Group Blog
 
 
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
17 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
ล่องใต้ ไปอีสาน ( ๑ )







หลังจากที่ผมได้เกษียณอายุราชการไปเมื่อวันที่ ๓๐ กันายายน ที่ผ่านมา สิ่งแรกที่ผมคิดคือต้องตระเวนไปเที่ยวชมกลุ่มจังหวัดที่เหลือจากการไปเที่ยว ไปด้วยภารกิจการงาน โดยจะเริ่มที่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งกำลังจะเข้าช่วงฝนด้วยลมหนาวพัดผ่านอ่าวไทยก่อน ถึงจะไปจังหวัดถิ่นอีสานในลำดับต่อไป



ดังนั้น ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ผมจึงมานั่งเตร่ที่สถานีขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์ รอขึ้นรถทัวร์ไปยังแม่สาย เพื่อลองนั่งรถทัวร์สายที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือสาย แม่สาย - ด่านนอก

จะด้วยความเข้าใจเวลาเดินทางที่คลาดเคลื่อนของผมก็ไม่ทราบ ปรากฎว่ารถทัวร์สายพิษณุโลก - แม่สาย เที่ยวสุดท้าย หมดลงตั้งแต่เวลา ๐๙.๔๕ น. เหลือแต่นครชัยทัวร์สายนครราชสีมา - แม่สาย ซึ่งจะมาถึงตอนบ่ายในเวลา ๑๓.๓๐ น. ดังนั้น ผมจำเป็นต้องอดทนรอ เพราะซื้อตั๋วมาแล้ว

ระหว่างที่รอ มีรถทัวร์สายภูเก็ต - เชียงราย นครสวรรค์ - แม่สาย และพิษณุโลก - เชียงราย ทะยอยเข้าเทียบท่าจอดรถเป็นระยะๆ ภูมิปัญญาเริ่มเกิด หากเราขึ้นรถทัวร์ที่ว่าไปเชียงราย จะสามารถต่อรถเมล์เขียวสายเชียงราย - แม่สาย ไปถึงปลายทางแต่หัววัน แถมมีเวลาจองตั๋วไปด่านนอกได้อีก

คิดเพียงแค่นี้ เลยขอเขกกะโหลกตัวเองสามที



จริงดังคาด นครชัยทัวร์ซึ่งวิ่งช้ากว่ากำหนดเวลาจริงราวหนึ่งชั่วโมง เข้าสู่สถานีขนส่งแม่สายราว ๒๐.๓๐ น. บรรดาผู้โดยสารที่มีอยู่นิดหน่อย ต่างทะยอยลงจากรถไปกับบรรดาญาติๆ ที่ขับรถมารับกลับไปบ้านจนหมด ทิ้งให้ผมยืนเก้ๆ กังๆ กับความเงียบงัน และเสียงฝนตกปรอยๆ อยู่เพียงเดียวดาย

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากรถทัวร์บริษัทต่างๆ ที่มีต้นทางจากแม่สายไปยังกรุงเทพฯ และภาคต่างๆ นั้น จะออกกันตั้งแต่เวลา ๑๕.๓๐ น. เป้นต้นไป จนกระทั่งเที่ยวสุดท้ายในเวลา ๑๙.๓๐ น. พนักงานถึงกลับที่พัก ทิ้งให้ความวุ่นวายกับบรรดารถทัวร์ร่วม ๔๐ คันอยู่กับสถานีขนส่งเชียงรายต่อไป



ขอเก็บรูปป้ายสองภาษาอันเป็นปกติของเมืองชายแดน เช่นเดียวกับแม่สอด มหาชัย และระนอง และโฟกัสมาที่ป้ายรถทัวร์บริษัทนี้แล้วเสร้จ ก็ยกเป้ขึ้นสะพาย เดินข้ามถนนพหลโยธินไปยังโรงแรมแห่งใหม่ที่อยู่ตรงข้ามปากทางเข้าสถานีขนส่งแห่งนี้ ได้ห้องพักเดี่ยวไม่มีอาหารเช้า ในราคา ๖๙๐ บาท คืนนั้นเลยรอดตัว

............................................

