เจ้าของบล็อกนี้ไม่มีนโยบายติดต่อไปร้านอาหาร โรงแรมหรืออื่นใดเพื่อรีวิวก่อนนะคะ ถ้ามีใครติดต่อไปโดยอ้างชื่อจขบ. แสดงว่าไม่ใช่ตัวจริงค่ะ

###### รีวิวโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขา 3 แจ้งวัฒนะ ######





สวัสดีค่าา



เอนทรี่ล่าสุด รีวิวร้านอะหมัดรสดี พระรามเก้า ซุปอร่อยเลิศมากค่ะ





สำหรับวันนี้ก็จะพาไปบล็อกเกอร์ปาร์ตี้กันอีกครั้งนะคะ แต่เจ้าภาพรอบนี้เปลี่ยนจากคุณอ้น มาเป็นน้องเหมียว ณ nanareview.com แทนค่ะ ซึ่งปาร์ตี้รอบนี้จัดที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาแจ้งวัฒนะนี่เป็นสาขาน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมาเนี่ยเองหละค่ะ (แต่ขอบอกว่า ถึงจะเปิดแค่ไม่กี่วัน (เราไปวันที่ 22 สิงหาค่ะ) แต่โดยรวมถือว่าดีนะคะ การบริการนี่ดีมากเลยแหละ เดี๋ยวจะเล่าต่อในรีวิวแล้วกันนะคะ)


สำหรับประวัติของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ก็อปมาจากน้องเหมียว (ฮา) ดังนี้นะคะ

โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2542 (ค.ศ.1999) จากแนวคิดที่ต้องการให้คนไทยมีโอกาสได้ดื่มด่ำรสชาติเบียร์สดรสเยี่ยมแบบต้นตำรับเยอรมันแท้ๆ โดยการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรผลิตเบียร์ และวัตถุดิบหลักที่ดีมีคุณภาพจากประเทศเยอรมันพร้อมด้วยผู้ปรุงเบียร์ (Brew master) ชาวเยอรมัน โดยเปิดกิจการโรงเบียร์ฯขนาดเล็ก ที่เรียกว่า Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย ควบคู่กับอาหารรสชาติคุ้นลิ้นแบบคนไทยภายใต้ชื่อ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง (Tawandang German Brewery) สาขาแรกที่ถนนพระราม 3 ปี ต่อมา พ.ศ. 2548 ก็ได้ขยายสาขาที่ 2 คือ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงเลียบทางด่วนรามอินทรา และสาขาที่ 3 ในปีพ.ศ.2558 ที่แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นกิจการของผู้ประกอบการคนไทยที่ได้สร้างตำนานแห่งโรงเบียร์ฯ ของคนไทยที่น่าภูมิใจมาเกือบ 2 ทศวรรษ


ร้าน (สาขาแจ้งวัฒนะ) เปิดเมื่อวันที่ 7 ส.ค.58 บนพื้นที่ 7 ไร่ เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สำหรับงบลงทุนโรงเบียร์เยอระมันตะวันแดง สาขาแจ้งวัฒนะ บริษัทได้ใช้งบลงทุนไปประมาณ 200 ล้านบาท ตัวอาคารมีพื้นที่ 5,000 ตร.ม. ใช้เวลาก่อสร้างราว 7 เดือน ด้านหน้าสามารถจอดรถได้ถึง 250 คัน และมีชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถอีก 100 คัน ส่วนบรรยากาศและการตกแต่งภายในนั้น ยกระดับความหรูหราให้เหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Boutique Industrial Design” สามารถจุคนได้ถึง 1,200 ที่นั่ง นอกจากนี้ ตัวพื้นยังมีการยกเป็นเสต็ปลดหลั่น 3 ชั้น แบบไม่มีเสาคั่นตรงกลาง เพื่อรับประกันว่าทุกที่นั่งจะสามารถมองเห็นการแสดงบนเวทีได้อย่างชัดเจนเพื่อความสุนทรีย์ในการชมการแสดงอย่างใกล้ชิดเสมือนอยู่ในโอเปร่าเฮ้าส์ของต่างประเทศ พร้อมกันนี้บริษัทยังได้จัดสรรพื้นที่ห้อง VIP สำหรับลูกค้าที่ต้องการสังสรรค์เป็นกลุ่ม เพื่อรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 20-200 คนเป็นต้นไป

โทรศัพท์. 02-9605511 -2 ร้านเปิดให้บริการทุกวันเวลา 17.00-01.00 น.




