My Journey Locker

Japan Cherry Blossom



Smileyเห็นหลายคนเริ่มเตรียมตัวจะไปชม ซากุระปีนี้แล้วนะค้า เลยเอาของเก่าเก็บดองไว้ที่ไปมาเมื่อปีที่แล้วมาลงให้ดู


อยากดูรูปเยอะ ต้องไปดูที่



1. Tokyo


http://nutitle.multiply.com/photos/album/43/Japan_April_2008_Cherry_Blossom_Part_I_Tokyo


 2. Shibuya Harayuku Nikko


http://nutitle.multiply.com/photos/album/44


3. Hakone Kawakuchiko


http://nutitle.multiply.com/photos/album/45


4. Kyoto 


http://nutitle.multiply.com/photos/album/46


5. Nara Himeji


http://nutitle.multiply.com/photos/album/47


6. Hiroshima


http://nutitle.multiply.com/photos/album/48


7. Osaka


http://nutitle.multiply.com/photos/album/49


จากนี้เป็นโปรแกรมที่เตรียมก่อนไปเที่ยวค่ะ มีเพื่อน ๆ ขอเอาไปลอกหลายคน เลยคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์บ้างค่ะ


โปรแกรมเที่ยว โตเกียว-เกียวโต-โอซาก้า เมษา 2551



เตรียมตัวก่อนไปค่า


ค่าใช้จ่าย ก่อนเดินทาง


1. ตั๋วเครื่องบิน 19100 บาท + 500 (ค่าเปลี่ยนตั๋วคุณกี้ ช่วยกันออก)


2. วีซ่า 980 บาท


3. Japan rail pass / 28300 = 8490 บาท 7 วัน วันที่ 10-16 เม.ย 51


1-3 จ่ายที่ไทยประมาณ 30000


ค่าใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น


4. ที่พัก 7600 บาท


5. ค่ากิน ประมาณ 5000-10000 บาท


6. เหลือค่าเข้าชมสถานที่+ เดินทางที่นอกเหนือ JR PASS รวมค่าเข้า Disney land แล้ว ประมาณ 10000 บาท


รวมประมาณ 60000 บาท


แลกเงินไปประมาณ 4 หมื่น บาท


สรุปนอน


1. Tokyo: Khaosan Tokyo Annex 2000 Y per Night per Person 4 Nights


http://www.khaosan-tokyo.com/



2. MT FUJI; at Kawaguchi-ko Station Inn 3600 Y per night 1 Nights


http://www.st-inn.com/english/



3. Kyoto: at K’s House Kyoto 4 nights 20.75 $ per night 2300 Y 4 Nights


http://kshouse.jp/kyoto-e/index.html



4. Hiroshima: 1 nights J hopper Hiroshima Trad guest house 22.55 $ or 2500 Y per night 1 Nights


http://hiroshima.j-hoppers.com/index.html



5. Osaka: 1 nights Chuo hostel 1 nights 9000 Y /4 people booked via email 1 Night


http://www.hotel-chuo.com/english/location/index.html



Useful link


http://grace.hyperdia.com/cgi-english/hyperWeb.cgi


link for shinkansen time table


http://www.jorudan.co.jp/english/norikae/


train route finder


พยากรณ์ซากุระ


http://www.tenki.jp/skr/yosou/index.html


http://64.233.179.104/translate_c?hl=en&sl=ja&u=http://www.sakurazensen.com/&prev=/search%3Fq%3Dsakurazensen%26hl%3Den


- เว็บเกี่ยวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น บอกรายละเอียดสถานที่เที่ยว + เวลาเปิดปิดด้วยล่ะ
http://www.japan-guide.com/
http://www.jnto.go.jp/eng/
- เส้นทางท่องเที่ยว + ทัวร์
http://www.infomapjapan.com/index.phtml
- เว็บส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (เป็นภาษาไทยเข้าใจง่ายและมีประโยชน์มาก ๆ)
http://www.yokosojapan.org/destianation/index.html
http://www.jref.com/practical/sightseeing.shtml
- แผนที่จุดถ่ายภาพยอดฮิต
http://www.kippo.or.jp/Collection/roke_e.html
- เว็บข้อมูลรวมเรื่องราวญี่ปู๊น ญี่ปุ่น
http://www.tpa.or.th/jsociety/list_me.php?myLink=13

- จุดเด่นในแต่ละจังหวัดและการเดินทางไป
http://www.asia-planet.net/japan/chugoku.htm

- เว็บสำหรับเช็คสภาพอากาศก่อนไปค่ะ  (แม่นนะ)
www.cnn.com/weather

- เส้นทางการเที่ยวด้วยจักรยาน
http://www.japancycling.org/
- ตารางรถจาก Kansai Airport เข้าเมือง
http://zebu.uoregon.edu/~imamura/japan/haruka-time.html
- นั่งรถบัสข้ามเมืองไปที่ต่าง ๆ
http://www.bus.or.jp/e/index.html



ตารางการไปเที่ยวลงไม่ได้อ่ะค่า เพราะมันยาวเกิน เนื้อหา บล็อก
ขี้เกียจพิมพ์ใหม่ ตามไปดูกันที่

http://nutitle.multiply.com/journal/item/15/Japan_4-16_Apr_2008_Cherry_Blossom




Free TextEditor




 

Create Date : 11 มกราคม 2552   
Last Update : 11 มกราคม 2552 14:53:26 น.   
Counter : 235 Pageviews.  

