คู่มือมรดก ตอนที่ 1 ทายาท

อยากที่ได้บอกไว้ว่าจะเขียนเรื่องมรดก พยายามปลุกปล้ำกับมันมาสักพักในที่สุดก็งอกออกมาให้อ่านแล้ววววว จะขอแบ่งเป็นตอนๆนะคะ อาจจะได้สักสามสี่ตอน
ตั้งแต่ที่เรียนนิติศาสตร์ จนจบ จนผ่านใบอนุญาตจนนั่งเมาเนติอยู่ ณ ตอนนี้ คำถามด้านกฎหมายที่เจอมากกกกกกกที่สุดที่คนจะถาม คือ“มรดก”

ตอนเรียนนี่ก็หลอกหลอนภัชมาพอสมควรแล้วกับข้อสอบที่โจทย์ยาวเป็นหน้าๆญาติมาเป็นกระบุง ตายซ้ำตายซ้อนไม่พอดั๊นตายพร้อมกันอีก 

พอมาถึงความเป็นจริงในชีวิตจริงนี่ เออ มันเป็นปัญหาโลกแตกจริงๆนะและมันไม่ใช่เรื่องตลกเลย เจ้าของปัญหาก็เครียด ทะเลาะกัน บางทีก็ทะเลาะไม่ได้อะไรเยอะแยะไปหมด ที่เรียนมาขำๆนี่เทียบกับเรื่องจริงไม่ได้เลย

ดังนั้นนนนนนนน (ใส่เอคโค่หน่อย) ภัชจึงขอนำเสนอคู่มือมรดก ฉบับชาวบ้าน รวมเรื่องมรดกที่คุณอยากรู้และภัชอยากเล่า


มรดกเนี่ย เมื่อเจ้ามรดกตายปุ๊บกองมรดกจะตกทอดแก่ทายาททันที ซึ่งกองมรดกได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิด สิทธิ หน้าที่ความรับผิด (เว้นแต่ที่โดยสภาพมันเป็นเรื่องเฉพาะตัวของเจ้ามรดกเอง เช่น การหมั้น)ซึ่งทายาทนั้นไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดมาแก่ตน

กองมรดกที่บอกไปข้างต้นรวมถึง “หนี้”ที่เจ้ามรดกเป็นเจ้าหนี้ สิทธินั้นจะตกทอดแก่ทายาท ถ้าเจ้ามรดกเป็นลูกหนี้เจ้าหนี้ของเจ้ามรดกมีสิทธิเรียกชำระหนี้เอาจากกองมรดกของเจ้ามรดกไม่เกินไปกว่ากองมรดก (คือเจ้าหนี้จะเรียกเอากับทายาทในส่วนที่ขาดอีกไม่ได้)

“ทายาท” ที่พูดๆถึงมานี่มีใครบ้าง ขอแยกทายาทเป็นสองประเภท

1. ทายาทโดยธรรมเป็นผู้ที่มีสิทธิรับมรดกเพราะมีความเกี่ยวข้องกับเจ้ามรดกมีสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติให้ได้รับมรดก

2. ผู้รับพินัยกรรมเป็นทายาทประเภทที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเจ้ามรดกหรือไม่ก็ได้สิทธิในการรับมรดกของเขาเกิดจากเจตนาของเจ้ามรดกตามพินัยกรรมที่เจ้ามรดกได้ทำขึ้น

ซึ่งทายาทคนหนึ่งอาจเป็นทั้งทายาทโดยธรรมและผู้รับพินัยกรรมได้การที่เขาเป็นผู้รับพินัยกรรมไม่ตัดสิทธิในการเป็นทายาทโดยธรรม คือต่อให้ได้รับพินัยกรรมก็ยังมีสิทธิได้รับมรดกในส่วนนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในพินัยกรรมถ้าคนนั้นเป็นทายาทโดยธรรมด้วยนั่นเอง

