joyka
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add joyka's blog to your web]
Links
 

 
Nephilim's tale ตอนที่ 4

Back to Chapter 1

Back to Chapter 2

Back to Chapter 3


----------------------------------
[b]Chapter 4[/b]

เหล่าหญิงสาวจากหลายหมู่บ้านในดินแดนเฟรโดน่ามารวมตัวกัน ณ เขตพระราชฐานแห่งปราสาทเฟรโดน่า
วันนี้เป็นวันที่ทางปราสาทเปิดรับให้มีการรับสาวใช้ เพื่อเข้ามาทำงานในวัง ซึ่งแม้ตำแหน่งนี้จะเป็นเพียง “คนใช้”
หากแต่กฏระเบียบทางวังให้สิทธ์สาวใช้ที่มีผลงาน และเป็นที่ถูกใจเจ้านายในวังสามารถเลื่อนชั้นไปเป็นถึงนางกำนัลได้

นอกจากนี้การเป็นสาวใช้ คอยรับใช้เหล่าขุนนาง และราชวงศ์ก็เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองว่าเป็นเกียรติ์อย่างยิ่ง
จึงทำให้ทุกปี มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยมาร่วมในการรับสมัครนี้

แม้จะบอกว่ารับสมัคร แต่ในความเป็นจริง มันคือการสอบเพื่อคัดเลือกเข้าไปทำหน้าที่ซะมากกว่า
โดยการสอบจะมีทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ ซึ่งจะทดสอบในหลาย ๆ ด้านตั้งแต่ความรู้ ศิลปะ การร้องการรำ ความสามารถในเชิงการรับใช้ การบ้านการเรือน แม้แต่ในเรื่องอาหาร ซึ่งผู้เข้าสอบมีสิทธิ์ที่จะเลือกทดสอบได้ตามอัธยาศัย
แต่คะแนนจะรวมแล้วให้คณะกรรมการซึ่งเป็นนางกำนัลฝ่ายในเป็นผู้ตัดสิน

ในบางครั้งจะมีบ้างที่ขุนนางผู้ใหญ่ในพระราชวังออกมารับหน้าที่เป็นกรรมการเฟ้นหาด้วยตนเองและน้อยครั้งที่
ผู้ที่มาควบคุมการคัดเลือกคือ องค์ราชินี

อนาคิมและเรโนอายืนอยู่ท่ามกลางหมู่สาว ๆ จากหมู่บ้านต่าง ๆ แต่ละคนช่างงดงามนัก จนเรโนอาแทบคิดไปว่านี่เธอกำลังมาเพื่อสอบเป็นสาวใช้ หรือมาประกวดประขันความงามเพื่อเป็นสาวงามประจำเมืองกันแน่

หากแต่หญิงสาวจากหลายหมู่บ้านล้วนจับจ้องมาที่อนาคิม เนื่องจากชุดที่นางใส่นั้นงดงามมาก ๆ
รวมทั้งกิริยาท่าทางของอนาคิมนั้นวางเฉยต่อสิ่งรอบข้างราวกับว่าหาได้หวั่น เกรงสิ่งใดไม่ จนบางคนถึงกับกล่าวว่าเธอน่าจะเป็นบุตรสาวของขุนนาง หรือข้าราชการชั้นสูงเก่ามาร่วมในงานนี้ด้วย

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว
“เรโนอา...” อนาคิมเรียกเพื่อนสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงของนางนิ่งเย็นชา

“หืม? มีอะไรรึอนาคิม” เรโนอาหันไปมองอนาคิมที่วางสีหน้าสงบนิ่ง
อนาคิมยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย จนดูสง่างามจริง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ข...ข้ากลัวจนไม่กล้าขยับไปใหนแล้ว มีคนสวย ๆ ท่าทางเก่ง ๆ เต็มไปหมดเลย นี่ข้าจะรอดพ้นการสอบครั้งนี้ไปได้งั้นรึ”
เรโนอาตีหน้าเรียบเฉยบ้าง พลางกระซิบเบาไปที่ข้างหูอนาคิม
“เจ้าน่ะ กำลังข่มคนอื่นอยู่นะ อย่าแสดงความอ่อนแอออกมาล่ะ ไม่งั้นทุกคนจะรู้ว่า จริง ๆ เบื้องหลังความสงบนิ่งของเจ้ามันคือ ความเกร็งจนไม่กล้าทำอะไรต่างหาก”

แม้เรโนอาจะบอกอนาคิมไปเช่นในนั้น แต่ภายในใจของนางแทบจะอยากลงไปขำกลิ้งกับพื้นกับความเกร็งของ
อนาคิม และต่อสถานการณ์รอบ ๆ ตัวที่คนส่วนใหญ่คิดว่าอนาคิมนั้นดูเรียบเฉยไม่หวั่นเกรงสิ่งใด

“ผู้เข้าสอบทุกท่าน โปรดมาลงชื่อเพื่อเข้ารับการทดสอบที่พวกเจ้าต้องการได้ที่เจ้าหน้าที่ ประจำแต่ละฐานได้แล้ว”
เจ้าหน้าควบคุมการสมัครตะโกนเสียงดังออกมา

เหล่าผู้เข้าสอบทะยอยเดินไปลงทะเบียนเพื่อเข้าสอบในส่วนที่ตัวเองต้องการ

“อนาคิมเจ้าเลือกสอบอะไรบ้างน่ะ” เรโนอาเดินไปถามอนาคิมไป อนาคิมเอามือแตะริมฝีปากตัวเองก่อนจะตอบ

“อืม ข้าว่าจะเป็นความรู้กับ การทำอาหารน่ะ”

“เจ้ากะไปอยู่ในครัวจริง ๆ สินะ” เรโนอาเบ้ปาก แน่ล่ะเธอไม่คิดว่าเพื่อนสาวของเธอคิดจะไปอยู่ในครัวจริง ๆ

“ก็ร้องรำทำเพลงศิลปะ ข้าไม่เก่งเอาซะเลย แถมงานบ้านงานเรือนข้าคงไม่ไหว เพราะข้าไม่ถนัดการรับใช้ใคร”
อนาคิมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เรโนอายิ้มเล็ก ๆ ให้กับคำตอบของอนาคิม เพราะแม้ว่าอนาคิมจะบอกเช่นนั้นแต่จริง ๆ แล้วเธอไม่ใช่ไม่เก่ง เพียงแต่เธอดูจะไม่ชอบซะมากกว่า