ท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถไปดูได้ที่เว็บไซต์นี้นะฮับ

http://tawandang.co.th/







เปิดตัวรีวิวนี้ด้วยภาพของร้านยามค่ำคืนก่อนเลยแล้วกันนะฮับ









สำหรับวันนั้น เราเดินทางด้วยการขับรถไปเอง (เพราะกะว่าจะไม่ดื่มอยู่แล้วค่ะ แถมอีกวันต้องไปอบรมต่ออีก มิควรอะนะคะ) ไปตาม google map จากแถวสาทร ก็วิ่งออกเส้นแถวๆ ราชพฤกษ์อะค่ะ จนเข้าแจ้งวัฒนะ ลงสะพานข้ามแยกยาวๆ ปุ๊บ ที่จริง google map ให้เลี้ยวซ้ายแล้วไปยูเทิร์นขึ้นสะพานข้ามหัวที่ตัดข้ามถนนแจ้งวัฒนะค่ะ แต่เราเลย (แบบไม่แน่ใจว่าให้เลี้ยวจริงเหรอฟระ??) ก็เลยถามเหมียว (จอดรถข้างทางใต้สะพานข้ามหัว) เหมียวบอกว่าให้ยูเทิร์นมา พอดี๊ จากแยกนั้นนิดเดียวมียูเทิร์นค่ะ โชคดีมาก พอยูเทิร์นเสร็จก็รีบชิดซ้าย เลี้ยวเข้าแยกที่จะมี Naraya อยู่ แล้วก็จะเจอโรงเบียร์ฯ สาขานี้เลยหละฮับ


เผื่อใครนึกภาพไม่ออก เอาแผนที่ร้านมาแปะให้ดูแล้วกันเนาะ







ที่นี่ถ้าจะจุแล้วจุได้เต็มๆ ถึง 1200 คนเลยนะคะ แล้วก็มีห้องส่วนตัวทั้งหมดสี่โซนด้วยกัน โดยเล็กสุดอยู่ที่ 20 คน และห้องใหญ่สุดได้ถึง 200 คนเลยค่ะ ซึ่งมีทั้งชั้นล่างและชั้นบนนะคะ



ดูคิวคนจองมาซะก่อน เหอๆ นี่เพิ่งเปิดจริงอ้ะ







ต่อไปค่ะ พอเดินเข้าไปด้านในปุ๊บก็จะเจอพนักงานยืนรอไหว้และกล่าวต้อนรับเลย น่ารักมากๆ อ้ะ ชอบจัง หรือถ้าใครมาแล้วยังไม่อยากไปที่โต๊ะ เค้ามีโซนให้นั่งชิลล์ๆ แบบนี้ด้วยนะคะ อิอิ

พอผ่านไปแล้ว มองไปทางซ้ายมือก็จะเป็นส่วนที่เป็นเวทีของวงดนตรีและการแสดงต่างๆ แล้วค่ะ โซนทางขวาก็มีที่นั่งอีกเช่นกัน รวมทั้งบันไดขึ้นไปชั้นบน ซึ่งมีบันไดแบบนี้ทั้งสองฝั่งด้วยค่ะ








ให้ดูภาพโดยรวมของที่นี่นะคะ จะเห็นว่าลักษณะการสร้างจะออกแนวโรงละครโอเปร่าเลยหละค่ะ มีโถงและเพดานสูงกว้างขวาง และมีที่นั่งชั้นบนรายล้อมด้วยนะคะ แล้วเวทีก็ใหญ่ยักษ์มากๆๆๆ

สำหรับตัวห้องส่วนตัว จะมีอยู่ที่ชั้น 1 ด้านข้างทั้งสองฝั่งค่ะ ซึ่งห้องที่ใหญ่สุดที่จะรับได้ 200 คนก็อยู่ชั้นล่างด้านติดกับทางเข้าหละนะคะ ส่วนชั้นบนจะมีห้องหนึ่งที่ได้ 60 คน ส่วนห้องที่อยู่ทางด้านหลังจะสามารถแบ่งย่อยได้เป็นสี่ห้องๆ ละ 25 คนหรือเปิดถึงกันกลายเป็น 100 คนด้วยค่ะ

นอกจากนั้นที่นี่ก็ยังมีการแสดงทั้งดนตรีไทยเอย แนวๆ คาบาเรต์เอย ศิลปวัฒนธรรมไทยเอย และนักร้องมากมาย ที่มีหลากหลายสไตล์ทั้งเพลงไทย สากล ลูกทุ่ง เพลงไพเราะ เพลงแดนซ์ เรียกว่ากินรวบหมดสำหรับลูกค้าทุกเพศทุกวัยกันเลยทีเดียวหละฮับ