ปล. วันที่ในภาพข้างบนนั้นผมลงผิด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ



เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเดินนวยนาดฝ่าบรรยากาศที่ชุ่มฉ่ำจากสายฝนเมื่อคืนไปยังสถานีขนส่งแม่สาย พลางเอื้อนเอ่ยวจีขอซึ้อตั๋วรถทัวร์ไปด่านนอกประจำวันนี้ พลันก็หงายเงิบ เมื่ออี่นายพนักงานจำหน่ายตั๋วคนเดียวทั้งสามบริษัทตอบว่า

"รถทัวร์ไปด่านนอกวันนี้บ่ตันแล้วเจ้า ก๋ำลังจะออกไปบ่เดี่ยวนี้"

ผมถามไถ่ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ความว่า รถทัวร์ไปด่านนอกซึ่งมีเพียงวันละเที่ยวนั้น กำหนดออกจากสถานีขนส่งแม่สายในเวลา ๐๗.๓๐ น. และที่นั่งเดี่ยวสำหรับเที่ยววันพรุ่งนี้ มีคนจองเต็มแล้วด้วย

งั้นก็จองที่นั่งคู่ล่ะ แกชี้ให้ดูถึงที่นั่งว่างเกือบทั้งคัน มีอยู่รายเดียวที่จองเอาไว้ เป็นพระภิกษุเสียด้วย งั้นก็สะดวกดายผมล่ะที่จะเลือกตำแหน่งจอง แถมได้ในราคาคนแก่ เพราะรู้ข้อมูลจากบัตรประชาชนเพื่อลงในตั๋วซึ่งได้สิทธิ์เคลมประกันในกรณีเกิดอุบัติเหตุ แต่ผมว่าไม่อยากให้มีมากกว่า

สำหรับคนหนุ่มสาว จะเสียค่าโดยสารเพิ่มอีกประมาณ ๕๐ บาท

ครั้นได้ตั๋วมาถืออุ่นๆ ในมือ เสียงอี่นายเอิ้นตามหลังมาแว่วๆ ว่า

"วันนี้ แอ่วกาดแม่สาย กั่บไหว้พระธาตุดอยเวาก่อนเน้อเจ๊า"



เสร็จธุระที่สถานีขนส่งแม่สายแล้ว ผมก็ขึ้นรถสองแถวสายสถานีขนส่งแม่สาย - สะพานมิตรภาพไทย พม่า

รถสองแถวสายนี้คิดค่าโดยสารตลอดสาย ๑๕ บาท หากผู้โดยสารมีสัมภาระเยอะ จะต้องเสียค่าขนสัมภาระตามสมควร

จากการซักถามข้อมูลจากกระเป๋าหญิงประจำรถและคนขับ ทราบว่าจะมีวิ่งบริการตลอดวัน พอรถทัวร์ขาออกเที่ยวสุดท้ายออกจากสถานี ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ยนกเว้นพวกที่ต้องอยู่เวรวิ่งรับผู้โดยสารที่มาจากรถทัวร์ขาเข้าจถถึงเที่ยวสุดท้าย ถึงจะกลับบ้านไปพักผ่อนอย่างแท้จริง

ปลายทางของรถสองแถวนี้จะอยู่ใกล้ๆ กับสถานีตำรวจภูธรแม่สาย จึงไม่มีเรื่องยึกยักระหว่างผู้โดยสารกับคิวรถสองแถวแต่ประการใด



ราวๆ ๑๕ นาที รถสองแถวก็มาถึงปลายทางโดยมีด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สายอยู่เบื้องหน้า แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ ๐๘.๐๐ น.ครับ เลยเลี่ยงไปชมวัดพระธาตุดอยเวา ซึ่งอยู่ด้านหลังตลาดดีกว่า



ดอยเวา ผมเคยเดินขึ้นบันไดนาคไปแล้วเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ก็พอลิ้นจุกปากล่ะครับ มาคราวนี้ทำห้าวหาญ เดินขึ้นไปได้สัก ๓๐ ขั้น จากเกียร์ ๔ ลดลงมาเป็นเกียร์ ๓ เกียร์ ๒ เกียร์ ๑ แล้วติดคาบันไดนาคตรงนั้นเอง

ระหว่างที่ยืนหอบตัวโยนอยู่นั้น พอค่อยยังชั่ว ต้องใช้วิธีเดินครั้งละ ๑๐ ขั้น แล้วหยุดพัก ก่อนที่จะเดินต่อขึ้นไปเรื่อยๆโดยไม่มองปลายบันไดข้างบน