“ข้าจะไปทดสอบเรื่องงานบ้านงานเรือน กับมารยาท คงต้องแยกกันตรงนี้แล้ว พยายามเข้านะแม่ลิงสาว”
เรโนอากล่าวก่อนจะโบกมือแล้วแยกไปคนละทิศกับที่ทางอนาคิมจะต้องไป

“งื่อ~~~” อนาคิมครางออกมา มองเพื่อนสาวค่อย ๆ เดินหายไปในฝูงชน

อนาคิมนั้นตัดสินใจแล้วว่าจะทดสอบสิ่งใดบ้าง เธอจึงไปยังจุดลงชื่อพร้อมแจ้งความประสงค์
การทดสอบในส่วนที่อนาคิมเลือกในช่วงแรกนั้น เริ่มต้นคือ ทดสอบความรู้

ซึ่งที่หน้าห้องสอบมีหญิงสาวมารอสอบจำนวนมากทีเดียว ส่วนใหญ่ที่มาทดสอบความรู้เพราะมักจะหวังเพื่อไปรับใช้เหล่าข้าราชการในวัง ซึ่งถ้ามีความรู้มากพอก็อาจจะได้รับการไว้วางใจให้เป็นผู้ติดตาม หรือ ผู้ช่วยในการทำงานทีเดียว หากแต่สำหรับอนาคิมเธอหวังแค่อยากจะทดสอบระดับความรู้ของเธอเองเฉย ๆ เท่านั้นเอง

การสอบให้เวลาในการทดสอบเพียง 2 ชั่วโมง ข้อสอบที่ออกมาเป็นข้อเขียนที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์
การเมืองการปกครอง และเรื่องเกี่ยวข้องความรู้ทั่วไป

ภายในห้องสอบ คนส่วนใหญ่สีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด ด้วยดีกรีความยากของข้อสอบ
หากแต่สำหรับอนาคิมแล้วมันค่อนข้างเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะข้อสอบที่เน้นความจำ คงเพราะสำหรับ
อนาคิมนั้นเธอมีลักษณะเด่นในเรื่องการพัฒนาความรู้ความสามารถได้อย่างรวด เร็วผิดคนปกติมาก ๆ แต่เพราะเธอมักจะเอาความสามารถทางด้านนี้ไปลงเอากับเรื่องการต่อสู้ซะจนหมด จึงแทบไม่ได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาสักเท่าใดเลย

หลังจากหมดเวลาสอบคนในห้องสอบค่อย ๆ ทะยอยออกมา ที่หน้าห้องเสียงผู้ที่สอบเสร็จแล้วเซ็งแซ่พอสมควร บ้างก็บ่นในเรื่องความยากของข้อสอบ ผู้เข้าสอบบางส่วนที่ค่อนข้างมั่นใจ ก็จะไม่ค่อยกล่าวอะไรมาก อนาคิมนั้นเมื่ออกจากห้องสอบแล้วเธอก็เดินไปยังที่หมายถัดไป คือ การสอบทำอาหาร ซึ่งจะมีการทดสอบ 2 ช่วงคือ ช่วงใกล้เที่ยง และ ช่วงบ่าย

ที่ห้องทดสอบการทำอาหารมีเหล่านางกำนัลที่ดูแลพื้นที่ในครัวมาเตรียมพร้อม อยู่ก่อนแล้ว ผู้เข้าทดสอบบางส่วนมารับโจทย์ในการเข้าสอบ อนาคิมนั้นมาช้านิดหน่อยเพราะเธองงทิศทางในวัง แต่ก็ได้ผู้คุมสอบแนะทางให้จนมาถึงในที่สุด อนาคิมเข้าไปรับโจทย์ในการสอบจากกรรมการคุมสอบซึ่งเป็นโจทย์รวมที่ผู้เข้า สอบทุกคนต้องทำในลักษณะคล้าย ๆ กัน จริง ๆ แล้วโจทย์ของแต่ละคนนั้นไม่ต่างกันเลยเพราะแบบทดสอบมุ่งเน้นให้ง่ายต่อการ ให้คะแนนเท่านั้นเองเอง โจทย์ที่ได้คือ อาหารมื้อกลางวัน ซึ่งเธอมีเวลาทำเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

อุปกรณ์ต่าง ๆ มีจัดเตรียมให้ผู้ทดสอบเลือกได้ตามความต้องการ อนาคิมนั้นเลือกที่จะทำอาหารที่ใช้จากเนื้อสัตว์นานาชนิดมาผสมผสานกัน เธอตัดชิ้นเนื้อที่ทางครัวเตรียมไว้ อย่างละไม่มากนักนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
แล้วนำไปอบภายในหม้อที่ใส่ไว้ด้วยสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ซึ่งให้กลิ่นที่หอม ใบหน้าของอนาคิมยามทำอาหารนั้นสนุกสนานมาก แม้ว่าในชีวิตจริงเธอเข้าครัวน้อยมาก เพราะเคย์ซ่าไม่ค่อยชอบอาหารที่อนาคิมทำซักเท่าไหร่ เธอชอบบ่นว่า
‘มันไม่อิ่ม’ และ ‘มันดูผู้ดีเกินไป’

เนื้อสัตว์ที่ผ่านการอบแล้วเธอนำมันมาตกแต่งเข้ากับผัก และจัดรวมกับน้ำซุปที่เธอไปทำระหว่างรออบเนื้อ เธอใช้เวลาในการทำไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็นำอาหารที่ทำเสร็จส่งกรรมการ เหลือเพียงรอผลเท่านั้น

หลังจากส่งอาหารแล้ว อนาคิมออกจากห้องสอบไปรอผลสอบทั้ง 2 อย่างที่จุดเริ่มก่อนเข้าลงทะเบียน
ที่นั่นเธอได้พบกับเรโนอาที่เพิ่งออกจากห้องทดสอบเช่นกัน เรโนอานั้นดูเหนื่อยอย่างมาก เธอคงไปเจออะไรยุ่งยากเป็นแน่