Italy trip part II

เดินทางมาถึงภาคสองเริ่มออกเดินทางจาก Florence สถานี Firenze F.M.N ถ้าจำไม่ผิด จริง ๆ แล้ว มีรถยูโรสตาร์ถึง Napoli หรือ Naple เลยแต่ว่ามันเป็นรถยูโรสตาร์ถ้าใช้ยูโรพาสต้องเสียค่า reserve อีกอย่างน้อยคนละ 15 ยูโร เลยยอมเสียเวลาหน่อยนั่ง IC ไปลงโรม แล้วต่อ IC จากโรม ไปเนเปิ้ลอีกที แต่กว่าจะถึง ก้อเย็น ๆ



เลยได้เดินทั่วเนเปิ้ลตอนค่ำจนกลางคืนแทนเมืองเนเปิ้ลเป็นเมืองที่ไร้ระเบียบมากที่สุดที่ไปมาใ้น อิตาลี แล้วก้อสกปรกมาก อาชญากรรม ก้อเยอะ พอถึง hostel เจ้าของเค้าเตือนให้ถอดทองแล้วก้อห้ามพกกระเป๋าให้เอาตังใส่กระเป๋ากางเกงแทน แต่ก้อออกเดินในเนเปิ้ลได้ประมาณ 3 ชั่วโมงเราก้อมาหยู่ที่ร้าน Pizzaria da Michael เป็นร้านต้นตำรับ pizza ดังมากที่สุดในเนเปิ้ล คน มาเข้าคิวมากมายทั้งอิตาลีและต่างชาติ ต้องรอคิวประมาณ ชั่วโมงครึ่งกว่าจะได้เข้าไปกิน



แล้ววันรุ่งขึ้นเราก้อรีบนั่งรถไปสาย Circumvesuviana ไป Pompei เมืองที่ถูกลาวา จากเขา vesuvias ไหล ทับเมื่อหลายร้อยปีก่อนคริสกาล เคยได้ยินสมัยเรียนมัธยม ได้ไปเห็นของจริงกะตาก้อวันเนี่ยะแหละ ตกกลางคืนไปนอนเมืองชายทะเล Sorrento เมืองเล็ก ๆ น่ารักอีกแบบ




เช้าวันต่อมาก้อนั่งเรือจาก sorrento ไป Capri เดินเล่นจนทั่วเกาะ วิวสวยดี นะ ส่วนเกาะนี้่เป็นที่พักตากอากาศคนรวย มีของ Brand name ขายทั้งเกาะ เราเลยได้แต่เที่ยวเช้ากลับเย็น





ไปนั่งรถไปนอนที่ Amalfi เมืองนี้สวยจริง นับว่าประทับใจที่สุดในทริปนี้เลย



บรรยากาศสวยริมทะเลเมืองเล็กๆ บน หน้าผา คนก้อน่ารักเพราะตอนนั่งรถจาก sorrento ไป Amalfi นั่งข้าง ๆ คุณลุงอิตาลีคนนึงเลยเหมือนได้ไกด์ส่วนตัวแกเล่าตลอดทางเลยว่าป้อมนี้อ่าวนี้มีความเป็นมายังไงแถมยังช่วยบอกที่พักว่าต้องไปหาตรงไหนอีกต่างหาก น่ารักจริง ๆ คุณลุงชื่อ Michael แกบอกด้วย ต้องไปเที่ยวตรงไหนบ้างแกก้อเล่า




ถ้าให้ไปอิตาลีซ้ำคงจะไป Amalfi นี่หละ เช้าขึ้นมาก้อเดินเล่นใน Amalfi แล้วนั่งรถต่อไป Grotta Cave เป็นถ้ำมรกตแต่เมืองไทยสวยกว่านะ แล้วก้อนั่งรถต่อไปเที่ยวเมืองติดกัน ชื่อ Postatino ได้กินพาสต้า sea food ด้วย เส้นพาสต้าเแบบทำเองอร่อยมาก




