กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
เดอะ เกิร์ล วิท ออลล์ เดอะ กิฟท์ส M. R. Carey เขียน













เดอะ เกิร์ล วิท ออลล์ เดอะ กิฟท์ส  The Girl With All The Gifts
M. R. Carey เขียน  มัณฑุกา แปล
สำนักพิมพ์ earnest
370 บาท  400 หน้า


หลังปก

ทุกเช้า เมลานีจะตื่นขึ้นมาในห้องขัง และรอให้ใครบางคนพาเธอไปเข้าชั้นเรียน พวกเขาจะมาพร้อมกับปืนที่จ่อหัวเธอ และสายรัดข้อมือและข้อเท้าบนรถเข็น

เมลานีเป็นเด็กอายุสิบขวบ เธอไม่คิดอะไรมาก เธอหยอกเย้าพวกเขาว่า "หนูไม่กัดหรอกค่ะ" แต่พวกเขาไม่ขำด้วย


พบกับนิยามบทใหม่ของนิยายซอมบี้ที่ไม่เหมือนใคร ที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าติดตามตลอดเรื่อง ของเด็กหญิงที่ได้รับพรวิเศษ ซึ่งจะสามารถปกป้องหรือทำลายล้างมนุษยชาติได้



คุยกันหลังอ่าน


เวลาในเรื่องเกิดหลังโลกล่มสลายยี่สิบปี ผู้คนมากมายกลายเป็นซอมบี้ ที่เหลืออยู่ก็แตกแถว บ้างเข้ากับรัฐและทหาร บ้างไม่เชื่อถือก็รวมตัวเป็นกลุ่มใหม่หาทางรอดกันเอง วัฒนธรรมกลายเป็นอดีต เป็นสิ่งที่ทุกคนหลงลืมและโหยหา ต่างหาหนทางเอาตัวรอดในวันที่มืดมน

เมลานีเป็นเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในฐานทัพ ทุกๆ เช้า เธอจะต้องมานั่งประจำที่รถเข็นในห้อง เพื่อรอให้ทหารอย่างน้อยสองคน คนหนึ่งมาผูกมือผูกเท้า และใส่ที่ครอบปากให้ อีกคนหนึ่งทำหน้าที่เล็งปืนมาที่เธอ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ เธอก็ถูกเข็นเข้าห้องเรียน

มีเด็กหลายสิบคนในห้อง ทุกคนอยู่ในลักษณะเดียวกับเมลานี คุณครูจะสลับสับเปลี่ยนกันมาสอนในแต่ละวัน สอนภาษา คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เล่านิทาน ตำนาน หัวข้อในการสอนครอบคลุมแทบทุกอย่าง ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องของเด็กๆ

คุณครูที่เมลานีชอบที่สุดคือคุณครูจัสตินู คุณครูอ่อนโยนและใจดี เมลานียินยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณครูไม่เกลียดเธอ

ครูเคยพูดถึงตัวหิว ในฐานทัพคือที่ที่ปลอดภัย แต่นอกกำแพงนั้นไม่ใช่ มีตัวหิวมากมาย เด็กๆ ดีใจที่ปลอดภัยในฐานทัพนี้

แต่ที่จริงแล้วทุกอย่างนั้นผิดหมด ชั้นเรียนเป็นเรื่องโกหก ที่ของเด็กๆ ไม่ใช่ในกำแพง แต่คือนอกกำแพง เพราะพวกเธอคือตัวหิว

ความแตกต่างหนึ่งเดียวจากตัวหิวพวกนั้นคือเด็กๆ มีสมอง มีความคิดจิตใจ  มีความรู้สึก สามารถเรียนรู้และตัดสินใจได้

แต่เด็กๆ ก็ยังสามารถคลั่ง เพราะกลิ่นของมนุษย์เช่นเดียวกัน




เป็นแนวซอมบี้ในมุมมองใหม่ โดยให้ข้อมูลว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัส แต่เป็นเชื้อรา เข้าไปเป็นกาฝากคอยควบคุมต้นร่างเพื่อหาอาหาร 