โซนด้านหลังของชั้นล่างจะเป็นลักษณะของเคาน์เตอร์ค่ะ จากเว็บน้องเหมียวบอกว่า ที่เห็นอยู่ตรงกลางเคาน์เตอร์นั่นน่าจะเป็นในส่วนของ boiling นะคะ ส่วนที่อยู่ในห้องกระจกใสๆ นั่น น่าจะเป็น Storing เก็บเบียร์พร้อมเสิร์ฟหละค่ะ

ที่พิเศษอีกอย่างคือ สาขานี้มีอาหารญี่ปุ่นจำหน่ายด้วยนะคะ ชื่อว่า YUYAKE SUSHI BAR ค่ะ
 เห็นเจ้าหน้าที่ทางร้านแจ้งว่าเป็นสาขาเดียวของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงที่มีอาหารญี่ปุ่นในลักษณะนี้ด้วยหละค่ะ 










มาดูเมนูกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับเบียร์จะมีด้วยกันสามชนิดนะคะ (ลอกเหมียวมาอีกเช่นกัน อิอิ) คือ

1. ลาเกอร์เบียร์ : Lager Beer

เบียร์สีทองที่ใช้ยีสต์ชนิดจมเป็นเชื้อ หมักบ่มนาน 28 วัน รสชาตินุ่มลิ้น ฟองเบียร์น้อย มีกลิ่นหอมของดอกฮ๊อป ปริมาณแอลกอออล์ประมาณ 5%


2. ดุงเกลเบียร์ : Dunkel Beer


รู้จักกันในชื่อของ “เบียร์ดำ” หมักบ่มนาน 28 วัน มีรสหวานเจือรสขมจางๆของมอลต์ที่คั่ว จนหอมแล้วเป็นสีดำ ปริมาณแอลกอออล์ ประมาณ 4.5%


3. ไวเซ่นเบียร์ : Weizen Beer

เบียร์กลิ่นผลไม้ ใช้ยีสต์ชนิดลอยเป็นเชื้อ มีระยะเวลาหมักบ่ม 19 วัน ผลิตจากมอลต์ที่ได้จากข้าวสาลี หรือผลไม้ ฟองมากนุ่มลิ้น มีกลิ่นหอมรสผลไม้ ปริมาณแอลกอออล์ ประมาณ 5.5%



โดยสามารถเลือกได้อีกเช่นกันค่ะว่าจะสั่งเป็นแก้ว (ซึ่งก็มีตั้งแต่ไซส์ 0.3 หรือ 0.5 ลิตร (แต่แบบหลังจะมีแก้วแบบพิเศษสำหรับไวเซ่นเบียร์นะคะ ดูรูปจากเมนูเอาเนาะ)) หรือว่าจะสั่งเป็นทาวเวอร์ จุได้ 2-3 ลิตรค่ะ (หรือจะสั่งเป็นเหยือกๆ ละหนึ่งลิตรก็ได้นะคะ)

ส่วนเมนูแนะนำก็อยู่ที่หน้าคู่แรกของเมนูเลยค่ะ จะมีพาดหัวว่าจานเด็ดโรงเบียร์เลยค่ะ ส่วนราคาอาหารก็มาตรฐานของร้านสไตล์นี้หละนะคะ ไม่ได้ถูกแต่ก็ไม่ได้แพงกว่าปกติค่ะ














มาดูหน้าตาเบียร์ของจริงกันบ้างดีกว่านะฮับ

จากซ้ายไปขวา จะเป็นแก้วขนาด 0.3 0.5 0.5 ลิตรค่ะ ส่วนเบียร์ก็จะเป็น ดุงเกล ลาเกอร์ และไวเซ่นค่ะ







ที่รองจานค่ะ มีอาหารกินเล่นเป็นตัวอย่างให้ดูด้วยนะฮับ







ภาพของบล็อกเกอร์ชุดแรกๆ ที่ไปกันค่ะ ก็มีทั้งคุณอ้น ลุงอ้วนกินกะเที่ยว น้องเหมียว ตอนนั้นน้องชื่น คุณเบนซ์ และน้องจ๊ะจ๋ายังไม่มา แต่เดี๋ยวจะมีภาพรวมหมู่อีกครั้งนะฮับ