แต่ผู้ที่จะได้รับมรดกหรือพินัยกรรมจะเป็นคนธรรมดาหรือเป็นนิติบุคคลก็ได้(นิติบุคคลรับพินัยกรรมได้แต่เป็นทายาทโดยธรรมรับมรดกไม่ได้)โดยคนธรรมดาต่อให้อยู่ในท้องแม่ยังไม่คลอดแต่ถ้าคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เจ้ามรดกตายก็ให้ถือว่าเป็นทารกในครรภ์มารดาในเวลาที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายคือมีสิทธิรับมรดกนั่นเอง

นี่เป็นคีย์สำคัญเลยนะคะเพราะถึงแม้เด็กคนนี้เกิดมาหลังเจ้ามรดกตาย แบ่งมรดกกันไปแล้วถ้าเกิดมาภายในสามร้อยสิบวันนับแต่เจ้ามรดกตายและมีสิทธิได้รับมรดก เด็กคนนี้จะได้รับส่วนแบ่งด้วยและแม้ว่าเด็กพอคลอดออกมาหายใจได้หนึ่งเฮือกแล้วตายไปก็ถือว่าเขาคลอดแล้วมีชีวิตรอดอยู่เฮือกหนึ่งมีสิทธิรับมรดกแล้ว และเมื่อมรดกของเจ้ามรดกตกทอดมาเป็นของเด็กคนนี้กลายเป็นทรัพย์สินของเด็ก เด็กตายมรดกของเด็กซึ่งก็คือทรัพย์สินที่ได้จากเจ้ามรดกก็ตกทอดไปสู่ทายาทของเด็กคนนั้น(ไม่ใช่การรับมรดกแทนที่)


อันนี้มาถึงเรื่องใหญ่มาก “ทายาทโดยธรรม” นี่ถือว่าตัดสินเลยนะว่าไอ้มรดกสิบล้านร้อยล้านนี่ใครจะได้ สำคัญมากเลย

ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกจะเรียงเป็นลำดับโดยลำดับที่อยู่ก่อนจะตัดสิทธิของลำดับที่ตามหลัง คือถ้ามีทายาทลำดับที่หนึ่งอยู่ลำดับถัดมาจะไม่ได้รับมรดกเลย (แต่มียกเว้นนะ)

ลำดับ 1 ผู้สืบสันดาน

ผู้สืบสันดานก็ลูกนั่นแหละค่ะ แต่ๆๆๆๆขีดเส้นใต้ห้าร้อยเส้น เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายนะคะ – เอาละสิ ศัพท์ใหม่

บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย คืออะไร??

- ย้อนไปนิดนึง ตั้งแต่เรื่องแต่งงานการแต่งงานหรือสมรสที่กฎหมายรับรู้รับรองคือการแต่งงานที่ “จดทะเบียน”ซึ่งบุตรทุกคนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอไม่ว่าจะมีการจดทะเบียนสมรสระหว่างบิดามารดาหรือไม่แต่กับกรณีของพ่อนี่จะต่างออกไป คือถ้าพ่อแม่แต่งงานจดทะเบียนและต่อมาแม่ท้องมีลูกลูกก็เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อแต่ถ้าพ่อไม่ได้จดทะเบียนเด็กคนนั้นจะไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อทำให้ไม่มีสิทธิรับมรดก

- แต่เด็กที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาต่อเมื่อบิดามารดาจดทะเบียนกันภายหลัง, บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร, ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร

แต่กรณีผู้สืบสันดานไม่ได้มีแค่บุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นยังมี บุตรบุญธรรม มีสิทธิรับมรดกด้วย และ บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว(ต่างจากกรณีจดทะเบียนรับรองซึ่งจะเป็นบุตร-บิดาชอบด้วยกฎหมาย แต่จะเป็นกรณีการรับรองโดยพฤติการณ์หรือการกระทำแสดงว่าบิดานอกกฎหมายรับรองบุตรนอกกฎหมายเป็นบุตรที่แท้จริง)กฎหมายให้ถือเป็นผู้สืบสันดานด้วย

ลำดับ 2 บิดามารดา******ข้อยกเว้นที่ต่อให้มีทายาทลำดับแรกคือผู้สืบสันดานบิดามารดาก็รับมรดกของผู้ตายได้เสมือนเป็นทายาทเป็นทายาทชั้นบุตร