ช่วงเวลาที่เกิดและติดเชื้อนั้นเร็วมาก พวกที่มีอำนาจสั่งการและมันสมองกลายเป็นพวกติดเชื้อ ที่เหลือเหมือนถูกปล่อยในเกาะร้าง ต้องตัดสินใจกันเอง พอไม่มีหัวหน้านำก็สะเปะสะปะ พลาดซ้อนพลาดไปอีก เกือบยี่สิบปีต่อมา พวกที่ยังรอดอยู่ก็ค้นพบพวกติดเชื้อที่แตกต่าง เกิดเป็นงานวิจัยที่ใช้เด็กๆ เป็นตัวทดลอง เกิดห้องเรียนลวงหลอกขึ้น

พอพูดว่าเป็นแนวซอมบี้นี่มักจะนึกถึงว่าเป็นแนวเอาชีวิตรอดเนอะ แต่เรื่องนี้ไม่เชิงเป็นอย่างนั้นซะทีเดียว ถูกแหละว่ามีฉากคับขัน หนีตายอลหม่าน ฉากหาทางรอด แต่ไม่ได้เล่าให้ตัวละครถูกบีบให้อับจน เพราะงั้นถ้าใครคาดหวังตรงนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าอาจไม่ใช่อย่างที่หวังนะ

โอว่าออกจะเป็นแนวตลกร้ายซะมากกว่า ของสถานการณ์และตัวละคร ตั้งแต่เปิดเรื่องที่พูดถึงห้องเรียนลวงหลอกจนจบเรื่อง และตัวละครที่เป็นสีเทา

ในเรื่องมีตัวละครหลักอยู่ห้าตัว ทุกตัวมีดีเลวคละเคล้ากันหมด อ่านแล้วไม่เกลียดใคร แต่ก็ไม่เชียร์ใครเป็นพิเศษ

4 ดาว เรื่องดีนะ แต่จังหวะการเล่ายังไม่ค่อยลงตัว และน่าจะทำให้ลุ้นได้อีกกว่านี้




อยากพูดถึงเรื่องและตัวละครหน่อย ช่วงอ่านใกล้ๆ จบแล้วนึกอะไรได้หลายๆ อย่างเลย

***แน่นอนว่าสปอยล์นะคะ***

ระบายบันทึก


.
.
.
(เปิดใน PC คลิกเมาส์ค้างไว้แล้วลากยาวๆ หรือกด ctrl+A
เปิดในมือถือ
กรณีเปิดโดยใช้ desktop version ใช้นิ้วกดค้างไว้ให้ขึ้นแถบหัวท้าย ลากท้ายมาให้สุด 
กรณีเปิดโดยใช้ mobile version ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะจะไม่เห็นส่วนที่โอทำแถบกันสปอยล์ อ่านได้ตามปกติ)
.
.
.
.
.
.
.

- ตัวละครห้าตัว

1. จ่าพาร์คส์ จ่าเป็นคนที่เปิดตัวมาชวนยี้มาก แต่อ่านๆ ไปไหงออร่าพระเอกออกซะงั้น แต่ยังไงเขาก็ไม่ใช่พระเอกอยู่ดี เพราะเรื่องนี้ไม่มีพระเอกแสนดีรออยู่

จ่าเป็นคนที่อยู่กับความจริง เคร่งครัดกฎ จนทำรุนแรงกับเด็กๆ ตัวหิวไปไม่น้อย แต่จริงๆ แล้วเขาก็ไม่เคยต้องการทำร้ายใคร เขาแค่ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ข้อดีที่พิเศษอีกอย่างคือ ถึงแม้จะเป็นคนยึดมั่น แต่ก็รู้จักพลิกแพลงยืดหยุ่นได้ดี เข้าใจจิตใจคนอื่นดีกว่าที่คิดด้วย

จ่าเป็นคนที่ทุกคนเกลียด แต่เมื่อถึงเวลาจวนตัว ทุกคนกลับฟังเขา พึ่งพาเขาได้มากที่สุด เพราะในความเคร่งครัดถือดี จ่ามองเห็นความจริงและมีเหตุมีผลที่สุดในกลุ่ม


2. คุณครูจัสตินู คุณครูที่เมลานีรักและเคารพมาก

คุณครูจัสตินูเป็นภาคตรงข้ามของจ่าพาร์คส์ จ่าพาร์คส์ภายนอกดูเลวร้าย แต่ภายในดี ในขณะนี้คุณครูจัสตินูภายนอกดี เพื่อห่อหุ้มความเลวร้ายเอาไว้