บางส่วนของการแสดงที่โรงเบียร์วันนั้นค่ะ จะเห็นว่ามีทั้งการแสดงแบบไทยๆ โชว์แดนซ์ โชว์แนวคาบาเรต์ โชว์จากคุณไมเคิล ตั๋ง (ก็อปปี้โชว์) และนักร้องที่ค่อนข้างหลากหลายนะคะ เท่าที่เห็นก็ราวๆ 7 คนค่ะ มีชาวต่างชาติด้วยหละ ที่เก๋คือ มือเครื่องเป่านี่หญิงล้วนๆ ทั้งสามคนนะคะ เท่อ้ะ ชอบๆ กรี๊ดๆ อ้อๆ แถมยังมีการโฆษณาคั่นด้วยนะคะ อย่างฮา







เอาคลิปการแสดงหนึ่งมาให้ดูนะคะ









เอาหละค่ะ มารีวิวอาหารกัน (สักที) ดีกว่าเนาะ สามอย่างแรกค่ะ กับเมนูกินเล่น เรียกน้ำย่อยกันนะคะ ได้แก่ กุ้งเรือนแก้ว หมูสะเต๊ะ และข้าวเกรียบกุ้งค่ะ เราไม่ได้กินข้าวเกรียบกุ้งนะคะ แต่อีกสองอย่างได้กินค่ะ

อย่างแรก กุ้งเรือนแก้ว กุ้งเป็นแบบตัวเล็กนะคะ ทำมาได้กรอบนอกนุ่มในดีค่ะ ตอนกินเปล่าๆ ไม่มีรสชาติเด่นอะไรค่ะ แต่กินกับซอสแล้วช่วยชูรสได้ดีขึ้นค่ะ อร่อยกว่าตอนกินแบบไม่จิ้มซอสค่ะ

ส่วนตัวหมูสะเต๊ะ หมูทำมาได้นุ่มหอมมากเลยค่ะ น้ำจิ้มรสชาติดี อาจาดยังไม่เป๊ะ แต่โอเคค่ะ เสียดาย ถ้าอาจาดเลิศอีกอย่างจะปังมากมาย แฮ่...



















นอกจากเบียร์แล้วก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ อาทิ ค็อกเทลด้วยนะคะ อย่างวันนั้นก็มีน้องจ๊ะจ๋าสั่งบลูฮาวายมา กับชื่นสั่งคาลัวร์มาค่ะ ส่วนคน non-alcohol เหมือนเราสั่งมะนาวปั่น ของเราเป็นมะนาวโซดาค่ะ อิอิ













มาที่จานหลักกันบ้างเนาะคะ เป็นยำรวมมิตรทะเลค่ะ รสจัดใช้ได้ค่ะ วัตถุดิบโอเคอยู่นะคะ แต่ปกติเรากินยำรสชาติจัดกว่านี้อะนะคะ แต่สำหรับคนทั่วไปน่าจะโอเคแล้วหละค่ะ








ต่อไปค่ะกับ ตำไทยใส่ปู รสไม่ได้จัดจ้านมากค่ะ เผ็ดน้อยเลยแหละ แล้วก็กรณีเป็นตำไทยใส่ปู เราจะชอบให้หวานกว่านี้อีกนิดค่ะ ถ้าคนไม่ชอบหวานน่าจะโอมั้งคะ แต่ที่ชอบคือเค้าใช้พริกขี้หนูสวนหละ เสียดายค่ะ ถ้าจัดกว่านี้จะเป๊ะมากสำหรับเรา แหะๆ








ต่อไปค่ะ อย่างที่บอกว่า ที่นี่เป็นสาขาเดียวที่มีเคาน์เตอร์อาหารญี่ปุ่นนะฮับ ทางร้านก็สั่งเซ็ตซาชิมิมาให้ ซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบหลากหลายตามภาพ หน้าตาดูดีเลยหละค่ะ แต่เราไม่ได้ชิมน่อ เลยเอาภาพมาให้ดูเฉยๆ นะคะ









ข้าวห่อสาหร่ายแคลิฟอร์เนียค่ะ มาคำค่อนข้างใหญ่เหมือนกัน กินในคำเดียวไม่หมดะค่ะ แหะๆ โดยรวมก็ปานกลางค่ะ ไม่ถึงกับร้านญี่ปุ่นดีๆ แต่โอเคนะคะ ไม่ได้เลวร้ายหละค่ะ








และแล้วทาวเวอร์ก็มาาาาาาาาาา เอ่อ..ไม่ได้ดื่มเบียร์นานมาก เราว่าทาวเวอร์ที่นี่ยาวกว่าที่อื่นหละ ชิมิคะ ดูจากความสูงของลุงอ้วนได้ค่ะ สูงเลยหัวอีกง่ะ เราว่ายาวกว่าปกติค่ะ แต่ไม่เฟิร์มน่อ แหะๆ








