ขอต้อนรับสู่โลกของนิยาย สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
<<
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
21 เมษายน 2560
 
 
รักออกฤทธิ์! Seductive Smile! บทที่ ๑๑ (YURI)



๑๑

มอง

แอบรักชอบแต่กลัวใจไม่กล้าเอ่ย

ไม่อาจเผยเอ่ยรักแม้สักหน

ด้วยเธอมีคู่เคียงข้างอยู่ทั้งคน

ได้แต่ทนปวดหัวใจเฝ้าแต่มอง.

“พี่รู้ว่า น้องพิมพ์ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่แฟนของน้องพิมพ์ใจร้อนเกินไปและพี่ไม่อยากให้มีข่าวลบหลุดออกไปนะคะ หวังว่าคงจะเข้าใจว่ามันเป็นหน้าที่ของพี่”ผู้จัดการสาวอธิบายเสียงเรียบเย็นกว่าปกติ หน้าคมนิ่งเฉยขับรถคันโปรดออกจากสถานศึกษาด้วยความเร็วสูงกว่าปกติ

ใช่แฟนฉันที่ไหน!

หล่อนขยับปากจะอธิบายว่าวิทวัสไม่ใช่แฟนของตน แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาไม่รู้ทำไมวันนี้พิมพ์อัปสรไม่ชอบคำว่า ‘หน้าที่’ ของสินาถเอาเสียเลยฟังแล้วชวนหงุดหงิดขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล

ทำไมต้องทำเหมือนฉันเป็นเด็กๆ นักนะ?

ตลอดทางสองสาวไม่พูดอะไรเลยสักคำ สาวผมสั้นทำหน้านิ่งขับรถไปเรื่อยๆขณะที่หล่อนเหม่อมองออกนอกหน้าต่างข้าง

แม้เป็นเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หากแต่เป็นการเดินทางที่เนิ่นนานมากในความรู้สึกของสาวสวยเป็นครั้งแรกที่รู้สึกอึดอัดเหมือนถูกต่อว่ากลายๆ ...รู้สึกผิด ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

สรุปคือฉันผิด แม้จะมีคนมาวุ่นวายเองงั้นเหรอ?

พิมพ์อัปสรเริ่มไม่เข้าใจตรรกะของผู้จัดการสาวนักแม้ทำงานมาด้วยกันเกือบเดือนก็ยังเดาใจอีกฝ่ายไม่ค่อยถูก

หล่อนเริ่มคุ้นกับการวางเฉย และพูดน้อยของสาวร่างสูง ซึ่งจะพูดเท่าที่จำเป็นหากแต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปาก ชวนคนฟังเอาไปไตร่ตรองไม่น้อย

โดยรวมสินาถดูแลหญิงสาวค่อนข้างดี สอนการโพสท่า การเดินการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ การใช้ครีมบำรุงผิวพรรณ เทคนิคการแต่งหน้าต่างๆรวมทั้งจัดตารางงานให้โดยไม่กระทบกับการเรียน และการใช้ชีวิตประจำวันของตนนัก ไม่ทำให้รู้สึกเคร่งเครียดหรือกดดันมากจนเกินไป

หล่อนยังไม่อยากมีปัญหากับผู้จัดการของตัวเอง ตราบเท่าที่ต้องทำงานร่วมกันเว้นแต่จะฉีกสัญญาทิ้งก่อนกำหนด

...ซึ่งเป็นเรื่องที่พิมพ์อัปสรไม่อยากให้เกิดขึ้นเร็วนัก

แม้จะไม่ได้หลงรักการเป็นนางแบบเท่าการฟ้อนรำ แต่หญิงสาวชอบที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆได้ทำอะไรที่ท้าทายความสามารถ และที่สำคัญที่สุดคือหล่อนต้องการลบคำสบประมาทที่สินาถเคยท้าทายเอาไว้ในวันแรกที่ตัดสินใจเป็นนางแบบ