จากนั้นก้อนั่งรถไฟกลับไป เนเปิ้ลแล้วไปต่อจนถึงโรมได้เจอพิษรถไฟอิตาลีดีเลย์ก้อรอบนี้หละ กว่าจะถึงโรม ก้อปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน แต่โชคดีที่พักใกล้สถานีรถไฟมาก ก้อเลยดีหน่อย ตอนเช้าวันแรกของโรมก้อเที่ยว สถานที่สำคัญ ๆ โดยชื้อ Roma Pass ราคา 20 Euro มีอายุสามวัน สามารถเข้า Museum Free ได้สองที่ แล้วได้ตั๋ว Reduce ในทุก Museum หลังจากสองอันแรก เลยต้อง Manage เอาอันที่แพง ๆ เท่านั้นเป็นสองอันแรก เป้าหมายแรกคือ โคลิเซียม ไปแต่เช้าเลย ตั๋ว โคลีเซียม 11 ยูโรรวมกับเข้า เนินเขา Palatine ด้วยคุ้มสุด ๆ จากนั้นก้อไปเดินดู โรมันฟอรัม ตลาดทราจัน จตุรัส Venezia เดินมันทุกที่ที่ว่าดังทั่วโรม น้ำพุเทรวี่ บันไดสเปน ฯลฯ หมดหนึ่งวัน





วันที่สองก้อไปเก็บที่ที่ยังไม่ได้ไป เช่น น้ำพุที่จตุรัส Navona, Pantheon แล้วก้อไป Gallery Borgese ที่จองไว้ก่อน ค่าเข้ารวมค่าจอง ฟรีค่ะ ที่ี่นี่มีรูปดัง ๆ ของ Caravaggio หลายรูป เป็น gallery ที่ต้องจองก่อน โชคดีที่เจอพี่ไหมคนไทยใน Florence เค้าแนะนำให้จองและลองไปดู แถมบอกเบอร์โทรให้เสร็จสรรพ แค่รวมค่าเข้าสองที่นี้ก้อคุ้มสุด ๆ แล้ว







วันที่สามในโรมเราตื่นแต่เช้าไปเข้าแถวเข้า Vatican Museum หนาวโครต ตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้ายืนอยุ่ สามชั่วโมงสิบโมงถึงเปิดให้เข้า บอกได้คำเดียวว่าถ้ามาโรมพลาด Vatican Museum ไม่ได้จริง ๆ แค่ไปดู รูปแกะ ของ Michelangelo รูปวาดที่ Sistine Chapel Ceiling ก้อคุ้มค่าเข้านะ เสียเวลาที่ Museum ประมาณ 3 ชั่วโมงแล้วก้อเดินไป ดู St's Peter ขึ้นไปบนโดม แล้วก้อไป เที่ยวที่ Castel Sant' Angelo ดูพระอาทิตย์ตกไปทาง Sant' Peter




วันสุดท้ายเรานั่งรถบัสไปเมือง Tivoli เพื่อที่จะไป Villa ที่มีน้ำพุอยู่เป็น ร้อย ๆ จุด ชื่อ Villa d'Este เป็นการปิดฉาก การเดินทางในอิตาลีของเติ้ลจ้า ไว้เด๋วมาเล่าใหม่ทริปหน้า






 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2551 11:20:28 น.   
Counter : 358 Pageviews.  

Italy my first real backpacker trip I

ไป Back Pack Italy มาเป็นเวลา 18 วัน เป็นการ Back Pack เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกในชีวิต ครั้งก่อน ๆ ใช้ระบบไปนอนตามบ้านเพื่อน แล้วก้อให้เพื่อนสอนว่าต้องขึ้นรถไฟไปไหนยังไงแค่จองตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมเองบ้างบางประเทศ แถม เอากระเป๋าไปฝากบ้านเพื่อนต่าง หากแทบไม่ต้องทำอะไรเองเลย

แต่ครั้งนี้ก้อแทบจะไม่ได้ทำอะไรเองเนื่องจากเกาะ ๆ เค้าไป เพื่อนร่วมทางก้อคือพี่ที่ไปเจอกันตอนไป ฮอยอันจากนั้นได้คุย ๆ กันทาง MSN รู้ว่าเค้าจะ Back Pack Italy เลยหน้าด้านขอตามเค้าไปอิอิ เนื่องจากเป็นประเทศในฝันอยากไปมากกกกกกกตั้งแต่สมัย มัธยม เนื่องจาก คลั่ง ฟุตบอล อิตาลีเป็นชีวิตจิดใต (นักบอลหล่อมาก) เพื่อนร่วมทางมีพี่หมอ หนึ่งท่านเป็นหัวหน้าทริป คนวางโปรแกรม เส้นทางทั้งหมด อีกท่านเป็นพี่พยาบาล ร่วมตัวเติ้ลซึ่งเป็นเภสัชแล้วเราสามคนไปเปิดโรงพยาบาลรรักษาคนป่วยได้เลยที่โน่น จะเล่า เส้นทางการเดินทางคร่าว ๆ