“เป็นยังไงบ้างเรโนอา” อนาคิมกล่าวถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ข้าจะตายเอา การรักษามารยาทของชาววังมันดูยุ่งยากวุ่นวายกว่าที่เรียนจากอาจารย์ซะอีก” เรโนอาบ่นกระปอดกระแปด ด้วยเธอไม่คิดว่าสิ่งที่พบมันจะเข้มข้นกว่าที่ร่ำเรียนมามาก
อนาคิมที่ฟังอยู่ได้แต่เพียงหัวเราะเบา ๆ เธอคิดถูกที่ไม่ทดสอบเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะเป็นยิ่งกว่าเรโนอาอีก

บนปราสาทสูงขึ้นไปบนทางเดินปราสาท เลออส และเซคิน่ายืนมองผู้เข้าทดสอบไม่ไกลนัก ระยะเรียกว่าสามารถยืนมองลงมาเห็นผู้เข้าสอบเกือบทุกคนได้สบาย ๆ ทีเดียว

“ปีนี้คนก็มาแยะอีกแล้ว” เซคิน่าขึ้นไปนั่งบนกำแพง ใช้มือป้องเหนือตาเพื่อบังแสงแดดแล้วส่องมาทางด้านล่าง

“ก็มาแยะทุกปี แล้วก็หลุดไปกันมากมายทุกที” เลออสกล่าว น้ำเสียงไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดใจหรือตื่นเต้นแบบเซคิน่านัก คงเพราะเขาเห็นภาพแบบนี้บ่อย ๆ ซึ่งต่างจากเซคิน่าที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจจึงทำให้เธอไม่ได้มาเห็นภาพเช่น นี้บ่อยนัก

“เอ ชไนเดอร์หายไปใหนน่ะ ข้าไม่เห็นเลยตั้งแต่เช้า” เซคิน่าหันมาถามเลออส ด้วยเพราะปกติชไนเดอร์น่าจะมาร่วมก๊วนกับพวกเธอด้วย การที่อยู่ ๆ หายไปจึงทำให้เธอสงสัยพอสมควรทีเดียว

“เห็นว่าโดนจับไปเป็นกรรมการน่ะนะ แต่ข้าไม่รู้หรอกว่าอยู่ที่ใหน”
เลออสเบ๊ปากนิดหน่อย ก่อนตอบออกไป พลางมองลงไปยังเบื้องล่าง

ทันใดนั้นเลออสเลิกคิ้วและยิ้มออกมา ก่อนที่จะอุทานเสียงดัง
“เจอแล้ว!! มาจริง ๆ ด้วยสิ” เลออสกล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจต่อภาพที่เขาเห็นอยู่เบื้องล่าง

“เห อะไรๆ” เซคิน่าหันไปหาเลออสด้วยสีหน้าสงสัยต่อสิ่งที่เลออสกล่าวทันที

เลออสฉีกยิ้มกว้างก่อนชี้ลงไปยังเบื้องล่าง พลางกล่าว
“นั้นไง แม่ลิงสาวของชไนเดอร์ไงล่ะ”

วิ้ดวิ้ว~

เสียงเลออสผิวปากลอยไปตามลม
“ใส่ชุดที่ชไนเดอร์ซื้อให้มาซะด้วย ถ้าเจ้านั้นมาเห็นคงยิ้มไม่หุบเป็นแน่”

“ใหน ๆ คนใหน” เซคิน่าคะยั้นคะยอให้เลออสชี้ไปยังที่หมาย เพราะนางไม่เคยเจออนาคิมมาก่อนเธอจึงไม่รู้จักหน้าตาของหญิงสาวที่เลออสกล่า วถึงผู้นี้

“นั้นไง แม่สาวเสื้อฟ้าที่ยืนท่าทางสง่า ใต้ร่มไม้ใกล้ ๆ กำแพงนั่นไง” เลออสชี้ไปยังที่หมายซึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงพระราชวัง

เซคิน่ามองตามทันที เธออยากเห็นเหลือเกินว่า แม่ลิงสาว ที่เลออสและชไนเดอร์กล่าวถึงเป็นเช่นไร
เธอจับจ้องไปยังที่หมาย หากแต่ทันทีที่พบ เซคิน่ากลับนิ่งเงียบ ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาเลย จนทำให้เลออสที่มองดูอยู่สงสัยในกิริยาที่เปลี่ยนไปของเซคิน่า

“มีอะไรรึ เซคิน่า ทำไมเงียบไป?” เลออสซักเพราะท่าทีที่แปลกไปของเซคิน่านั้น ไม่ใช่อาการปกติที่เธอเป็นเลย

เซคิน่ายังคงนิ่ง สายตาของเธอไม่เหมือนเมื่อตอนที่ดูหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่มาทดสอบ สายตาของเธอในยามนี้ดูตื่นตระหนกราวกับว่าเธอได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝันมา ก่อน เธอค่อย ๆ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หากแต่เลออสก็พอที่จะได้ยินคำที่เธอกล่าวออกมา

“เรฟาอิม...”

“เรฟาอิม??” เลออสทวนคำด้วยความสงสัย
เซคิน่ากลับมามีสีหน้านิ่งสงบอีกครั้ง เธอหันมาทางเลออส

“ข้าอยากจะทานมื้อเย็นแล้วพูดคุยกับนางซะแล้วสิ เจ้าช่วยจัดการให้ข้าทีนะ ตอนนี้ข้าคิดว่า ข้าคงมีธุระนิดหน่อยที่ต้องจัดการให้เสร็จซะแล้วสิ”
เซคิน่ากล่าวฝากกับเลออส แล้วกระโดดจากเขาไปทันที ปล่อยให้เลออสงุงนงงพลางบ่นด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ

“เอ้า เอะอะอะไรก็ให้ข้าจัดการเรอะ”

ด้านอนาคิมและเรโนอานั่งทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาท่ามกลางต้นแอปเปิ้ลที่ รายล้อมพวกเธออยู่ อีกไม่นานผลสอบก็คงจะประกาศแล้ว ทั้งสองค่อนข้างตื่นเต้นอย่างมาก ผู้เข้าทดสอบหลายคนนั่งพักและรอคอยผลรอบ ๆ ปราสาท

“อืม ถ้าข้าสอบผ่าน ไม่รู้ข้าจะต้องไปอยู่รับใช้ใครล่ะ” เรโนอาเอ่ยขึ้น
อนาคิมแสดงอาการสงสัยนิดหน่อย เพราะนางคิดว่ามันได้เจาะจงลงไปว่าต้องไปอยู่กับผู้ใด