“เชื่อเถอะว่าฉันต้องทำได้ดีกว่าที่คุณคิดแน่ คุณสินาถ” หล่อนกล่าวเสียงเย็นกับผู้จัดการของตน หลังเซ็นสัญญากับ VK Models ต่อหน้าพยานอีกสองคน...วิรากรกับนุศรา

“ขอให้จริงเถอะค่ะพี่ไม่ชอบคนเก่งแต่ปากหรอกนะคะน้องพิมพ์” สาวร่างสูงเอ่ยกับพิมพ์อัปสร ยิ้มกวนประสาทออกมาเหมือนตนเป็นฝ่ายชนะ“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”

ไม่รู้ทำไมรอยยิ้มของอีกฝ่ายวันนั้นยังคงตราตรึงในความทรงจำของเจ้าหล่อนมาจนถึงวันนี้สลัดอย่างไรก็ไม่ลบเลือนไปเสียที

บ้าไปแล้วใช่ไหมพิมพ์อัปสร เฮ้อ!

นึกต่อว่าตัวเองอย่างหงุดหงิด ตลอดทางความคิดฟุ้งซ่านวนอยู่แต่กับเรื่องราวของคนขับรถหน้านิ่งที่อยู่ใกล้ๆ

แล้วบรรยากาศเงียบงันก็สิ้นสุดลงโดยสินาถหลังรถคันน้อยจอดบริเวณรั้วหน้าบ้านของหล่อน

“พรุ่งนี้แปดโมงครึ่งพี่มารับนะคะ รีบอาบน้ำแล้วพักผ่อนพรุ่งนี้เจอกัน” เธอกำชับเสียงนุ่มเกือบเหมือนปกติ เอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งๆ

พรุ่งนี้พิมพ์อัปสรมีนัดกับวิรากร เจ้าของค่าย VK Models ตอนสิบโมงซึ่งจะเรียกประชุมนางแบบในสังกัดเพื่อร่วมกิจกรรมวันครบรอบก่อตั้งบริษัทอาทิตย์หน้า

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” พูดพึมพำตามมารยาท ก่อนก้าวลงจากรถคันเล็กแล้วเปิดเข้าบ้านไปโดยไม่ลืมที่จะล็อค

สินาถรอจนกระทั่งพิมพ์อัปสรเข้าบ้านจึงเคลื่อนรถเพื่อกลับไปนอนบ้านคุณยายที่อยู่แถวนี้

นี่ขนาดเพิ่งเริ่มเป็นนางแบบเอง...ถ้าดังกว่านี้คงวุ่นวายพิลึก

นึกเหนื่อยใจถึงเด็กปั้นคนใหม่ของตนไม่น้อย

“กลับมาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะพ่อ” พิมพ์อัปสรเอ่ยทักทายพลางยกสองมือไหว้บิดาที่นั่งอยู่เพียงลำพังในห้องรับแขก คาดว่าคืนนี้น้าพรคงไม่ได้มาค้างที่นี่เพราะมีสวนผลไม้ยี่สิบกว่าไร่แถบชานเมือง พรพรรณจึงแวะมาเฉพาะช่วงที่จะนำสินค้าออกขายเดือนละไม่กี่ครั้ง

พิชิตละสายตาจากโทรทัศน์ เหลือบมองเวลาที่ข้างฝาซึ่งจัดว่าผิดจากเวลาปกติที่อีกฝ่ายกลับ แม้จะรู้ว่าวันนี้จะมีกิจกรรมก็อดที่จะเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้