เริ่มจาก




ซื้อตั๋วไปกลับ กทม โรม (สนามบิน Fiumicino หรือ ที่เรียก อีกชื่อว่า leonado darvinci) พอลงเครื่องบินประเทศนี้เค้าให้นั่ง เหมือน รถ BTS บ้านเราสั้น ๆ มา ถึง บริเวณสถานี รถไฟ ต้องนั่งซื้อตั๋ว ต่อเค้า เมืองเพราะเป้าหมายเราจะไปเริ่มจากมิลานก่อน เที่ยวทางเหนือแล้วค่อย ลงมาทางใต้ เลยต้องนั่งรถไฟ Leonardo express คนละ 11 euro มาลงที่สถานี ROMA Termini เป็นหัวลำโพงของโรม แล้ว นั่งรถไปต่อไป





มิลาน ซื้อ Euro Pass เอานะ แล้ว ก้อมาถึงมิลานค่ำ ๆ แล้ว เริ่มเที่ยวเช้าวันรุ่งขึ้นก้อเที่ยวสถาที่สำคัญ ๆ เช่น Duomo ปีนไปดูวิวบนหอคอย, Galleria Vittorio Emanuele, เดินถนนแฟชั่นคนที่มิลาน แต่งตัวสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เรียกว่าเมืองแฟชั่นของแท้เด็กยังไม่โตเป็นสาว ก้อลงรองพื้นทุกคน ทุกคนใช้เสื้อผ้า Brand name ล้วน ๆ น่าเสียดายที่ไม่ได้ เข้าไปดูรูป The last supper ของ Leonado da vinci เพราะต้องจองก่อน 2 เดือนแต่โทรก่อนไปสองอาทิตย์เค้าว่าเต็มแล้วเลยเดิน ๆ ไป วน ๆ โบสถ์ Santa Maria delle Grazie แทน






วันรุ่งขึ้นก้อเดินทางออกจากมิลานโดยรถไฟ ไป Verona แต่เนื่องจาก หลงไปลงเมืองก่อน Verona ก้อเลยเสียเวลา เล็กน้อยทำให้ต้อง ต่อรถบัสไป Verona อีกที เป็นวันแรกที่ได้รู้รสการแบกเป้ไปโดยไม่มี ที่ฝากของเดินรอบเมืองเป็นชั่วโมงทำให้รู้สึกว่าถ้าไปคราวหน้าของไม่จำเป็นจะไม่แบกไปเด็ดขาดเลย ในที่สุดก้อมาถึง Verona เมือง Romeo Juliet มีที่ให้ฝากเป้ ราคา 3.8 euro 5 ชั่วโมงชั่วโมงต่อไป .6 cent เราเที่ยวใน Verona เดินกิน Gelato หรือ ไอติม Italy ที่นี่ถูกดี แค่ Euro เดียวแล้วอร่อยกว่าที่มิลานมาก ใน Verona ก้อไป Arena , Piazza Erbe บ้าน Juliet หลังจากวน ๆ อยู่นานหาบ้านโรมิโอไม่เจอ แล้วฝนเริ่มตกปรอย ๆ ก้อเลยถอดใจ



กลับมานั่งรถไฟจาก verona ไปลง Vanice โรงแรมที่นี่ใกล้สถานีรถไฟมากแค่ข้ามสะพานก้อถึง ส่งโรงแรมทีพักคงคนไทยมาเยอะมันมีธงไทย อยู่ที่ประตูเข้าด้วย เราเที่ยว เวนิส ประมาณ 3 วัน ที่อิตาลีวันแรกเริ่มด้วยเดินทั่วเกาะ เข้าชม Basilica di San Marco เดินทั่วทั้งเกาะในหนึ่งวัน วันที่สองก้อไป ตามเกาะต่าง ๆ รอบ เวนิส เกาะเป่าแก้ว Burana เกาะ บ้านเจ็ดสี Murano เค้าดังเรื่อง ลูกไม้ แล้วเกาะ Lido เป็นเกาะทันสมัยของ venice นั่งเรือ 12 ชั่วโมง ค่า ตั๋ว 13 Euro เลยปิดท้ายนั่งชม Grand Canal ด้วยเรือสาย 1 จอดทุกป้าย