บิดามารดาก็ต้องชอบด้วยกฎหมาย ไม่เหมือนกรณีบุตรคือ บิดานอกกฎหมายที่รับรองบุตรโดยพฤติการณ์ไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตร

บิดามารดาบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรม

ลำดับ 3พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

ลำดับ 4พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (พี่น้องคนละพ่อคนละแม่)

ลำดับ 5 ปู่ ย่า ตา ยาย

ลำดับ 6 ลุง ป้า น้า อา

อย่าลืมที่เคยย้ำไปถ้าทายาทลำดับก่อนหน้ายังมีชีวิต (หรือมีผู้สืบมรดก)ทายาทลำดับถัดไปไม่มีสิทธิรับมรดกเลยยกเว้นกรณีของทายาทชั้นบุตรและบิดามารดาเท่านั้นที่ไม่ตัดสิทธิ

ทายาทลำดับเดียวกันมีหลายคนแต่ละคนจะได้รับเท่ากัน ถ้ามีคนเดียวก็ได้ทั้งหมด

แล้วคู่สมรสไปไหน??

คู่สมรส (ที่จดทะเบียน แม้แยกกันอยู่แต่ยังไม่หย่าก็มีสิทธิรับมรดก เพราะกฎหมายถือเอาตามทะเบียนเป็นสำคัญ)เป็นทายาทโดยธรรมที่ไม่ใช่ลำดับใดเลยคือสัดส่วนของคู่สมรสที่จะได้รับมรดกเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับว่าทายาทลำดับใดมีชีวิตอยู่ได้รับมรดกตามสัดส่วนดังนี้

1. มีทายาทลำดับที่1 ผู้สืบสันดาน(หรือผู้ได้รับมรดกแทนที่) คู่สมรสได้รับมรดกเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตร(คือได้ส่วนแบ่งเท่ากับทายาทลำดับแรก)

2. มีทายาทลำดับ3พี่น้องร่วมบิดามารดา (หรือผู้รับมรดกแทนที่) หรือไม่มีทายาทลำดับ1 แต่มีทายาทลำดับ2 บิดามารดา คู่สมรสได้รับมรดกกึ่งหนึ่งของทั้งหมด

3. มีทายาทลำดับ4พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน (หรือผู้รับมรดกแทนที่) หรือทายาทลำดับ 6ลุง ป้า น้า อา (หรือผู้รับมรดกแทนที่) หรือทายาทลำดับ5 ปู่ ย่า ตา ยาย คู่สมรสได้สิทธิรับมรดกสองในสาม

4. ไม่มีทายาทอื่นเลยคู่สมรสได้ทั้งหมด

อ่านๆข้างบนแล้วมันจะมีคำว่า “รับมรดกแทนที่”โผล่มา อย่างงๆ ภัชจะอธิบายเดี๋ยวนี้แหละ

รับมรดกแทนที่ จะเกิดได้ในกรณีของทายาท ลำดับ 1, 3, 4, 6 คือ ผู้สืบสันดานพี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องต่างบิดามารดา ลุงป้าน้าอา เกิดแอ็คซิเด้นท์ตายไปก่อนเจ้ามรดกหรือถูกกำจัดไม่ให้รับมรดก(กำจัดอะไรยังไงเดี๋ยวค่อยว่ากันนะ นี่เรื่องใหญ่เรื่องงง) ให้ผู้สืบสันดานของผู้นั้นรับมรดกแทนที่(ต้องเป็นผู้สืบสันดานโดยตรงคือโดยสายเลือด ทำให้บุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิแต่บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองมีสิทธิ) นับเอาผู้สืบสันดานชั้นสนิทก่อนคือลูกถ้าลูกตายถัดมาเป็นหลาน ถัดชั้นไปเรื่อยๆอาศัยการรับมรดกแทนที่ต่อกันไป