“วิทมาส่งเหรอ?” เขาถามอย่างใคร่รู้หลังได้ยินเสียงรถยนต์หน้าบ้านเมื่อสักครู่

“ไม่ใช่ค่ะ รุ่นพี่ที่อยู่บ้านแถวนี้มาส่ง” หล่อนตอบแบบจริงบ้างเท็จบ้างออกไป

แล้วไป

บิดาคิดโล่งอกภายใต้สีหน้านิ่งๆ ที่เหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาเขาไม่อยากให้พิมพ์อัปสรสุงสิงกับวิทวัสมากเกินไปแม้รู้ว่าหญิงสาวเป็นเด็กดีเฉลียวฉลาดแต่ยังไงก็ไร้เดียงสากับความโหดร้ายของโลกภายนอก

“ทานอะไรมาหรือยัง? มีข้าวกับปลาทอดในตู้เย็นนะ” พิชิตบอก

“อิ่มแล้วค่ะ”

“รำวันนี้เป็นไงบ้าง?”

“ดีค่ะ” หล่อนตอบสั้นๆ ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม พอใจผลงานของตัวเองไม่ต่างจากทุกครั้ง

“อืม...” พิชิตยกยิ้มอย่างยินดี ภาคภูมิใจในตัวอีกฝ่ายมากแม้จะไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง แต่ก็เชื่อว่า ลูกสาวคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง“แล้วพรุ่งนี้ไปไหนหรือเปล่า? ถ้าว่างก็มาช่วยพ่อสอนเด็กๆ ก็ได้นะ”

ตอบไงดี?

นึกลังเลใจว่าจะตอบอย่างไรถึงจะเหมาะแต่สุดท้ายต้องปฏิเสธออกไป ด้วยมีภาระหน้าที่เช่นกัน

“ตอนเช้าพิมพ์มีนัดค่ะ เย็นๆ น่าจะกลับ”ตอบกำกวมหลีกเลี่ยงที่จะไม่มุสาวาทกับผู้มีพระคุณ แม้หญิงสาวจะไม่ใช่คนดีเต็มร้อยแต่ก็รู้จักบาปบุญคุณโทษ เรื่องอะไรควรหรือไม่ควรทำ

“งั้นก็ไปเถอะ นอนแต่วันนะ พรุ่งนี้จะได้มีแรง”พิชิตไม่เซ้าซี้มากความเพราะเชื่อใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยนอกลู่นอกทางจึงไม่คิดเป็นห่วงว่าจะไปเหลวไหลที่ไหน

“ค่ะพ่อ” ลูกสาวรับคำ ก่อนเดินไปยังห้องของตัวเอง

พิมพ์อัปสรรู้สึกผิดนิดๆ ที่มีความลับกับเขา แต่ก็ไม่กล้าเปิดปากเล่าเรื่องที่ตนเป็นนางแบบออกมากลัวอีกฝ่ายจะให้เลิกทำ และจะทำให้แผนการช่วยเหลือครอบครัวมีอันต้องพับไป

แม้จะเสี่ยงกับการผิดใจกับบิดา...แต่หล่อนก็รั้นที่จะทำ

หญิงสาวไม่อยากให้บิดาต้องเหนื่อยหนักเพียงลำพังไม่อยากให้คิดว่าหล่อนเป็นเด็ก จึงอยากจะช่วยตามกำลังความสามารถที่มี แม้จะน้อยนิดกระจิดริดก็ตามอยากปลดหนี้สินให้หมดโดยเร็ว เพื่อจะได้เป็นไทแก่ตัวเองและครอบครัวและดูเหมือนว่าการเป็นนางแบบจะตอบโจทย์นี้ได้อย่างลงตัวที่สุดในยามนี้

หล่อนถูกปลูกฝังความเชื่อที่ว่า ‘คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้’ จึงทำให้หญิงสาวได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้ผ่านเข้ามาในชีวิตโอกาสทองที่หายากยิ่ง และแน่นอนว่า พิมพ์อัปสรไม่โง่ที่จะปล่อยฟางเส้นสุดท้ายนี้ไปง่ายๆโดยตั้งใจเป็นนางแบบสักระยะ จนกว่าหนี้สินก้อนโตจะหมดไป และถ้าให้ดีมีทุนสำหรับดำเนินธุรกิจอีกสักก้อน