ต่อไปค่ะกับเกาเหลาเย็นตาโฟทรงเครื่อง เป็นหนึ่งในเมนูแนะนำของทางร้านค่ะ

สำหรับรสชาติ เราว่าตัวน้ำซุปอร่อยค่ะ รสจัดใช้ได้เลย แต่ตัวเครื่องเย็นตาโฟ ลูกชิ้นปลาบางลูกมีกลิ่นคาวนิดหน่อยค่ะ








อีกหนึ่งเมนูค่ะ กับกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

เรากินไปชิ้นเดียว ซึ่งชิ้นที่เรากิน มีกลิ่นไหม้นิดหน่อยค่ะ แต่รสชาติโดยรวมอย่างอื่นโอเคนะคะ








ผัดผักบุ้งซอยตะวันแดงค่ะ อีกหนึ่งเมนูแนะนำเช่นกันนะคะ

ตัวนี้ผัดมาได้กำลังกรอบสดค่ะ ชอบสัมผัสของเส้นผักบุ้งในปากมาก รสออกแนวนวลๆ ไม่เหมือนผัดผักบุ้งทั่วไปเท่าไหร่ (ปกติรสจะเข้มและเค็มกว่านี้ค่ะ) แต่ก็โอนะคะ อร่อยอีกแบบ ถ้าใครชอบผัก จะสั่งเมนูนี้ก็ได้นะคะ








และอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของที่นี่ค่ะ มาร้านนี้ไม่สั่งนี่ผิดผีมากๆ กับขาหมูทอดตะวันแดง กรอบนอกสุดๆ ในก็ยังนุ่ม แถมน้ำจิ้มเด็ดมากค่ะ อร่อยค่ะ ชอบอ้ะ กินแบบต้องทำเป็นลืมๆ ไขมันไปชั่วขณะหนึ่งกันเลยทีเดียว Smiley ส่วนตัวมันบดที่มาด้วยกัน ที่นี่เค้าบดแบบหยาบๆ ค่ะ ไม่ได้หอมเนยเด่นมาก ตัวนี้ขาหมูเป็นพระเอกมากกว่านะคะ







ต่อไปค่ะกับไส้กรอกรวม ซึ่งประกอบไปด้วยไส้กรอกชีส ไส้กรอกเวียนนา ไส้กรอกปาปริก้า และไส้กรอกเดินเบิร์กค่ะ (ในรูปนี้ขาดชีสนะคะ) สำหรับรสชาตินะคะ ตัวเดินเบิร์ก เนื้อหมูมาเต็มๆ ดีค่ะ แทบไม่ได้รสชาติแป้งหรืออื่นๆ เลย แต่เค็มนำพอควร ตัวเวียนนามีกลิ่นเครื่องเทศเยอะกว่าเดินเบิร์ก และเค็มไม่เท่านะคะ ส่วนตัวปาปริก้า รสและกลิ่นจะชัดที่สุดค่ะ มีความเค็มนิดๆ เรากินแบบไม่จิ้มซอสเลยนะคะ แต่ถ้าจิ้มซอสเราว่ารสน่าจะบาลานซ์กับความเค็มพอดีค่ะ










ปลากระพงทอดน้ำปลานะคะ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำเช่นกันค่ะ แต่ได้แต่เอาภาพมาให้ดูนะคะ เพราะ..มันมาไม่ถึงฝั่งอิชั้นฮ่ะ คอมเม้นท์ไม่ได้ จะสั่งใหม่ก็เกรงใจร้านเค้าอะนะ (ที่จริงร้านก็บอกหละว่าสั่งเพิ่มได้ แต่เห็นคนอื่นๆ สั่งเมนูอื่นๆ อีกมันเยอะแล้วง่ะ เลยไม่สั่งดีกว่า) ดูภาพอย่างเดียวแล้วกันนะฮับ








ต่อไปค่ะกับเมนูเส้นหมี่แกงปูใบชะพลู เป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อยค่ะ รสชาติแกงปูใบชะพลูโอเคมากค่ะ ไม่เผ็ดจัด ไม่เข้มข้นเท่าน้ำยาปูของระย้า แต่โดยรวมแล้วก็อร่อยใช้ได้ค่ะ หอมเครื่องแกง (วันนั้นกินแกงไปสองเมนู เราว่าที่นี่ใช้เครื่องแกงโอเคค่ะ ไม่รู้ว่าทำเองหรือมีเจ้าประจำนะคะ) 