ทายาทลำดับที่ 2 พ่อแม่ และ 5 ปู่ย่าตายาย ไม่มีการรับมรดกแทนที่ มีเหตุผลง่ายๆคือ ถ้ารับมรดกแทนที่ลูกของบิดามารดาก็คือทายาทลำดับที่ 3 และ 4 พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาส่วนลูกของปู่ย่าตายาย ก็คือทายาทลำดับที่ 6 ลุงป้าน้าอาจึงเป็นเหตุผลที่จะไม่มีการรับมรดกแทนที่นั่นเอง

คู่สมรสของทายาทไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่เพราะไม่ใช่ผู้สืบสันดาน

งงไหมคะ? งั้นมาดูตัวอย่างกัน


ตัวอย่าง

นายบรรเจิดบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายบุญกับนางหนึ่งแต่งงานจดทะเบียนกับนางปี มีบุตรด้วยกันสองคนคือ นายวัน และ นางสาวเดือน

นายวันแต่งงานจดทะเบียนกับนางแดงมีลูกสองคนคือด.ช.ดำและด,ญ,ชมพู

วันที่ 8 ก.พ. 57นายบุญเสียชีวิต

วันที่ 5 มี.ค. 58 นายวันเสียชีวิต

วันที่ 22 ก.ค. 58 นายบรรเจิดเสียชีวิต

นายบรรเจิดมีเงินสี่ล้าน(ยังไม่ได้แบ่งส่วนสินสมรส) ใครได้รับมรดกของนายบรรเจิดบ้าง ได้คนละเท่าไหร่

สรุปครอบครัว (ภัชขี้เกียจทำแผนผังดูอย่างงี้ไปเนอะ)

นายบุญ +นางหนึ่ง = นายบรรเจิด

นายบรรเจิด+นางปี = นายวัน นางสาวเดือน

นายวัน+นางแดง = ด.ช.ดำ ด.ญ.ชมพู

ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกของนายบรรเจิดได้แก่

1. นายวัน ทายาทลำดับ1 ตายแล้วแต่มีผู้สืบสันดานคือ ด.ช.ดำ และ ด.ญ.ชมพู รับมรดกแทนที่ในส่วนของนายวัน(นางแดงไม่เกี่ยวเลย อย่าเอามายุ่งในสมการ)

2. นางสาวเดือน ทายาทลำดับ1

3. นายบุญ ทายาทลำดับ2 ตายแล้วตัดทิ้งไปไม่มีการรับมรดกแทนที่ของทายาทลำดับ2

4. นางหนึ่ง ทายาทลำดับ2 แม้มีทายาทลำดับ1อยู่ก็ไม่ตัดสิทธิรับมรดก ได้รับมรดกเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตร

5. นางปี คู่สมรส เพราะมีทายาทลำดับที่1 อยู่เลยได้ส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตร

แต่ละคนได้รับเท่าไหร่บ้าง

นายวัน นางสาวเดือน นางหนึ่ง นางปีสี่คนนี้มาหารแบ่งมรดก

มรดกนี้ไม่ใช่สี่ล้านนะคะเพราะมรดกที่จะตกทอดต้องผ่านการแบ่งสินสมรสเรียบร้อยแล้วที่จะตกทอดต้องเป็นสินส่วนตัวล้วนๆ ดังนั้นคิดง่ายๆ สินสมรสหารครึ่ง มรดกคือ“สองล้าน”

สองล้านแบ่งสี่คน ได้คนละห้าแสน

ในส่วนห้าแสนของนายวันมีคนรับมรดกแทนที่สองคนคือด.ช.ดำและด.ญ.ชมพู หารสอง ได้ไปคนละสองแสนห้าหมื่น

สรุปๆ

1. นางสาวเดือนได้รับมรดกจากนายบรรเจิด 500,000 บาท

2. นางหนึ่ง ได้รับมรดกจากนายบรรเจิด 500,000 บาท

3. นางปี ได้รับมรดกจากนายบรรเจิด 500,000 บาท

4. ด.ช.ดำ ได้รับมรดกจากนายบรรเจิดโดยการรับมรดกแทนที่นายวัน250,000 บาท

5. ด.ญ.ชมพูได้รับมรดกจากนายบรรเจิดโดยการรับมรดกแทนที่นายวัน 250,000 บาท


ตัวอย่าง

นางใจ เป็นบุตรนอกสมรสของนายหนึ่งกับนางสองมีพี่ร่วมบิดามารดาคือ นายจิต น้องต่างบิดาคือ นางจืด