วันรุ่งขึ้นก้อนั่งรถไฟ มาลงที่ Florence หรือที่ อิตาลีเค้าเรียก Firenze ที่นี่้เป็นเมืองรวมศิลปะของอิตาลี เลยเสียเวลาที่นี่ประมาณ 4 วัน วันแรกเราไปดูรอบ ๆ Florence ทุกจตุรัสที่เค้าว่าดังเดินจนทั่วขึ้น Bell tower ชมวิวเมือง ไปลูบหมูป่าในตลาดที่เค้าว่าลูบแล้วจะรวย บ่าย ๆ เราก้อไปดู รูปใน Gallery ดัง Uffizi อันนี้โทรจองล่วงหน้ามาจากเมืองไทยถ้าไม่จองต้องต่อคิวอย่างน้อย 3 ชั่วโมงถึงจะได้เข้า ใน Gallery นี้มีรูปดัง ๆ เช่น Birth of Venus กะ Sping ของ Botticelli รูป the holy family ของ Michelangelo รูป Bacchus ของ Caravaggio และอีกมากมายระหว่างต่อแถวได้คุยกะทั้ง อเมริกันและญี่ปุ่น ทำให้รู้ว่าคนทั่วโลกเค้าเดินทางมาดูรูปที่นี่ ตอนเย็นไปดู พระอาทิตย์ตกที่ลานา Michelangelo นะถ้าจำไม่ผิดดูวิว เมือง Florence จะเนินเขา ทั้งหมดเดินด้วยขาทั้งสองข้าง เหนื่อยมาก



วันที่สอง เก็บสถาที่ที่ยังไปไม่ครบ แล้วตามด้วย ต้องไปดูเดวิดตัวจริงที่ Gallery the Academia อันนี้จองล่วงหน้าเหมือนกัน แต่ระบบดีกว่าที่ Uffizi มากไม่ต้องไปต่อแถวแม้จองแล้ว เหมือน วันก่อน ถ้าไม่จองล่วงหน้า ก้อต้อง ต่อคิวนานประมาณ 2-3 ชั่วโมงถึงจะได้เข้าเหมือนกัน คนที่ Hostel แนะนำว่าถ้าขี้เกียจ ต่อคิวให้เดินไปที่ประตูทางออกมองผ่านกระจกเข้าไปจะเห็น David เหมือนกันแต่ว่า ถ้าไม่เสียตังเข้าไป ก้อไม่ได้เห็นก้น เดวิดนะสิ ไปนั่งหลับหลังก้นเดวิดรอเพื่อนร่วมทางเป็นชั่วโมงได้ประทับใจมาก พูดถึง hostel ต้องบอก ว่า ดีมาก ชื่อ Archi Rossi เป็น Hostel ที่ดี่ที่สุดใน ทริปนี้เพราะเลี้ยงข้าวเช้าอร่อยมากแถมเก็บ ไปกินกลางวัน อยู่ที่นี้ทำให้ไม่ต้องเสียค่าข้าวไปได้ หลายวัน เลย



จากนั้นวันที่สามก้อไปเที่ยว ปิซ่า ลูก้าเมืองใกล้ๆ florence เสียค่าขึ้นหอเอน 15 euro เป็นค่าขึ้นที่น่าจดจำเพราะแพงที่สุดตลอดทริป จากนี้วันรุ่งขึ้นเราจะเิดินทางลงใต้แล้ว ไปต่อภาคสองนะ เพราะรู้สึกว่ามันยาวแล้ว ภาคสองเป็น Naple, Sorrento, Capri, Amalfi, Pompei, Positano, Rome และ Vatican




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 20:13:09 น.   
Counter : 557 Pageviews.  

สบายดีหลวงพระบางวังเวียง

ก่อนเดินทาง





ตอนแรกช่วง 4-10 ธค 50 นี้ว่าจะไปโกตาคินาบาลู และเนื่องจากเป็นทริปปีน เขา เดินเหนื่อยเลยไม่มีใครประสงค์จะไปด้วยเลยว่าจะไปเอง แต่พี่โบว์ travelmate เจ้าเก่าของเติ้ลก้อมาชวนว่าพี่โบว์ย้ำกะเพื่อนจะไปหลวงพระบาง แต่เพื่อนพี่โบว์ไม่ว่างแล้ว ก้อเลยเหลือเจ๊คนเดียว แกบอกว่าแค่มีเพื่อนไปคนนึงแกก้อจะไป ด้วยความไม่เคยไป เลยคิดว่ามันก้อน่าสนใจดีเหมือนกันเลย ยกเลิกที่จองไปโกตาคินาบาลู ตัดสินใจไปกะเจ๊โบว์สองคน แถมโกหกแม่อีกต่างหาก ว่าไปกันหลายคน เพราะถ้าบอกว่า backpack ไปกันเองสองคนแม่อาจไม่ให้ไปได้ ทั้ง ๆ ที่ช้านก้อเคยไป back pack ฝรั่งเศสกะไอ้แอนสองคน นี่นา แต่เอาเป็นว่า ไม่กล้าบอกแม่เพราะเที่ยวบ่อย จนแม่เริ่มไม่ค่อยจะพอใจแระ แต่ไง พี่โบว์บอกว่าเพื่อนเยอะแน่นอนเพราะดูในเวปใคร ก้อจะไปหลวงพระบาง