แล้วในที่สุด ความสำเร็จก็เป็นของเรา



ระหว่างที่ใช้ความพยายามสุดฤทธิ์ในการเดินขึ้นบันไดนาคนั้น ผมคิดว่า ถ้าตัวนาคมีชีวิต ความยาวและความใหญ่โต คงไหลไปกองอยู่กับส่วนหัวที่เชิงดอยเป็นแน่แท้



ขอเดินชมใกล้ๆ หลังจากไหว้นมัสการแล้ว ค่าดอกไม้ธูปเทียนตามกำลังศรัทธา แต่ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไปสู่บริเวณพระธาตุนะครับ เพราะความนิยมของชาวล้านนาและล้านช้าง จะนิยมนำพระบรมสารีริกธาตุฝังอยู่ใต้ดิน และด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้มีข้อห้ามมิให้สตรีเดินภายในพระธาตุด้วย



ป้ายอธิบายความเป็นมาของพระธาตุดอยเวา



มุมถ่ายภาพแสดงว่า ฉันได้ขึ้นมาเที่ยวแล้วนะ แต่เราแก่แล้ว ขอหลบไปก่อน



Hi Light ของสถานที่นี้ เกี่ยวกับความเป็นมาของ "ตัวเวา" (แมงป่องช้าง)



จากยอดดอยเวา มองลงมายังทิวทัศน์ด้านล่าง จะเห็นสะพานมิตรภาพไทย พม่า ที่มีผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ เพราะด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองประเทศเริ่มเปิดทำการแล้วครับ

แต่งวดนี้ผมไม่ได้ข้ามไปฝั่งโน้น กลัวว่าจะมีเรื่องแอบยัดยาบ้าอย่างที่เขาโพสต์กัน เสียเวลาเราเปล่าๆ



อาคารที่โดดเด่นแห่งหนึ่งซึ่งผมคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเด็ก คืออาคารที่ทำการทหารพม่าประจำเมืองท่าขี้เหล็ก และคงกระพันตั้งแต่ท่าขี้เหล็กเป็นเมืองขึ้นอยู่กับจังหวัดเชียงตุง และยกฐานะเป็นจังหวัดท่าขี้เหล็กในปัจจุบัน

นายพล เต็งเส่ง อดีตประธานาธิบดีพม่า ก่อนเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยทุกวันนี้ เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็กนี่แหละ



ดูตัวเมืองท่าขี้เหล็กทุกวันนี้สิครับ ขยายตัวกว้างขวางคู่กับเมืองแม่สายเหมือนเมืองๆ เดียวกันทีเดียว



ลำน้ำแม่สายที่เคยเป็นป่าทั้งสองฝั่ง ตอนนี้กลายเป็นบ้านเรือนหนาแน่นไปแล้ว



ลงจากดอยเวามายังตลาดล่ะครับ เริ่มต้นตรงปลายสายรถสองแถวจากสถานีขนส่งแม่สาย มองเห็นด่านตรวจคนเข้าเมืองอยู่ห่างๆ





นึกถึงสมัย ๒๐ปีก่อน ที่เป็นไกด์ไร้เดียงสาพาเพื่อนมาเที่ยวถึงเหนือสุดยอดในสยาม ซึ่งตอนนี้ ต่างคนต่างอาวุโสแล้วละมั้ง ?



ต่างกันที่วันนี้ มีรถราทันสมัยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอกมาแทบไม่ขาดระยะ ต่างจากสมัยก่อนที่มีแต่รถจี๊ปทหาร และรถบรรทุกที่ดัดแปลงจากรถทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขนสินค้าไปยังเมืองต่างๆ ในรัฐฉานตอนในเท่านั้น



แต่ชาวบ้านทั่วไปมักใช้ยานพาหนะประเภทนี้มากกว่า ดัดแปลงจากรถมอเตอร์ไซต์ของจีนขนาด ๑๒๐ ซีซี. แถมบรรทุกของได้มากด้วยสิ



แต่ยานพาหนะในบ้านเราแบบนี้ ยังไม่ล้าสมัยนะครับ



จีนครองตลาดรถแบบนี้ แต่เราครองตลาดด้านสินค้าอุปโภค บริโภคมากกว่า



ทิวทัศน์ทั่วไปของตลาดแม่สายครับ





แล้วบ่ายวันนั้นก็หมดไปกับการแพ็คของเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อไป

............................................



Create Date : 17 มีนาคม 2560
Last Update : 28 มีนาคม 2560 19:23:08 น. 0 comments
Counter : 358 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.