joyka
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add joyka's blog to your web]
Links
 

 
Nephilim's tale ตอนที่ 2

Back to Chapter 1

----------------------------------
Chapter2
ชายทั้งสองตั้งท่าหมายเข้าจู่โจมอนาคิมอีกครั้ง ทั้งสองเข้าไปพร้อม ๆ กัน
แต่อนาคิมก็หลบการโจมตีได้อย่างคล่องแคล้วและสวนกลับในทันที

เธอใช้ไม้กระบองฟาดเข้าที่ท่อนแขนของชายคนแรกเต็มแรง จนทำให้ดาบในมือของเขาหล่นลงสู่พื้น
ชายคนที่สองพยายามเข้าไปช่วยชายคนแรกแต่ก็โดนกระบองในมือของอนาคิมพุ่งเข้ากระแทกที่ท้องอย่างแรง
ทำให้เสียจังหวะเซถลาไปข้างหลัง อนาคิมไม่รอช้าพุ่งเข้ากระแทกซ้ำด้วยกระบองที่จุดเดิม
จนชุดเกราะที่ป้องกันตัวชายคนที่สองเป็นรอบบุ๋มลงไปทันที ชายคนแรกพยายามหยิบดาบขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ก็โดนอนาคิมที่เหมือนรู้ล่วงหน้า จับปลายกระบองเหวี่ยงฟาดไปที่หน้าอย่างจัง จนกระเด็นออกไป

ชายทั้งสองทรุดลงไปกับพื้น แม้จะพยายามลุกขึ้นแต่ก็ไม่สามารถลุกได้เพราะการโจมตีของอนาคิมเข้าไปยังจุด สำคัญจัง ๆ ทำให้มีความรุนแรงกว่าปกติ

อนาคิมควงกระบองอยู่ในท่าเตรียมอีกครั้ง แม้ว่าชายทั้งสองจะไม่อยู่ในสภาพที่จะสู้ได้อีก แต่เธอก็ไม่ไว้ใจซะทีเดียว

ขณะนั้นเองก็มีชายผู้หนึ่งเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา ชายผู้นี้รูปร่างกำยำสูงใหญ่ สวมชุดเกราะสีแดงเลือดหมู พกดาบคู่สะพายไว้ที่ด้านหลัง ใบหน้าของเขามีหนวดที่เหมือนเพิ่งผ่านการโกนมาสดร้อน ๆ ลักษณะท่าทางราวกับว่าเป็นคนที่ผ่านศึกต่าง ๆ มาพอสมควรทีเดียว

ชายเกราะแดงมองสภาพรอบ ๆ แล้วมองไปยังชายสองคนที่นอนอยู่บนพื้น
“ท....ท่านรองแม่ทัพ” ชายคู่กรณีอนาคิมทั้งสองคนร้องเสียงหลงแทบจะพร้อมกัน

ชายเกราะแดงไม่ได้กล่าวอะไร กลับหันมามองที่อนาคิม ด้วยสายตาที่แสดงความสนใจอย่างยิ่ง
เขาไม่ได้กล่าวอะไรเลยหากแต่กลับชักดาบออกมา และตั้งท่าทันที

อนาคิมเห็นดังนั้นก็รีบตั้งท่าเช่นกัน ทว่าความรู้สึกของอนาคิมนั้นกลับรู้สึกหวั่นไหว ราวกับว่าเธอกำลังถูกชายเกราะแดงข่มอยู่ก็ไม่ปาน จนเธอไม่กล้าที่จะขยับตัวออกไปก่อน

“ถ้าเจ้าไม่เข้ามา งั้นข้าจะเข้าไปหานะ” ชายเกราะแดงเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งพุ่งตัวเข้าประชิดตัวอนาคิมอย่างรวดเร็ว
ด้ามดาบของมือข้างหนึ่งพุ่งเข้าอนาคิมอย่างรวดเร็ว อนาคิมเธอหลบได้ อย่างหวุดหวิด

ทว่าดาบในอีกมือของชายเกราะแดงพุ่งเข้าหาอนาคิมอย่างต่อเนื่อง อนาคิมกระโดดหลบไปข้างหลัง โบว์บนแขนเสื้อค่อย ๆ หลุดร่วงลงไปอยู่บนพื้น

ชายชุดแดงยิ้มให้แล้วพุ่งเข้าโจมตีอนาคิมอย่างต่อเนื่อง อนาคิมเองก็พยายามหลบอีกการโจมตีเต็มที่
สำหรับอนาคิมนี่เป็นการต่อสู้ครั้งแรกที่เธอรู้สึกตึงมือเหลือเกิน

ในขณะเดียวกันไม่ไกลจากจุดที่อนาคิมกำลังต่อสู้อยู่นั้น มีชายผู้หนึ่งเฝ้ามองอยู่
“ชอบทำอะไรให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตซะจริง ๆ” ชายลึกลับบ่นขึ้นก่อนที่จะเริ่มออกเดิน

กลับมาที่อนาคิม แม้ว่าการจู่โจมเกือบทั้งหมดของชายชุดแดงจะไม่โดนอนาคิมเลย แต่เธอก็ไม่สามารถโจมตีกลับไปได้เลยเช่นกัน ซ้ำเธอยังเป็นฝ่ายโดนไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่างหาก

“อะไรกัน ๆ แม่นางหมดไฟซะแล้วรึ” ชายเกราะแดงพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเย้ยหยั่น
อนาคิมได้แต่คิดในใจ (ไฟน่ะยังมี แต่ไม่มีเชื้อไฟให้ข้าไปเผาเจ้านี่สิ)

ชายเกราะแดงยังคงเข้าโจมตีต่อเนื่อง จนอนาคิมนั้นถอยไปติดกำแพงและเสียหลักแทบจะล้มลงไป เขาจึงปรี่ตรงเข้าไปหาพร้อมกับดาบที่เปล่งแสงออกมา

“ทริปเปิ้ลสแลช!!”

ชายเกราะแดงตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน

ไม่ทันแล้วที่อนาคิมจะหลบการโจมตีนี้พ้น อนาคิมได้แต่เพียงหลับตาและยกไม้กระบอกขึ้นด้วยหวังว่ามันจะลดทอนความแรงของการโจมตีได้บ้าง

เปรี้ยง!!!!!

เสียงปะทะกันของบางสิ่งดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
จนเสียงหยุดไป อนาคิมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นดู เธอก็พบว่าเบื้องหน้าของเธอนั้นมีชายผู้หนึ่งมาขวางไว้ ในมือถือโล่ห์ขนาดใหญ่เสียงเมื่อครู่คือเสียงดาบของชายเกราะแดงปะทะกับโล่ ห์นั้นเอง

“เฮ้ ๆ แกล้งสตรีนี่มันไม่ค่อยดีเลยนะ ท่านรองแม่ทัพ เลออส ”
ชายผู้ถือโล่ห์สวมเสื้อเกราะสีขาวกล่าวขึ้น เขามองไปยังชายเกราะแดง หากแต่เพราะเขาหันหลังอนาคิมจึงมองไม่เห็นหน้าของเขา

“ก็แค่เล่นนิดหน่อยเอง ท่านแม่ทัพ” เลออสยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันหน้าไปทางทหาร 2 คนก่อนหน้าที่โดนอนาคิมเล่นงานไป

“เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสอง เราต้องมีเรื่องคุยกันหน่อยแล้ว” เลออสกล่าวขึ้น ในขณะที่ชายทั้งสองแสดงสีหน้าเจื่อน ๆ

“ท่านเจ้าของร้าน” ชายชุดเกราะขาวหันมาเรียกเจ้าของร้านขนมปังด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พร้อมทั้งกล่าวว่า

“อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ทางเราไม่ได้มีการเรียกร้องเสบียงใด ๆ ในเวลานี้ ฉะนั้นท่านไม่จำเป็นต้องส่งเสบียงใด ๆ ให้กองทัพในเวลานี้”
เจ้าของร้านขนมปังได้แต่โค้งคำนับให้ชายเกราะขาวก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน

ชายเกราะขาวหันมาหาอนาคิม เขายื่นมือให้อนาคิมจับ ชายผู้นี้มีผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าหมดจด รูปร่างสันทัดไม่สูงใหญ่หรือกำยำเฉกเช่นรองแม่ทัพ สายตาของเขาช่างดูอ่อนโยนและมีกิริยาท่าทางที่เป็นมิตร

อนาคิมจึงเอื้อมมือไปจับมือของชายเกราะขาว และค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

“ข้าว่า ข้าควรจะซื้อชุดใหม่ให้เจ้านะ” ชายเกราะขาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม คงเพราะชุดที่อนาคิมใส่อยู่ตอนนี้โดนเลออสฟันขาดไปหลายจุดทีเดียว
อนาคิมไม่ได้ตอบอะไรไป คงเพราะเธอได้แต่มองหน้าชายผู้นี้อย่างไม่วางตา
เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้คืออะไร เธอรู้สึกถูกชะตากับชายผู้นี้ยิ่งนัก ทั้งยังรู้สึกประทับใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
เรโนอารีบวิ่งมาหาอนาคิมทันที จากนั้นชายเกราะขาวได้เริ่มพูดอะไรอีกหลายอย่างกับคนทั้งสอง
หากแต่อนาคิมกลับเหมือนไม่ได้ฟังสิ่งใดที่ชายผู้นี้เอ่ยเลย ราวกลับว่าเธอตกอยู่ในภวังค์

“ตกลงแบบนี้นะอนาคิม”
“อนาคิม!!”
“อนาคิม เฮ้!!! อนาคิม!!”
เสียงนี้ปลุกเธอออกจากภวังค์ เรโนอานั่นเอง

“เจ้าเป็นอะไรรึเปล่าอนาคิม” เรโนอาถามขึ้น

“ม...ไม่เป็นอะไร” อนาคิมตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก

“งั้นก็คงไม่มีปัญหาใดๆ ล่ะเพคะท่านแม่ทัพ” เรโนอากล่าวกับชายเกราะขาว

“แต่กระนั้นเราเองก็ต้องขอโทษแทนเพื่อนของเราด้วยที่ทำอะไรเกินกว่าเหตุ หากแต่เพื่อนของเจ้านี่ฝีไม้ลายมือใช้ได้ทีเดียว” ชายเกราะขาวเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเอามือจับที่คางอนาคิมก่อนที่จะกล่าวเบา ๆ
“แถมรูปโฉมก็งดงามไม่แพ้ฝีมือด้วยเช่นกัน”
ทำเอาอนาคิมที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่แล้ว แทบจะวิ่งเตลิดกลับไปบ้านได้เลยทีเดียว

เรโนอาเองก็อึ้ง ๆ คงเพราะคิดไม่ถึงว่าจะมีชายใดจู่โจมอนาคิมตรง ๆ เช่นนี้
ชายเกราะขาวปล่อยมือจากคางของอนาคิม
“ไว้มีโอกาส เราคงได้พบกันอีก” ชายเกราะขาวพูดก่อนที่จะหันไปทางเลออสที่ให้ทหารคนอื่น ๆซึ่งมาพาทหารที่ก่อเรื่องทั้งสองคนไป

อนาคิมได้แต่มองชายเกราะขาวเดินจากไปอย่างไม่วางตา
ส่วนด้านชายเกราะขาวที่เดินไปนั้น ก็ถูกเลออสที่เดินไปพร้อม ๆ กันแหย่เรื่องอนาคิม