“ไม่ใช่ว่าทำงานที่ปราสาทกลางรึ?” อนาคิมถามทันที

“ไม่หรอก ขืนให้สาวใช้มานั่ง ๆ นอน ๆ ในปราสาทกลาง คงได้มีการสถาปนาดินแดนสาวใช้แน่ ๆ” เรโนอาตอบกวนนิด ๆ เพราะด้วยจำนวนสาวใช้ที่ได้รับคัดเลือกในแต่ละปี และในปีก่อน ๆ รวมกันห็หลายร้อยคนอยู่ ถ้ามาอยู่ในปราสาทกลาง ทั้งพระราชวังคงมีแต่สาวใช้เดินกันไปมาเต็มวังจนบอกไม่ได้ว่า ตกลงพระราชวังสร้างขึ้นมาให้ใครอยู่กันแน่

“ว่าแต่เจ้าเถอะ ถ้าสอบผ่านความรู้ก็คงต้องไปทำงานหน้าห้อง หรือไม่ก็ไปอยู่กับพวกห้องสมุดแน่นอน เจ้าไม่กลัวบ้างรึ” เรโนอาถามกลับ

“ทำไมล่ะ งานห้องสมุดก็ดีนะ” อนาคิมถามกลับ

“ดีน่ะดี แต่เจ้าที่ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายไม่กลัวเส้นจะตึงหมดบ้างรึ” เรโนอาแหย่อนาคิมเพราะรู้ดีว่า งานที่เป็นพวกเอกสาร ให้คำปรึกษา มันนั่งอยู่แต่กับที่ อนาคิมซึ่งเป็นพวกชอบออกแรง และมีความสุขกับการหยิบนู้นทำนี้คงเบื่อเป็นแน่

อนาคิมที่ไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนถึงกับเบ้หน้าทันที เพราะชีวิตเช่นนั้นเธอคงเบื่อมากจริงแท้แน่นอน

“งั้นข้าจะไปอยู่ในครัว” อนาคิมพูดขึ้นมาทันที

“เจ้ารอผลสอบก่อนดีกว่าว่าเจ้าได้ทั้ง 2 ที่รึไม่” เรโนอาตอบอนาคิมด้วยสีหน้าเอือมนิด ๆ กับความใจเร็วได้ของ
อนาคิม

“แต่ข้าว่าอย่างเจ้าไม่สมควรอยู่ที่ใดทั้งนั้นแหละ นังบ้านนอก” เสียง ๆ หนึ่งกล่าวว่าทั้งสอง

อนาคิม และเรโนอาเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่สบประมาทพวกตนทันที กลุ่มหญิงสาวนั้นมีอยู่ 4 คน แต่ละคนเมื่อดูจากเครื่องแต่งกายพวกนางดูเป็นหญิงสาวที่ดูสูงศักดิ์ หรือถ้าหากเป็นชาวบ้านก็คงเป็นบุตรสาวจากพวกพ่อค้าซึ่งมีฐานะร่ำรวยมาก ๆ เป็นแน่

“เป็นพวกลูกสาวของพวกพ่อค้าห่างไกลเมืองหลวงแท้ ๆ กระแดะวางตัวเทียบชั้นผู้ดีมีสกุลงั้นรึ”

สาว ๆ กลุ่มนี้ยังคงค่อนขอดต่อ พวกนางคงไม่ค่อยพอใจที่อนาคิมนั้นวางท่าทาง และแต่งกายได้ราวกับผู้ดีมีชาติตระกูล ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงบุตรสาวของพ่อค้าเหล็กนอกเมืองเท่านั้น จึงได้เข้ามาหาเรื่อง

อนาคิมได้แต่นั่งฟังนิ่ง ๆ นางจิ้มเนื้อทอดที่เคย์ซ่าทำมาให้เข้าปาก ราวกับว่า ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย
เรโนอาแม้จะไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องก็เลยพยายามระงับอารมณ์ไว้

“หึ ชุดนั้นก็เหมือนกัน คงขายของมีค่าในบ้าน ไม่ก็ไปเกาะพวกเศรษฐีหน้าโง่สินะ ถึงได้มา” พวกนางยังคงไม่หยุด ราวกับพยายามยั่วโมโหให้อนาคิมแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกมา

หากแต่อนาคิมกลับวางเฉยได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนเรโนอาเองยังประหลาดใจ เพราะแม้แต่เธอซึ่งไม่ใช่คนที่โดนค่อนขอดยังรู้สึกโมโหขึ้นมาตะหงิด ๆ แต่อนาคิมกลับสงบเยือกเย็นมาก

“ผลสอบประกาศแล้ว!!!” เสียงอันดังก้องลอยออกมา
อนาคิมเงยหน้าหันไปทางเสียงนั่น นางค่อย ๆ ลุกขึ้น

“เรโนอา ไปดูผลสอบกันเถอะ” เธอกล่าวเรียบ ๆ
เรโนอารีบลุกขึ้น และตามอนาคิมไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กลุ่มผู้หญิงที่ค่อนขอดอนาคิมก็เดินไล่ตามไปติด ๆ

ที่ลานประกาศผลสอบผู้หญิงจำนวนมากมาดูผลกัน
บ้างก็ดีใจที่ตนผ่านการทดสอบ บ้างก็เสียใจก็มี เรโนอานั้นวิ่งไปดูอีกทาง นางนั้นได้ตำแหน่งสาวใช้ในพระราชวังสมใจ แม้ว่าคะแนนของเธอจะอยู่ในระดับกลาง ๆ ซึ่งหมายความว่าเธออาจจะต้องไปทำงานรับใช้เหล่าขุนนางในวังคนใดคนหนึ่ง

หลังจากที่เธอรู้ผลของตัวเอง เธอรีบวิ่งกลับไป บอกข่าวดีของนางกับหาอนาคิมทันที

หากแต่อนาคิมนั้นมีสีหน้าดูเศร้าสร้อย เรโนอารีบถามทันที
“อนาคิม เจ้าผ่านรึไม่?” น้ำเสียงเธอนั้นยังคงหวังว่าอนาคิมจะไม่พูดในสิ่งที่เธอคิดออกมา

อนาคิมส่ายหัวช้า ๆ เธอดูหงอยไปอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีชื่อข้าในผลประกาศทั้งสองที่เลย” อนาคิมเอามือปิดปาก เธอคงอยากจะร้องไห้ออกมา