คุณครูสวมหน้ากากเพื่อหลอกเด็กตัวหิว ครูทำดีเพื่อตอบสนองตัณหาลบล้างความผิดในอดีตของตัวเอง โอชอบฉากที่ดอกเตอร์พูดประมาณว่าสิ่งที่ฉันทำมันดูเลวร้าย แต่ฉันทำเพื่อคนทั้งโลก ที่เธอทำมันอาจดูดี แต่ก็แค่ตอบสนองความต้องการของตัวเธอเองคนเดียว

โอไม่ได้มองว่าความผิดของคุณครูจัสตินูเป็นความผิดที่อภัยให้ไม่ได้ เธอไม่ได้ตั้งใจ เธอรู้สึกผิด และเธอก็หวังดีต่อเมลานี นี่คือความจริง เพียงแต่ความเอาแต่ใจของเธอจะพากลุ่มล่มได้ง่ายมากๆ


3. ดอกเตอร์คาลด์เวลล์ ดอกเตอร์ผู้ริเริ่มโครงการ ผู้บั่นคอและดึงสมองเด็กๆ ตัวหิวมาตรวจสอบ ผู้กุมความหวังของมนุษยชาติ

เรื่องตลกร้ายของดอกเตอร์คือเดิมทีเธอเป็นนักวิจัยที่ถูกคัดออก ต่อเมื่องานวิจัยล่ม เธอถึงได้มีโอกาสก้าวเข้ามาทำการทดลองโครงการวิปริตนี้

เธอไม่มองเด็กๆ ตัวหิวเป็นมนุษย์ เพราะทางทฤษฎี คนพวกนี้ตายแล้ว ที่ยังขยับขับเคลื่อนได้ เป็นแค่กาฝากที่มาอาศัยร่างเท่านั้น เพราะฉะนั้นเธอจึงมองเมลานีและเด็กตัวหิวคนอื่นๆ เป็นแค่ตัวทดลอง ไม่มีชีวิตจิตใจ ทำอะไรร้ายๆ ไปก็ไม่รู้สึกผิดบาป

ถึงแม้เธอจะเห็นแก่ตัว ทำเรื่องชวนบีบคอ และพากลุ่มล่มมาหลายครั้ง แต่เธอก็เป็นคนที่ทุ่มเทให้แก่งานจนสุดตัว เป้าหมายของเธอนอกจากการช่วยมนุษย์โลกให้ได้แล้ว สิ่งที่เธอต้องการอีกอย่างก็คือการเป็นที่ยอมรับ ต่อให้ด่าวดิ้นก็ขอทิ้งชื่อไว้อย่างนี้เลย

ฉากสุดท้ายของเธอกับเมลานีก็เป็นตลกร้ายอีกครั้ง งานวิจัยที่ทุ่มเท สุดท้ายก็ผลที่ได้ก็คือการรู้ว่าไม่มีทาง แต่ก็รู้ว่าไม่มีทาง ก็ดีกว่าการไม่รู้อะไรเลย และคนที่รับฟังและยอมรับผลงานวิจัยที่เธอทุ่มจนสุดตัว (และนำไปใช้ประโยชน์) ก็คือเด็กตัวหิวที่เธอหาทางปราบมาตลอดนั่นเอง


4. พลทหารกัลลาเกอร์

เป็นตัวละครที่จะว่ามีประโยชน์ก็มี จะว่าไม่มีก็ใช่ แต่ก็ทำให้คนอ่านเห็นอะไรหลายอย่าง

กัลลาเกอร์เป็นทหารที่อ่อนโยน แต่ความอ่อนโยนของเขาไร้ประโยชน์เมื่อเป็นทหาร เพราะทำให้เขาอ่อนแอ

เขาขี้กลัว ไม่ดื่มเหล้าเคล้านารีจากผลพวงของชีวิตในวัยเด็ก

ในกลุ่ม นอกจากเมลานี เขาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุด เขาไม่มีความทรงจำของยุคก่อนโลกล่มสลายมากนัก ความรู้สึกเชื่อมโยงหรือโหยหาอดีตของเขาก็น้อยตาม แต่ความแปลกใหม่ตื่นตาตื่นใจนั้นตรงกันข้าม

โอคิดว่าเขาเป็นคนที่รู้สึกเชื่อมโยงกับเมลานีมากที่สุด เพราะวัยใกล้กันและประสบการณ์ที่มีคล้ายกัน (รู้จักโลกน้อย อยู่ในฐานส่วนใหญ่ มีความฝันเยาว์วัย) แถมยังเป็นคนที่มีพื้นฐานอ่อนโยนด้วย