...นั่นคือความตั้งใจของเจ้าหล่อนตั้งแต่แรก

หลังจากนั้นร่างบางไปอาบน้ำ และเตรียมเข้านอน หยิบมือถือมาดูเห็นMiss Call ห้าครั้งจากวิทวัสแต่พิมพ์อัปสรยังไม่พร้อมจะคุยกับชายหนุ่มจึงไม่โทรกลับ ไม่อยากปะทะคารมกับคำแก้ตัวข้างๆคูๆ ในใจนึกตำหนิเขาที่วู่วามเลือดร้อนในวันนี้

ถ้าวิทใจเย็นกว่านี้ เรื่องวุ่นๆก็คงไม่เกิดขึ้น

หากบุคคลใด เลือกใช้กำลังกับทุกคนที่พูดจาไม่เข้าหูสักวันคนนั้นคงไม่แคล้วตายก่อนกำหนด เวลามนุษย์ขาดสติยับยั้งชั่งใจ เรื่องเลว ร้ายมักจะเกิดตามมาเสมอ...ไม่มากก็น้อย

หล่อนได้แต่หวังว่า ตรีภพคงไม่คิดเอาความอะไรกับวิทวัส ก่อนผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

เช้าวันรุ่งขึ้น พิมพ์อัปสรนั่งรออย่างกระสับกระส่ายอยู่ที่เก้าอี้ไม้หน้าบ้านด้วยเกรงว่าบิดาจะมาจ๊ะเอ๋กับสินาถเข้า หากฉุกสงสัยว่าหล่อนไปสนิทมักจี๋กับหลานสาวคุณสุดาตอนไหนความลับที่เก็บไว้ต้องแตกดังโพละแน่

อย่าเพิ่งออกมานะพ่อขา

นึกภาวนาในใจอย่างนั้น พลางดูเวลาที่ข้อมือเป็นระยะ

แปดโมงครึ่งรถมินิคูปเปอร์สีแดงคาดขาวมาปรากฏตัวตรงเวลาที่หน้ารั้วบ้านของพิมพ์อัปสร

ตรงเวลามาก

หล่อนนึกชมอีกฝ่ายในใจ

“พ่อค่ะ หนูไปก่อนนะคะ” หญิงสาวตะโกนบอกบิดาที่แต่งตัวอยู่ภายในบ้าน รอให้ศิษย์สิบกว่าคนมาเรียนรำตอนเก้าโมงเช้า ซึ่งเขาจะสอนยาวไปถึงสี่โมงเย็น

“อือ รีบไปรีบมานะพิมพ์ อย่ากลับให้ค่ำล่ะ” พิชิตตะโกนออกมาอย่างเป็นห่วง

“ค่ะ”

หล่อนก้าวเท้าออกประตูรั้ว โดยไม่ลืมปิดงับประตูไว้ ก้าวนั่งคู่กับคนขับแล้วทักทายตามมารยาทไทย ด้วยการยกมือไหว้

“สวัสดีค่ะคุณสินาถ”

“สวัสดีค่ะน้องพิมพ์” สาวร่างสูงทักตอบเสียงนุ่ม ยกมือรับไหว้ใบหน้าคมยิ้มในหน้า ลอบถอนหายใจเบาๆ

ใจคอจะเรียกเต็มยศแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่?

คิดในใจ แต่ไม่ปริปากพูดอะไรออกมา หล่อนชอบตั้งแง่กับเธอเสมอ ยกเว้นเรื่องงานที่ดูจะตั้งใจฟังว่าง่าย และไม่ดื้อมากนัก

สินาถรอจนอีกฝ่ายรัดเข็มขัดเรียบร้อย จึงขยับเกียร์ กดคันเร่งเคลื่อนรถอย่างนุ่มนวลผ่านไปหลายนาทีจึงเริ่มพูดจริงจังเรื่องงาน

“วันนี้น้าวิเรียกประชุมผู้จัดการกับนางแบบของ VK Modelsเพื่อแบ่งงานที่จะร่วมกิจกรรม วันครบรอบก่อตั้งบริษัทอาทิตย์หน้าค่ะ”

กิจกรรมอะไร?

