|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
DEATH NOTE: ANOTHER NOTE

DEATH NOTE: ANOTHER NOTE คดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิส
-ประพันธ์ โดย นิชิโอะ อิชิน -ภาพประกอบ โดย โอบาตะ ทาเคชิ -ผลงานต้นฉบับ โดย โอบะ ทสึงุมิ/โอบาตะ ทาเคชิ -แปลเป็นภาษาไทย โดย Kurai
แนะนำตัวละครในเรื่อง
-L นักสืบ -มิโซระ นาโอมิ ตำรวจ FBI -บียอนด์ เบิร์ธเดย์ คนร้าย -เรย์ เพ็นเบอร์ ตำรวจ FBI -บีลีฟว์ ไบรดส์เมด เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่หนึ่ง -ควอเตอร์ ควีน เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สอง -แบ็คยาร์ด บ็อทเทิมสแลช เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายที่สาม
เมื่อครั้งที่ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ก่อคดีฆาตกรรมขึ้นเป็นคดีที่สามนั้น เขาได้พยายามทดลองอะไรบางอย่าง นั่นก็คือการทดลองว่าจะทำให้คน เราตายในสภาพเลือดตกในโดยไม่ทำลายอวัยวะภายในได้จริงหรือไม่ ในทางปฏิบัติคือ จองจำเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยา ไม่ให้ขยับเขยื้อนได้ จากนั้นก็ทุบตีแขนซ้ายของเหยื่อต่อเนื่องไปทั่ว บริเวณพลางระมัดระวังไม่ให้ผิวหนังฉีกขาด.กล่าวคือ เป็นการวางแผนทำ ให้เลือดออกมากจนถึงแก่ความตายด้วยอาการเลือดตกในที่แขนซ้าย ทว่า น่าเสียดายที่การทดลองครั้งนี้ปิดฉากลงด้วยความล้มเหลว ในขณะที่ แขนซ้ายนั้นมีเลือดคั่งและกลายเป็นสีม่วงแดงเป็นทั่วบริเวณ เหยื่อกลับ ไม่ตาย ได้แต่สั่นกลัวและมีอาการเป็นตะคริวแปลก ๆ แต่ก็ดูจะไม่มีอะไร ผิดปกติถึงชีวิต การทดลองนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่า หากแขนข้าง หนึ่งเสียเลือดที่หล่อเลี้ยงไป ชีวิตก็ต้องจบสิ้นลงเป็นแน่แท้ แต่ดูเหมือน มันจะเป็นการทดลองที่คิดตื้น ๆ อย่างไรก็ดี สำหรับ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ แล้ว วิธีการสังหารดังว่าเป็นเพียงการเล่นสนุกเพื่อความเพลิดเพลินที่ เปรียบไปแล้วก็มีนัยสำคัญต่ำและเป็นเพียงแค่การทดลองเท่านั้นจริง ๆ ด้วยเหตุนั้น จะบอกว่าไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เจ้าตัวก็ไม่ เกี่ยงงอนก็ว่าได้ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แล้วดึงมีดออกมาไม่เอาแล้วพอ พอ พอ
วิธีการพูดแบบนี้น่ะพอเสียที ปากที่พูดแบบนี้น่ะหยุดเสียที ใช้วิธีการจด บันทึกแบบมีหลักการแบบนี้น่ะไม่มีทางเขียนบันทึกเล่มนี้จบหรอก ระหว่างที่กำลังพยายามเขียนอยู่นี่ ฉันก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมายังไงไม่รู้ และการล้มเลิกความตั้งใจก็เป็นอุปสรรคสูงใหญ่เท่าภูเขาเชียวล่ะ หากจะกล่าวตามแบบ โฮลเด้น คอลฟิลด์* ซึ่งเป็นจอมตลบตะแลงผู้มีชื่อ เสียงที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วล่ะก็ ใช่ว่าวิธีการเขียนโดยไล่ตามความ เคลื่อนไหวหรือความนึกคิดของ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ จะเหมาะกับวัตถุ ประสงค์ของฉันในกรณีนี้ (ถึงแม้จะรู้สึกเห็นใจเขาอยู่บ้างเมื่อมองจาก สถานะของตัวเองก็เถอะ) ครั้นจะมาเขียนเล่าคดีฆาตกรรมฝีมือเขาไป ทีละขั้นตอนเพื่อแสดงฝีมือการเขียนอันเยี่ยมยอด มันก็ไม่ได้ช่วยยก ระดับคุณค่าของบันทึกลายมือเล่มนี้ในฐานะบันทึกก่อนตายได้เสียหน่อย บันทึกเล่มนี้ไม่ใช่ทั้งรายงานหรือนิยายทั้งนั้นแหละ อีกอย่าง ถึงองค์รวม ของบันทึกเล่มนี้จะกลายเป็นอย่างของพวกนั้นขึ้นมา ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีใจ อะไรสักนิด ต้องขอโทษด้วยที่ใช้คำพูดธรรมดาสามัญแบบเฝือ ๆ ตอนที่ บันทึกเล่มนี้ตกอยู่ในมือของคนทั่วไปแบบนี้แล้วน่ะ บางทีฉัน อาจไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วก็ได้