ตลกร้ายของกัลลาเกอร์คือการทำตามหน้าที่เป็นชนวนเหตุให้เกิดการบุกทำลายฐาน (เอาจริงๆ โอคิดว่าพวกเก็บซากแค่อยากหาเหตุเพื่อทำลาย ถ้าถามต่อว่าทำลายทำไม ก็อาจเป็นความเกลียดส่วนตัว เห็นเขาอยู่ดีกินดีก็อยากทำลาย อยากยึดครอง และเป็นความบ้าที่มากับความแร้นแค้น)

ฉากหลุดจากกรอบความคิดพื้นฐานของกัลลาเกอร์นี้เป็นฉากที่ตอนแรกโออ่านแล้วขมวดคิ้ว ด่าว่าหมอนี่สงสัยบ้าไปแล้ว แต่พอนึกตาม โอว่าก็จริงของเขานะ

คนเรา เวลาถูกบีบให้เลือกสองทางที่แย่ที่สุด คนที่แข็งแกร่งอาจวิ่งสุดกำลังไปสักทาง หรือวางแผนการทลายกำแพง แต่คนที่อ่อนแอจะไม่กล้าเลือกสักทาง สุดท้ายก็จะทลายกำแพงออกมาเช่นกัน แต่ไม่ใช่แผนการ แต่เป็นการไปตายเอาดาบหน้า ช่างแ-่งแล้ว สิ่งที่กัลลาเกอร์ทำเป็นแบบนี้

ตลกร้ายของเขาอีกครั้งคือตอนตาย แม้แต่ตอนใกล้จะตาย เขาก็ยังอ่อนโยน อ่อนแอ และไม่กล้าอยู่ดี

และอีกครั้งคือตอนเผาศพ ที่ให้เมลานี เด็กตัวหิวที่ไม่ควรมีวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่แล้ว มาย้ำเตือนคนจริงๆ ที่ตอนนี้เหลือแค่สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด 

หมายเหตุ โอสังเกตว่าเมลานีเรียกชื่อจริงกัลลาเกอร์ ไม่ใช่นามสกุล น่าจะสนับสนุนความคิดว่าสองคนนี้เขารู้สึกเชื่อมโยงกันอยู่จริงอย่างที่โอคิด 


5. เมลานี เด็กตัวหิวที่มีความคิดอ่านของมนุษย์ครอบงำ

เมลานีรักคุณครูจัสตินูแบบถวายหัว โอคิดว่าเพราะคุณครูจัสตินูเป็นคนที่มอบความอ่อนโยนให้เธอก่อน มอบสัมผัส มอบอ้อมกอด มอบความเป็นแม่ ให้กับเด็กที่ขาดแคลน

เมลานีกับเด็กๆ คนอื่นในฐาน ก็เหมือนเด็กกำพร้า ที่แสวงหาความอ่อนโยน แม้จะมองโลกแบบเด็กๆ จึงไม่น่าแปลกที่คุณครูจัสตินูเป็นที่ชื่นชอบ

สิ่งที่เธอรู้สึกต่อคุณครูจัสตินูนอกจากความรักนับถือ ก็คือการหวงแหน ไม่อยากเสียคุณครูไป จึงน่าจะเป็นอีกสาเหตุของตลกร้ายในตอนจบ

ตลอดทั้งเรื่อง ผู้อ่านจะมองเมลานีในแง่บวก หนึ่งเพราะเธอเป็นตัวเอกที่เล่าเรื่อง สองเพราะผู้อ่านรู้สึกเห็นใจในสิ่งที่เธอเผชิญ จนกระทั่งถึงตอนจบ 

ใช่ เมลานีอาจมองโลกในแง่ความเป็นจริง และใช่ ถ้าเธอทำไปเพราะความเห็นแก่ตัว ตลอดระยะเวลาที่รู้ความจริง เมลานีติดอยู่ตรงกลางระหว่างมนุษย์กับตัวหิว และไม่ได้รับการยอมรับจากทั้งสองพวกทั้งคู่ เธอแสวงหาครอบครัว เผ่าพันธุ์เดียวกับตัวเอง เมื่อเธอรู้ว่ามีเด็กๆ หลายคนที่เหมือนเธอ ไม่แปลกที่เธอรู้สึกอยากปกป้อง และอยากรวมกลุ่ม คนเราเป็นสัญชาตญาณในการรวมกลุ่มของผู้ที่เหมือนกันอยู่แล้ว