“โฮ้.... เจ้าสนใจแม่สาวลิงคนนั้นรึ”

“แล้วเจ้าว่าน่าสนใจรึเปล่าล่ะ?” ชายเกราะขาวถามกลับ

“ถ้าเรื่องฝีมือล่ะก็ น่าสนอยู่ แต่ถ้าเรื่องแบบว่า ข้าว่าแบบเซคิน่า น่าสนกว่าแยะ”
เลออสตอบคำถามของชายเกราะขาวพลางบ่ายมือทั้งสองเป็นเชิงว่าอนาคิมนั้นไม่น่าสนใจก่อนจะยิ้มที่มุมปาก แล้วหันไปมองชายเกราะขาวอีกครั้ง

“สรุปว่า แม่สาวลิงนั่น ต้องใจเจ้าสินะ” เลออสกล่าวขึ้น
ชายเกราะขาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มออกมาและก้มหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็หันหน้าเหลือบมองอนาคิมซึ่งยืนมองเขาอยู่ไกล ๆ เช่นกัน

อนาคิมนั้น เธอยังคงยืนตะลึงอยู่ เธอก็บอกไม่ถูกว่าทำไมเธอถึงได้ทำอะไรไม่ถูกเช่นนี้
เรโนอาได้เห็นเพื่อนของตนยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ก็คิดในใจ

นี่อนาคิมกำลังสนใจหนุ่ม ๆ รึนี่ นับว่าเป็นเรื่องแปลกดี

ระหว่างนั้นเจ้าของร้านขนมปังก็ได้ออกมา และขอบคุณอนาคิมที่ช่วยเหลือเขา ซึ่งเรโนอาก็เข้ามารับคำขอบคุณแทน เพราะอนาคิมนั้นดูท่าทางจะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวซะแล้ว

เจ้าของร้านขนมปังมอบขนมปังกองโตให้สองสาวเพื่อแทนคำขอบคุณที่ช่วยเหลือ
อนาคิมอุ้มขนมปังรูปสุนัขไปแบบเงียบ ๆ ใบหน้าแดงระเรื่อพร้อมกับยิ้มไปตลอดทาง

ทั้งสองไปพบครูทัสที่จุดนัดพบ เรโนอาเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ครูทัสฟัง ดูท่าทางครูทัสไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
แต่เขาก็ไม่ได้ดุอะไรอนาคิมบอกเพียงแต่ว่า

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
แล้วทั้งสามก็พากันกลับหมู่บ้าน อนาคิมนั้นเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด เรโนอาได้แต่มองเพื่อนสาวของตัวเอง เธอคงจะช่วยอะไรไม่ได้มากนักแม้ว่าเธอมีเรื่องจะบอกก็ตามที
------------------------------------------------

ทั้งสามกลับมาถึงหมู่บ้านในช่วงใกล้ค่ำ เรโนอาแยกตัวกลับบ้านไปพร้อมกับขนมปังกองโต
ส่วนอนาคิมนั้นก็ต้องเจอกับคำถามชุดใหญ่จากเคย์ซ่า เพราะชุดที่เธอใส่นั้นมีรอยถูกฟันมากมาย

ครูทัสได้แต่นั่งดูเคย์ซ่าสอบสวนลูกสาว ตัวเขาไม่ได้เข้าไปช่วยอธิบายอะไรเพราะเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
อาหารมื้อเย็นจบลงด้วยอนาคิมที่โดนเคย์ซ่านั่งสอบเค้นราวกับว่า เธอไปสร้างวีรกรรมระบือโลกมา

คืนนั้นอนาคิมซึ่งนอนไม่หลับ ได้ออกมานั่งตากลมที่ท่อนไม้ใหญ่ ข้างบ้านตัวเอง
ในใจนึกถึงแต่ชายเกราะขาวที่เข้ามาช่วยเธอไว้ในการต่อสู้

ทำไมนะ แววตาของเขามันช่างตราตรึงในหัวใจของเราเหลือเกิน
ทำไมนะ เราถึงรู้สึกโหยหาที่อยากจะได้พบเขาอีกซักครั้ง
ทำไมนะ....... ทำไมเราต้องคิดถึงชายผู้นั้น

เธอนั่งอยู่แบบนี้ครู่ใหญ่ จึงได้กลับเข้าบ้าน หลับไปพร้อม ๆ กับความรู้สึกบางอย่างที่ตัวเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร

สองวันต่อมาครูทัสตื่นแต่เช้าเพื่อจัดการงานตามที่ได้ไปตกลงไว้เมื่อวานซืนให้เรียบร้อย
โดยมีอนาคิมเป็นลูกมือช่วยขนของต่าง ๆ ครูทัสนั้นสังเกตเห็นบุตรสาวตัวเองท่าทางผิดไปจากปกติได้สองวันแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ทักอะไร ได้แต่ปล่อยไว้เช่นนั้น ให้เวลาเป็นผู้จัดการเรื่องต่าง ๆ เอง
หากแต่เคย์ซ่าไม่คิดเช่นนั้น เธอคิดว่าน่าจะทำอะไรซักอย่าง อย่างน้อยให้รู้ก็ยังดีว่าอนาคิมนั้นเป็นอะไรกันแน่

“อนาคิม!!!” เสียง ๆ หนึ่งตะโกนเรียกอนาคิมมาแต่ไกล

อนาคิมหันไปทางเสียงนั้นด้วยใบหน้าแบบคนสะลึมสะลือ เพราะเมื่อคืนเธอนอนไม่หลับทั้งคืน
เรโนอานั่นเอง เธอวิ่งมาหาอนาคิมทันที พลางชูเสื้อตัวหนึ่งขึ้นมา
มันเป็นชุดคล้าย ๆ ชุดที่เรโนอาเลือกให้อนาคิมเมื่อวานซืน หากแต่ชุดนี้นั้นมีลูกไม้แยะกว่า และสีออกไปทางฟ้าอ่อน ๆ ทั้งยังทอประกายยามเมื่อต้องแสงสว่าง

“สวยดีนะ” อนคาคิมพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย แกมง่วงนอน

“อืม เจ้าต้องใส่ขึ้นแน่ ๆ เลย” เรโนอาพูดพร้อมรอยยิ้ม

“ข้า....ใส่.....???” อนาคิมพูดด้วยใบหน้าฉงน น้ำเสียงเธอราวกับถูกปลุกให้ตื่น

“ใช่ เจ้าใส่” เรโนอาตอบกลับ แล้วนำชุดไปใส่ไว้ที่มือของอนาคิม

“ให้ข้า....ใส่” อนาคิมยิ้มแหยๆ พร้อมชิ้นี้วเข้าหาตัวเอง

“......เออ หล่อนนั่นล่ะใส่” เรโนอาเริ่มพูดเสียงดังขึ้น น้ำเสียงแสดงความรำคาญออกมา

อนาคิมยืนค้างในท่าชี้นิ้วใส่ตัวเอง พร้อมทั้งเอียงคอเล็กน้อยด้วยใบหน้างงต่อสิ่งที่เรโนอาพูด

“งงอะไรอนาคิม ก็นี่ชุดที่ท่านแม่ทัพซื้อมาให้เจ้า เพื่อชดใช้ที่ท่านรองแม่ทัพทำชุดของเจ้าซะยับเยินไง”
เรโนอาอธิบายไปด้วยความงุนงงต่อตัวเพื่อนสาวที่เหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ฝ่ายอนาคิมนั้นตาเบิกกว้าง อ้าปากค้าง และใบหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ อาการง่วงหายไปจนหมดสิ้น
“ท....ท่านแม่ทัพ ซื้อให้ข้า” อนาคิมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ก็เมื่อวันก่อนท่านก็บอกแล้วนี่ว่าจะซื้อใช้ให้ เจ้าไม่ได้ฟังเลยรึ” เรโนอายังคงอธิบายต่อ
อนาคิมพยายามนึก เธอคิดว่าคงเป็นตอนที่เรโนอาทักเธอให้ตกลงอะไรซักอย่าง ซึ่งเธอ ณ เวลานั้นแทบจะไม่ได้สนใจเลย

เรโนอาเดินไปใกล้อนาคิม พร้อมทั้งเอานิ้วจิ้มที่เนินอกของอนาคิมพร้อมกับเย้าอนาคิมไป
“ต๊าย ตาย อายหน้าแดงแล้วน้า แม่ลิงสาว”

อนาคิมไม่ได้พูดอะไร เธอยืนตัวสั่นใบหน้าแดงก่ำ ความดีใจในอกแทบทะลักออกมา

“ไม่คิดนะเนี่ย ว่าไอ้เรื่องแบบในนิทานที่องค์ชายสูงศักดิ์ พบรักกับหญิงสามัญชน จะมาเกิดกับเพื่อนของข้า”
เรโนอากล่าว

“องค์ชาย!!!” เคย์ซ่าที่ฟังอยู่ ตกใจพูดเสียงดัง

“อนาคิมไม่ได้เล่ารึคะท่านป้า” เรโนอาถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“เจ้าลูกคนนีบอกแค่มีชายใส่เกราะสีขาวมาช่วยไว้ ก็เท่านั้นเอง” เคย์ซ่าเท้าเอวพูดพร้อมขมวดคิ้ว

“งั้น....อนาคิมคงไม่รู้จักชายผู้นั้น นั่นคือแม่ทัพของเฟรโดน่า ท่านผู้นั้นถ้านับจริง ๆ เป็นผู้มีสิทธิ์ในราชบัลลังค์
หากว่ากษัตริย์ของเราไม่มีองค์รัชทายาทน่ะนะ” เรโนอาอธิบายอย่างคล่องแคล้ว

ครูทัส กับ เคย์ซ่ามองไปที่อนาคิมแทบจะพร้อม ๆ กัน ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับบุตรสาวของตัวเอง

“แบบนี้น่าจับส่งเข้าวังซะจริง ๆ” เคย์ซ่าพูดขึ้นทันที

“งื่อ~~~” อนาคิมก็ครางขึ้นทันทีเช่นกัน

“มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นนี่ท่านป้า ไม่งั้นอนาคิมจะไปเรียนอะไร ๆ จากอาจารย์มีอาน่าทำไม”
เรโนอามองหน้าเคย์ซ่าด้วยความสงสัย เคย์ซ่าส่ายหัวไปมาเป็นเชิงปฎิเสธ

“ข้าแค่อยากให้อนาคิมเป็นกุลสตรีเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรไปไกลเช่นส่งเข้าวังหรอก”

“ท่านป้านี่น้า” เรโนอาเกาหัวเล็กน้อยด้วยสีหน้าหนักใจในแม่ลูกคู่นี้

อนาคิมกอดชุดที่ได้มาแน่น เธอมีน้ำตาไหลออกมานิด ๆ ก่อนที่จะวิ่งกลับเข้าบ้านไป

“อ้าว อนาคิม!” เรโนอายกมือเรียกด้วยความตกใจกับปฎิกิริยาของอนาคิม

“ให้นางอยู่คนเดียว คิดอะไร ๆ เพียงลำพังซักครู่เถอะเรโนอา” ครูทัสเอ่ยขึ้น พร้อม ๆ กับตีอาวุธต่อไป

“การรับสมัครนางรับใช้ในวังจะมีเมื่อใดรึเรโนอา” เคย์ซ่าเอ่ยถาม
เรโนอาครุ่นคิดพักหนึ่ง

“น่าจะอีกประมาณเกือบหนึ่งเดือนนะท่านป้า” เรโนอาตอบ

“ไอ้ลูกคนนี้ถ้าเข้าวัง จะไปรอดมั้ยเนี่ย” เคย์ซ่าพูดพลางมองเข้าไปในบ้าน

“ข้าเชื่อว่าสำหรับอนาคิมไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ข้าว่านะ บางทีนางอาจจะไปได้ตำแหน่งอื่นในวังมากกว่า”
เรโนอาตอบเคย์ซ่าด้วยความมั่นใจ

ทางด้านอนาคิมที่อยู่ในห้องตัวเอง เธอนั่งกอดชุดที่ได้จากแม่ทัพบนเตียงของตัวเอง
เธอถามใจตัวเองอย่างหนัก ว่าเธอกำลังคิดสิ่งใด หวังสิ่งใดกันแน่
เธอคิดซ้ำไปซ้ำมา อยู่ครู่ใหญ่ ก็ไม่มีคำตอบใด ๆ เพราะเธอไม่เคยรู้สึกอะไรเช่นนี้มาก่อน

เสียงเดินในบ้านดังใกล้เข้ามาที่ห้องอนาคิม ประตูห้องถูกเปิดออก
เรโนอานั่นเอง เธอยิ้มให้อนาคิมก่อนที่จะเข้าโอบกอดอนาคิมไว้

“ข้ารู้ ๆ สาวนักบู๊ที่ไม่ประสีประสาเรื่องนี้คงกำลังคิดหนักเป็นแน่”
เรโนอาพูดเบา ๆ สีหน้าเธอค่อนข้างเป็นห่วงอนาคิม ด้วยไม่คิดว่าเพื่อนของเธอจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้

“ข...ข้าไม่รู้ ข้าไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวข้าเองเลย” อนาคิมตอบด้วยน้ำเสียงสับสน

“ถ้าเช่นนั้น เดือนหน้าเจ้าก็ไปพิสูจน์ความรู้สึกตัวเองในวังสิ” เรโนอาแนะ

“......เข้าวังเช่นนั้นรึ” อนาคิมเอ่ยสายตาจับจ้องที่เรโนอา

“ใช่ แล้วจะได้รู้ว่า เจ้า ‘ชอบ’ ท่านแม่ทัพหรือไม่” เรโนอาพูดเน้นคำว่า ชอบ และจับที่บ่าของอนาคิม
“เจ้าต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง”

อนาคิมได้แต่นิ่ง สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก ‘ชอบ’ งั้นรึ? สำหรับเธอที่ชอบอิสระข้างนอก การเข้าวังมันจะเป็นการจำกัดอิสระภาพซึ่งเธอกลัวว่าจะกดดันจนทำให้เธอทำอะไร ๆ ผิดพลาดได้
----------------------------------

เย็นวันนั้น อนาคิมไปที่ลำธารซึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก เพื่อตกปลา
เธอคิดว่าถ้าเธอได้ออกมาทำอะไรแบบนี้ เธอน่าจะผ่านคลายมากขึ้น

“พี่อาน่า” เสียงโคริมเรียกอนาคิมแต่ไกล อนาคิมหันไปมองโคริมที่วิ่งมาหาเธอ

“พี่ตกปลาได้แยะยังอ่า” โคริมที่วิ่งมาถึงอนาคิมเอ่ยถามขึ้น

“ไม่เลย ยังไม่ได้เลย” อนาคิมพูดพลางมองไปที่ลำธาร

จริง ๆ คงเพราะใจเธอไม่นิ่งพอล่ะมั้ง ปลาเลยไม่มาติดเบ็ดซักที
“ข้าได้ยินมาล่ะพี่อาน่า ว่าพี่จะเข้าวัง” โคริมถามอนาคิมอย่างไร้เดียงสา

อนาคิมมองโคริมด้วยความประหลาดใจ
“เจ้าไปได้ยินมาจากใหนงั้นรึ?” อนาคิมซัก

“ก็ข้าไปเห็นพี่เรโนอา คุยกับท่านมีอาน่า ว่าจะไปสมัครทำงานในวังพร้อมกันน่ะ” โคริมอธิบาย

“พี่จะไปจริง ๆ รึ?” เขาถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ข้าว่าจะไปน่ะนะ” อนาคิมตอบทั้ง ๆ ที่สายตายังจดจ้องที่ลำธาร

“พี่อาน่ามีเรื่องที่ ‘อยากทำ’ ที่นั่นสินะฮะ” โคริมกล่าวเสียงเรียบ ๆ

อนาคิมหันมามองโคริมทันที เธอแสดงสีหน้าแปลกใจกับคำของโคริม
มันเหมือนกระตุ้นอะไรบางอย่างสำหรับเธอ

“เรื่องที่ ‘อยากทำ’ .....” อนาคิมกล่าวขึ้นมาลอย ๆ ดวงตาเหม่อลอยครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เธอนิ่งไปครู่ใหญ่
แล้วจึงหลับตาลงพร้อมรอยยิ้ม เธอลุกและถอนคันเบ็ดขึ้นจากน้ำ

“อ้าว พี่อาน่าไม่ตกปลาแล้วรึ” โคริมถามอย่างสงสัยต่อสิ่งที่อนาคิมทำ

“อืม พี่ว่ากับข้าวเย็นที่บ้านพี่พอแล้วล่ะ” อนาคิมตอบด้วยสีหน้าที่ดูสดใสขึ้น
เธอมองไปที่ปราสาทในเมืองเฟรโดน่า และคิดในใจ
เรื่องที่อยากทำ สิ่งที่อยากพิสูจน์...... นั้นสินะ ถ้าเราอยากรู้ ‘ใจ’ ของตนเองคงเลี่ยงมิได้สินะ
รอยยิ้มอันสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าของอนาคิม แล้วเธอก็ชวนโคริมกลับหมู่บ้านทันที

หลังจากวันนั้น ช่วงระยะเวลา 1 เดือนอนาคิมเข้าเรียนสิ่งต่าง ๆ จากอาจารย์มีอาน่ามากขึ้น คงเพราะเนื่องจากชีวิตในวังที่เต็มไปด้วยกฏและระเบียบ มันไม่ง่ายนักสำหรับหญิงชาวบ้านที่จะเข้าไปอยู่ ต่อให้เป็นตำแหน่งอยู่ก้นครัวขนาดใหน
ระเบียบก็ยังตามไปควบคุมตลอดเวลา สำหรับ ณ เวลานี้ อนาคิมเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องของแม่ทัพแห่งเฟรโดน่าซักเท่าไหร่
เพราะเธอหวังแค่พบเพียงครั้งเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเขาเท่านั้น
---------------------------------------
ณ รอบนอกพระราชฐานของปราสาทเฟรโดน่า
แม่ทัพแห่งเฟรโดน่าเดินตรวจตราเหล่าทหารที่ฝึกซ้อมกันอยู่

“โอ้ว ชไนเดอร์ องค์ราชาทรงมีรับสั่งให้เจ้าเข้าเฝ้าแน่ะ” เลออสที่เดินออกมาจากด้สนในปราสาท ยกมือยกไม้เรียกแม่ทัพแห่งเฟรโดน่า

“อืม เดี๋ยวข้าจะไป ฝากเจ้าดูทางนี้ด้วยก็แล้วกัน” ชไนเดอร์พยักหน้ารับ แต่สายตายังจดจ้องที่เหล่าทหาร

เลออสยืนพิงกำแพง คว้าแอปเปิ้ลจากในกระเป๋าตัวเองออกมาใช้แขนขัดเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มแทะ
“อืม ข้าสงสัยว่าจะเป็นเรื่องความเคลื่อนไหวของพวกคีราเนียแน่ ๆ” เลออสพูดไปเคี้ยวแอปเปิ้ลไป

ชไนเดอร์ไม่แสดงความเห็นใด ๆ เขาเดินไปตบไหล่เลออส ก่อนที่จะเดินไปยังปราสาทเฟรโดน่า

ชไนเดอร์ก้มหน้าก้มตาเดินไปคิดถึงเรื่องการศึกไป ช่วงนี้มีข่าวลือแปลก ๆ จากเหล่าพ่อค้าอย่างต่อเนื่อง จนเขาเองก็รู้สึกเป็นกังวลไม่ได้

“ชไนเดอร์”

เสียงผู้หญิงเรียกชื่อของเขาลอยมา

ชไนเดอร์เงยหน้าขึ้นมอง สตรีที่อยู่เบื้องหน้าผู้ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาไม่เท่าไหร่ แต่งตัวในชุดที่ดูสูงศักดิ์ ผมสีทองสวมใส่เครื่องประดับที่งดงาม และมีผู้หญิง 4 คนเดินตามอยู่เบื้องหลัง

ทันทีที่เห็น ชไนเดอร์รีบคุกเข่าแสดงความเคารพทันที

“ไม่ต้องพิธีรีตรองอะไรก็ได้ ลุกขึ้นเถิด” หญิงผู้นั้นกล่าวต่อชไนเดอร์ที่คุกเข่าแสดงความเคารพ

“ข้าขออภัยพะย่ะค่ะ องค์ราชินีเอฟิเรีย” ชไนเดอร์กล่าวพร้อมโน้มตัวลงช้า ๆ

“คงมีเรื่องให้คิดมากสินะ ข้าเองก็เพิ่งออกมาจากห้องขององค์ราชา ท่านเองก็ดูเคร่งเครียดไม่แพ้เจ้าเลย” องค์ราชินีกล่าวขึ้น

“คงเพราะ ทางคีราเนียเริ่มเคลื่อนไหวกระมัง เลยทำให้องค์ราชาทรงหนักพระทัย” ชไนเดอร์กล่าวตอบ

“เอาเถอะ เจ้าคงกำลังไปพบองค์ราชา เราคงไม่รบกวนท่านให้เสียเวลา” องค์ราชินีกล่าวทั้งรอยยิ้ม

“หามิได้พะย่ะค่ะ หาเสียเวลาไม่พะย่ะค่ะ” ชไนเดอร์ก้มหน้ากล่าว

“ถึงอย่างนั้น เราก็คงขอตัวก่อน” องค์ราชินียิ้มให้ชไนเดอร์อีกครั้ง รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยความเป็นมิตรอย่างมาก
ชไนเดอร์ถอยหลบไปข้างทางพร้อมโค้งให้องค์ราชินีเดินผ่านไป เขามององค์ราชินีที่เดินไปจนลับตาแล้ว
ตัวเขาเองจึงรีบเดินไปห้องขององค์ราชาทันที

ณ ห้องขององค์ราชา
“ข้าแต่องค์ราชา ข้าแม่ทัพใหญ่แห่งเฟรโดน่า ชไนเดอร์ แวน ไบวาแลนส์ ขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
ชไนเดอร์พูดด้วยเสียงอันดัง ณ หน้าทางเข้า

“เข้ามาได้” เสียงจากองค์ราชาตอบรับ


ชไนเดอร์จึงได้เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องชายวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐาน นั่งที่โต๊ะที่ทำจากหินอ่อน บนโต๊ะมีแผนที่ของเมืองวางอยู่ ชไนเดอร์เดินเข้าไปคุกเข่าทำความเคารพชายผู้นั้นทันที

“ลุกขึ้นเถิดหลานข้า” ชายผู้เป็นราชาแห่งเฟรโดน่ากล่าวขึ้น
ชไนเดอร์ลุกขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับ

“เรื่องทางแถบชายแดน เจ้าพอจะทราบบ้างรึยัง” องค์ราชาถามชไนเดอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“พอจะทราบบ้างแล้วพะย่ะค่ะ หากแต่กระหม่อมยังรอเซคิน่ามารายงานด้วยตัวเองพะย่ะค่ะ” ชไนเดอร์ตอบ

“อืม ข่าวที่กรองแล้วน่าจะทำให้ตัดสินใจได้ง่ายกว่าสินะ” องค์ราชาตรัสพร้อมกับยืนขึ้น แล้วเดินไปยังหน้าต่างของห้อง ทอดพระเนตรไปยังเมืองท่ามกลางแสงตะวันในช่วงสาย

“การขยายอาณาเขตของคีราเนียนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่สิ่งที่ข้าไม่ค่อยเข้าใจคือ จากคีราเนียมายังเฟรโดน่านั้นค่อนข้างห่างไกลมาก ทั้งต้องผ่านทั้งอาเดเนีย และ ออสเวล แต่คีราเนียก็ยังพยายามรุกล้ำมายังดินแดนของเรา ราวกับว่าดินแดนของเรามีสิ่งใดที่องค์ราชาแห่งคีราเนียต้องการเช่นนั้นล่ะ” องค์ราชาตั้งข้อสงสัย

ชไนเดอร์ที่รับฟังอยู่ก็ได้ครุ่นคิดตาม เพราะสิ่งที่องค์ราชาตรัสไม่ได้เกินเลยไปจากความเป็นจริงเลย อีกทั้งดินแดนเฟรโดน่าเองก็เป็นดินแดนที่เน้นการค้าขาย ไม่ใช่การทหาร จึงไม่มีเหตุจำเป็นให้คีราเนียต้องมายุ่งกับเฟรโดน่าให้เสียกำลังพลแต่อย่าง ใด

“รึจะเกี่ยวกับข่าวลือนั่น” ชไนเดอร์เอ่ยขึ้น

“ข่าวลือ?” องค์ราชาหันมามองด้วยความสนใจ

“พะย่ะค่ะ ข้าพระบาทได้ยินพวกพ่อค้าพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับคีราเนียพยายามค้นหาสถานที่ แห่งหนึ่ง ว่ากันว่า เป็นสถานที่ซึ่งเก็บพลังอำนาจแห่งองค์เทพไอน์เซเนียไว้พะย่ะค่ะ” ชไนเดอร์เล่าให้องค์ราชาฟัง

“สถานที่เช่นนั้นมันมีในดินแดนของเราด้วยงั้นรึ? หึ....ดูแปลก ๆ พิกล” องค์ราชาตรัสพร้อมส่ายพระเศียร

“ยังไงเสีย กระหม่อมจะสั่งการให้มีการสืบข่าวเรื่องนี้พะย่ะค่ะ” ชไนเดอร์กล่าว

“อืม เช่นนั้นก็ดี....... เอาล่ะ” สิ้นคำ องค์ราชาก็หันมาทอดพระเนตรที่ชไนเดอร์

“คราวนี้มาเรื่องหนักใจที่สองของข้า...... เมื่อไหร่เจ้าจะหาคู่ครองล่ะ”

ชไนเดอร์อึ้งกับคำถามขององค์ราชา มีเม็ดเหงื่อผุดบนใบหน้าของชไนเดอร์ทันที

“หากข้าไม่มีผู้ที่จะสืบทอดสันติวงศ์ ดินแดนนี้เจ้าต้องรับช่วงดูแลต่อ แต่หากเจ้าไร้คู่ครอง ข้าก็เกรงว่าจะเป็นเหมือนองค์พระเชษฐาที่สุดท้ายก็ไร้รัชทายาท ราชสกุลแห่งเฟรโดน่าก็คงจบสิ้นกัน”
องค์ราชาตรัสอธิบายด้วยเพราะพระองค์เองก็ยังไม่มีรัชทายาทเพื่อสืบทอดราชบัลลังค์เช่นกัน

“พระองค์อย่าทรงตรัสเช่นนั้นเลย พะย่ะค่ะ” ชไนเดอร์พูดพร้อมคุกเข่าลงกับพื้น

“บางทีมันก็ต้องคิดเผื่อ ๆ ไว้บ้าง ว่าแต่ไม่มีหญิงใดผ่านมาในชีวิตเจ้าบ้างเลยรึ”
องค์ราชาตรัสพร้อมทอดพระเนตรมายังชไนเดอร์

“ถ้าเป็นเรื่องเช่นนั้น ยังหามีไม่พะย่ะค่ะ” ชไนเดอร์ตอบทั้ง ๆ ที่ก้มหน้า

“เจ้านี่นะ ทำแต่งานอย่างเดียวจริง ๆ สงสัยข้าคงต้องจัดงานหาคู่ให้เจ้าซะล่ะมั้ง” องค์ราชาทรงพระสรวลออกมา

ชไนเดอร์ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเหงื่อตกกับคำกล่าวขององค์ราชา
หลังจากที่องค์ราชาคุยกิจต่าง ๆ กับชไนเดอร์เสร็จแล้วชไนเดอร์จึงได้ขอตัว เพื่อกลับไปดูกองทหารที่เขาฝากให้เลออสดูแลอยู่

ชไนเดอร์ที่ออกจากห้องพักขององค์ราชา เขามองไปยังท้องฟ้าผ่านทางระเบียงของวัง ท้องฟ้ายามนี้ช่างดูสดใส และเรื่องที่องค์ราชากล่าวเมื่อครู่ทำให้เขานึกถึงอนาคิมขึ้นมาทันที

แม่ลิงสาวคนนั้น จะเป็นอย่างไรบ้างนะ เจอครั้งหน้าคงไม่ได้กลายเป็นกอริล่าไปแล้วนะ

ชไนเดอร์รำพึงในใจ แล้วก็หัวเราะเบา ๆ ออกมา นี่ถ้าเขาบอกองค์ราชาว่าเวลานี้มีสตรีที่เขาพึงใจอยู่ก็คงจะดี แต่เขาก็ไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าอนาคิมนั้นคิดต่อเขาเช่นไร
ในขณะที่ชไนเดอร์คิดถึงอนาคิมนั้น ฝ่ายอนาคิมซึ่งอยู่ในชั้นเรียนก็จามไม่หยุดเช่นกัน

ใครบ่นถึงข้าเนี่ย

อนาคิมหน้านิ่วคิดอยู่ในใจ
----------------------------------------

ทางด้านเลออสที่ดูแลการฝึกของทหารอยู่นั้น แสดงอาการเบื่อจนหาวออกมาหลายต่อหลายครั้ง เขาได้เพียงแต่นั่งดูเฉย ๆ ไม่ได้ลงไปออกกำลังเลย คงเพราะระดับฝีมือของเขานั้นต่อให้ทหารรุมเขาพร้อม ๆ กัน ก็ไม่อาจจะทำอะไรเขาได้

“โอ้สท์ เป็นไงบ้าง เจ้าหมีขนแดง” เสียงสตรีผู้หนึ่งทักเลออส
เลออสหันไปทางต้นเสียง แต่ใบหน้าของเขาก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่มมาก ๆ ทันที

“ต๊าย ตาย ไม่เจอแค่ไม่ถึงเดือน ลามกขึ้นมากเลยนะเจ้า” สตรีผู้ที่เรียกเลออสกล่าวขึ้น เพราะขณะนี้ใบหน้าของ
เลออสจมไปในหน้าอกหน้าใจอันมหึมาของสตรีผู้นี้ เลออสชักหน้าตัวเองออกมา ใบหน้าแดงก่ำ

“เซคิน่า นี่เจ้า!!” เลออสพูดพร้อมกับปาดเหงื่อด้วยไม่คิดว่าจะโดนสาวใดแกล้งเช่นนี้

หญิงสาวผู้มีรูปร่างเซ็กซี่ ใบหูยาว ผิวเธอออกสีม่วงเข้มซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชาวเผ่าดาร์คเอล์ฟ
เธอนี่เอง ‘เซคิน่า’

“อะไรกัน ๆ นี่ชไนเดอร์ไม่อยู่รึ” เซคิน่าเปลี่ยนเรื่องเอ่ยถามเลออสถึงชไนเดอร์พลางมองซ้ายมองขวา

“ไปเข้าเฝ้าองค์ราชาน่ะ แล้วฝากให้ข้าดูแลทหารนี่แทน ตอนนี้ข้าเริ่มเบื่อนิด ๆ แล้ว” เลออสตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“ถ้าเบื่อก็ลงไปซ้อมกับพวกทหารสิ” เสียงชไนเดอร์ดังมาจากข้างหลัง
ชไนเดอร์ที่กลับออกมาจากพระราชวัง เดินมาหาเลออสอย่างว่องไว

เซคิน่าที่เห็นชไนเดอร์เดินมาแต่ไกล ก็โบกไม้โบกมือให้ทันที
“ว้าว พ่อรูปหล่อองค์ราชาเสนอสาวคนใหนให้เจ้าเลือกบ้างล่ะ” เซคิน่ายิงคำถามด้วยท่าทางยียวนนิด ๆ

“นี่เจ้าไปรู้อะไรมารึ??” ชไนเดอร์ถามคำถามกลับไปยังเซคิน่า ด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ เล็กน้อย

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกนา องค์ชายผู้คลั่งงาน” เซคิน่าบ่ายมือออกพร้อมแลบลิ้นเชิงล้อชไนเดอร์
ชไนเดอร์รู้ดีว่าฝีมือระดับเซคิน่า การที่จะไปแอบดักฟังอะไรจากใครไม่ใช่เรื่องยากเลย

“งั้นก็เข้าเรื่อง มีอะไรคืบหน้าบ้าง เซคิน่า” ชไนเดอร์กลับมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“มีเรื่องดี ๆ น่าสนใจเพียบเลยล่ะ มือสอดแนมระดับยอดฝีมืออยู่แล้ว” เซคิน่าพูดพลางเอาหน้าอกทับไปที่หัวเลออส จนเลออสทำหน้าเอือมระอากับกิริยามารยาทของเซคิน่าที่แสดงออกต่อหน้าเหล่า ทหารที่หันมามองสาวสวยสุดเซ็กซี่ผู้นี้

“เช่นนั้น ก็คงต้องขอฟังอย่างละเอียดหน่อยแล้วล่ะ” ชไนเดอร์พูดพร้อมรอยยิ้มให้กับสิ่งที่ท้าทายเขาอยู่

------------------------------------------------------Next to Chapter 3




Create Date : 12 มกราคม 2553
Last Update : 12 มกราคม 2553 23:17:17 น. 2 comments
Counter : 259 Pageviews.

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:23:44:24 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!


โดย: whenever you felt that your heart is going to breakdown feel it with the love of God ask for his and then you will find out what is the truth love in Your life as he does for me! IP: 203.144.144.165 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:21:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.