“เชอะ พวกบ้านนอกความรู้น้อย ก็เช่นนี้ล่ะ ไม่มีทางได้ทำงานในวังหรอก ฮะฮะฮะ”
พวกผู้หญิงกลุ่มเดิมเย้ยหยั่นอนาคิม

จนเรโนอารู้สึกอยากจะเข้าไปตบในทันที แต่อนาคิมจับมือของเรโนอาไว้พร้อมกับส่ายหัวช้า ๆ
“ผลเป็นเช่นไร ข้าควรยอมรับเช่นนั้นนะ เรโนอา” อนาคิมกล่าวด้วยรอยยิ้มหากแต่นัยน์ตาของเธอแฝงความผิดหวังไว้
พวกผู้หญิงกลุ่มนั้นยังคงหัวเราะไม่หยุด ราวกับสมใจพวกนางที่อนาคิมไม่ผ่านการทดสอบ
“ข้าจะไปดูผลอีกที ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่มีชื่อเจ้าเลย” เรโนอากล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนใจ เธอรู้ดีว่าอนาคิมมีความสามารถขนาดใหน การที่ไม่มีชื่ออนาคิมเลยมันช่างดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

“เจ้าไม่ต้องไปดูหรอก!!!” เสียงหนึ่งเอ่ยดังขึ้นทันที

“ไม่มีชื่อนางอยู่ในผลประกาศใด ๆ ณ ที่นี้ทั้งนั้นล่ะ” ผู้ที่พูดคือเซคิน่านั่นเอง เธอค่อย ๆ เดินก้าวออกจากฝูงชนมาหาอนาคิมอย่างช้า ๆ
“คงไปทำอะไรไม่เหมาะสมและขาดคุณสมบัติอย่างแรงเลยโดนเขี่ยออกเป็นแน่” ผู้หญิงกลุ่มเดิมค่อนขอดต่อด้วย ณ ที่นั้นไม่มีผู้ใดรู้จักเซคิน่า จึงคิดกันว่าน่าจะเป็นกรรมการคุมสอบจากจุดใดจุดหนึ่งมากกว่า

หากแต่เรโนอาไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบ ๆ หรือหญิงสาวกลุ่มนั้นแล้ว เธอสนใจสตรีที่อยู่ตรงหน้าเธอมากกว่า

“ที่เจ้ากล่าวนั่นหมายความว่าอย่างไรกัน!?!” เรโนอาแทบจะตวาดใส่เซคิน่ากลับไป

“ก็ตามที่ข้าพูด ไม่มีชื่อนางในผลประกาศใด ๆ ทั้งสิ้น” เซคิน่าตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

อนาคิมได้แต่ยืนงงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมล่ะ? เธอทำสิ่งใดผิดงั้นรึ?

“เพื่อนของข้าทำสิ่งใดผิดไปจึงได้ถูกกระทำเยี่ยงนี้!!” เรโนอาร้อนใจมากขึ้น เธอแสดงกิริยาแทบจะขย้ำเซคิน่าได้

“...” เซคิน่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

ชไนเดอร์ที่เพิ่งกลับออกมาจากในปราสาท และเลออสที่ดูเหตุการณ์อยู่คนละมุมของทางเดินบนปราสาท ต่างประหลาดใจกับการที่เซคิน่าเข้าไปยุ่งกับเรื่องของทางฝ่ายในอย่างมากทั้ง สองรีบลงไปยังที่เซคิน่าอยู่ทันที

“ข้าคิดว่า การที่ต้องเอาชื่อนางออกภายหลัง แล้วต้องให้ฝ่ายที่ได้นางไป หาคนมาทดแทน มันเสียเวลาน่ะสิ”
เซคิน่าตอบเรียบ ๆ แต่นั้นหาใช่คนตอบที่เรโนอาต้องการไม่ สีหน้าของเรโนอาเดือดดาลอย่างมาก

แม้ว่าอนาคิมจะพยายามดึงแขนของเรโนอาเพื่อยั้ง ๆ ไว้ด้วยไม่ต้องการให้เกิดเรื่องในเขตพระราชฐาน

เซคิน่าเดินไปหาอนาคิมช้า ๆ เธอชี้ไปยังใบหน้าของอนาคิม

“เจ้าไม่มีชื่อในฝ่ายใดในฝ่ายใน เพราะ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้าต้องมาอยู่กับกรมการทหาร ในฐานะเลขานุการกองทัพแห่งเฟรโดน่า” เซคิน่ากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังสงบเยือกเย็น

แต่เรโนอา กับอนาคิม และเหล่าผู้อยู่ในพื้นที่โดยรอบนั้นต่างตกตะลึงอย่างมาก เพราะตำแหน่ง เลขานุการกองทัพนั้น หาใช่ตำแหน่งเล็ก ๆ ไม่ หากแต่เทียบชั้นได้เท่ากับขุนนางในวังทีเดียว

“เป็นไปได้อย่างไร ที่นางผู้นี้ได้สิทธิ์ถึงขั้นนั้น”

“ติดสินบน นางต้องติดสินบนเป็นแน่” เสียงกลุ่มผู้หญิงที่ค่อนขอดอนาคิมแสดงความไม่พอใจออกมา

เหล่าผู้คนรอบ ๆ เซ็งแซ่ด้วยความสงสัยมากขึ้น อนาคิมและเรโนอาเองก็ยังตกตะลึงอยู่ ไม่สามารถอธิบายสิ่งใดได้
แม้แต่เลออสและชไนเดอร์ที่ตามลงมาถึงที่เซคิน่า อนาคิมและเรโนอายืนอยู่ ยังรู้สึกอึ้งกับคำตอบของเซคิน่าอย่างมาก เพราะทั้งสองไม่ได้รับรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

เซคิน่า ชำเลืองมองเลออสและชไนเดอร์ แล้วเดินผ่านตัวอนาคิมไปเล็กน้อย เธอค่อย ๆ รวบรวมลมหายใจก่อนที่จะประกาศด้วยเสียงกึกก้อง