ฉันคงไม่จำเป็นต้องพล่ามอะไรมากมายเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเผชิญ หน้ากันระหว่าง L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ กับ คิระ ฆาตกรโฉดผู้ก่อ อาชญากรรมฉกาจฉกรรจ์ ให้คนที่กำลังอ่านบันทึกเล่มนี้อยู่ฟัง ความนึก คิดของเจ้าฆาตกรโฉด ซึ่งท้ายที่สุดก็ทำได้แค่แผ่ขยายการปกครองด้วย การสร้างความหวาดกลัวโดยอาศัยแค่การเตรียมตะแลงแกงประหัต ประหารไปจนถึงบทลงโทษแสนบรรเจิดน่ะ เป็นความคิดของเด็กอมมือ จนถึงขั้นเหลวไหล แต่พระเจ้าแห่งการแข่งขันแก่งแย่งเองที่ยอมรับเรื่อง ก็อาจจะเป็นเด็กอมมือไม่แพ้กันก็ได้ สังคมอำมหิตซึ่งเต็มไปด้วยการ ทรยศหักหลังและการกล่าวโทษคนบริสุทธิ์ต่างหากล่ะที่อาจจะเป็นความ ปรารถนาของพระเจ้า จริงอยู่ว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นฉากหนึ่งที่ทำให้คนเรา มองความแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับยมทูตในแง่ลบ แต่ฉันไม่ตั้งใจจะ ครุ่นคิดถึงเรื่องนั้นเลยซักนิดคิระอะไรนั่นน่ะช่างมันเถอะสิ่งสำคัญ สำหรับฉันยังไงก็มีแต่ L เท่านั้นล่ะ

L เมื่อคำนึงถึงความสามารถอันท่วมท้นนั้นแล้ว L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ ได้ถูกความตายอันไร้เหตุผลมารับเอาตัวไปเร็วเกินควร เพียงดูจากบันทึก อย่างเป็นทางการที่หลงเหลืออยู่ก็พบว่าเขาได้คลี่คลายคดีโหดหินกว่าสาม พันห้าร้อยคดีและเพิ่มจำนวนอาชญากรที่ถูกส่งตัวเข้าซังเตถึงสามเท่า เขาครอบครองอำนาจเหลือล้นถึงขนาดสามารถขับเคลื่อนองค์กรสืบสวน ทั่วโลกได้อย่างอิสระด้วยตัวคนเดียวและยังได้รับการกล่าวยกย่อง สรรเสริญจากทุกฝ่าย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน เลยสักครั้ง ฉันนึกอยากจะบอกเล่าคำพูดของเขาที่กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ระดับนั้นให้ใครสักคนได้รับรู้อย่างครบถ้วนกระบวนความ นึกอยากจะถ่าย ทอดเรื่องราวให้ใครสักคนได้รับรู้เอาไว้ ในเมื่อฉันสามารถบอกเล่าและ ถ่ายทอดเรื่องราวนั้นได้ในฐานะคนที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอด ของ L แม้ว่าจะไม่สามารถสืบทอดได้จริงก็ตามด้วยเหตุนี้ นี่จึงเป็นตำนาน ของ L และบันทึกก่อนตายของฉัน เป็นสาส์นก่อนตายจากคนที่ไม่ใช่ฉัน ถึงสถานที่ที่ไม่ใช่โลกนี้ จริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเจ้าเนียร์จอมอวดดี จะค้นพบบันทึกเล่มนี้เป็นคนแรก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็จะ ไม่บอกว่าจะโยนบันทึกเล่มนี้ทิ้งไปหรือเผาทำลายมันเสียเดี๋ยวนี้หรอกนะ ให้หมอนั่นได้รู้ซึ้งถึงทรวงในว่าฉันรู้จัก L ที่หมอนั่นไม่รู้จักเสียได้ก็คงดี ไม่หยอก หรือบางทีอาจจะมีใครส่งบันทึกเล่มนี้ไปถึงมือคิระ เจ้าฆาตกร ก็ได้ แต่ฉันเองก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้นพอดีเลย ถ้าหากว่าบันทึกเล่มนี้ จะทำให้เจ้าฆาตกรโฉดที่คอยแต่พึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติของสมุดโน้ต สังหารกับความช่วยเหลือจากยมทูตสมองฝ่อตั้งแต่ต้นจนจบได้ตาสว่างว่า