แกงส้มไหลบัวค่ะ ตัวนี้เป็นอีกเมนูที่ทำให้เรารู้สึกว่าใช้เครื่องแกงค่อนข้างดีค่ะ เรากินคำแรกคือนึกถึงแกงส้มมะรุมที่เคยกินสมัยเด็กเลยอ้ะ (แต่รสชาติที่นี่จางกว่านิดหน่อยค่ะ) ตัวไหลบัวก็อร่อย (ถ้าใครชอบอะนะคะ) กรุบฉ่ำค่ะ ถ้าใครอยากหากับข้าวแนวๆ นี้กินกับข้าวสวย ก็เป็นอีกเมนูที่น่าสนใจนะคะ

แล้วก็เลยไปหาข้อมูลความแตกต่างระหว่าง "สายบัว" กับ "ไหลบัว" ซึ่งได้มาจากกระทู้หนึ่งของพันทิปดังนี้ค่ะ

สายบัว คือก้านดอก - ดอกบัวของบัวสาย ที่มีดอกสีแดงเป็นส่วนใหญ่ มีสีขาวบ้างพอประปราย

ไหลบัว หรือ หลดบัว เป็นสายบัวที่เป็นช่วงต้นที่ขยายพันธุ์ มีปลายแหลมใช้แทงใช้มุดดินไปเพื่อขยายอาณาเขต จะมีเปลือกหุ้มอยู่เช่นกัน 
















อีกหนึ่งเมนูที่มาไม่ถึงข้าพเจ้าค่ะ อย่างเสียดาย แต่ตอนถ่ายรูปนี่น่ากินมาก กุ้งตัวใหญ่ๆ หอมกลิ่นวุ้นเส้นและเครื่องเคราพอควรเลยค่ะ แต่ไม่ได้กินก็คอมเม้นท์ไม่ได้อะนะฮับ เดี๋ยวรออ่านจากบล็อกอื่นแล้วกันเนาะ แฮ่...






























ต่อไปค่ะ ลาบทะเล

เมนูนี้รสชาติจัดจ้านใช้ได้ค่ะ (แต่เรากินจัดกว่านี้ แฮ่..) แต่รสโอเคเลยค่ะ ทว่ามีรสอะไรบางอย่างแหลมขึ้นมาไปนิดหนึ่ง ส่วนตัววัตถุดิบก็สดในระดับหนึ่งนะคะ 








ปลาช่อนลุยสวน อันนี้เราได้กินตอนเย็นแล้วอะนะคะ รสชาติของเครื่องเคราจัดจ้านดี เนื้อปลา เนื่องจากเรากินตอนเย็นมากๆ แล้ว (หมายถึงอุณหภูมินะคะ ไม่ใช่เวลา ตึ่งโป๊ะ) เนื้อมันเลยค่อนข้างแข็งไปค่ะ ถ้ากินตอนร้อนๆ น่าจะกำลังดีนะคะ








ต่อไปฝั่งเราเริ่มสั่งผลไม้กับของหวานกันแล้วค่ะ (แต่อีกฝั่งยังสั่งของคาวกันอีก เดี๋ยวมีภาพให้ดูนะฮับ) ผลไม้ก็ปกติทั่วไปค่ะ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษนะฮับ ส่วนไอศกรีมมาแบบรวมมิตรราวกับแผ่นดินไหวของอีกร้านเลย อร่อยทุกรสเลยค่ะ ไอศกรีมแบบยี่ห้อพรีเมี่ยมแน่เลย แต่ถามเจ้าหน้าที่ร้านแล้วเค้าบอกว่าไม่ทราบว่าของอะไรง่า เสียดายเหมือนกัน แต่อร่อยค่ะ ชอบช็อกโกแลตกับสตรอเบอรี่มากๆ สตรอเบอรี่มีเนื้อสตรอเบอรี่ด้วยนะเอ้า ส่วนช็อกโกแลตเข้มข้นดีค่ะ ส่วนรัมเรซิ่นขนาดเราไม่ค่อยชอบรสนี้ เรายังว่าอร่อยเลยค่ะ โอเลย 









เมนูซี่โครงอ่อนย่างตะวันแดง หนึ่งในเมนูแนะนำของทางร้าน ที่เราไม่ได้กินนะคะ ของอีกฝั่งหนึ่งค่ะ แหะๆ แต่ถ่ายรูปมาให้เห็นหน้าตาว่าประมาณนี้หละนะฮับ