วันเดินทาง

ออกจากข้าวสาร คืนวันที่ 4 กว่าจะไปถึงข้าวสารนานมาก รถติดคนไปดูไฟ ลงจาก taxi เดินแบกเป้ข้ามสะพานฝ่านฟ้ามาโบกตุ๊ำก ๆ ให้ไปส่งข้าวสาร ต่อมันซะเหนื่อยมันคิดสี่สิบแหนะ แถมยังไม่ถึงข้าวสารดีมันบอกให้ลงเพราะรถติด ไม่ได้หรอก ช้านต้องกวนตุ๊ก ๆ ก่อน ไม่ลงเพราะยังไม่ถึงข้าวสารรออีกไฟแดงได้ไม่เห็นนานเลย เด็กขับตุ๊ก ๆ มันเป็นวัยรุ่นใจร้อน พยายามชี้ให้ดูว่าตรงโน้นหน่ะถนนข้าวสาร ไม่อยากจะบอกมันเลยว่ารู้เรียนสตรีวิทย์มา 5 ปีจะไม่รู้ได้ไงว่าตรงไหนฟระแต่จะไม่เดินอ่ะกระเป๋าหนัก เอาเป็นว่าถึงที่หมายก้อกินข้าวไข่เีจียวแล้วก้อไปขึ้นรถ Coach ที่จอดตรงสลากกินแบ่ง ราคาพันนึงไปถึงวังเวียงเลย ต้องเล่าความประทับใจของ รถนี้หน่อยเพราะ 90 เปอร์เซนต์เป็นฝรั่งแต่น้องเด็กรถมันในเราสองคนกับพี่คนไทยอีกสามคนขึ้นก่อนไปเลือกที่นั่งก่อนฝรั่ง เกิดมาไม่เคยพบเจอคนไทยบริการคนไทยก่อนฝรั่ง มี service mind ก่าแอร์การบินไทยบางคนอีก (โดนแอร์ดุบ่อยอ่ะระบายนิดนึง) นั่งหลับไปจนเช้าหนองคายเลย แล้วรถเค้าก้อไปส่งที่ด่าน จากนั้นมีรถลาวมารับไปเวียงจันทร์ตัวเมืองใกล้มาก ประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึง แล้วก้อไปเปลี่ยนรถอีกที ที่ เวียงจันทร์ไป วังเวียง กว่าจะมาถึงวังเวียงได้ ประมาณ บ่ายสอง ตุ๊ก ๆ จากท่ารถเค้าว่าไม่คิดเงินค่าตุ๊ก ๆ ถ้าไปนอน ที่พักเค้าคืนละสองร้อยก้อเลย เอาว่ะคืนละสองร้อยมีห้องน้ำในตัว จากนั้นก้อเช่าจักรยานถีบคันละ หนึ่งยูเอสดอลล่าห์ สำรวจทั่ววังเวียง เจอ smile bar ริมน้ำวิวสวยที่สุดในเมืองเลย ล่ะ เลยไปนั่งจิบเบียร์เล่นริมน้ำแล้วค่อยมาทำงานก่อน นอนอีกนิดหน่อยที่ internet cafe



วันที่สองที่วังเวียง


เช่ามอไซค์มาขี่แต่พี่โบว์ขี่นะ ไปเที่ยวถ้ำจัง ถ้ำปู่คำ เจอพี่สามสาว กินส้มตำ กัน เจ๊สามคนเรียกเติ้ลว่า พี่อ่ะ แต่เด๋วไปเจอกันที่หลวงพระบางอีกที เพิ่งรู้ว่าเค้าเป็นพี่เราอ่ะ ไปดูที่ ๆ นั่งท่องเที่ยวโดดน้ำแต่ไม่ได้โดดอ่ะเพราะขี้เกียจอ่ะแล้วก้อไปเล่นน้ำ ตอนเย็น วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อย มานั่ง ๆ จัดกระเป๋าอาบน้ำ แต่ แล้วก้อทนไม่ได้กับเสียงเพลงจะบาร์เกาะกลางน้ำใกล้ๆ ที่พัก เลย พุ่งไป ดูซะหน่อย เป็นบาร์รอบกองไฟ เหมือนเดิมคือ 90 เปอร์เซนต์เป็นฝรั่ง ไปนั่งซื้อเหล้าแบบ ผสม วอดก้ายี่ห้อลาว กระป๋อง bucket นะ ไม่ใช่ can นึง กินส่วนใหญ่คนเดียวเพราะพี่โบว์จิบไปนิดนึงมี ดีเจแล้วก้อมีคนลาว แดนซ์นิดหน่อยตอนไปนั่งก้อได้คุยกะคน Holland และ คนลาว เล่าประสบการณ์ให้ฟังส่วนใหญ่คุยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เพราะค่อนข้างเมา อ่า แต่สนุกดีนะถ้าได้มีโอกาสไปวังเวียงอย่าลืมไป smile bar บรรยากาศดี จริง ๆ พี่โบว์ดูจะประทับใจมาเพราะบอกประทับใจหลายครั้ง ส่วนเติ้ลน่ะถ้าได้กินเหล้าก้อหนุกท้างน้านแหละ