เนื้อแท้แล้วตัวเองเป็นเศษขยะที่ไม่อาจวัดรอยเท้ากับ L ได้ มันก็เกินพอ แล้วฉันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยได้พบ L ในฐานะ L ส่วนเรื่องที่ว่าฉันได้ พบกับ L เมื่อไรและในจังหวะเวลาไหนนั้น มันเป็นความทรงจำล้ำค่าที่เกิด ขึ้นครั้งเดียวชั่วชีวิต ฉันเลยไม่คิดจะเอามาขยายความไว้ตรงนี้ ยังไงก็ตาม ในตอนนั้นฉันได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับผลงานสืบสวนสามคดีของ L เหตุการณ์ที่เกี่ยวพันกับ บียอนด์ เบิร์ธเดย์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงฉันจะไม่ เล่าย้อนความ ก็น่าจะมีหลายคนเคยได้ยินเรื่องคดีฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิสแล้วยังจำได้สินะ ไม่มีการเปิดเผยว่าคดีนั้นมี ความเกี่ยวพันกับ L หรือถ้าจะพูดให้ตรงประเด็นยิ่งกว่านั้นก็คือ มีความเกี่ยว พันกับฉันที่ได้รับการเลี้ยงดู ณ บ้านแวมมี่จนถึงอายุ 15 ปีอย่างลึกซึ้งก็ จริง แต่เรื่องจริงมันก็เป็นอย่างที่ว่ามานั่นแหละ สาเหตุที่ L ผู้ได้รับการ กล่าวขานว่า โดยหลักการแล้วจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับคดีที่มีผู้เคราะห์ ร้ายต่ำกว่าสิบคนหรือก่อความเสียหายเป็นมูลค่าต่ำกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์ ยอมเข้าไปร่วมสืบคดีที่ดับชีวิตของคนสามหรือสี่คนด้วยความกระตือ รือร้นอย่างไม่รีรอนั้นก็เป็นเพราะเหตุนั้นเอง ฉันจะเล่ารายละเอียดอีกที ทีหลัง อย่างไรก็ตาม ด้วยนัยสำคัญที่ว่า ไม่ว่าจะสำหรับ L หรือว่าสำหรับ ฉัน หรือบางทีอาจจะแม้กระทั่งสำหรับคิระเองแล้ว คดีนั้นหรือก็คือคดี ฆาตกรรมต่อเนื่องโดย BB ณ เมืองลอสแองเจลิส อาจเป็นอนุสรณ์ที่ตั้งอยู่ ณ จุดผกผันก็เป็นได้
ก็เพราะนั่นเป็นคดีที่ L ใช้ชื่อว่าริวซากิเป็นครั้งแรกยังไงล่ะ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่า บียอนด์ เบิร์ธเดย์ จะคิดอะไรอยู่ระหว่างก่อคดีและก่อคดี ฆาตกรรมทั้งสามคดีขึ้นในรูปแบบไหนนั้น ฉันจึงไม่สนใจเลยสักนิด แน่นอนว่าฉันจะข้ามการบรรยายอันน่าเบื่อไปเสียให้หมดและไม่ย้อน ความไปบรรยายเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมครั้งที่สองและครั้งที่หนึ่งหรอก เข็มนาฬิกาจะชี้ไปยังตอนเช้าตรู่ของวันถัดมา จะหมุนไปหาช่วงเวลาอัน โชติช่วงคราวนั้นที่ L นักสืบชื่อดังแห่งศตวรรษ เข้าไปพัวพันกับการสืบสวน คดีนั่นล่ะ...อ้อ จริงสิ เกือบลืมไป พอคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าอาจจะมี บุคคลที่สามนอกเหนือจากเจ้าเนียร์จอมอวดดีกับเจ้าฆาตกรโฉดกำลัง อ่านบันทึกเล่มนี้อยู่ ฉันก็เลยต้องทิ้งชื่อเอาไว้ในฐานะผู้บรรยาย ไม่สิ ในฐานะผู้นำทางและคนเล่าเรื่อง เอาไว้ท้ายบทนำเพื่อให้เป็นไปตาม ระเบียบแบบแผน สำหรับคนอื่นนอกจากสองคนนั้นแล้ว เรื่องพรรค์นั้น อาจจะเป็นยังไงก็ช่างมันจนไม่รู้จะช่างยังไงอยู่หรอก แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ฉันก็คือ มิฮาเอล คีฮ์ล นักแต่งกายยอดเยี่ยมผู้ต่อสู้อย่างไร้หนทางชนะ จนตายเปล่า ฉันเคยใช้ชื่อว่าเมลโลและถูกเรียกแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่มันก็เป็นเรื่องเมื่อสมัยก่อนแล้วล่ะมันเป็นทั้งความทรงจำ ที่แสนดีและความฝันอันเลวร้าย
ขอขอบคุณบทความจาก Exteen Blog มากๆค้า
End...
|
|
|
| โดย: นิว IP: 222.123.14.244 วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:15:46:46 น. |
|
|
|
|
| โดย: nini IP: 192.168.2.27, 119.42.78.76 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:42:46 น. |
|
|
|
|
|
|
|