และอีกสี่เมนูที่ไม่ได้กินค่ะ รออ่านรีวิวจากบล็อกอื่นละกันนะคะ









มาต่อที่ของหวานแบบไทยๆ บ้างค่ะ ในรูปขาดบัวลอยนะคะ มีรวมมิตร สาคู กล้วยบวชชีและสละลอยแก้วนะคะ

เรากินกล้วยบวชชีค่ะ กล้วยนิ่มดี น้ำกะทิ ไม่น่าจะใช่น้ำกะทิกล่อง แต่รสก็ไม่เหมือนกะทิสดค่ะ เลยงงอยู่ แต่โดยรวมโอเคค่ะ กินได้นะคะ








เก็บบรรยากาศยามดึกมาให้ค่ะ ที่นี่ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ ยิ่งดึกยิ่งมันนะฮับ วงดนตรีจะเล่นกันแบบให้แดนซ์เลยล่ะฮ่ะ

แต่ที่เราชอบคือ มีการอวยพรวันเกิดให้กับคนที่มาฉลองวันเกิดที่นี่ด้วยนะคะ มีเค้กและพนักงานมาร้องเพลงด้วย อย่างที่นักร้องขึ้นมาทั้งหมดนั่นก็มาร้องเพลงวันเกิดค่ะ น่ารักอ้ะ เราว่าเป็นกิมมิคที่เก๋และน่ารักดีค่ะ










มาดูนักร้องร้องสด (กับเพลงชาติ อิอิ) แบบเป็นคลิปกันบ้างนะคะ







ปิดท้ายเอนทรี่นี้ด้วยภาพหมู่ของบล็อกเกอร์ ณ วันนั้นนะคะ เอ้า...ชีสสสสส










สรุปสำหรับร้านนี้นะคะ เราว่าโดยพื้นที่ของร้าน สถานที่จอดรถแล้วเหมาะอย่างยิ่งสำหรับทั้งการรับลูกค้าจำนวนมาก กรุ๊ปต่างๆ (แต่ยังไม่มีเซ็ตราคาสำหรับกรุ๊ปนะคะ ก็ต้องสั่งเอาจากเมนูค่ะ) และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย จะมากินอาหารอร่อยๆ จะพาลูกๆ มากินข้าว มาฟังเพลง มาฉลองวันเกิด (ซึ่งมีเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำ) หรือจะมาแดนซ์กันตอนดึกๆ ก็มีอีกเช่นกัน แถมระหว่างนั้นก็จะมีเกมมาร่วมสนุกอีกเป็นช่วงๆ ด้วยค่ะ


นอกจากนั้นอาหารหลายๆ เมนูก็อร่อยเลยนะคะ เรียกว่านอกจากบรรยากาศแล้ว อาหารก็อร่อยด้วย แถมที่สำคัญ (ที่อยากให้รักษาไว้ตลอด อย่าเสียมาตรฐานนะคะ) คือ พนักงานทุกคนบริการดีมาก แม้แต่คุณแม่บ้านที่ดูแลในห้องน้ำ น้องๆ ที่ต้อนรับ เด็กเสิร์ฟ ทุกคนเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเทรนมาอย่างไร แต่ชื่นชมมากๆ ค่ะ





มาดูคะแนนกันดีกว่าเนาะ


การให้คะแนน (ความคิดเห็นส่วนตัวสุดๆ นะคะ)

รสชาติ
 ขาหมูทอดตะวันแดง A / ไอศกรีม A / หมูสะเต๊ะ B++ / เส้นหมี่น้ำยาปู B++ / กุ้งแก้ว B+ / ผัดผักบุ้ง B+ / ไส้กรอกรวม B+ / 
เย็นตาโฟหม้อไฟ B+ / แกงส้มไหลบัว B+ / ลาบทะเล B / แคลิฟอร์เนียโรล B / ตำไทยใส่ปู B / กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา B / กล้วยบวชชี B+
วัตถุดิบ B+
การบริการ A
บรรยากาศ B+
ราคา B+
ความสะอาด B+
ความคุ้มค่า B+





ปฏิทินธรรม




วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2558

1. ตักบาตรพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น วัดพุทธบูชา (ทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน
 2558 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น.