สิ้นมนุษยชาติไปซะ ล้างบางมนุษย์ไปเถอะ ป่วยการรักษา ในเมื่อไร้ทางเยียวยา แล้วสร้างโลกใหม่ซะ

คุณครูจัสตินูกลายเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวในโลก ที่มีเมลานีคุ้มครอง ทำหน้าที่ถ่ายทอดและโอบอุ้มเด็กๆ

เป็นตอนจบที่โอชอบและแอบเอะใจอยู่แล้วว่าน่าจะประมาณนี้ตั้งแต่เรื่องปัจจัยภายนอกอะไรนั่น


- ปัจจัยที่ทำให้เชื้อราอะไรนั่นข้ามมาสู่มนุษย์ได้นี่โอคิดเอาเองว่า อาจมีคนหรือนักวิจัยสติเฟื่องสักคนอยากนำมันมาเป็นอาวุธ (ชีวภาพ?) แต่สุดท้ายก็คุมไม่ได้จนโลกล่มสลายอย่างที่เกิดในเรื่อง


- จ่ากับคุณครูสุดท้ายก็ไม่ได้รักกัน โอคิดว่าสองคนนี้คงไปในแนวทางเอื้ออาทรกันและกันมากกว่า ตอนตายจ่าก็ไม่ได้พูดถึงครู และครูก็ไม่พูดถึงจ่าอีกเลย ตลกร้ายอีกมั้ยนี่


- ในหนังสือบอกตั้งแต่ต้นว่า เมลานี แปลว่าเด็กผิวดำ แต่จริงๆ เธอเป็นเด็กผิวขาว (แค่ถูกตั้งชื่อตามรายชื่อที่มีเท่านั้น) ส่วนคุณครูจัสตินูนี่ผิวคล้ำ น่าจะมีนัยเรื่องสีผิวด้วย แต่ภาพยนตร์สร้างตรงข้ามแฮะ







มีคำผิด คำที่น่าจะผิดกับการเรียงคำที่อ่านสะดุดเหมือนกัน โอจดๆ มาด้วย 


หน้า 6  ตรงทางเดินมีประตูยี่สิบบานฝั่งซ้ายและสิบแปดบานฝั่งขวา

เอาจริงๆ ก็ไม่เชิงว่าผิดถ้าเป็นภาษาพูด แต่ถ้าเป็นบรรยาย รูปนี่น่าจะดีกว่ามั้ยคะ

ตรงทางเดินมีประตูฝั่งซ้ายยี่สิบบานและฝั่งขวาสิบแปดบาน

หน้า 49 ละลอกแรกแห่งการติดเชื้อ

ต้องเป็น ระลอก (หน้า 107 ด้วย)

หน้า 52 

"...เฮเลน ดูเหมือนคุณจะวิจารณญาณพลาดครั้งใหญ่..."

และ

วิจารณญาณพลาด จัสตินูอยากย้อนใส่ถึงความน่าเชื่อถือในวิจารณญาณของคาลด์เวลล์เอง


วิจารณญาณ เป็นคำนามน่ะค่ะ ไม่น่าใช้ในประโยคแบบนี้นะโอว่า

อาจจะใช้เป็น 

"...เฮเลน ดูเหมือนคุณจะมีวิจารณญาณผิดพลาดครั้งใหญ่..."

และ

วิจารณญาณผิดพลาด จัสตินูอยากย้อนใส่ถึงความน่าเชื่อถือในวิจารณญาณของคาลด์เวลล์เอง


หน้า 86 เธออยากรู้สาเหตุที่ โอฟิโอคอร์ดีเซปส์ ผ่อนเพลากำลังอย่างผิดปกติ

ในที่นี้มันเป็นเชื้อรา น่ะค่ะ โอว่า ใช้ผ่อนกำลังไปเลยดีกว่า

เธออยากรู้สาเหตุที่ โอฟิโอคอร์ดีเซปส์ ผ่อนกำลังอย่างผิดปกติ

หน้า 247 เธอตัวกะจิดริดนิดเดียว

ต้องเป็น กระจิริด ค่ะ

หน้า 254 พาร์คส์อาจพูดถูกเรื่องจะไม่มีเสียงหลุดรอด

ในที่นี้ต้องใช้ หลุดลอด (เสียงหลุดลอดช่องออกไป ไม่ใช่ หลุด (มือ) รอด (ชีวิต) ไป ลองอ่านที่นี่