พิมพ์อัปสรเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้น ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของอีกคนจึงอดที่จะอยากรู้อยากเห็นไม่ได้

“แล้วฉันต้องทำอะไร?”

ผู้จัดการสาวเอียงคองมองเด็กปั้นของตนแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับ ไปมองถนนตรงหน้าตามเดิมเพื่อความปลอดภัย วันนี้ถนนค่อนข้างโล่ง เพราะเป็นวันหยุดเธอจึงไม่จำเป็นต้องขับเร็วนัก

“พี่อยากให้น้องพิมพ์แสดงรำในวันนั้นค่ะ” เธอไม่ได้ขอร้องหล่อนให้ทำหากแต่พูดเหมือนเป็นคำสั่งกลายๆ มากกว่า

หืม?

คนฟังทำหน้าไม่เข้าใจเจตนาของสินาถ ที่ไม่ค่อยบอกเหตุผลจนเป็นนิสัยหากถูกถามก็จะยอมเฉลยบ้าง แต่ไม่เคยตอบอะไรตรงๆ สักทีไม่รู้เป็นโรคอะไร?...มีลับลมคมในตลอด

“ฉันมาทำงานที่นี่ในฐานะนางแบบ ไม่ใช่นางรำสักหน่อย” หล่อนแสดงความเห็นค้านออกมายกมือแตะแว่นสายตากรอบหนาด้วยความเคยชิน พิมพ์อัปสรพยายามทำตัวเหมือนปกติทุกอย่างแต่หยิบเสื้อผ้าและคอนแทคเลนส์ที่จะเปลี่ยนใส่เป้ใบโตออกมาด้วย แล้วค่อยหาที่แปลงร่างทีหลัง

ขอให้ได้เถียงสินะ คนอะไร!

สาวผมสั้นบ่นในใจ

เธอเหยียบเบรกรถหลังติดสัญญาณไฟแดงแล้วหันไปจ้องหน้าสวยของอีกฝ่ายที่อยู่ห่างไม่ถึงฟุต ยกยิ้มมุมปากแบบเยาะน้อยๆแล้วเอ่ยท้าทายออกมา

“หรือน้องพิมพ์คิดว่าตัวเองแสดงไม่ได้คะ?”

ตกลงเมื่อวาน ไม่ได้ดูฉันรำรึไง!

นึกอยากจะเหวี่ยงคำถามออกไปแบบนั้นความไม่สบอารมณ์พุ่งขึ้นแทบจะชนเพดาน หลังโดนสินาถท้าทายซึ่งหน้าอีกคำรบ แต่หล่อนไม่ทันตอบอะไร

ผู้จัดการสาวก็พูดยั่วโทสะออกมาอีกประโยคพร้อมทำหน้ากวนประสาทอย่างที่สุด

“อย่าบอกนะว่า ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้น้องพิมพ์รำเป็นชุดเดียว”

มันน่านัก...

พิมพ์อัปสรนึกอยากจะลงไม้ลงมืออีกฝ่ายฐานสบประมาทแต่ยั้งใจยั้งมือเอาไว้ ก่อนเอ่ยเสียงดังออกไปกึ่งว่าคนตรงหน้า

“บ้าสิ! ใครเขารำเป็นชุดเดียวกัน”

สินาถแสร้งทำหน้าเหมือนไม่เชื่อฝีมือของสาวแว่น ก่อนถามย้ำออกมาเพื่อเจตนากวนโทสะมากขึ้นไปอีก

“จริงเหรอ?”