“ท่านทั้งหลายเอ๋ย หญิงสาวผู้นี้ ผู้ที่ยืน ณ ทีนี้ นางคือผู้ที่มีฝีมือถึงขั้นสามารถประมือกับรองแม่ทัพเกราะแดงผู้เก่งกาจแห่ง เฟรโดน่าได้ และมีความสามารถในการทดสอบปัญญาอยู่ในระดับที่สองของผู้เข้ารับการทดสอบทั้ง หมด
ผู้ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ควรเช่นนั้นหรือที่ต้องไปทำงานในครัว หากเจ้าคนใดมีข้อกังขาล่ะก็ เชิญก้าวออกมาและพิสูจน์ฝีมือกับรองแม่ทัพแห่งเฟรโดน่า เลออสที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ได้เลย”

คำประกาศของเซคิน่าดังกึกก้อง และสิ่งที่นางท้าทายนั้น เป็นสิ่งที่หามีหญิงผู้ใดกล้ารับแน่นอน เพราะแทบทั้งหมดเป็นผู้ที่ฝึกฝนด้านการบ้านการเรือน หาใช่การต่อสู้ไม่

เซคิน่าหยุดเงียบ เหล่าผู้คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นยังคงมีเสียงเซ็งแซ่อยู่บ้าง แต่หามีผู้ใดกล้าออกมาไม่

“หากไม่มีผู้ใด กล้าออกมาแสดงความสามารถที่เหมาะสมคู่ควร ข้าจักถือว่า หญิงสาวผู้นี้ได้รับการยอมรับให้อยู่ในตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้แล้ว” เซคิน่าประกาศกึกก้องอีกครั้ง

อนาคิมและเรโนอายังคงตกตะลึงอยู่ ด้วยไม่คิดว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งในวังนั้นจะได้มาเพราะเรื่องอะไรเช่นนี้

“หึหึหึ....ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า....” เลออสหัวเราะด้วยเสียงอันดังขึ้นมา จนคนในที่แห่งนั้นขึ้นไปมองเป็นตาเดียวกัน เลออสยกนิ้วโป้งให้เซคิน่าทันที พร้อมกล่าวขึ้น

“ให้ตายสิ เจ้านี่มัน.....ยอดเยี่ยมจริง ๆ เลย หัวหน้าสอดแนมและลอบสังหารแห่งเฟรโดน่า เซคิน่า ไอส์สเวล”

เซคิน่ายกนิ้วโป้งตอบกลับทันที สายตาส่องประกายวิ้ง ๆ ให้กันและกันจนชไนเดอร์รู้สึกหนักใจกับคนทั้งสอง

“พวกเจ้านี่น้า วุ่นวายอะไรไม่เป็นเรื่องจริง ๆ” ชไนเดอร์บ่นเบา ๆ หากแต่ในใจของเขากลับรู้สึกชื่นชมอยู่ไม่น้อย

อนาคิมนั้นเมื่อสังเกตเห็นชไนเดอร์ก็ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ จากที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้ว คราวนี้ถึงกับแข็งเป็นหินไปเลยทีเดียว

เหล่าผู้คนรอบ ๆ ตัวอนาคิมต่างนิ่งเงียบ ด้วยเมื่อทราบว่าผู้ที่รับรองความสามารถของอนาคิมนั้นเป็นถึงหัวหน้ากองรบ และรองแม่ทัพแห่งเฟรโดน่า และยังมีเงื่อนไขในการคัดค้านที่ยากเย็น จึงไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านการได้ตำแหน่งของ
อนาคิมเลย

เลออสเดินไปหาอนาคิม และยิ้มให้เล็กน้อย

“ดูสิ ๆ แม่ลิงสาวของเราวันนี้สวมใส่อาภรณ์ที่องค์ชายรูปงามของเรามอบให้ด้วยล่ะ” เลออสแหย่อนาคิมทันที

เล่นเอาอนาคิมหน้าแดงอย่างมาก แม้แต่ชไนเดอร์ก็ยังกระแอ่มด้วยความเขิน

เซคิน่ามองผู้คนที่รายล้อมไปมา เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดคัดค้าน ก็เดินไปหาอนาคิม เรโนอา และเลออส
“คิดว่าคงไม่มีปัญหาแล้วกระมัง ฝากเจ้าพา แม่ลิงกับแม่แรคคูนนี่ ไปหาอะไรกินกันตอนเย็นด้วยล่ะ” เซคิน่ากล่าวฝากเลออส

เลออสยักไหล่เป็นเชิงยอมรับ ในขณะที่เรโนอาได้แต่อ้าปากค้างและคิดในใจ

‘ข...ข้าเป็นแรคคูนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย’

ชไนเดอร์ที่สังเกตทีท่าของเซคิน่าจึงเดินเข้ามาไปถามว่า
“แล้วเจ้าจะไปใหนงั้นรึ?”

“ข้ามีเรื่องที่ต้องจัดการอีกนิดหน่อยน่ะ” เซคิน่ากล่าวแล้วผละออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว จนชไนเดอร์และเลออสไม่ทันที่จะได้ถาม หรือกล่าวสิ่งใดออกไปได้ทัน

“เซคิน่านี่วันนี้ดูแปลก ๆ จริง” เลออสพูดพลางเกาหัวตัวเอง

ชไนเดอร์มองตามเซคิน่า สายตาแฝงไว้ด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้กังวลมาก เพราะการที่เซคิน่าเชิญอนาคิมและเรโนอาไปร่วมรับประทานอาหาร คงจะมีคำตอบในสิ่งที่เขาสงสัยเป็นแน่ เขาจึงหันกลับมามองที่อนาคิมแล้วยิ้มให้

“เจ้าในชุดสีฟ้าเช่นนี้งดงามกว่าที่ข้าคาดคิดไว้มากนัก” ชไนเดอร์เข้าจู่โจมอนาคิมตรง ๆ มันทำให้นางพูดอะไรไม่ออกเลย

“เฮ้ย ๆ จะมาเกี้ยวพาราสีกัน ก็ดูสถานที่บ้างท่านแม่ทัพ” เลออสหยอกชไนเดอร์เข้าไป
ชไนเดอร์หัวเราะเบา ๆ ออกมานิดหน่อย แล้วก็ยังส่งยิ้มให้อนาคิม

อนาคิมพยายามตั้งสติตัวเอง นางย่อตัวเล็กน้อย เป็นการตอบรับน้ำใจของชไนเดอร์
“เออ หม่อมฉันขอขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตาเพคะ”

“ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ก็ได้ ข้ายังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทแต่อย่างใด” ชไนเดอร์กล่าวตอบอนาคิม

“แต่ว่า...” อนาคิมพยายามจะขัด

“เอานา เจ้าตัวบอกแบบนี้เจ้าก็ทำไปเถอะ เดี๋ยวโดนสั่งลงโทษนะ” เลออสกล่าวเสริมออกไป

อนาคิมและเรโนอา ย่อตัวตอบรับคำของเลออส

“ว่าแต่ พวกเจ้าจะเข้ามารับงานเมื่อไหร่กัน” ชไนเดอร์กล่าวถาม

“ของหม่อมฉันก็คงจะอีก 2 วันเพคะ” เรโนอาตอบก่อน

“ของหม่อมฉัน เมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ก็คงต้องแล้วแต่ท่านจะมีรับสั่งเพคะ”อนาคิมตอบต่อทันที

“ไม่ต้องมาราชาศัพท์อะไรนั่นก็ได้ ไว้เจ้าไปพูดกับพวกขุนนางระดับสูง หรือองค์ราชา ราชินีเถอะ”
ชไนเดอร์กล่าวปรามสองสาวอีกครั้ง เพราะเขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่กับการที่ต้องมาคอยฟังคำราชาศัพท์ ซึ่งเขารู้สึกว่ามันต้องมานั่งแปลให้เป็นภาษาที่เขาใช้ในยามปกติอีกทีหนึ่ง

“ฮะฮะฮะ เจ้านี่นา มีคนนบน้อบก็ไม่ค่อยชอบ ใช้ไม่ได้เลย” เลออสแหย่ชไนเดอร์ที่ปั้นหน้าหนักใจอยู่

“เอาเถอะ งั้นวันนี้พวกเจ้าคงต้องค้างก่อนล่ะ เพราะกว่าจะกลับคงดึกเป็นแน่”
ชไนเดอร์กล่าวพร้อมกับครุ่นคิดว่าจะให้พวกนางพักที่ใดดี เพราะการที่เซคิน่าชวนทานมื้อเย็นนั้น กว่าจะทานเสร็จ และอาจจะมีการอธิบายเหตุการณ์อะไรกันอีก คงจะเย็นพอสมควร การที่ปล่อยให้พวกนางกลับบ้านในช่วงเวลาเช่นนั้นอาจจะไม่ปลอดภัยก็เป็นได้

“งั้นก็ให้พวกนางไปอยู่กับเซคิน่าก็ได้นี่นา” เลออสเสนอ เพราะยังไงเสียเซคิน่าก็เป็นสตรีเหมือนกัน แม้ว่าจะต่างเผ่าแต่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร และนางยังอยู่ในที่พักเพียงลำพังอีกด้วย

“อืม เป็นความคิดที่ใช้ได้ทีเดียว ถ้าเซคิน่าไม่มีปัญหาอะไรน่ะนะ” ชไนเดอร์สนับสนุนความเห็นเลออส

“เออ แต่ว่าพวกหม่อมฉัน...” เรโอนาเอ่ยขึ้นเหมือนมีเรื่องอยากกล่าว

“ไม่เป็นไร ๆ ตอนนี้พวกเจ้าเป็นแขกของเซคิน่านะ ไม่มีปัญหาหรอก” ชไนเดอร์ชิงตอบเรโนอาก่อน

อนาคิมและเรโนอาได้แต่เพียงก้มหน้ารับไป เนื่องจากเป็นคำสั่งของผู้ที่เป็นผู้มีศักดิ์เหนือกว่าพวกเธอ

“ว่าแต่ เซคิน่าจะไปถึงใหนเนี่ย” เลออสกล่าวพร้อมกับเกาหัวอีกครั้ง
เขาค่อนข้างงุนงงต่ออาการของเซคิน่าในวันนี้มากพอควรทีเดียว ในขณะที่ชไนเดอร์เองก็งุนงงไม่แพ้กัน แต่ก็เลยตามเลยไป

“ข้าว่านะ...” ชไนเดอร์ค้างคำไว้แล้วนิ่งไป
อนาคิมกับเรโนอาตั้งใจจดจ่อต่อสิ่งที่ชไนเดอร์จะกล่าวออกมาอย่างมาก จนชไนเดอร์ไม่กล้าพูดออกมาเพราะนางทั้งสองจ้องเขม็งเขาอย่างไม่วางตา

“ข้าเบื่อเนื้อย่างแล้ว วันนี้กินอะไรง่าย ๆ ในกองทัพก็แล้วกัน” เลออสชิงพูดก่อน

“แต่ข้าว่ามันจะไม่ค่อยดีนะ” ชไนเดอร์ขัดขึ้น

“ใช่...มัน...ไม่ค่อยดี ฉะนั้นข้าจึงคิดว่าไปนั่งกินในที่พักของเจ้าจะดีกว่า” เลออสแนะต่อพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

“ที่บ้านของข้าน่ะรึ” ชไนเนอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจเล็กน้อย เพราะการพานางทั้งสองไปยังที่พำนักซึ่งอยู่ในเขตพระราชฐานอาจจะเป็นการทำให้ พวกนางอึดอัดได้

“อืม นั่งกินมันในสวนก็ได้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรซักหน่อย” เลออสกล่าวแนะต่อไปราวกับว่าในใจของเขาได้วางแผนสิ่งใดไว้

“โฮ้ รึเจ้ากลัวจะเป็นการเปิดเผยคู่ครองในอนาคตให้มารดาของเจ้ารู้” เลออสยิ้มจนเห็นฟัน เขารู้สึกสนุกอย่างยิ่ง
ที่ได้แหย่ชไนเดอร์ให้อายหน้าแดงได้

“ไม่ใช่สักหน่อย จะจัดที่บ้านของข้ามันก็ได้อยู่ เดี๋ยวจะได้ไปสั่งคนในครัวให้จัดเตรียมอาหารไป” ชไนเดอร์รับคำของเลออสอย่างเสียไม่ได้ เขาถอนหายใจออกมา แล้วเดินไปหาอนาคิม

“เนื้ออบของเจ้าที่ทำการทดสอบนั่น รสชาดดีทีเดียวล่ะ ไว้เจ้าอาจจะต้องทำเลี้ยงกองทัพบ้างซะแล้ว แต่...ขอให้มันมีปริมาณที่กินแล้วอิ่มท้องกว่านี้นะ”
เขากล่าวก่อนที่จะเดินแยกไปทางครัว ปล่อยให้อนาคิมยืนหน้าแดงอยู่ทั้งอย่างนั้น