วันที่สาม วังเวียงหลวงประบาง



วันนี้ไม่ค่อยมีอาไร อ่ะ เพราะ นั่งรถซะส่วนใหญ่ จนเมารถเลย ลงจากรถแล้วเลยหน้าตาอารมณ์เสีย สุด ๆ เดินหาที่พัก ไปเรื่อย ๆ ก้อเลยได้เจอกะพี่อรรถคนที่เจอกันที่วังเวียงตอนเล่นน้ำพี่เค้าเลยช่วยเติ้ลกะโบว์หาที่พักอีกแรงได้ guest house ราคาคืนละ 250 บาท เลยตกลงพัก แล้วก้อเดินผ่านร้าน กาแฟ JOMA บังเอิญเจอเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยพี่โบว์เค้ามาเที่ยวกันสองคนถามหาแผนที่จากเค้าเค้าเลยให้ guide book หลวงพระบางมา เราเลยสบายคราวนี้เริ่มเที่ยวแบบรู้ประวัติศาสตร์โบราณสถานบ้างจาก guide book เล่มนี้ เย็นวันแรกขึ้นพระธาตุพูสีเจอพี่อรรถโดยบังเอิญอีกตามเคย อยู่จนได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินและหลบหัวผู้คนแทบแย่เสียค่าเข้านะจ๊ะพระธาติพูสี 20000 กีบ คืนนี้นอนเร็วเพราะเตรียมตื่นเช้าใส่บาตรพรุ่งนี้ เจอสามสาว ที่กินส้มตำที่วังเวียงเลยนัดกันไปน้ำตกด้วยกันพรุ่งนี้เพื่อเพิ่มการต่อรองในการเช่ารถ

วันที่สี่ ตักบาตรข้าวเหนียว เที่ยวหลวงพระบาง



เมื่อได้รู้ว่า เค้าไม่ให้เช่าจักรยานในหลวงพระบางเราก้อต้องเดิน เอาล่ะ เช้านี้ตรงตามเป้า ตื่นตีห้า มาตักบาตรโลกกลมตามเคยเจอคนที่เคยเข้าไปถามทางไปตลาดเช้าที่วังเวียงพัก guest house เดียวกันด้วย เค้าก้อเข้ามาทัก แต่เค้าจะออกจากหลวงพระบางคืนนี้แล้วเลยไม่ค่อยได้คุยอาไรมากนัก ตักบาตรที่นี้เค้าใส่แต่ข้าวเหนียวเหมือนแถวอิสานบ้านเราแหละ แล้วคนลาวจะยก อาหารไปตอนสาย ๆเวลาพระส่งสัญญาณก่อนเพล ไปส่งที่วัด อีกที เช้านี้เดินหาพี่เอเพราะ เมื่อคืนโทรติดต่อกันก้อไม่สำเร็จ เดินหาตอนตักบาตร เนี่ยะแหละแหล่งรวมประชากรนักท่องเที่ยวไว้ด้วยกันเจอพี่อรรถอีกแระเช้านี้ ในที่สุดก้อเจอกันจนได้พี่เอแต่ เราสวน ๆ กันอยู่ ก้อเลยไม่มีประแกรมเที่ยวด้วยกันเลย แต่ได้ข้อมูลมาอีกเล็กน้อยว่าต้องไปเที่ยวคลับลาว รำวงเมืองสวา เลยจด ไว้ คืนนี้รับรองไปแน่ เดินไปกินกาแฟร้านประชานิยม ซึ่งนัดกะเพื่อนพี่โบว์ว่าจะเอา guide ไปคืนแต่ว่าเรา ไม่เจอเพื่อนพี่โบว์อ่ะเจอพี่อรรถและเพื่อน ๆ แทน เลยได้เจอกะพี่กัส ซึ่งเจ๊โบว์จำได้ว่า เคยเข้าไปถามทางไปถ้ำปู่คำกะพี่เค้าที่วังเวียงแต่เติ้ลน่ะจะไม่ได้เลย เพราะพี่เค้าไม่ใส่หมวกอ่ะวันนี้ เค้าเลยได้ที กะว่าจะไปเที่ยวน้ำตกกะเรา เลยนัดเจอกันบ่ายโมงที่ไปรษณีย์เหมือนพี่สามสาม พี่จี้ พี่นุช และ พี่ กิฟ เพิ่งรู้ว่าเป็นพี่ เติ้ลตอนมาขึ้นรถตู้เนี่ยะแหละปล่อยให้เค้าเรียกพี่อยู่หลายวัน แล้วเจ๊สามสามก้อ พาพี่อีกสองคนมา share ค่ารถตู้สรุปเหมารวมจ่ายคนละ 125 บาทถูกมากไปน้ำตกกวางสี น้ำสวยเหมือนเอราวัน ลักษณะน้ำตก ใหญ่ เดินขึ้นลงง่าย ๆเหมือนน้ำตกคลองลานบ้านเรา เป็นน้ำตกหินปูณน้ำเลยเป็นสีเ่ขียว จากนั้ำนรถตุ้ที่เช้าไปน้ำตกก้อตระเวณไปอีกหลายวัดจนค่ำแวะไปกินส้มตำแล้วนัดกันไปรำวงเมืองสวา แต่เจ๊สามสาวแกไม่ไป อ่ะ เลยเหลือพี่สามหนุ่มแล้วก้อเติ้ลกะโบว์บอกได้คำเีดียวประทับใจใครได้ไปขอให้ไป ดูน้า ปิดห้าทุ่ม