กวนประสาทจริงๆ

นางแบบสาวนึกว่าผู้จัดการสาวในใจจึงเปลี่ยนไปถามเข้าเรื่องแบบเป็นงานเป็นการ

“รำอะไรก็ได้ใช่ไหม?”

สาวร่างสูงกลอกตาไปมา ก่อนนึกชื่อชุดที่อยากให้หล่อนแสดงในงานวันอาทิตย์หน้า

“ฉุยฉายพราหมณ์ หรือรำเดี่ยวอย่างอื่น พอจะรำได้ไหมคะ?”

โธ่เอ๊ย! นึกว่าจะให้รำอะไร

พิมพ์อัปสรหัวเราะเสียงต่ำเบาๆ ในลำคอส่ายหน้าเหมือนสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องหมูมาก ก่อนตอบออกมา

“ฉุยฉายพราหมณ์ หรือฉุยฉายเบญจกาย ฉันรำได้หมด”

“งั้นอาทิตย์หน้า พี่ขอดูฉุยฉายพราหมณ์แล้วกัน”

“สบายมาก” ร่างงามรับปากอย่างง่ายดายด้วยไม่คิดว่าเป็นเรื่องลำบากอะไร แค่ต้องไปติดต่อขอเช่าชุด และเครื่องประดับต่างๆจากร้านประจำแถวบ้านเท่านั้น

“งั้นตกลงตามนั้น” สินาถสรุปสั้นๆ ยิ้มมุมปากออกมาอย่างพึงพอใจที่อีกคนรับปากมั่นเหมาะแล้วขยับมือเข้าเกียร์เคลื่อนรถ หลังเห็นสัญญาณไฟสีเขียว

เชื่อพี่แล้วดีเองค่ะพี่จะทำให้น้องพิมพ์ดังมาก และดังเร็วกว่าที่คิดไว้ คอยดูสิ

ในที่ประชุมขณะกำลังจัดสรรหน้าที่กันนั้น พิมพ์อัปสรถูกสินาถเสนอชื่อให้แสดงรำฉุยฉายสร้างความฮือฮาในห้องประชุมไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านด้วยบริษัทนี้ไม่มีนางแบบที่มีความสามารถทางด้านนาฏศิลป์นอกจากหล่อน ซึ่งสุดท้ายวิรากรก็อนุญาตตามที่สินาถขอ

ทำไมต้องมองกันแบบนี้ด้วย?

พิมพ์อัปสรสัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ของเหล่านางแบบที่ส่งมาอย่างไม่เป็นมิตร แม้แต่รมยากรอดีตดาวคณะรุ่นพี่ที่เรียนร่วมสถาบัน

หลังปิดประชุม เกือบทุกคนแยกย้ายกันออกไป วิรากรรีบเรียก ชื่อผู้จัดการอันดับหนึ่งของตนไว้ก่อน

“นาถ”

ร่างสูงที่กำลังจะออกจากห้อง หันมองเจ้านายตัวเองอย่างสงสัย

“มีอะไรคะน้าวิ?”

“น้าขอคุยด้วยหน่อย”

“ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนส่งพวงกุญแจให้กับนางแบบของตน“น้องพิมพ์ไปรอที่ห้องพี่ก่อนนะคะ”

“ค่ะ” พิมพ์อัปสรยื่นมือรับกุญแจของคนตรงหน้าแล้วก้าวออกไปจากห้องนั้น ปล่อยให้สองคนได้คุยธุระกันตามสะดวก

แวะห้องน้ำก่อนดีกว่า

หญิงสาวตั้งใจแบบนั้น แต่แล้วเมื่อก้าวไปถึงบริเวณทางเข้าห้องน้ำ พลันได้ยินเสียงสนทนาดังเล็ดลอดออกมาด้วยจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นของนางแบบรุ่นพี่คนหนึ่ง

“ฉันว่ายายเด็กใหม่ ต้องเสร็จพี่นาถแล้วแน่เลย”เสียงผู้หญิงคนแรกเอ่ยอย่างหมั่นไส้ นุ่นเป็นนางแบบอันดับต้นๆ ของ VK Models เป็นเด็กปั้นของอัจฉราภรณ์ที่อยากถีบตัวมาอยู่กับสินาถใจจะขาด

เด็กใหม่!