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
http://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447



วันอาทิตย์ที่ 13 และ 27 กันยายน 2558 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts


2. งานไถ่ชีวิตโคกระบือ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน
ณ. วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯ

https://www.facebook.com/bogboon/photos/a.614964165213890.1073741836.335629013147408/540852169291757/





วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2558 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน)

1. ตักบาตรพระกรรมฐาน (นิมนต์พระสายหลวงปู่มั่น) ที่วัดบรมนิวาส (ไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นค่ะ)

ที่จอดรถค่อนข้างหายาก ไม่ควรนำรถส่วนตัวไปค่ะ





วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558(จัดทุกวันเสาร์ที่สี่ของเดือน)

1. เชิญทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตร สดับธรรม พระเถระวัดป่ากรรมฐาน เมตตารับบาตร โดย



เว็บไซต์บ้านอารีย์
http://www.baanaree.net















ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1,469,696+2606995=4076691/11743/995




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2558
8 comments
Last Update : 28 สิงหาคม 2558 13:21:36 น.
Counter : 334 Pageviews.

 

ร้านนี้ผมรู้จัก
แต่ไม่เคยไปครับ 555

รู้จักเพราะพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์เขียนถึงบ่อยเหมือนกันในมติชน สุดสัปดาห์

อาหารที่คุณเต้ยถ่ายภาพมาน่าทานทุกอย่างเลยนะครับ

ปกติผมไม่ทานเหล้าและเบียร์
ถ้าไปเที่ยวที่นี่จริงๆ
สงสัยได้สั่งอาหารมาชิมไม่ต่ำกว่าสิบอย่างครับ 5555



 

โดย: กะว่าก๋า 28 สิงหาคม 2558 16:03:38 น.  

 

มาจองแกงส้ม กุ้งอบวุ้นเส้นตัวโต กับปลาดิบ

กดดูทั้ง 2 คลิปล่ะ นึกว่าจะมีแต่เพลงเพื่อชีวิต เวลาเอ่ยถึงโรงเบียร์

 

โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว 28 สิงหาคม 2558 17:03:51 น.  

 

ว้าวววว ร้านนี้กรี๊ดดดเลยจ้ะ
อาหารเค้าสุดยอดหลายเมนูเลย
สาขานี้พี่ยังไม่เคยนั่ง เคยไปแต่สาขาอื่น
ชอบร้านโอ่โถงกว้างขวางดี
ดนตรีเยี่ยม การแสดงเป็นเลิศ
ไปนั่งชมแล้วเพลินมั่กๆ
ส่วนมากไปก็จะดริ้งกันหนุกหนาสุดๆ
เมื่อวานไลน์คุยกะเพื่อนว่าจะัดกันไปสาขานี้แหละ
รออกพรรษาก่อนว่างั้น 55


ขอบคุณที่แวะชมเมนูง่ายๆจ้ะ
พี่เพิ่งลองทำแล้วติดใจมาก
นึกไม่ถึงว่าไข่เจียวเอามายำแล้วอร่อยสุดๆ


 

โดย: mambymam 28 สิงหาคม 2558 18:33:58 น.  

 

ภาพปิดน่ารักดีจ้ะ

โห โรงเบียร์ ใหญ่โตโอฬารดีแท้

ผัดผักบุ้ง ถ้าไม่อ่าน พี่ไม่นึกว่าเป็นผักบุ้งนะ สวยเชียว

ขาหมูทอด กับกุ้งอบวุ้นเส้น น่ากิน

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 28 สิงหาคม 2558 20:26:57 น.  

 

คุณเต้ยขราาาาาา....

ดูแต่ละเมนูแล้ว ปอป้าอยากจิร้องไห้ แง๊ง ๆ ๆ ๆ

กว่าจะออกพรรษา ต้องมาบล๊อกคุณเต้ยอีกไม่รู้กี่รอบ

หวังว่ามังฯ ของปอป้าคงไม่แตกก่อนออกพรรษานะคะ คริ ๆ

โหวตจ้าโหวต

สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog

 

โดย: พรหมญาณี 28 สิงหาคม 2558 22:03:27 น.  

 

ของเค้าดีจริงครับ ขาหมูนี่อร่อยจริงๆ รายการที่ต้องไม่พลาดเลย ตอนจะกลับจะมีถุงแขวนกระดุกเอากลับไปให้หมากินได้ด้วย


ร้านบังเดชมีเวลาหรือผ่านไปลองแวะทานดูนะครับ ตอนแรกจะหาแผนที่มาแปะ เจอรีวิวเลยเอารีวิวมาแปะแทนซะเลย

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 29 สิงหาคม 2558 1:28:20 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย

โหวต Food blog ให้เลยนะครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 29 สิงหาคม 2558 6:51:33 น.  

 

ราคาแอบสะดุ้งเบาๆนะครับ ฮ่าๆ
แต่บรรยากาศร้านน่าไปมากเลยครับ

 

โดย: PZOBRIAN 29 สิงหาคม 2558 11:28:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 109 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ






Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.