ไม่ต้องตีความกันต่อไป “หมิ่นประมาท” ไม่ใช่ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์!!

Blog นี้เป็นภาคต่อของ "การหมิ่นประมาท เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ จริงหรือ?" ที่เคยวิเคราะห์ไว้สมัยอยู่ในวงการโลกไซเบอร์ >>> http://www.bloggang.com/viewblog.php…

นับตั้งแต่มีการประกาศใช้บังคับ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” ประเด็นปัญหาหนึ่งที่มีข้อถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งเป็นประเด็นหนึ่งที่มักถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างข้อเถียงสำคัญในการฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลคือ....

“หมิ่นประมาท” เป็นเรื่องที่อยู่ในขอบข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่?

ซึ่งบทบัญญัติตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ในการฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทบนโลกอินเตอร์เน็ต คือ

“มาตรา 14 (1)” ที่บัญญัติว่า
“ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน...”

นอกจากนี้ มาตราดังกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อ "คนกลาง" คือ “ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Service Providers)” ในอันที่จะต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะถูกฟ้องร้องและอาจต้องรับผิดในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14(1) แห่ง พรบ.คอมฯ ด้วยดังรายละเอียดที่มาตรา 15 แห่ง พรบ.คอมฯ ได้บัญญัติไว้ ดังนี้

มาตรา 15 “ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14”

ทั้งๆที่ ความเป็นจริงแล้ว “หมิ่นประมาท” ได้มีการกำหนดบทบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่าเป็นความผิดในประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้

มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

มาตรา 328 “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียงบันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท”

จากหลักกฎหมายทั้งสอง หากผู้ใดแสดงความคิดเห็นพาดพิงบุคคลอื่น อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับความเสียหายแล้ว ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 แล้ว หากการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวได้กระทำผ่านเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ย่อมเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

แต่เมื่อลองศึกษาบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวโดยละเอียด กลับพบว่า...

หากทุกครั้งที่โพสแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์แล้วพาดพิงถึงใคร ต้องเสี่ยงเป็นความผิดตาม พรบ.คอมฯ ทุกครั้งไป มันใช่หรือ??

เมื่อวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าว พบว่ามีปัญหาในการตีความหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น

1. ปัญหาความลักลั่นในการตีความกฎหมาย

- มาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.คอมฯ : ข้อมูลที่นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์จะต้องเป็น “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” เท่านั้น จึงจะผิด

- ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา : ไม่ว่าจริงหรือเท็จ ก็ผิดทั้งนั้น ตามหลัก “ยิ่งจริง ยิ่งผิด”

Ex. กรณีที่มีการฟ้องร้องผู้แสดงความคิดเห็นในข้อหาหมิ่นประมาทกันอยู่ ต่อมา ได้ฟ้องร้องผู้ให้บริการเป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) และ 15 ตาม พรบ.คอมฯ อาจทำให้ในการพิจารณาคดีหลัง อาจต้องมีการพิจารณาพยานหลักฐานในทำนองเดียวกับการพิจารณาพยานหลักฐานในคดีแรก เป็นต้น

Ex. กรณีสิ่งที่กล่าวพาดพิงผู้อื่น เป็น “ความจริง” ซึ่งอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่สำหรับ พรบ.คอมฯ นั้น ไม่ถือเป็นความผิด เพราะมิใช่ข้อมูลปลอมหรือเท็จ แต่ก็เป็นเหตุให้ต้องมีการพิสูจน์ความจริงในเรื่องหมิ่นประมาทในคดีอีกครั้งหนึ่ง เป็นต้น

2. ปัญหาการตีความถ้อยคำตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

- มาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.คอมฯ นั้น ปัญหาที่อาจจะเกิดปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ ถ้อยคำว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม” และ “ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” นั้น ในความเป็นจริงจะต้องพิจารณาในประเด็นที่ว่า ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น “ปลอม” หรือ “เท็จ” เมื่อเทียบจากอะไร ระหว่าง “การปลอมหรือเท็จในความเป็นจริง” หรือ “การปลอมหรือเท็จตามเอกสารต้นฉบับ”

Ex. นาย A ออกจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่ง กล่าวหาว่า นาย B มีความประพฤติส่อไปในทางทุจริต (ซึ่งในความจริง นาย B ไม่ได้กระทำการทุจริตต่อหน้าที่) กรณีนี้ นาย B สามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้ตามปรกติอยู่แล้ว ถ้ารู้สึกว่าสิ่งที่นาย A พูดนั้น ได้สร้างความเสียหายให้แก่ตน

ต่อมา นาย C ได้ข้อความในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว ได้คัดลอกข้อมูลแล้วนำมาโพสบนเว็บไซต์.....

ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ข้อความที่โพสบนเว็บไซต์นี้ ถือเป็นกรณีตาม มาตรา 14(1) แห่ง พรบ.คอมฯ หรือไม่? ในเมื่อ ในความเป็นจริง สิ่งที่นาย A กล่าวพาดพิงหรือหมิ่นประมาทนาย B ไม่ใช่เรื่องจริง และข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในจดหมายดังกล่าวนั้น เป็นเอกสารเท็จ แต่ ข้อมูลที่เอาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นั้น ตรงกับข้อความในเอกสารทุกตัวอักษร หาได้เป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์เท็จ “ตามเอกสารต้นฉบับ” แต่อย่างใด

3. ปัญหาเรื่องการถอนฟ้อง

- มาตรา 14(1) แห่ง พรบ.คอมฯ : เป็น “ความผิดอันยอมความไม่ได้” หรือ “ความผิดต่อแผ่นดิน” ผู้เสียหายถอนฟ้องเองไม่ได้ พนักงานอัยการยังต้องดำเนินคดีต่อไป

- ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา : เป็น “ความผิดอันยอมความได้” หรือ “ความผิดต่อส่วนตัว" (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 วรรคหนึ่ง) ผู้เสียหายถอนฟ้องเองได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

ข้อสงสัยประการหนึ่งคือ การกระทำกรรมหนึ่ง สามารถเป็นได้ทั้ง “ความผิดอันยอมความได้” และ “ความผิดอันยอมความไม่ได้” ด้วยหรือ?

การกำหนดเรื่องหมิ่นประมาทว่าเป็นความผิดตาม พรบ.คอมฯ ด้วยนั้น จึงอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดีของพนักงานอันการ การถอนฟ้องของผู้เสียหาย ว่าในการดำเนินคดีนั้น จะทำได้มากน้อยเพียงใด เพราะในประเด็นเรื่องหนึ่งกลับมี กฎหมายถึง 2 เรื่องที่มีความแตกต่างกันอย่างมากขัดกันอยู่

4. ปัญหาเรื่องการพิสูจน์

- มาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.คอมฯ : ไม่ได้มีการกำหนดข้อยกเว้นในการพิสูจน์ถึงความสุจริต

- ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา : สามารถพิสูจน์ความสุจริตของตนได้ เพื่อเป็นข้อยกเว้นความรับผิดและข้อยกเว้นในการรับโทษไว้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 และ 329

5. ปัญหาและภาระที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

การกำหนดให้เรื่องหมิ่นประมาทเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) แห่งพรบ.คอมฯ ย่อมสร้างความลำบากในการทำงานให้แก่บรรดา ISP หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างมาก โดยเฉพาะ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตประเภทกระดานสนทนา (Webboard) เพราะในขั้นตอนการจัดการระบบคอมพิวเตอร์นั้น การแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ โดยปรกติ คือ คิด...พิมพ์ลงไปในคอม...กดส่ง ไปในระบบคอมพิวเตอร์ โดยส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะไม่มีโอกาสได้กลั่นกรองข้อความก่อน เพราะข้อความที่พิมพ์ลงไปนั้น จะถูกส่งขึ้นตรงเข้าสู่ระบบ

หากถือว่า การหมิ่นประมาทเป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) ตาม พรบ.คอมฯแล้ว และเมื่อพิจารณาประกอบกับมาตรา 15 ย่อมส่งผลกระทบให้ ในกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นอันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แล้ว กรณีผู้ถูกกล่าวพาดพิงรู้สึกว่าตนได้รับความเสียหาย แต่ในการพิสูจน์หาตัวคนโพสความคิดเห็นนั้นๆ เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะเกิดจากขั้นตอนในการตรวจสอบ ระยะเวลาในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และปัญหาในการพิสูจน์ตัวผู้กระทำความผิดเป็นไปด้วยความยากลำบาก (เพราะในบางครั้ง ผู้กระทำความผิด ไม่ได้ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงประกอบการแสดงความคิดเห็น) ผู้ที่ได้รับความเสียหาย มักจะหันเป้ามาเล่นงานผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก่อน เพราะสามารถหาตัวตนได้ง่ายกว่า ซึ่งมันใช่ทางออกในการตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษจริงๆหรือ? ทั้งๆที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เป็นเพียงแค่ “ท่อ” ในการส่งต่อข้อมูลจากผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแสดงความคิดเห็น หรือ มิได้มี “เจตนา” ในการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการ “จงใจสนับสนุน” หรือ “ยินยอม” ก็ตาม

นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่บนโลกออนไลน์ ได้เปิดให้สมาชิกของเว็บไซต์สามารถที่จะสมัครขอเปิดใช้พื้นที่ในการสร้างเว็บไซต์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดร้านค้าออนไลน์ การเปิดบล๊อกในการเขียนเรื่องราวต่างๆ ในพื้นที่ของตน สถานของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ย่อมไม่แตกต่างอะไรจาก สถานะของ “เจ้าของตึก” ที่มีตึกอยู่หลังหนึ่ง แล้วเปิดให้ใครก็ตามที่ประสงค์จะเข้าพักอาศัยในตึก มีโอกาสที่จะเข้ามาใช้ ลักษณะนี้ คงไม่ต่างอะไรกับ กรณี “ผู้ให้เช่า” และ “ผู้เช่า” ตามกฎหมายแพ่งทั่วไป

เมื่อเจ้าของตึกอนุญาตให้ผู้เช่าเข้าอยู่ในห้องเช่า กรณีที่ผู้เช่า ด่าใครสักคนในห้องของตนซึ่งสร้างความเสียหายไม่ว่าทางหนึ่งทางใดให้แก่ผู้อื่น การที่จะฟ้องร้องเจ้าของตึกให้เข้ามาร่วมรับผิดในสิ่งที่ผู้เช่าได้กระทำลงไปด้วยนั้น มันเป็นธรรมแล้วหรือ?

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวได้หมดไปแล้ว ไม่ต้องตีความกันอีกต่อไป เพราะ ตามร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ ได้มีการแก้ไข มาตรา 14 ไว้ เป็น...

“มาตรา 14 ผู้ใดโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

บทบัญญัติที่แก้ไข... ดูจะเน้นไปเรื่องฉ้อโกง ไม่เกี่ยวกับกรณีหมิ่นประมาทแล้ว หากมีการฟ้องหมิ่นประมาทตาม พรบ.คอมฯ (ฉบับปัจจุบัน) กันอยู่ในศาล ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง หรือหากเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว จำเลยพ้นโทษทันที

ชัดๆอีกครั้ง!!! โพสหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์ “ไม่ผิด” พรบ.คอมฯ (ที่กำลังจะประกาศใช้ในเร็ววันนี้)

“ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ....” สามารถดูเนื้อหาในรายละเอียดได้ที่นี่ >> http://ictlawcenter.etda.or.th/…/735efc5f7d49343e2df8731c2b…
อ้างอิง
- แนวทางการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สามารถดูได้จากที่นี่ >> http://ilaw.or.th/sites/default/files/pdf_6.pdf




Create Date : 01 กรกฎาคม 2558
Last Update : 1 กรกฎาคม 2558 20:05:58 น. 5 comments
Counter : 19421 Pageviews.  
 
 
 
 
ตอนนี้ กลุ่มของพวกผมก็ลงมติต้าน ร่าง พรบ.2558 ด้วยเหตุผลที่ มีประโยชน์ลดปัญหาสังคมได้ เพราะจับยากมากกว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดเลือดตาแทบกระเด้ง ถ้าให้เป็นคดียอมความได้ สังคมคงไม่สงบสุขแน่
https://www.youtube.com/watch?v=xoVoRspmthw
 
 

โดย: สู้ IP: 125.26.66.122 วันที่: 20 ตุลาคม 2558 เวลา:14:24:04 น.  

 
 
 
ร่าง พรบ.คอม 2558 มีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยและต้องถูกยกเลิกเท่านั้นนี่คือคำขาด

ประโยชน์ของ พรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 ปัจจุบัน และควรมี ถูกต้องแล้ว เพราะลงโทษให้หนักเพราะจับยากมากกว่าจะได้ตัวผู้ผิดเลือดตาแทบกระเด็ง
https://www.youtube.com/watch?v=xoVoRspmthw

และนี่คือปัญหาของ พรบ.คอมพิวเตอร์ 2558
https://www.youtube.com/watch?v=0ZdiAu9Jdbw
 
 

โดย: สู้ IP: 125.26.66.122 วันที่: 20 ตุลาคม 2558 เวลา:14:49:09 น.  

 
 
 
ไม่
 
 

โดย: ดา IP: 157.7.52.183 วันที่: 13 พฤษภาคม 2559 เวลา:22:50:17 น.  

 
 
 
ll
 
 

โดย: jj IP: 171.100.240.18 วันที่: 24 พฤษภาคม 2559 เวลา:21:31:30 น.  

 
 
 
กรณีมีคนมาแจ้งความว่าเอารูปเค้าไปแขร์ในเฟสและมีข้อความ
ว่าแย่งสามีชาวบ้านจะยังมีความผิดอยู่มั้ยคะ น่าจะแจ้งความไว้เดิอน
3/59
 
 

โดย: kung IP: 27.130.40.226 วันที่: 7 มิถุนายน 2559 เวลา:9:02:04 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

onizugolf
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




[Add onizugolf's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com