พิมพ์อัปสรขมวดคิ้วกับคำนินทาลับหลัง ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับตัวหล่อนและผู้จัดการสาวจึงชะงักฝีเท้าแล้วหลบมุมเพื่อลอบฟังแม้จะไม่สบอารมณ์ก็ตามที

“ทำไมคิดแบบนั้น?” เสียงอีกคนถามอย่างสงสัย

“ก็โอ๋ขนาดเสนอชื่อให้แบบนี้ ไม่เสร็จก็แปลกแล้วพี่นาถใจอ่อนจะตายไป”

“ก็เป็นไปได้” หญิงคนที่สองเริ่มคล้อยตาม

สาวคนที่สามหัวเราะเบาๆ เหมือนเยาะเย้ยอะไรสักอย่าง

“หัวเราะอะไร!” นางแบบสาวคนแรกขึ้นเสียงเขียว

“ฉันก็แค่ขำ ถ้าพี่นาถเป็นคนใจอ่อนจริง ที่พี่นุ่นพยายามอ่อยตั้งหลายรอบก็น่าจะสำเร็จไปแล้วสิจริงไหม?” หญิงคนที่สามพูดความลับที่นางแบบรุ่นพี่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะสินาถไม่เคยเหลือบแลแม้แต่หางตาแต่เรื่องนี้รู้กันแค่ไม่กี่คน

พี่รม!

พิมพ์อัปสรจำเสียงของรุ่นพี่ได้นึกประหลาดใจที่อีกคนช่วยแก้ต่างให้กับตน ทั้งที่ปกติก็ไม่ได้สนิทกันนักคุยนับคำได้เพราะอดีตดาวคณะไม่ได้เป็นกลุ่มของพี่รหัส จัดเป็นพวกไฮโซฐานะทางบ้านมีอันจะกินขณะที่หล่อนเป็นพวกติดดินสุดๆ ตอนเรียนเสวนาด้วยนับครั้งได้

“แก!” นางแบบสาวคนแรกตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

“อย่ามีเรื่องกัน” คนที่สองรีบห้าม ก่อนจะเกิดการตบตีขึ้นจริงๆ

“ถ้าเรื่องอะไรไม่จริง อย่าพูดจะดีกว่า มันส่อสันดานน่ะ” รมยากรกล่าวต่อว่าแบบไม่เกรงใจผู้อาวุโสที่ไร้สมอง ก่อนก้าวออกมาจากห้องน้ำแบบไม่แยแส

“แน่จริง! อย่าหนีกูสิวะ” นุ่นเลือดขึ้นหน้า เผยธาตุแท้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามออกมาด้วยภาษาพ่อขุนไม่เหลือภาพความสวยชวนมอง แต่กลายเป็นยักขินีแทน เธอหันไปตวาดเพื่อนที่ดึงแขนแน่น“ปล่อยฉัน! ฉันจะตบมัน”

“ถ้าแกมีเรื่องกับมัน รับรองโดนน้าวิแบนแน่”เพื่อนคนที่สองยกกฎขึ้นมาขู่

‘ห้ามทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานโดยเด็ดขาดใครฝ่าฝืนให้แจ้งความดำเนินคดีและห้ามรับงานเป็นเวลาสามเดือน’ เป็นกฎเหล็กที่วิรากรกำหนดขึ้นและใช้จริงมาแล้วซึ่งคนที่โดนโทษนี้เกือบอดตายเลยทีเดียว

รมยากรชะงักเท้า เผลอทำหน้าตื่น เมื่อเห็นใบหน้าสวยของผู้ที่ถูกนินทาเมื่อกี้แบบไม่คาดฝัน

“น้องพิมพ์!”