เลออสเดินไปประชิดตัวอนาคิม เขามองอนาคิมด้วยสีหน้าหนักใจนิด ๆ กับท่าทางที่เขินอายจนไม่พูดหรือแสดงอาการใด ๆ ออกมาเลยทั้ง ๆ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับชไนเดอร์แล้ว
“เจ้านี่นะ ขี้อายซะจนข้าไม่รู้บรรยายยังไงจริงๆ”

“เออ ข้า...” อนาคิมอ้ำอึ้ง เธอเองก็ไม่อาจปฎิเสธได้เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังรู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ เขินอายเสียจนไม่เป็นอันทำสิ่งใดเลย

เลออสถอนหายใจแล้วยิ้มออกมา
“เอาเถอะ พวกเจ้าตามข้ามาก็แล้วกัน ข้าจะนำพวกเจ้าไปยังที่พำนักของชไนเดอร์” เขากล่าวแล้วเดินนำพวก
อนาคิมไปทันที

ที่พำนักของชไนเดอร์นั้น เป็นตำหนักขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะชไนเดอร์นั้นมิใด้เป็นรัชทายาทโดยตรง บิดาของเขาสถานะเป็นเพียงพระอนุชาต่างพระมารดาขององค์ราชา อีกทั้งมารดายังเป็นเพียงสามัญชนเท่านั้น ตำหนักแห่งนี้แม้ไม่ได้ใหญ่โต แต่บรรยากาศรอบ ๆ ตำหนักที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้จำนวนมากทำให้บรรยากาศน่ารื่นรมอย่างยิ่ง จนรู้สึกเย็นสบายทีเดียว

ณ ที่ทางเข้าไปสวน เซคิน่ามายืนรออยู่ก่อนแล้ว ท่าทางของเธอดูเหมือนคนที่ยืนคอยมายาวนานแล้วอย่างนั้น
“เจ้าหมีขนแดง เจ้ามาช้ากว่าข้านะ” เซคิน่าหยอกเลออส

“เจ้ารู้ได้ไงว่าจะมากินกันที่นี่ล่ะเนี่ย” เลออสถามด้วยความสงสัย

“ชไนเดอร์บอกข้าน่ะ ข้าเจอเขาที่ห้องครัวพอดี” เซคิน่าตอบพลางบุ้ยปากไปมา

“ไปแอบหาอะไรกินในครัวแน่ ๆ เลยเจ้า” เลออสกล่าวน้ำเสียงทีเล่นทีจริง เมื่อทราบว่าเซคิน่าไปเจอชไนเดอร์ในห้องครัว

“บ้าสิ ข้าแค่ผ่านไป เอ้า! ไป ไป หาที่นั่งในสวน รออาหารมาได้แล้ว” เซคิน่าไล่ทุกคนให้ไปนั่งในสวน

เลออส และ เซคิน่า พากันไปนั่งที่โต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่ หากแต่อนาคิมกับเรโนอา ยังคงยืนนิ่งอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าไปนั่งเพราะกลัวเป็นการเสียมารยาท จนเซคิน่าต้องเอ่ยขึ้น
“พวกเจ้าทั้งสองมานั่งเถอะ พวกข้าไม่ใช้พวกเจ้ายศเจ้าอย่างอะไรหรอก”
เซคิน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ สบาย ๆจนอนาคิมและเรโนอายอมมานั่งที่ฝั่งตรงข้ามของเลออสและเซคิน่า

“เจ้าแรคคูนสาว” เซคิน่าเอ่ยขึ้น ทำเอาเรโนอาสะดุ้งและคิดในใจ

‘ทำไมข้าเป็นแรคคูน’

“เจ้าน่ะ ก็เข้ามาสังกัดในกรมทหารนะ” เซคิน่ากล่าวขึ้นซึ่งมันทำให้เรโนอาแปลกประหลาดใจอย่างมาก

“ข...ข้างั้นรึ แต่ว่าข้า...” เรโนอาพยายามจะกล่าวถาม แต่เธอดูไม่ค่อยกล้า

“ข้าไปเดินเรื่องขอตัวเจ้ามาทำงานที่กรมแล้วน่ะ ก็เจ้าผ่านการทดสอบในการเป็นสาวใช้นี่นา” เซคิน่าตอบอย่างเรียบ ๆ

เรโนอาทำได้เพียงยอมรับ เพราะนี่ก็เป็นการตัดสินในขั้นสูงที่จะมอบหมายงานอะไรให้ผู้ใด
“ข้าว่าวันนี้เจ้ายุ่งกับเรื่องฝ่ายในมากเหลือเกินนะ” ชไนเดอร์กล่าวในขณะที่เดินเข้ามาสมทบพวกของเซคิน่า

“นั่นสินะ แต่ข้าก็อดยุ่งไม่ได้จริง ๆ” เซคิน่ากล่าว เธอหลับตาลงพลางถอนหายใจออกมา เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
เธอจับจ้องไปยังอนาคิม สายตาที่มองนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยในบางสิ่งอย่างมาก

“อืม...ข้าก็สงสัยจริง ๆ วันนี้เจ้าเป็นอะไรน่ะ” เลออสถามเซคิน่าด้วยความสงสัยต่อการกระทำตลอดทั้งวันของเซคิน่า
เซคิน่านั้นยังคงจับจ้องอนาคิมอย่างไม่วางตา เธอยิ้มให้กับอนาคิม แล้วลุกขึ้นพลางใช้นิ้วกดไปที่หน้าอกของอนาคิมอย่างช้า ๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

“นั้นสินะ... ข้า...คงต้องขอคำตอบจากเจ้าแล้วล่ะ ‘เรฟาอิม’ ”

น้ำเสียงขอเธอเน้นลงที่คำว่าเรฟาอิม อนาคิมได้แต่แปลกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น คำถามผุดขึ้นมาในหัวของอนาคิมทันที

ใครกัน เรฟาอิม? แล้ว ทำไมนางถึงต้องชี้มาที่ข้า?
---------------------------------Next to Chapter5




Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 27 มกราคม 2553 9:52:03 น. 0 comments
Counter : 289 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.