หน้า 345 ปากของคาลด์เวลล์เอ่อกลบด้วยเลือด

กลบ หมายถึง เอาสิ่งหนึ่งปิดบังสิ่งหนึ่ง
กบ หมายถึง เต็ม
อ่านเพิ่มที่นี่

ในที่นี้ปากเต็มไปด้วยเลือด จึงต้องใช้ กบ ค่ะ

หน้า 363 "เอาละ นังหนู กลับมาเถอะ ถ้าอยากลองไปดูทางตะวันออกด้วย ฉันจะขอบใจมาก..."

ตอนแรกเมลานีไปทางตะวันออกแล้ว ประโยคนี้จึงน่าจะเป็นทางตะวันตกหรือเปล่าคะ 








มีสายคาดมาให้ด้วย โอคลี่ออกให้ดู







ตัวอย่างภาพยนตร์ 

เข้าฉายบ้านเราเมื่อประมาณพ.ย.2559 คนไม่ค่อยพูดถึงเป็นวงกว้าง น่าจะเพราะฉายจำกัดโรงด้วยมั้งคะ โอก็ไม่ได้ดูเหมือนกัน






โอชอบสำนวนผู้เขียนนะ แบบเปรียบเปรยปนเสียดสี ช่วงแรกเห็นชัดเลย


.
.
.

คาลด์เวลล์เม้มริมฝีปากเป็นกิริยาไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ เธอทาลิปสติกทุกวันทั้งที่มีจำกัด และใช้มันเป็นฉากหน้าของความปกติในโลกเหมือนเหล็กกล้าปลอดสนิม

หน้า 51  บทที่ 9

ใช้มันเป็นฉากหน้าของความปกติในโลกเหมือนเหล็กกล้าปลอดสนิม

เหล็กกล้าปลอดสนิมก็คือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรือต่อให้มีก็มาจากการถูกดัดแปลงเปลี่ยนไป พูดง่ายๆ ก็คือใช้มันเป็นฉากหน้าให้เหมือนปกติในโลกจอมปลอม


.
.
.


ชีวิตห้อยแขวนกับการตัดสินใจแต่ละครั้ง แต่ละฝีก้าว เพราะมีสถานการณ์เป็นร้อยเป็นพันที่เราอาจเดินเข้าไปพบแล้วกลับออกมาไม่ได้ ทั้งเมืองมีแต่ตัวหิว ให้ตายเถอะ ส่วนใหญ่แล้วพวกมันดูไม่ต่างจากรูปปั้น และจะไม่ขยับนอกจากจะมีสิ่งใดขยับก่อน เราฉีดอี-บล็อกเกอร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อไม่ให้พวกมันได้กลิ่นเรา เรายังเดินเฉียดใกล้มันได้ตราบเท่าที่เดินช้า ๆ ไม่กระโตกกระตากจนมันรู้ตัว

บางครั้งเราเดินเข้าเมืองไปได้ไกลมาก

จากนั้นไอ้ซุ่มซ่ามสักตัวก็จะสะดุดก้อนกรวด หรือจาม หรือคันตูด ตัวหิวจะหันขวับมา จะเพราะได้ยินเสียงหรือจับการเคลื่อนไหวเวรระยำอะไรได้ก็เถอะ แล้วพอตัวหนึ่งหัน ตัวอื่น ๆ ก็จะหันตามโดยอัตโนมัติ พวกมันสับเกียร์ศูนย์เป็นเกียร์สี่ได้ในครึ่งวินาทีแล้วเฮละโลเข้ามา ถึงตอนนั้นเรามีทางเลือกสามทาง และสองในสามรับประกันได้ว่าตายโหง

ถ้าเรามัวแต่ตะลึง ตัวหิวจะโถมเข้าใส่เหมือนคลื่นน้ำหนองขนาดยักษ์ พวกมันเห็นเราแล้ว และจะไม่หลงกลอีกไม่ว่าเราจะมีกลิ่นแบบไหน

