้ ๆ เลยอ่ะ ^^"

หลับฝันดีนะคะ


โดย: :D keigo :D วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:2:58:02 น.  

 
อ่า เซ็นเซอร์หน้าเต็มเลย 555


โดย: merveillesxx วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:4:50:11 น.  

 
ห้องน้ำเค้าดูดีจังเนาะ


โดย: koipotter วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:12:19:09 น.  

 
มาตามอ่านตอนจบค่ะ


โดย: The Best of Me วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:14:53 น.  

 
ตามมาอ่านต่อนะสาวไกด์
a href="http://glitter.kapook.com/category.php?category_id=60&sid=5c935815604f6f64fad1ae8a86332867" target="_blank">


โดย: ตัวp_box วันที่: 2 มิถุนายน 2552 เวลา:16:39:21 น.  

 
ทำไมไม่เปิดเผยใบหน้าล่ะคุงไกด์กลัวผิดอะไรรึ


โดย: เอฟ IP: 223.16.14.92 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา:18:22:02 น.  

 
^
^
เอ่อ..ไม่มีอะไรผิดค่ะ แต่ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเผยโฉมให้คนอื่นเห็น

จะให้เห็นไปเพื่ออะไรอะคะ? จะให้คนอื่นเอารูปเราไปทำอะไรโดยไม่รู้ทำไม ป้องกันอะไรได้ก็ป้องกันน่ะค่ะ

ยกเว้นบางเว็บที่วัฒนธรรมเค้าเน้นว่าต้องเห็นหน้า อันนั้นเราก็ไม่เซนเซอร์ค่ะ

ว่าแต่..คุณมาจากไหน จู่ๆ ก็มาถามอะไรอย่างนี้อะคะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 ธันวาคม 2554 เวลา:9:32:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 175 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
http://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
27 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.