นางใจแต่งงานอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนกับนายน้ำ มีบุตรด้วยกันสองคนคือด.ช.ถนอม และ ด.ช.สนิท ล้วนตายตั้งแต่ยังเล็กทั้งคู่ จึงรับด.ช.ประดู่มาเป็นบุตรบุญธรรม

4 พ.ค. 56 นางสองเสียชีวิตด้วยโรคชรา

30 ธ.ค. 57 ด.ช.ประดู่ตกคลองจมน้ำตาย

8 ม.ค. 58 นางใจตรอมใจตายตามไป

นางใจมีเงินอยู่สองล้านบาท ใครได้มรดก ได้เท่าไหร่

สรุปครอบครัว

ไม่จดทะเบียน : นายหนึ่ง + นางสอง = นายจิต นางใจ

นางสอง = นางจืด

ไม่จดทะเบียน : นางใจ + นายน้ำ = ด.ช.ถนอมด.ช.สนิท &ด.ช.ประดู่ (บุตรบุญธรรม)

ผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนางใจ

ทายาทลำดับ1 ผู้สืบสันดานได้แก่ ด.ช.ถนอม ด.ช.สนิท ด.ช.ประดู่ เสียชีวิตทั้งหมดโดยไม่มีผู้รับมรดกแทนที่(นายน้ำบิดาไม่สามารถรับมรดกแทนที่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้สืบสันดาน)

ทายาทลำดับ2 นางสองมารดาเสียชีวิตไม่มีการรับมรดกแทนที่ส่วนนายหนึ่งไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมาย แม้อาจมีพฤติการณ์รับรองนางใจเป็นบุตรแต่ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกของนางใจ

ทายาทลำดับที่3 พี่น้องร่วมบิดามารดาคือ นายจิต

เมื่อนายจิตเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกและนายจิตเป็นทายาทลำดับ3 ตัดสิทธิทายาทลำดับ4พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา คือ นางจืด น้องต่างบิดา

สรุปๆ

นายจิตได้รับมรดกทั้งหมดสองล้านบาท(ไม่มีการแบ่งสินสมรสเพราะนางใจและนายน้ำไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน)


เอาล่ะจบเรื่องทายาทโดยธรรม เรามาดู “ผู้รับพินัยกรรม” กันดีกว่า สั้นๆง่ายๆ

ผู้รับพินัยกรรมจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้เป็นสมาคม มูลนิธิก็ได้ หรือจะเป็นพินัยกรรมตั้งมูลนิธิก็ได้เช่นกัน

เอาเป็นว่าจะเป็นใครก็ได้ในโลกตราบที่มีสภาพบุคคล เช่น นาย ก. ตาย ทำพินัยกรรมยกเงินสองล้านบาทให้นาย Aอีกฟากโลกหนึ่งที่ไม่รู้จักกันเลยก็ได้

และถ้าผู้รับพินัยกรรมเป็นทายาทโดยธรรมในการรับมรดกผู้รับพินัยกรรมก็มีส่วนในมรดกส่วนที่ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมด้วย(คือพินัยกรรมทำไว้ยกทรัพย์สินโน่นนี่นั่นให้คนโน้นคนนี้แต่ที่ไม่ได้ระบุในพินัยกรรมก็จะตกทอดไปสู่ทายาทโดยธรรมต่อไป)


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะตอนแรก ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องที่ทายาทหมดสิทธิรับมรดกหรือพินัยกรรม อาจจะนานนิดนึงนะคะ แต่จะพยายามเร่งตัวเองเนอะ (จะมีใครรอรึเปล่าไม่รู้)




Create Date : 01 สิงหาคม 2558
Last Update : 1 สิงหาคม 2558 15:22:26 น.
Counter : 1419 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ภัชภัช
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เย่! เรียกว่าภัชก็ได้นะคะ
เป็นเด็กหัดเดินบนเส้นทางสายกฎหมาย
เสพติดนิยายและการ์ตูน
สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31