“ขอบคุณค่ะ” ร่างบางกล่าว ก่อนหมุนตัวแล้วก้าวยาวๆ ออกไปจากตรงนั้นโดยเร็ว ไม่อยากเห็นหน้าคนสวยปากเปราะที่ชอบเอาดีใส่ตัว แต่พูดใส่ร้ายลับหลัง

แม้พิมพ์อัปสรจะรู้ว่า ห้ามปากคนไม่ได้แต่ลมปากก็สร้างความระคายเคืองในหัวใจไม่น้อย

ได้ยินจนได้สินะ เฮ้อ!

อดีตดาวคณะถอนใจเฮือกไม่คิดว่าอีกคนจะมารับรู้เรื่องที่ไม่ควรรับรู้จากพวกปากหอยปากปูที่แสร้งทำตัวเป็นชนชั้นสูง ทั้งที่ภายในฟอนเฟะไม่มีชิ้นดี เธอรู้ไส้รู้พุงคนพวกนี้ดีว่ามีกี่ขดแม้จะไม่ชอบแต่ก็ทนได้สบายๆย่อมแตกต่างจากพิมพ์อัปสรที่ไม่ค่อยได้เจอะเจอกับเรื่องแบบนี้

แม้รมยากรอยากได้สินาถเป็นผู้จัดการส่วนตัวแต่ไม่คิดจะใช้วิธีเลวร้ายกับใคร ด้วยอยากให้สาวร่างสูงเลือกด้วยความเต็มใจมากกว่า

...เธอชอบการแข่งขันแบบยุติธรรม และขาวสะอาด

ถ้าพี่นาถไม่เลือกฉันแปลว่าฉันไม่คู่ควร แต่ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนะ

หล่อนไขกุญแจเข้าไปภายในห้องทำงานของสินาถก่อนเดินไปทรุดนั่งอย่างหมดแรงที่โซฟารับแขกสีดำชุดสี่ตัวที่ตั้งอยู่มุมห้อง เอนหลังพิงเบาะหลับตาเพื่อสงบสติอารมณ์แต่แล้วคำพูดที่รบกวนจิตใจก็ดังก้องในหัววนไปมาหลายต่อหลายรอบ

“ฉันว่ายายเด็กใหม่ต้องเสร็จพี่นาถแล้วแน่เลย”

“ก็โอ๋ขนาดเสนอชื่อให้แบบนี้ไม่เสร็จก็แปลกแล้ว”

ทุเรศที่สุด!

พิมพ์อัปสรสบถในใจ กำหมัดแน่น นัยน์ตาคู่หวานภายใต้แว่นสายตากรอบหนาเป็นประกายวาววับด้วยความขุ่นเคืองมากมายหลังถูกป้ายสีว่าเอาตัวเข้าแลกเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพ ไม่ต่างกับการขายตัว เป็นหนึ่งในวิธีที่ร่างบางรังเกียจสุดๆ

...วิธีที่ผู้หญิงที่มีสมองจะไม่คิดทำเด็ดขาด

ทำไมคิดว่าฉันต้องทำเรื่องสิ้นคิดแบบนั้นด้วย? 

OoXoO

E-book โหลดได้ที่ MEB แล้วนะคะ ลิงค์อยู่ทางขวามือค่ะ

ส่วนหนังสือสั่งได้ถึง 30 เมษายนนะคะ ดูที่ลิงค์ 'สินค้า' ซ้ายมือค่ะ

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม ...ถ้าชอบอย่าลืมบอกต่อด้วยนะคะ

นาง

OoXoO




Create Date : 21 เมษายน 2560
Last Update : 21 เมษายน 2560 18:04:55 น. 0 comments
Counter : 218 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 
นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com