ถ้าเราหันกลับแล้ววิ่งหนี เราก็เสร็จมันอยู่ดี ต่อให้นำหน้าไปก่อน ต่อให้คิดว่าตัวเองจะรอด แต่ตัวหิววิ่งด้วยความเร็วเดิมได้จนชั่วกัลปาวสาน ไม่มีหยุดหรือผ่อนฝีเท้า และในระยะยาว มันจะไล่เราทัน

ดังนั้น เราจึงต้องสู้

ซัดให้มันล้ม โจมตีใต้เข็มขัด กราดปืนกล จัดการที่ขา ให้พวกมันแม่งต้องคลานถึงจะมาถึงตัวเราได้ เพิ่มโอกาสให้ตัวเองอีกนิด ถ้าให้ดี หาทางเข้าไปอยู่ในที่แคบ ให้พวกมันบุกเข้ามาได้ทีละตัวสองตัว แต่คุณคงไม่เชื่อหรอกว่าต่อให้ไอ้สัตว์นรกพวกนี้โดนเล่นจนเละขนาดไหนก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว

หน้า 70-71 บทที่ 12

.
.
.



Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2560 17:47:40 น.
Counter : 682 Pageviews.

6 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณfor a long time, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณJim-793009, คุณProphet_Doll, คุณpolyj, คุณเกศสุริยง

  
กบถูกใจความเฉียบแหลมอันไร้เดียงสาของนู๋เมลานีละค่ะ เด็กที่เล่นหนังถ่ายทอดตรงนี้ได้ดีเลย ส่วน ดร. ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแกนะ แต่ชื่นชมดีกรีความมุ่งมั่น เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์พอๆกับจ่าพาร์คส์ กบว่าคนเขียนสร้างตัวละครได้ดี แม้แต่กัลลาเกอร์ก็น่าสนใจ

เรื่องนี้มีภาคสองด้วยน้า เป็น prequel สิบปีก่อนเล่มนี้ละ ^^
โดย: Froggie วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:18:58:13 น.
  
อ่านข้ามสปอยล์นะ

แต่สนใจเพราะอ่านแล้วรู้สึกว่ามันต่างจากซอมบี้เรื่องอื่นๆ แฮะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ไม่ต้องหวานซึ้ง...ก็นึ่งได้ Food Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Beauty Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Sports Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:22:50:29 น.
  
เนื้อเรื่องแปลกดีครับ ทำให้อยากลองอ่านดูเลย ว่าคนเขียนจะหยิบซอมบี้มาปรุงขึ้นใหม่ยังไงบ้าง

ขอบคุณคุณโอที่เอามารีวิวนะครับ
โดย: Jim-793009 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:2:03:13 น.
  
มีหนังด้วย .... ดุหนังดีกว่าค่ะ
โดย: Prophet_Doll วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:55:43 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Review Food Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
อุ้มสี Review Food Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
Close To Heaven Review Food Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
แวะมาส่งกำลังใจให้คุณโอค่ะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:11:05:38 น.
  
คุณกบ โอรู้สึกว่าเมลานีโตขึ้นทุกๆ บท จากเด็กไร้เดียงสาที่รับข้อมูลด้านเดียวกลายเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าคิดกล้าตัดสินใจ เดาว่าภาคสอง (เหตุการณ์ก่อนหน้า) ต้องเป็นภาคที่ชุลมุนแน่เลยค่ะ

พี่สาวไกด์ฯ ใช่ๆ มันไม่ใช่แค่แนวเอาตัวรอด ใครวาดว่าจะเอาฉากบู๊สะใจนี่อาจจะผิดหวัง คือมันมีฉากบู๊นะ แต่ไม่ใช่แนวหลักของเรื่องค่ะ เล่นกับความคิดคนและแนวคิดของผู้เขียนมากกว่า หนังก็น่าจะทำออกมาดีนะคะ โอไปอ่านรีวิวหนังมา ดูดีทีเดียวเลยแหละ ขอบคุณที่โหวตให้ค่ะ

คุณJim-793009 ต้องลองอ่านดูถึงจะรู้ค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมแหละโหวตให้นะคะ

คุณPd ลองหามาดูน้า ขอบคุณที่โหวตให้ค่า

คุณเกศสุริยง ขอบคุณมาเยี่ยมและโหวตให้นะคะ

ขอบคุณทุกคนค่ะ





โดย: ออโอ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:21:04:07 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments