space
space
space
 
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
27 กรกฏาคม 2559
space
space
space

ทดสอบ Post แรก Google VS Facebook - Sniper VS Fisherman


  การตลาดออนไลน์ ในปัจจุบัน ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่ามันก็มีไม่กี่วิธีในการหาลูกค้า หา กลุ่มเป้าหมายใหม่ หา คนมาซื้อของ ทำให้คนเห็นแบรนด์ตัวเอง แต่เอาเข้าจริงแล้ว การโปรโมทเว็บไซด์ของตัวเอง ที่ได้ผลดีที่สุด ที่คนแย่งพื้นที่กันมากที่สุดก็คือ การใช้ Search Engine อย่าง Google และ Social Network อย่าง Facebook ซึ่งก็รวมถึง Facebook Live และ Google Youtube ด้วย และวันนี้ผมจะพูดถึง ความแตกต่างกัน และ การเปรียบเทียบกันระหว่างการตลาดทั้งสองแบบ และสิ่งที่ผม ได้ทำงานการตลาดออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2006 เห็นความเปลี่ยนแปลง และพยายามตั้งชื่อให้ทุกคนเข้าใจง่าย ถึงความแตกต่างกันระหว่าง เครื่องมือสองตัวนี้

ผมเปรียบเทียบ Google เป็น นักแม่นปืน ( Sniper ) และ ให้ Facebook เป็นนักประมง ( Fisherman )

ทำไมน่ะหรือ? จะอธิบายให้ฟัง

การตลาดออนไลน์บน Google VS Facebook

หากคุณทำการตลาดออนไลน์ใน Google สิงที่คุณได้รับคือการยิงตรงสู่เป้าหมาย และ Target Group ของคุณเอง บางคนเข้าใจแล้วพออ่านมาถึงจุดนี้ แต่บางคนยังไม่เข้าใจ ทุกวันนี้ คุณใช้ Google หาข้อมูลสินค้า บริการ และความรู้ต่างๆ ซึ่ง Google จะจัดเรียงเว็บตามแบบฉบับของเค้า  ให้ตรงความต้องการของผู้ค้นหา หรือสืบค้นข้อมูล ดังนั้นข้อมูลที่แสดงขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นจาก Youtube หรือ เว็บไซด์ ต่างๆ ก็จะตรงเป้า ทำให้เกิดการ ตอบรับ (reaction) หรือแม้แต่การเกิดยอดขายได้แทบจะเรียกว่าทันที และ Google เหมาะมากสำหรับ การทำโฆษณาแบบ CPA (เราจะอธิบาย ในโพสต่อไป เกี่ยวกับการตลาดแบบ CPA ) ก็คือทำให้เกิดยอดขายในฉับพลัน ณ ตอนนั้นๆ

หากคุณทำการตลาดออนไลน์ใน Facebook สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือ กลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ เหมือนการจับปลาฝูงใหญ่ ซึ่งคุณก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า คนเหล่านั้นชอบอะไร เพียงแต่มีการ Boost Post, Boost Page ตาม Demographic ที่ Facebook เค้ามีไว้ให้ และ estimate numbers of audience ที่โฆษณาคุณจะถึงได้ การตลาดแบบนี้เหมาะสำหรับการสร้างแบรนด์ และ เพิ่มยอดขายได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะไม่ใช่เดี๋ยวนั้นทันที

ตัวอย่าง

บริษัท A ใช้การตลาดแบบ Google Ads และ SEO ในการทำให้เว็บปรากฎ ในคำว่า Samsung Galaxy S7 ราคาถูกที่สุด และเผอิญว่า บริษัท A สามารถจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดนิดหน่อย เมื่อคนค้นหาคำว่า Galaxy S7 ราคาถูก มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่คนจะซื้อ สินค้าจากบริษัท A และหากมีโปรโมชั่นที่ดี ก็อาจจะได้ยอดขายตอนนั้นเลย ซึ่งวันหนึ่งๆ อาจมีคนหาคำนี้มากกว่า 1,000 คน หากมีเพียง 1% ที่ซื้อ ก็คือ 10 คนจาก 1,000 คนนั้น และจ่ายค่าโฆษณาเพียงเล็กน้อย (PPC) หรือไม่ได้จ่ายเลย (SEO)

บริษัท B เน้นการตลาดบน Facebook อย่างเดียว จำหน่าย Samsung Galaxy S7 เช่นเดียวกัน สิ่งที่ บริษัท B จะได้เพิ่มก็คือ คนเห็นโฆษณา โปรโมชั่นบริษัทเยอะขึ้น ได้ LIKE สูงขึ้น ซึ่งอาจได้ Fanpage เยอะขึ้นไปด้วย สิ่งที่ได้มาก็คือ คนจะจดจำแบรนด์ได้ดี มีคนเห็นเยอะ แต่อาจไม่ได้ทำการสั่งซื้อทั้งหมด เพราะ Facebook แสดง ads เหมือนการเหวี่ยงแห จับปลานั่นเอง ซึ่งผุ้ทำการตลาดบน Facebook รู้ดีว่า ทุก view ทุก Like จะต้องจ่ายค่าโฆษณาทั้งหมด

คำถามก็คือ เราควรทำการตลาด เน้นไปที่ใด?

ไม่มีอะไรเลยที่ดีที่สุด มันอยู่ที่ว่า บริษัท สินค้า หรือความต้องการของเจ้าของสินค้า มันคืออะไร? หากต้องการจำหน่ายได้เลย เกิดการ Instant Purchase มากกว่าวิธีอื่น และจ่ายด้วยงบที่จำกัด ก็ต้องเป็น Google แต่ถ้าเป็นการตลาดบน Facebook ต้องมีเงินก้อน ค่อนข้างเยอะ จึงจะได้ LIKE และ Share สูง และคนน่าจะจดจำแบรนด์ได้ดีกว่า

อันที่จริงแล้ว การตลาดทั้งสองอย่างนี้ ยังมีรายละเอียดอีกมาก ไว้จะเขียน Blog แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในครั้งหน้า ครั้งนี้เป็นการทดสอบเท่านั้นครับ





Create Date : 27 กรกฎาคม 2559
Last Update : 27 กรกฎาคม 2559 13:11:24 น. 1 comments
Counter : 281 Pageviews.

 


โดย: teawpretty วันที่: 27 กรกฎาคม 2559 เวลา:17:12:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

สมาชิกหมายเลข 3327657
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3327657's blog to your web]
space
space
space
space
space