วันที่ ห้าวันสุดท้ายที่หลวงพระบาง



วันนี้หลังจากตัดสินใจเรื่องการเดินทางกลับได้ ว่าขึ้นเครื่องตรงจากหลวงพระบาง กลับ กทมเลยเนื่องจากไปถามสำรวจค่าเครื่องมาหลายคน เจ๊สามสาวกลับ ลาวแอร์ พี่ที่มีสามีเป็นออสซี่กลับลาวแอร์ พี่กัส กลับ บางกอก แอร์ พอไปคุยกะเอเจนซี่ เราได้ตั๋วถูก ก่าลาวแอร์ แล้วกลับบางกอก แอร์ ประเหมาะ เจอพี่กัส fligh เดียวกันพอดี ตอนแรกว่าจะนั่งรถนอนกลับเย็นวันที่ห้าไปเช้า ที่เวียงจันทร์แล้วต่อรถไปอุดรแล้วโทรไปหาวินัดที่รักเพื่อติดรถมันกลับกทม แต่ นะ พี่โบว์ดูจะเหนื่อยกลับเส้นทาง หลวงพระบางเวียงจันทร์ที่กินเวลาประมาณ เก้าชั่วโมงแล้วรถที่ลาวมันขับช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก และไม่เปิดแอร์เพราะกลัวเปลืองน้ำมัน วันสุดท้ายในหลวงพระบางก้อเก็บวัด สำคัญที่เหลือจนหมด ถ่ายรูปไปประมาณ เก้าร้อยกว่ารูป เมืองหลวงพระบางสวยมาก สมเป็นมรดกโลกสะอาด บ้านเรือนสวยแล้วก้อ มี gallery เยอะมาก ติส กันทั้งเมืองเลย

กลับถึงเมืองไทยเย็นวันที่ 9 ธันวา วันเกิดไอ้น้ำเลยโทรไป happy birthday มัน แต่วันนี้ มีข่าวร้ายคือน้องบิ๊กดีทูบี ได้ เสียชีวิตแล้ว แม่ยก บอยแบนด์อย่างเติ้ลเลยซึมไปเลย น้องเพิ่งอายุครบ 25 ได้แค่เจ็ดวันเอง

เป็นอันว่าจบ ทริป ลาวเหนือ เท่านี้ ไว้ทริปหน้า มาเล่าอีกจ้า




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 15:57:06 น.   
Counter : 514 Pageviews.  

นมัสเตเนปาล ไป รถติดโพคารา 33 ชั่วโมง

หลังจากอยู่ใน Kathmandhu ได้ สองวันเราออกเดินทางตอนเช้า เจ็ดโมงโดยนั่งรถประจำทางโดยธรรมดา จะเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง ระยะทาง ประมาณ 200 กิโลเมตร แต่เนื่องจากปัญหาการเมืองของเนปาลมีการประท้วงปิดถนน เลยต้องแกร่วอยู่ใในรถร่วม 33 ชั่วโมง กินมาม่าแห้ง กับปลากระป๋อง เข้าห้องน้ำข้างทาง สนุกไปอีกแบบค่ะ


ภาพบรรยากาศรถติดและการประท้วง

มีเด็กน้อยมาร้องเพลงระหว่างทาง

ถ่ายรูปร่วมกันทั้งทริป


ในที่สุดก้อเดินทางมาถึงซะทีโพคารา เราขึ้น Sarangkot กันก่อนค่ะ






เริ่มเดินลงหลังจากไปค้างบน Sarangkot หนึ่งคืน



จากนั้นเราเดินทางไปพักที่โพคาราแถว Fewa lake

อันนี้ Devi's fall




 

Create Date : 20 มกราคม 2551   
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 14:40:06 น.   
Counter : 230 Pageviews.  

1  2  

nutitle
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add nutitle's blog to your web]